“ท่านแม่เราจะไปที่นั่นกันไหมเ้าคะ” หลี่เหนียงกระตุกแขนเสื้อเหม่ยอิง หญิงสาวผินหน้ามองลูกสาวที่อยากไปเที่ยวข้างนอก ใจจริงนางไม่อยากไปงานน้ำชาประชันบทกวีสักนิด เพราะที่นั่นคงมากล้นด้วยผู้คน อีกอย่างคือเหม่ยอิงเคยอ่านนวนิยายออนไลน์จำนวนมาก งานเช่นนี้ตัวเอกมักจะมีปัญหาในงานและโดนดูถูกด้วยเหล่าผู้สูงศักดิ์ สุดท้ายจึงต้องห้ำหั่นด้วยบทกวีและเอาชนะมาได้ แต่ต้องแลกด้วยความคับข้องใจใครหลายคน
เหม่ยอิงหาได้อยากมีเื่ยุ่งยากเช่นตัวเอกที่ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน ตอนนี้เพียงอยากพัฒนาที่ดิน 101 หมู่ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพด้วยผลผลิตนานาพันธุ์ แต่อย่างใดก็ตามสายตาไร้เดียงสานี้ทำให้นางยากที่จะปฏิเสธลง
สุดท้ายเหม่ยอิงจึงแย้มยิ้ม กล่าวว่า “ไปก็ได้”
“จริงนะท่านแม่!” หลี่เหนียงดูดีใจเนื้อเต้น เช่นเดียวกับลูกอีกสองคน
“แน่นอนสิ ไหนๆ ก็มาที่เมืองฉางเล่อทั้งที มาคราวนี้ไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อไหร่ ดังนั้นแม่จะพาพวกเ้าเที่ยวเอง เล่นให้หนำใจก่อนกลับบ้านพรุ่งนี้”
“ดีใจจัง”
“หลี่จุนไปบอกเย่เฟิงให้เตรียมตัว
“ขอรับท่านแม่”
.......
ณ ศาลาหวงจิ่นยามพลบค่ำ ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบหยงเหอเมืองฉางเล่อ เวลานี้มากด้วยผู้คนที่เดินทางไปศาลา อันเนื่องมาจากบัณฑิตมากฝีมือ้าแสดงผลงานของตัวเองคืนนี้ ทำให้คนทุกผู้อยากรับชมผลงานอันเป็บทกวีเลื่องลือ
คุณชายต่งอยู่ในชุดภูมิฐานสีขาว ผมถูกรวบเป็มวยปักด้วยปิ่นสีเขียวคล้ายอสรพิษ ข้างกายเขาคือบัณฑิตทั้งสามคน แต่งกายชุดภูมิฐานเช่นเดียวกันแต่มากด้วยสีสัน ผิดกับคุณชายต่งที่สวมใส่เพียงชุดขาว
“คุณชายต่งมาดื่มๆ วันนี้ไม่เมาไม่เลิก สุราพร้อมนารีงดงาม คืนนี้ช่างเหมาะกับการแต่งบทกวียิ่ง”
ต่งเฉียนซูเหลือบมองบุรุษใบหน้ายาว เขาชื่อว่าเฟิงกวน รูปร่างสูงโปร่งแต่ติดสุราและนารีไปหน่อย
“คุณชายต่ง วันนี้เราจะแต่งบทกวีเกี่ยวกับอะไรดี งานนี้ท่านเป็ผู้นำส่วนพวกเราตาม” ชายอีกผู้กล่าวถาม มีนามว่าหยางไค่
“คุณชายต่ง ท่านนั่งคนเดียวเยี่ยงนี้ไม่เหงาหรือ อยากได้นารีสักคนไหมล่ะ ข้ารู้จักแม่เล้าที่หอคณิกาด้วย รับรองว่าท่านต้องชอบแม่นางหวัง” อีกผู้ลามกแต่มากด้วยฝีมือ นามเสี่ยวกัง
“เสี่ยวกังพูดเช่นนี้ได้เช่นไร คุณชายต่งหาได้สนใจสถานที่เช่นนั้นไม่” อีกคนเข้ามาเป็ผู้หญิงเลอโฉมงดงามยิ่ง สวมใส่เสื้อสีเขียวผมถูกปักด้วยปิ่นหยก ปากแต้มสีชาดแก้มขาวอมเืฝาด
“คุณหนูหยางหยุน ฮ่าฮ่า ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง มิได้จริงจังหรอกท่านอย่าโกรธไป” เสี่ยวกังไม่กล้าขัดใจผู้หญิงตรงนี้ หากสกุลต่งเป็สกุลอันดับหนึ่งในเมืองฉางเล่อ สกุลหยางก็คงเป็อันดับสอง
หยางหยุนมองบุรุษผู้มักมากด้วยหางตา ก่อนจะชะม้ายชายตาบุรุษที่หมายปอง คุณชายต่ง
“คุณชาย ท่านนั่งเช่นนี้เป็เวลานานแล้ว ท่านกำลังรอใครอยู่หรือเ้าคะ” หยางหยุนถือวิสาสะนั่งข้างเขา เอื้อมมือไปรินน้ำชาจากการ้อนๆ ใส่ถ้วยให้
“ใครคนหนึ่งที่น่าสนใจน่ะ” ต่งเฉียนซูตอบ มือซ้ายจับพัดน้อยๆ โบกระบายความร้อน ไม่สิดูเหมือนลึกๆ เขาจะไม่ชอบหยางหยุนเสียมากกว่า เพราะก่อนที่นางจะมาเขาก็ไม่เห็นหยิบพัดขึ้นมาเลย การกระทำแบบนี้คือการบอกเป็นัยๆ ว่าให้ออกไปเสียมันน่ารำคาญ
แต่หยางหยุนหารู้ไม่ นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาแล้วเป่าริมฝีปากผลิแย้มปานดอกกุหลาบ ทำให้ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ด้วยบนโต๊ะมองนางปานอสรพิษอยาก แต่น่าเสียดายที่สถานะพวกเขาด้อยกว่าสกุลหยาง จึงไม่สามารถสู้กับต่งเฉียนซูที่อยู่ข้างกายได้
“ใครกันเ้าคะที่ทำให้คุณชายนั่งรอ” หยางหยุนถามแย้มยิ้ม ก่อนจะวางถ้วยชาไว้ตรงหน้าเขา “ดื่มสิเ้าคะ ชาจากูเาหลิงตงขึ้นชื่อเื่ความหอมและรสชาติเป็พิเศษ โดยเฉพาะตอนที่มันยังร้อนอยู่ต้องรีบกินนะเ้าคะ”
“ขอบใจ” ต่งเฉียนซูหาได้ปฏิเสธไม่ มือเอื้อมไปหยิบน้ำชาที่ถูกเสิร์ฟโดยคุณหนูหยางที่น่ารำคราญ ผู้หญิงคนนี้เป็ประเภทเหมือนปลิงแต่ข้อดีของนางก็มี นั่นคือการชงชา
นอกจากนั้นชาจากูเาหลิงตงยังหอมสมคำล่ำลือ หนึ่งปีเก็บใบชาได้ครั้งเดียว แถมการเก็บเกี่ยวยังค่อนข้างลำบากเพราะูเาสูงและหน้าผาชัน ใบชาเกิดน้อยมากและด้วยสภาพอากาศแย่ ทำให้ราคาของชาหลิงตงพุ่งทะยาน มีเพียงคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถจ่ายได้
“คุณชายต่ง ทุกอย่างพร้อมแล้วและทุกคนก็รออยู่ ดังนั้นพวกเราควรจะเริ่มแต่งบทกวีได้แล้ว” เสี่ยวกังกระตุ้น
คุณชายต่งวางชาลง แล้วหันไปมองโต๊ะทั้งสี่ถูกจัดเตรียมไว้ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่นั่น มีกระดาษสีขาวผืนใหญ่วางไว้พร้อมกับพู่กันและหมึก
เพราะการเคลื่อนไหวของคุณชายต่งจึงทำให้สามบัณฑิตลุกขึ้นมา นอกจากนั้นยังมีคุณหนูหยางผู้เลอโฉมงดงาม
ทุกผู้ที่มาร่วมงานน้ำชาวันนี้ต่างอยากรับชมบทกวีของทั้งสี่คน โดยเฉพาะคุณชายต่งที่มากฝีมือ เขานั้นถือเป็ขวัญใจของใครหลายคนในเมืองฉางเล่อ
ต่งเฉียนซูหาได้สนใจสายตาเ่าั้ไม่ เขาหันไปมองดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่สุกสกาว ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “บทกวีที่จะแต่งวันนี้ ย่อมเกี่ยวกับพระจันทร์”
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในงานน้ำชาประชันบทกวี ทุกผู้ต่างรอคอยการแสดงของคุณชายต่ง
เมื่อตั้งเงื่อนไขเรียบร้อยเสี่ยวกังเป็ผู้แรกที่ขยับ เขาไม่ได้ฝนหมึกเองแต่ปล่อยให้หน้าที่นั้นเป็ของผู้รับใช้ที่ตามมาด้วย ต่งเฉียนซูก็ไม่มีข้อยกเว้น ตอนนี้เขากำลังมุ่งเน้นไปที่บทกวีอันลือนามที่กำลังร่ายรำผ่านพู่กัน
พู่กันเริ่มเคลื่อนไหว คำแรกเริ่มถูกเขียนบนกระดาษสีขาว
'ดวงจันทร์พร่างพรายงดงาม หัวใจข้าดั่งสุราหลงเมามายในรัก ใยเ้าจึงต้องจากไป ผินหน้ามองจันทร์ทุกคืนวาน ยังคงรอเ้า ณ เมืองฉางเล่อ'
ชื่อบทกวี ดวงจันทร์พร่างพราย
ตัวอักษรทุกตัวที่ถูกเขียนลงไปนั้นราวกับัพลัดถิ่น งดงามชวนหลงไหล โดยเฉพาะผู้ประพันธ์บทกวีเป็ถึงชายหนุ่มผู้หล่อเหลา หญิงสาวใดเล่าจะอดใจไหว โชคดีที่คุณหนูหยางยืนอยู่ไม่ไกล จึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามารบกวนคุณชายต่ง
หลังจากประพันธ์บทกวีเสร็จ ใบหน้าของต่งเฉียนซูก็ไม่น่าดูนัก เขารู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ ดังนั้นจึงหันกลับมาแล้วนั่งลงบนโต๊ะ ดื่มน้ำชาดับความฟุ้งซ่าน
คุณหนูหยางเดินเข้าไปรับชมบทกวีที่ถูกแต่ง มุมปากนางแย้มยิ้มดุจกุหลาบ “อาฉู บทกวีที่ถูกแต่งเรียบร้อยแล้วให้นำไปติดที่โถงใหญ่ ให้ทุกผู้รับชมบทกวีของคุณชายเสีย”
“ขอรับคุณหนู” อาฉูเป็ผู้ติดตามของคุณหนูหยาง เมื่อรับคำสั่งก็รีบปฏิบัติหน้าที่ทันที
หยางหยุนเมื่อสั่งการเสร็จหาได้สนใจบัณฑิตทั้งสามไม่ พวกเขากำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับบทกวีคืนนี้ ซึ่งไม่ใช่เื่ง่ายที่จะประพันธ์มันออกมาดังเช่นคุณชายต่ง
“บทกวีนี้ดียิ่ง คุณชายข้าขอร้องเพลงให้ท่านได้ไหมเ้าคะ”
ต่งเฉียนซูเงยหน้ามองเ้าของเสียง พบว่าเป็ผู้หญิงสวยอีกคน แต่สำหรับหยางหยุนที่เห็นผู้มาใหม่นางกลับไม่รู้สึกยินดีนัก
“หวังหยาน!” หยางหยุนขบฟันกรอด ผู้หญิงนางนี้ในสายตานางเป็ได้แค่นางคณิกาขายเสียงเพลง แม้จะไม่ขายเรือนร่างดังเช่นสตรีชั้นต่ำแต่ไม่มีอะไรต่าง สำหรับนางคนประเภทนี้ร้ายกาจยิ่ง คารมคมคายยั่วยวนจนบุรุษตายใจ ใครรับเข้าไปเป็อนุภรรยามีหวังได้หมดตัว
“ได้สิแม่นาง” ต่งเฉียนซูตอบรับ แม้หญิงตรงหน้าจะเป็ที่กล่าวขานของใครหลายคนในเมืองฉางเล่อ แต่สำหรับเขานั้นความงามหาได้มีประโยชน์ไม่
“ขอบคุณเ้าค่ะ” หวังหยานแย้มยิ้ม นางกับผู้ติดตามเริ่มบรรเลงเสียงเพลงอย่างช้าๆ ทุกผู้ที่มาร่วมงานวันนี้ต่างเข้ามามุงดู หนึ่งในนั้นมีเหม่ยอิงกับลูกๆ
เสียงหวานๆ ของหวังหยานแย้มออกมา มันราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง ยามที่ทุกผู้ได้ฟังต่างหลงไหลตกอยู่ในภวังค์แห่งเสน่ห์ของนาง
'ดวงจันทร์พร่างพรายงดงาม...' เสียงของหวังหยานค่อยๆ ดังขึ้น สะกดคนทุกผู้อย่างช้าๆ
เหม่ยอิงยืนเงียบๆ อยู่ในฝูงชนหาได้ทำตัวเป็ที่น่าสนใจดังตัวเอกนิยายออนไลน์ผู้โง่เขลา แต่หารู้ไม่ว่าตัวเองตกเป็เป้าสายตาของชายผู้หนึ่ง
ต่งเฉียนซู
ทว่าคุณชายต่งหาได้ลุกขึ้นไปทักทายนางที่ยืนอยู่ในฝูงชน ตอนนี้หวังหยานกำลังร้องบทกวีที่เขาแต่ง ขับขานเป็เพลงอันไพเราะ หากลุกขึ้นไปเกรงว่าจะเสียมารยาท
หลังจากที่เสียงของนางจบลง ทุกผู้ต่างปรบมือและกล่าวชื่นชม
“แม่นางหวังสุดยอดมาก ใช้เวลาไม่นานก็สามารถคิดท่วงทำนองออก แต่งให้เข้ากับบทกวีของคุณชายต่ง น่านับถือน่านับถือ”
“ไม่หรอก ข้าคนเดียวคงไม่สามารถคิดท่วงทำนองออก ต้องขอบคุณอาจารย์เมี่ยวเสี่ยวซานที่อยู่ตรงนี้” หวังหยางไม่กล้ารับหน้าผู้เดียว ถึงอย่างไรเสียนางก็แค่คณิกาขายเสียง หาได้มีความสามารถแท้จริงดังเช่นอาจารย์
อาจารย์ที่นางกล่าวถึงนั่งอยู่ข้างๆ เป็ผู้หญิงสวยอีกคน อายุราว 30 ปี มีผมสีดำยาว ั์ตาคู่นั้นงดงามดังจิ้งจอก
เย่เฟิงเหลือบมอง ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป แต่หาได้เคลื่อนไหวไม่ เพียงยืนอยู่ที่เดิมกับเหม่ยอิง
บัณฑิตมากฝีมือทั้งสามผู้เองก็แต่งกวีเสร็จแล้ว แต่กลับไม่ได้รับความสนใจเท่าคุณชายต่ง
“เฮ้อ ดูว่าวันนี้เองก็แพ้คุณชายต่งอีกแล้วสินะ” เสี่ยวกังส่ายหน้า ไม่ได้รู้สึกผิดไปจากที่คาดไว้
ตอนนั้นเองคุณชายต่งเคลื่อนไหว หยางหยุนมองคุณชายต่งตลอด ดังนั้นพอเห็นทิศทางที่เขาเดินไปจึงค่อนข้างงงงวย
“เขาไม่ได้ไปหาหวังหยาน งั้นผู้ใดกัน?”