โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 38 มีแต่ราคาแต่ไม่มีในตลาด

    ตอนที่ 38 มีแต่ราคาแต่ไม่มีในตลาด"ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น แม่ของผมบอกว่าอยากจะใช้เวลากินอาหารแบบผู้หญิงด้วยกันกับฟางเฉียนโหรว" เกี่ยวกับเหตุผลที่แสนแปลกประหลาดยากที่จะเข้าใจได้นี้ เซิงห่าวก็รู้สึกได้แต่เพียงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สามารถคิดได้เพียงแต่ว่าแม่ของเขาต้องการที่จะคุยอะไรบางอย่างกับฟางเฉียนโหรวหลินเหยาที่เดินนำอยู่ทางด้านหน้า ก็ได้หันหน้ากลับมามองทั้งสองคนที่เดินได้เชื่องช้ากันเกินไปถึงขนาดนั้น เธอก็ได้เข้ามาเร่งโดยที่โพล่งออกมาว่า : "พวกคุณสองคนทำไมถึงได้เดินกันช้าถึงขนาดนั้น เร็วๆกันหน่อยสิ"ทั้งสองคนจึงค่อยได้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นมาอีกจนกระทั่งหลังจากที่ได้เข้ามาจนถึงภายในเค่อเซียนจู เซิงห่าวกึงกับได้มองเห็นปากทางเข้าที่เป็นเหมือนกับถ้ำขุมทรัพย์ ที่เพียงแต่หากมองมาจากด้านนอกของเค่อเซียนจู ก็พอที่จะทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเก่าแก่ได้ และเมื่อได้เดินเข้าไปด้านใน กลับมีแสงสีอันเฉิดฉายด้วยความหรูหรา ให้ความรู้สึกที่มีระดับเป็นอย่างยิ่งคาดว่าการรับประทานอาหารแค่มื้อเดียวในสถานที่แบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียวเซิงห่าวก้าวไปอยู่ด้านหลังของหลินรั่วเฉิน จนกระทั่งได้มาถึงชั้นบนสุดของเค่อเซียนจูแล้ว ทั้งสามคนเข้าไปในห้องส่วนตัวโดยมีบริกรคอยนำทางให้ส่วนเรื่องสั่งอาหารนั้น ในระหว่างนั้นหลินเหยาก็ไม่มีความลังเลที่จะยื่นมือออกมาเลยแม้แต่น้อย นิ้วมือที่ชี้ไปบนเมนูอาหารด้วยอาการที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเหลือล้น "อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้"หลังจากที่สั่งอาหารไปแล้วห้าถึงหกอย่าง เซิงห่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากเพื่อห้ามปรามเอาไว้ : "พวกเรามีกันแค่สามคน เธอสั่งอาหารไปเยอะขนาดนั้นจะไปกินหมดได้ยังไง? "หลินรั่วเฉินที่อยู่ด้านข้างก็ได้พูดขึ้นว่า : "ใช่แล้ว ขอแค่ลูกกินได้ทั้งหมด ลูกก็สั่งได้เต็มที่เลย" หลินเหยาจึงค่อยสะบัดมือออกไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไรนักหลินรั่วเฉินได้สั่งเหล้าขวดหนึ่ง จากนั้นก็ได้สั่งน้ำอัดลมมาอีกหนึ่งขวด ส่วนเหล้าก็ต้องเป็นเขาที่ดื่มเองอยู่แล้ว หลินเหยาและเซิงห่าวที่ยังถือว่าเด็กอยู่ จึงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักที่จะดื่มเหล้า ดังนั้นจึงได้แค่ดื่มน้ำอัดลมเท่านั้นหลังจากที่หลินเหยาเห็นเหล้ามาเสิร์ฟ เธอก็กลอกตาไปมา สายตาก็จับจ้องไปที่เหล้าขวดนั้น "ป๊า ความจริงพวกเราไม่ใช่ถือว่าเด็กกันแล้วนะ น่าจะดื่มเหล้าได้บ้างแล้วล่ะ"หลินรั่วเฉินได้ยินเธอพูดมาแบบนั้น เขาก็ได้ดึงขวดเหล้ามาไว้บนเก้าอี้ข้างตัวเอง ไม่ยอมให้เธอได้แตะเลยด้วยซ้ำ : "เป็นสาวเป็นนางก็อย่าได้ดื่มแล้ว แต่เซิงห่าวจะลองดูสักหน่อยก็ได้ หรือไม่เซิงห่าวอยากจะลองดื่มดูสักแก้ว"เซิงห่าวส่ายหัว :"ไม่ครับ ผมดื่มน้ำอัดลมก็พอแล้ว" หากดื่มเหล้าแล้วละก็ต้องมีกลิ่นเหล้าตัวแน่นอน ถ้ากลับบ้านแล้วถูกจงซิ่วฉินเห็นว่าดื่มเหล้ามา คงไม่พ้นต้องจับมาว่ากล่าวตักเตือนกันสักรอบแล้วหลินเหยาที่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ก็ได้พูดจาดูถูกขึ้นว่า : "อะไรกัน ไม่ดื่มเหล้ายังถือเป็นผู้ชายได้อีกหรือไง"เซิงห่าวรู้ว่าคำพูดของเธอไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ดังนั้นก็เลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามเรื่องที่เขาจะใช่หรือไม่ใช่ผู้ชายนั้นยังไม่ใช่เธอพูดตัดสินเอาได้อยู่แล้ว"ใช่แล้ว" หลินรั่วเฉินได้มองไปที่หลินเหยา แล้วพูดว่า : "เมื่อตอนที่จะมาพูดไว้ว่ายังไง ลูกไม่ได้บอกไว้ว่ามีของบางอย่างจะให้เซิงห่าวหรอกเหรอ? ""มีของจะให้ฉัน? " เซิงห่าวก็มองไปที่หลินเหยา โดยที่แอบคิดว่าเธอจะให้อะไรกับเขากันนะ หรือว่าที่แท้ก็เพื่อที่จะตอบแทนที่เขาช่วยเธอเอาไว้ เธอก็เลยซื้อของขวัญมาให้? เมื่อหลินเหยาได้ยินหลินรั่วเฉินพูดแบบนั้น ก็ดูเหมือนอยู่ในอาการบ่ายเบี่ยงอย่างไม่เต็มใจอยู่บ้าง เธอหยิบกระเป๋าของตัวเองออกมา ค้นสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋า แล้วก็ได้หยิบสมุดสีแดงเล่มหนึ่งออกมา เมื่อเซิงห่าวได้เห็น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นบัตรเชิญงานประชุมนักประเมินสมบัติครั้งที่สองที่เขาได้มาจากการชนะการเดิมพันมาจากเฉิงจื่อหาวที่แท้ก็คือสิ่งนี้เองสำหรับการประชุมนักประเมินสมบัตินั้นเซิงห่าวมีความสนใจอยู่มากเลยทีเดียว ถึงยังไงการที่ได้ไปสถานที่แบบนั้นก็ถือได้ว่าสามารถเพิ่มพูนความรู้ให้กว้างขวางได้ไม่น้อยเลยทีเดียวหลินเหยาได้เอาสมุดสีแดงเล่มนั้นส่งให้เซิงห่าว : "นี่น่ะ อันนี้เป็นนายที่ชนะแล้วได้มา คืนให้นาย""ขอบคุณนะ" เซิงห่าวก็ไม่เกรงใจกับเธอเลย อีกทั้งยังรับมาด้วยความเบิกบานใจ เมื่อได้มองไปที่ตัวอักษรที่เขียนอยู่บนนั้นว่าบัตรเชิญการประชุมผู้ประเมินสมบัติครั้งที่สองแล้วนั้น เขาก็ได้แต่อุทานออกมาในใจไม่คาดคิดเลยว่าของสิ่งนี้ที่มีมูลค่าถึงสิบล้านหยวน แล้วยังเป็นของที่แต่ราคาแต่ไม่มีในตลาดอีกด้วย"ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก เดิมทีแล้วก็เป็นนายเองที่ชนะมาได้ อีกทั้งครั้งนี้นายยังช่วยฉันเอาไว้อีก ถือว่าฉันคืนให้นายก็แล้วกัน ยังไงของชิ้นนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับฉันอยู่แล้ว" หลินเหยาพูดอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก แต่ทว่าเวลานั้นแววตาหลินรั่วเฉินก็ได้มองไปที่เธออย่างไม่ละสายตาหลินรั่วเฉินยังคงพูดต่อว่า : “แล้วยังมีอะไรอีกนะ?” ยังมีอีก? เซิงห่าวก็ได้เก็บจดหมายเชิญเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ในใจก็ได้แต่สงสัยว่ายังมีของอะไรอีกกัน แต่ก็นึกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ในตอนที่เขาเปิดหยกออกมาได้ เขาก็ชนะเดิมพันได้เงินอีกสิบล้านหยวน หรือว่าหลินเหยาจะคืนเงินสิบล้านหยวนให้เขา? เมื่อคิดได้ว่าตัวเองจะได้กลายเป็นเศรษฐีที่มีเงินสิบล้านหยวน ในช่วงเวลานั้นเซิงห่าวมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว แต่ขณะนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตารออยู่เหมือนกันเพียงแต่เห็นหลินเหยาอยู่ในอาการไม่ยินยอม เธอก็ขุดคุ้ยสิ่งของในกระเป๋าของเธออีกครั้ง แล้วก็หยิบหยกก้อนหนึ่งออกมา คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นฝูลู่โซ่วสี่ เธอยิ้มพลางยื่นให้กับเซิงห่าว : "ให้นาย"เซิงห่าวถือฝูลู่โซ่วสี่เอาไว้ด้วยอาการตะลึงลานหลินเหยากัดฟัน และสุดท้ายก็ขุดคุ้ยอีกครั้ง แล้วก็หยิบหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งออกมา แล้วยังมีแววตาที่อาลัยอาวรณ์ต่อหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง เมื่อเธอส่งมันให้เซิงห่าวก็ทำเหมือนกับว่าบ้านแตกสาแหรกขาด พูดออกมาอย่างเศร้าสร้อยอย่างสุดซึ้งว่า : "ให้นาย""ฉันยังคิดว่าเธอจะให้เป็นเงินสิบล้านหยวนนะ" เซิงห่าวขบริมฝีปากแล้วพูดออกมา เขาเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าหลินเหยาจะให้หยกทั้งสองก้อนนี้แก่เขา สำหรับหยกทั้งสองก้อนนี้ เขากลับไม่ได้มีความสนใจอะไรมากเท่าไรนักเมื่อหลินเหยาได้ยินคำพูดของเขา ก็ได้ฟาดฝ่ามือตบลงไปบนโต๊ะ : "อะไรนะ? ไม่คิดเลยว่านายมีพวกเขาแล้วยังจะต้องการเงินสิบล้านหยวนอีก? นายมันจะโลภมากกันเกินไปแล้ว! เงินสิบล้านหยวนนี้ถือว่าเป็นเงินของหยกทั้งสองก้อนนี้เลยนะ! "เซิงห่าวถูกทำให้ตกใจจนสะดุ้งโหย่ง แต่เขาก็เห็นแล้วว่า ในตอนที่หลินเหยาพูดออกมาแบบนี้ แต่ก็ยังส่งสายตาอาลัยจับจ้องไปที่หยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งก้อนนั้นอยู่เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งนี้ท่าทางจะเป็นของดีอย่างแน่นอน และยังดึงดูดเด็กสาวเป็นง่ายเป็นพิเศษ ดูแล้วหลินเหยาคงจะชอบหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งก้อนนี้มาก ดังนั้นถึงได้สามารถมีปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ขนาดนี้เขาได้เอาหยกทั้งสองก้อนนั้นคืนกลับไปให้หลินเหยา "ก่อนหน้านี้ฉันพูดไปแล้ว ว่าสองก้อนนี้ส่งให้เธอเป็นคนจัดการ เธอไม่จำเป็นต้องคืนมาให้ฉันหรอก"หลินเหยาได้ยินดังนั้น ก็ได้ทอแววตาเป็นประกายแวววับขึ้นมา เอื้อมมือไปกอดหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งไว้ : "นั่นคือสิ่งที่นายพูด ส่วนเงินสิบล้านหยวนที่ฉันไม่ได้เอาติดตัวมาด้วย ถ้าวันไหนว่างๆก็ค่อยพูดถึงเรื่องนี้อีกทีก็แล้วกัน" เธอก็ได้หันไปมองที่หลินรั่วเฉิน "ป๊า ป๊าได้ยินแล้วใช่ไหม เขาบอกให้หนูเป็นคนจัดการ"เซิงห่าวเองก็ดูออก น่าจะเป็นเพราะหลินรั่วเฉินบังคับให้เธอเอาของมาคืนให้เขา เขาก็เลยพูดขขึ้นว่า : "คุณลุงครับ หยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งก้อนนี้อยู่กับผมไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงก็ตามในเมื่อหลินเหยาเธอชอบขนาดนั้นก็ยกให้เธอเถอะครับ"หลินรั่วเฉินส่ายหัว : "แต่ว่าอันนี้ที่จริงแล้วเธอเป็นคนขุดเปิดออกมาได้ ลูกเก็บเอาไว้แบบนี้คิดว่ามันจะดีแล้วรึ ถึงยังไงหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งก็ถือเป็นของที่ล้ำค่าเกินไป"มูลค่าของหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งเขาย่อมต้องจ่ายให้ได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งนี้ก็หาพบได้ยากจนเกินไป ใช่ว่าจะสามารถใช้เงินเป็นตัววัดได้ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งที่มีจิตวิญญาณที่สุดถึงขนาดนี้อีกหลินเหยาก็ได้หันไปมองเขาอย่างน้อยใจ : “ป๊า......” หลินรั่วเฉินยังคงพูดอย่างเด็ดเดี่ยว : “พ่อบอกแล้วว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้” เซิงห่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า : "ก็เป็นเพราะหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งก้อนนี้ล้ำค่าจนเกินไป ถ้าหากมีคนรู้ว่าผมมีหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง คิดว่าสักวันผมก็น่าจะโดนขู่กรรโชกแน่นอน" เขาก็ได้หยักไหล่ไม่มีทางที่เขาจะกลัวว่าจะมีคนมาขู่กรรโชกอยู่แล้ว คนที่จะขู่กรรโชกเขาจะมีก็แต่สิ่งที่เรียกกันว่าเสียใจในภายหลังเท่านั้น ที่สำคัญก็คือเขาได้เห็นว่าหลินเหยาชอบมันถึงขนาดนั้น อีกทั้งยังคล้ายกับเกิดเป็นความผูกพันจนไม่อยากที่จะพลัดพรากไปจากกันเลยทีเดียวหลินเหยาเมื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบพูดเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว : "ใช่แล้วละ ป๊า หนูก็แค่เก็บไว้ในตู้เซฟบ้านเราเท่านั้น ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อขอบคุณเซิงห่าว พวกเราช่วยเขาเก็บรักษาเอาไว้เถอะ! "ฮึฮึ สุดท้ายก็ถือว่าเขาก็เข้าใจสถานการณ์ รู้จักพลิกแพลงและพูดไปตามสถานการณ์ได้ อย่างมากก็แค่ถ้าครั้งหน้าถ้าเขาพบกับอุปสรรคความยากลำบากอะไร ฉันก็คอยช่วยเขาเองหลินเหยาก็ยิ้มปริมจนตาของเธอกลายหรี่จนคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยวไปแล้ว....