“มาแล้วรึ เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถังหลี่เอ่ยถามขณะลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
หยวนอิงพยักหน้าก่อนจะกล่าว “พวกเราเร่งรีบเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการดักซุ่มโจมตีระหว่างทาง เหนื่อยเล็กน้อย”
“ไปเถอะ เช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปยังห้องพัก”
“พ่อบ้านชุน ท่านนำทางลู่อู๋ซูไปที่พัก”
“ขอรับ” พ่อบ้านชุนรีบรับคำ
“ทางนี้ขอรับ ท่านลู่อู๋ซู”
เวลานี้ ลู่อู๋ซูไม่แปลกใจกับการกระทำขององค์ชายห้าเท่าไรแล้ว เขาเริ่มชาชินกับการที่องค์ชายห้าไม่ค่อยเห็นตนอยู่ในสายตา หากน้องรองของตนอยู่ด้วย เขารีบเดินตามพ่อบ้านชุนไปทันที
ส่วนทางด้านหยวนอิงก็เดินตามองค์ชายห้าไป หลังจากเดินไปได้ไม่ไกล หยวนอิงก็เอ่ยขึ้น
“ทำไมข้ารู้สึกว่าภายในตำหนักแปลกไปจากครั้งก่อนที่ข้ามา หรือข้าคิดไปเอง” หยวนอิงเอ่ยถามถังหลี่
“ไม่หรอก ข้าสั่งปรับปรุงตำหนักใหม่”
หยวนอิงได้ฟังแล้วงุนงง ‘ทำไมต้องทำ เดี๋ยวก็แทบจะไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะต้องเดินทัพแรมปี’ แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
“เ้าชอบหรือไม่” ถังหลี่เอ่ยถาม
หยวนอิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ยามนี้รอบด้านดูงดงามมีชีวิตชีวาบุปผาบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ไม่ไกลนักมีศาลาริมสระบัวและต้นหลิวอยู่ใกล้ๆ คอยให้ความร่มรื่น ยามลมพัดโชย กิ่งหลิวสะบัดพลิ้วไสวตามแรงลม ดูสบายตาสบายใจ
หยวนอิงพยักหน้ารับ เผยรอยยิ้มพึงพอใจและผ่อนคลาย ก่อนตอบกลับไป “ชอบ”
‘แค่คำว่าชอบของเ้าก็เพียงพอแล้ว’ ถังหลี่คิดในใจขณะเดินเคียงคู่กันไป
ใช้เวลาไม่นาน ทั้งคู่ก็เดินมาถึงประตูหน้าห้องแห่งหนึ่ง “เ้าพักที่นี่” ถังหลี่กล่าวพลางเปิดประตูก้าวนำเข้าไป
หยวนอิงก็เดินตามเข้าไป มองสำรวจสิ่งต่างๆ ในห้องซึ่งตกแต่งไว้อย่างดี ทุกสิ่งล้วนเป็สิ่งที่เขาชื่นชอบ หลังกวาดสายตาทั่วห้องก็ต้องสะดุดกับประตูด้านซ้ายของกำแพง หยวนอิง
จึงอดเอ่ยถามไม่ได้
“พี่หลี่ นี่ประตูไปไหนหรือ”
“ห้องข้า” ถังหลี่ตอบหน้าตาเฉยเสมือนไม่มีอะไรสลัก สำคัญ
“มันเคยเป็ห้องที่เสด็จแม่เคยพักยามข้ายังเด็ก ท่านทำประตูเชื่อมต่อไว้เพื่อสะดวกในการดูแลข้า แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่ข้าอยากจะเก็บทุกสิ่งให้คงไว้เช่นนี้” ถังหลี่แสร้งทำสีหน้าเศร้าใจยามหวนคิดคำนึงถึงมารดา
หยวนอิงจ้องมองประตู ซึ่งมีร่องรอยใหม่เสมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
ถังหลี่มองตามสายตาหยวนอิง รีบเอ่ยเสริมขึ้นมาว่า “ก่อนเ้าจะมา ข้าให้คนงานปรับปรุงห้องนี้ใหม่อีกครั้งเนื่องจากปิดไว้นาน”
“พี่หลี่ จริงๆ ท่านไม่ต้องลำบากเลย ข้าสามารถพักห้องไหนก็ได้” หยวนอิงเอ่ยตอบอย่างเกรงใจ
“ลำบากอะไร เ้าคือองค์ชายหยวนอิง อีกทั้งเป็สหายสนิทของข้า”
“องค์ชายอะไร นั่นมันเป็อดีตไปแล้ว”
“แต่เ้ายังคงเป็องค์ชายหยวนอิงคนนั้นที่ข้าเจอเสมอ” ถังหลี่กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
หยวนอิงยิ้มอ่อนโยนส่งให้อีกฝ่าย แม้ในรอยยิ้มนั้นจะแฝงความเศร้าสร้อยเอาไว้
“เ้าชอบห้องนี้หรือไม่” ถังหลี่เอ่ยถาม ใจจดใจจ่อรอคำตอบ
หยวนอิงพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวตอบ “ข้าชอบมาก ทุกสิ่งล้วนเป็สิ่งที่ข้าชื่นชอบ ท่านช่างใส่ใจ ขอบคุณพี่หลี่มาก” ใบหน้าหยวนอิงยามนี้ล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ เขาคิดถูกแล้ว ผู้ชายคนนี้เขาจะต้องคว้ามาเป็ของตนให้จงได้
ถังหลี่หลังได้ฟังคำตอบของหยวนอิงก็เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจ
“เ้าพักผ่อนก่อนเถอะ เดินทางรอนแรมมาไกลย่อมเหนื่อยล้า ข้าจะให้คนมาเรียกเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น”
หยวนอิงพยักหน้ารับ แต่ก่อนที่ถังหลี่จะเดินออกไปนอกประตูก็ได้เรียกไว้ก่อน
“พี่หลี่ เื่ที่มีผู้กล่าวโทษท่าน ฐานคบคิดกับศัตรู เป็เช่นไรบ้าง” ตลอดหลายวันที่ผ่านมาหยวนอิงเป็ห่วงกังวลมาก แต่เนื่องจากถังหลี่กล่าวว่า เขาสามารถจัดการทุกอย่างได้ หยวนอิงจึงไม่อยากก้าวก่ายมากไป
“ทุกอย่างเรียบร้อย คลี่คลายแล้ว ไม่ต้องกังวลไม่มีใครกล่าวหาข้า หากแต่เป็คนของพี่รองที่ต้องสงสัย ฐานคบคิดศัตรู กรมยุติธรรมจับตัวองครักษ์คนสนิทของพี่รองได้ขณะหลบหนีหลังจากสังหารนักโทษที่กำลังจะเปิดปากให้การซัดทอด”
“เสด็จพ่อทรงพระพิโรธหนัก แต่เนื่องจากไร้ซึ่งพยาน หลักฐานโดยตรง ที่จะสามารถชี้ถึงการกระทำผิดของพี่รองโดยตรง จึงทำได้เพียงสั่งกักบริเวณพี่รองในตำหนักเป็เวลาหกสิบวัน” ถังหลี่รีบอธิบายให้หยวนอิงฟัง เนื่องจากเขารู้ดีว่าหยวนอิงย่อมเป็ห่วงตน
หลังได้ฟังคำตอบของถังหลี่ ในที่สุดหยวนอิงก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เป็เช่นนั้นก็ดี” หยวนอิงเอ่ยออกมาเสียงเบา
ถังหลี่ยิ้มรับ “เ้าพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าให้คนจัดเตรียมเสื้อผ้า และน้ำอุ่นใส่อ่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
หยวนอิงยิ้มรับ ถังหลี่ยิ้ม แล้วก้าวเดินออกจากห้องไป
‘ในที่สุด นับั้แ่ค่ำคืนนี้เป็ต้นไป เราจะได้นอนเคียงข้างกัน’ ถังหลี่เดินออกไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อจินตนาการถึงค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง