[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

    บทที่ 10 สวยแล้วยังหาเงินเป็นอีก (รีไรท์)

    บทที่ 10 สวยแล้วยังหาเงินเป็๲อีก (รีไรท์)


    ซ่งชิงซีเองเมื่อเห็นเช่นนั้น หลังจากได้รับเงินมาก็รีบรินชาใส่ถ้วยแล้วส่งให้ชายหนุ่มทันที


    ทว่าชายเครายาวเพิ่งจะกัดเจียนปิ่งคำแรกเข้าปาก เขาพลันรู้สึกว่าสิ่งนี้อร่อยยิ่งนัก มันราวกับว่าทำให้เขาผู้ซึ่งน้ำหนักร้อยเก้าสิบจิน*[1] สามารถบินขึ้นไปบนฟ้าได้ จนไม่มีเวลาดื่มชา


    แล้วเขาก็ลั่นเสียงดังออกมา “อร่อย อร่อยจริง ๆ! นี่เป็๲อาหารที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาเลย! อย่าว่าแต่สิบเหรียญเลย ยี่สิบเหรียญก็คุ้มนัก แม่นาง ข้าขออีกชิ้น!”


    “ได้เลย!”


    ซ่งชิงหลันทำเจียนปิ่งอีกอันอย่างชำนาญ


    ฝูงชนซึ่งเฝ้าดูชายเครายาวกินอย่างเอร็ดอร่อยนั้นพลันรู้สึกอยากกินจนต้องยอมควักเงินออกมาจ่าย


    “แม่นาง ให้ข้าด้วย”


    “ข้าด้วยชิ้นหนึ่ง”


    “ได้เลย ได้ พวกท่านกรุณารอประเดี๋ยว!"


    โชคดีที่ซ่งชิงหลันนำกระทะมาสองใบ จึงสามารถทำเจียนปิ่งได้สองชิ้นในเวลาเดียวกัน


    “อืม! ไม่เลว ไม่เลว! นี่เป็๲อาหารเช้าที่ดีที่สุดที่ข้าเคยกินมาเลย”


    “คราแรกคิดว่าแม่นางใจดำ แต่ข้ากลับไม่รู้อันใดเลย จนตอนนี้ได้ลิ้มลอง แม่นางคิดเงินน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เอาให้ข้าอีกชิ้น!”


    “เช่นนั้นข้าก็เอาด้วย”


    “ข้าเอาหนึ่งชิ้น!”


    “ขอสอง!!!”


    “ขอสาม!!!”


    ...


    หลังจากนั้นไม่นาน ร้านเล็ก ๆ ของซ่งชิงหลันก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน


    “ทุกท่านโปรดอย่ารีบร้อน โปรดเข้าแถวก่อนเพื่อที่ข้าจะทำได้เร็วกว่านี้ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ!”


    ทางเข้าเมืองเต็มไปคนดีคนเลวปะปนกัน อาจเรียกว่าเป็๲ที่รวบรวมผู้คนทุกประเภท


    หากเป็๲ร้านอื่นแล้วต้องรอนานขนาดนี้ ลูกค้าย่อมก่นด่าและต่อว่าไปแล้ว


    ทว่าซ่งชิงหลันนั้นคือหญิงงามผู้หนึ่ง ซ้ำยังดูอ่อนหวาน รอยยิ้มเองก็อบอุ่นราวกับดวงอาทิตย์ จึงทำให้ทุกคนเข้าแถวตามที่นางบอก


    จู่ ๆ ก็มีน้ำเสียงใจดีดังขึ้นมา “แม่นาง อย่าได้กังวลไป เ๽้าจะทำของอร่อย ๆ นานกว่านี้ก็ได้”


    “ใช่ ๆ เราไม่รีบร้อน ยังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าที่ประตูเมืองจะเปิด”


    ซ่งชิงซีนำชามชาร้อนมาให้พวกเขา


    “อากาศหนาวเย็น เชิญทุกท่านจิบชาให้ร่างกายอบอุ่นขอรับ”


    หลังจากดื่มชาแล้ว ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า


    “พี่น้องพวกนี้ช่างมีน้ำใจนัก ปกติแล้วดื่มชาร้อนสักถ้วยในโรงน้ำชาต้องจ่ายถึงสองเหรียญ”


    “ใช่แล้ว ในอนาคตหากข้าผ่านมาที่นี่ ข้าจะต้องมาอุดหนุนกิจการของแม่นางแน่”


    ทุกคนเอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะ และมีบางคนเริ่มจีบซ่งชิงหลัน


    “แม่นาง เ๽้าชื่ออันใดหรือ?”


    “เ๽้าอายุเท่าไหร่ แต่งงานหรือยัง”


    ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าชื่อซ่งชิงหลัน อายุสิบหกปี สามีของข้าไปร่วมรบในกองทัพจึงจากเราไป แม่สามีของข้าตัดสินใจให้เราหย่ากัน ตอนนี้ข้าเลี้ยงลูกชายและลูกสาวเพียงลำพัง จึงต้องออกมาขายของเพื่อหาเลี้ยงชีพแต่เช้าตรู่เช่นนี้”


    นางคิดว่าหากบอกว่าตนเองหย่าร้างแล้ว ในความคิดแบบศักดินาโบราณ ผู้คนย่อมหัวเราะเยาะนางเป็๲แน่


    ผู้ใดจะคาดคิดกันว่าคนพวกนั้นกลับปลอบใจนางแทน


    “หา! ครอบครัวสามีไยช่างใจไม้ไส้ระกำเช่นนี้? มีลูกสะใภ้ทั้งสวย ทั้งเก่ง และมีคุณธรรมปานนี้กลับให้หย่าร้าง หากในอนาคตลูกชายไม่ได้ตายจากแล้วกลับมาบ้าน ไม่เท่ากับว่าเป็๲การทำลายชีวิตลูกชายหรือ?"


    “ใช่ ๆ ดูเสียว่าแม่นางเก่งกาจเพียงใด ทั้งสวย ทั้งหาเงินได้”


    “น้องหญิง พี่ชายคนนี้สนใจในตัวเ๽้า ภรรยาของพี่จากไปด้วยโรคภัย ทิ้งลูกชายไว้สองคน ครอบครัวของพี่ค้าขายผ้า แต่งงานกับพี่ชายเถิด พี่จะเลี้ยงดูเ๽้าและลูกเอง”


    “ฮ่า ๆ...”


    ผู้คนทั่วทั้งบริเวณพลันหัวเราะเสียงดัง อารมณ์ของซ่งชิงหลันจึงแปรเปลี่ยนตามไปด้วย “ชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งงานใหม่อีก อยู่กับลูกทั้งสองนั้นเพียงพอแล้ว”


    ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ในสมัยโบราณนั้นไม่เรียกว่าสัมพันธ์ แต่ล้วนแล้วเป็๲การที่แม่สามีรังแกลูกสะใภ้


    นางอยากจะขอบคุณ๼๥๱๱๦์ที่ทำให้นางข้ามขั้นไปตอนที่ให้กำเนิดบุตรทันที ในเมื่อมีลูกถึงสองคนแล้ว ย่อมไม่มีที่ให้ชายอื่นใดเข้ามา


    คำว่า ‘แม่สามี’ จึงถูกแยกออกจากนางเช่นกัน





    [1] หนึ่งจิน เทียบเท่า ครึ่งกิโลกรัม ร้อยเก้าสิบจิน เทียบเท่า เก้าสิบห้ากิโลกรัม