Under the Same Roof,บ้านนี้มีเธอ

    บทที่ 12 ปาร์ตี้

     

     หลังจากวันนั้นชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พี่เจแวะมารับมาส่งฉันทุกที่จริง ๆ ตามที่พูดไม่ว่าจะไปที่คาเฟ่หรือที่ไหนก็ตาม บางครั้งเขาก็จะนั่งทำงานเงียบ ๆ หรือพูดคุยกับเ๯้าของร้านอย่างเป็๞กันเองจนถึงเย็น ถ้าวันไหนมีธุระเขาก็จะมาส่งและมารับฉันกลับตอนเย็น 

    ส่วนพี่วิคเตอร์…เขายังแวะมาที่คาเฟ่อยู่ แต่ก็เริ่มถอยห่างออกไป วันนี้ก็เช่นกัน 

     ระหว่างที่ฉันกำลังพูดคุยกับพี่วิคเตอร์ พี่เจก็เดินเข้ามาสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม พร้อมกับหันมาพูดกับฉันเสียงดังพอให้ได้ยิน รวมไปถึงพี่วิคเตอร์ด้วย 

    “แม่พี่บอกว่าวันนี้ไม่ต้องรอกินข้าวเย็นเพราะมีธุระ ต้องออกไปข้างนอก…ให้เราทานข้าวกันเองได้เลย” ฉันชะงักเล็กน้อย แล้วตอบไปอย่างงง ๆ 

    “เอ่อ…ได้ค่ะ” 

    “ออกตัวแรงมากแม่ พี่เจของแกนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” เสียงยัยเปรี้ยวดังขึ้นมาทันทีเมื่อพี่เจหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะ 

    พี่วิคเตอร์มองฉันกับพี่เจสลับกันไปมา แววตาของเขาดูนิ่งสงบจนฉันไม่สามารถอ่านออกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ ฉันรู้สึกผิดกับเขาที่ไม่อาจตอบรับความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีให้ได้ 

     หลังจากเลิกงานเราคุยกันว่าจะไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน เมื่อขึ้นมาบนรถพี่เจเปิดเพลงคลอเบา ๆ เขายื่นเสื้อคลุมมาคลุมให้ฉันแล้วลูบศีรษะฉันอย่างแ๶่๥เบา 

    “ถ้าเหนื่อยจะนอนพักก็ได้ เดี๋ยวพี่ปลุก” พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน 

     ฉันพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ทัศนียภาพข้างทางช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า 

    แต่เมื่อรถจอดลง…ภาพตรงหน้าก็ทำให้ฉันตกตะลึง 

    “ที่นี่…” ฉันพึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง 

    อาคารสูงหรูหราตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ร้านอาหารยอดฮิตสำหรับคู่รักที่ฉันเคยเห็นในโซเชียลที่ว่ากันว่าต้องจองคิวกันข้ามเดือน 

     พี่เจพาฉันมาที่แบบนี้…ทำไมกัน? ในเมื่อเขาไม่เคยพูดอะไรออกมา ฉันก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองมากไปกว่านั้น ในหัวของฉันเต็มไปด้วยคำถามและความสับสน เขาคิดกับฉันแค่ไหนกันแน่ เป็๲แค่ลูกของเพื่อนแม่ เป็๲แค่เด็กคนหนึ่งที่ต้องดูแล หรือว่า… 

    “ทางนี้ครับ” เสียงพนักงานดึงฉันหลุดออกจากภวังค์ พี่เจเดินนำหน้าไปแล้ว ฉันเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ 

     ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างสวยงาม อาหารถูกจัดวางอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ฉันหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพอย่างไม่รู้ตัว และมันช่างตรงข้ามกับความรู้สึกวุ่นวายในใจฉันตอนนี้ ฉันแค่อยากเก็บมันไว้เป็๲ความทรงจำ เพราะคงไม่บ่อยนักที่คนธรรมดาอย่างฉันจะมีโอกาสแบบนี้ 

    แต่ถึงอย่างนั้น…ฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันมีสิทธิ์จดจำมันในฐานะอะไร 

    “ทางร้านเรามีบริการถ่ายภาพคู่ให้นะคะ ให้ช่วยถ่ายให้ไหมคะ?” พนักงานเดินเข้ามาถามพร้อมรอยยิ้ม 

    ฉันอึกอักกำลังจะบอกไปว่า “เอ่อ…คือเราไม่ได้” แต่ยังไม่ทันจบประโยค พี่เจก็พูดแทรกขึ้นทันที 

    “รบกวนด้วยครับ” เขายื่นมือถือของตัวเองให้พนักงาน แล้วหันมาหาฉัน

    “มองกล้องสิ อย่ามัวแต่มองพี่”

    “พี่ไม่หายไปไหนหรอก” เขาพูดติดตลกแล้วยิ้มจนใจฉันเต้นแรง พี่เจเอื้อมมือมาจับศีรษะของฉันอย่างนุ่มนวลให้หันไปมองกล้อง

    พี่เจ…กำลังทำให้ฉันสับสนไปหมดแล้วนะ 

    “สวยมากเลยค่ะ” พนักงานเอ่ย 

    “แต่ขอขยับใกล้กันกว่านี้อีกนิดได้ไหมคะ” 

      เมื่อพนักงานพูดจบ มือหนาก็เลื่อนมืออีกข้างมาโอบไหล่ฉันไว้ เขายิ้มให้กล้องอย่างเป็๲ธรรมชาติ แม้จะถ่ายรูปเสร็จแล้ว แต่มือของเขาก็ยังคงโอบไหล่ฉันเอาไว้แบบนั้น…โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหยุดหายใจ 

    “เจ…มาที่นี่ได้ยังไง?” ฉันหันไปมองตามเสียงและพบว่าเป็๞พี่พิมพ์ 

    ภาพที่เห็นพี่พิมพ์กับพี่เจที่โซฟายังคงติดตา ถึงเขาจะบอกว่าไม่ได้เป็๲อะไรกันก็เถอะ แต่ยิ่งคิดถึงมันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสับสนในใจ พี่เจบอกว่าเป็๲แค่เพื่อน...แต่การกระทำของพี่พิมพ์มันดูเกินกว่าคำว่าเพื่อนไปมาก 

    “พาน้องมาทานข้าว” พี่เจตอบกลับอย่างเรียบ ๆ 

    “สวัสดีค่ะ” ฉันยิ้มให้เธออย่างเป็๲มิตรแต่ก็ต้องประหลาดใจกับสายตาที่เธอมองมา มันเต็มไปด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเ๾็๲๰า ไม่เข้ากับรอยยิ้มหวาน ๆ เลยแม้แต่น้อย ราวกับจะบอกว่า อย่ามายุ่งกับคนของฉัน แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้คิดอะไร เธอก็เปลี่ยนสีหน้าและหันไปคุยกับพี่เจ 

    “เจ…เพื่อน ๆ อยู่นั่นกันหมดเลย” พี่พิมพ์พูดก่อนจะพยักหน้าไปทางฝั่งขวา

    “บ่นกันใหญ่…ว่าไม่ได้เจอเจนานแล้ว” 

      แล้วหลังจากนั้น เพื่อนของพี่เจเดินเข้ามาทักทาย พี่เต้ พี่กัน พี่ธี พี่กาญ และคนอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาต่างมองฉันกับพี่เจสลับกันไปมา สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนแซว แต่พี่เจก็ตอบกลับไปว่า น้อง ทุกครั้ง

    “นาน ๆ ทีจะอยู่กันครบ ขอจัดรียูเนียนปาร์ตี้เลยแล้วกัน” พี่เต้เอ่ยขึ้นด้วยความร่าเริง 

    “จัดที่บ้านกูเอง เคลียร์ไว้หมดแล้ว อีกชั่วโมงเจอกันนะ” 

    “เจ…มึงอย่าเบี้ยวนะ” ก่อนจะหันมาทางฉันและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า 

    “ชวนน้องเขาไปด้วยสิ” พี่เจนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเสียงเรียบ 

    “น้องไม่สะดวกนะ” แต่พี่กันก็แทรกขึ้นมา 

    “น้องยังไม่ได้ตอบเลยนี่ครับ…หรือว่าจริง ๆ แล้วเป็๞มึงที่ไม่สะดวกให้น้องไปกันครับ” 

      สายตาทุกคู่จ้องมาที่ฉันอย่างรอคำตอบ ฉันหันไปสบตาพี่เจ เหมือนเขาส่งสัญญาณบางอย่าง…ให้ฉันปฏิเสธ 

    “เอ่อ… คือ…” ฉันพยายามหาคำตอบแต่คำพูดของฉันถูกขัดจังหวะทันที 

    “งั้นตกลงตามนี้! เจอกันที่บ้านกู!” พี่เต้พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ แล้วโบกมือลาไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

    มีเพียงพี่พิมพ์ที่ยังไม่ละสายตาจากฉัน แม้สายตาที่จะยิ้มแต่กลับแฝงด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด 

    “เจอกันนะเจ…น้องส้ม” พี่พิมพ์ยิ้มหวาน ก่อนจะหันหลังจากไป 

    เมื่อทุกคนแยกย้าย พี่เจหันมาพูดกับฉัน “เราไม่ไปก็ได้นะ เดี๋ยวพี่บอกว่าไม่ค่อยสบาย” 

     ฉันมองหน้าเขานิ่ง…เขาไม่อยากให้ฉันไปขนาดนั้นเลยเหรอ หรือฉันเป็๲เพียงเด็กที่เขาคิดว่าจะไปขัดขวางโลกของเขา 

    “ไม่เป็๞ไร ส้มไปได้ค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา 

    ยิ่งเขาไม่อยากให้ฉันไป…ฉันก็ยิ่งอยากไป 

     เมื่อไปถึงฉันถึงกับตกตะลึง ปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำ บรรยากาศหรูหราอลังการ แสงไฟ EDM หลากสีสัน เครื่องดื่มมากมายที่มองดูก็รู้ว่าราคาแพงมากแน่ ๆ และกลุ่มสาว ๆ ที่แต่งตัวจัดเต็มยืนกระจายอยู่ทุกมุม 

    “นี่สินะ…เหตุผลที่เขาไม่อยากให้ฉันมา” ฉันคิดในใจขณะมองอย่างสำรวจไปรอบ ๆ 

    “ยินดีต้อนรับครับน้องส้มส้ม!” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแก้วแอลกอฮอล์ที่แนบเบา ๆ ที่แก้มฉัน พี่เต้ยิ้มกว้างอย่างเป็๞มิตร 

    “อย่ารุ่มร่าม” พี่เจพูดขึ้นพร้อมกับส่งสายตาราวกับไม่พอใจไปให้พี่เต้ พี่เต้เมินคำพูดนั้นของพี่เจก่อนจะเอ่ยว่า

    “ที่นี่มีทุกอย่างเลยนะ อยากได้อะไรขอแค่บอก” ฉันยิ้มรับเบา ๆ 

     พี่เจพาฉันเดินออกมายังโซนนอกสระน้ำ บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบกว่าบริเวณโซนอื่น ๆ เพื่อนของพี่เจกำลังสนุกสนานเฮฮากับผู้หญิงในชุดวาบหวิว

    ฉันมองทั้งหมดราวกับนี่เป็๞อีกโลกหนึ่งที่ฉันไม่เคยรู้จัก…