อาชาร่างกำยำ 2 ตัว ลากรถม้าที่เรียบง่ายดูธรรมดาแต่กลับดูสะอาดสะอ้านไม่น้อย มาจอดที่หน้าคฤหาสตระกูลวิลฟอร์ด
ชายชราอายุราวๆ 60-70 ปี ผมยาวเครายาวสีขาวโบกสะบัด แต่งกายด้วยชุดเรียบง่ายแต่เนื้อดี ท่าทางแข็งแรงกว่าวัยเดินออกมาจากรถม้า ด้านหน้าของเขายืนรอรับด้วยลอร์ดวิลฟอร์ด และเหล่าคนรับใช้
“ยินดีต้อนรับครับท่านอาจารย์ฟิลิป” ลอร์ด อาเทอร์ วิลฟอร์ด ก้มหัวลงเคารพอดีตอาจารย์ของเขา
“โอ้อาร์ทคุง ออกมารับเองเลยงั้นหรอ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า” ชายชราเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงสนิทสนมท่าทางใจดี
“เชิญเข้าไปพักก่อนเถอะครับท่าอาจารย์ท่าน่าจะเดินทางมาเหนื่อย” ลอร์ดวิลฟอร์ดกล่าวขึ้นอย่างเคารพ
“ไม่เป็ไรๆ ไม่เหนื่อยขนาดนั้น จะว่าไปไปเรียกลูกของเข้ามาเจอเราหน่อยสิ ข้าซื้อขนมมาฝากเขาด้วย” ชายชรากล่าวขึ้น ก่อนจะเดินตามเ้าบ้านไปที่ห้องรับแขก ส่วนเหล่าข้ารับใช้ก็นำข้าวของที่นำมาไปให้เก็บที่ห้องที่เตรียมไว้
เสียงสนทนาดังขึ้นระหว่างศิษย์อาจารย์ ในห้องโถงที่ดูหรูหราไม่น้อย ทั้งสองถามไถ่สารทุกข์สุกดิบพูดคุยกันอย่างออกรส ผ่านไปชั่วครู่เด็กน้อยเคนอสก็เดินเข้ามาในห้องรับแขก
เด็กน้อยก้มหัวลงก่อนจะกล่าว “เคนอส วิลฟอร์ดขอทำความเคารพท่านอาจารย์ครับ”เสียงใสดังขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า เด็กดีๆ นั่งลงก่อนสิ ตาแก่คนนี้เอาขนมมาฝากด้วยนะ” ชายชราพูดขึ้นอย่างมีอัธยาศัย
“ครับ” เด็กน้อยกล่าวขึ้นอย่างร่าเริงก่อนจะนั่งลงไปข้างพ่อของเขา
“อ้าวมาลองนี้ ‘มาการอง’ ชั้นซื้อมาจากเมืองหลวงหนะ ลองชิมดูซิ”เสียงใจดรเอ่ยขึ้น
“น่ากินจังครับ” เด็กน้อยตาเป็ประกาย
“อร่อย!!!! อร่อยมากกกก อร่อยสุดๆ” เด็กชายกล่าวชมอย่างไม่ขาดปาก ด้วยท่าทางสดใส
“ฮ่าๆ ถ้าชอบก็กินเยอะๆเลยนะ ชั้นซื้อมาจากร้าร้านราโรสต์หนะตอนนี้ดังไปทั่วเลย เห็นว่าล่าสุดไปเปิดสาขาถึงอาณาจักรโคมันแล้วหละมั้ง”
“พวกเด็กๆกับสาววัยรุ่นนี้ชอบร้านนี้มากเลยหละ ถ้าเ้าโตขึ้นก็ไปก็พาสาวไปเดทที่ร้านนั้นบ้างนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”ชายชรากล่าวอย่างสดใส
เด็กชายกินไปคุยไปกับว่าที่อาจารย์สอนพิเศษของเขาอย่างสนุกสนาน ชายชราดูจะรับมือกับเด็กน้อยได้ดีมากรับฟังเื่ราวและพูดหยอกล้อเด็กชายอย่างเป็กันเอง ราวกับเป็ญาติผู้ใหญ่คนสนิทก็ว่าได้
เสียงใส สลับกับเสียงทุ้มต่ำ และเสียงชราดังเซ็งแส้ออกมาจากห้องนั่งเล่นอย่างสนุกสนาน
เื่ราวของอาเทอร์ในวัยเด็กถูกเล่าออกจากปากชายชราไม่น้อย ทำให้เคนอสได้รู้ว่าบุคคลคนนี้เป็อาจารย์ของบิดาเขาอีกทีหนึ่งและท่าทางจะมีตำแหน่งใหญ่ไม่น้อยในราชอาณาจักรโคมาเรียนี้ เห็นว่าเกษียรตัวเองมาได้สองปีกว่าแล้ว แต่ยังอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงอยู่ จนพ่อของเขาแวะไปเยี่ยมเมื่อสี่เดือนก่อนแล้วโม้เื่ลูกชายตัวแสบให้ฟัง ลอร์ดวิลฟอร์ดเสียดายไม่น้อยที่เด็กน้อยไม่มีโอกาสได้ล่ำเรียนกับอดีตอาจารย์ที่ตนนับถือ ชายชราเห็นว่าตนว่างๆกำลังอยากจะออกไปอยู่ที่ต่างเมืองพอดี เลยได้โอกาศมาเยี่ยมเมืองของลูกศิษย์และก็เลยรับลูกของเขาเป็ลูกศิษย์ไปด้วยเลยถ้าเด็กน้อยอยากจะเรียน พ่อเขาเมื่อกลับมาที่เมืองเลยถามลูกชายว่าอยากเรียนพิเศษมั้ยเมื่อเด็กน้อยตอบตกลง เหตุการณ์จึงดำเนินมาถึงตอนนี้นั้นเอง
หลังพูดคุยกันอยู่นานหลายชั่วโมงสุดท้ายชายชราฟิลิปก็ขอตัวไปพักก่อนแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มเรียนกันั้แ่เช้า
…
ณ หมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอาณาจักรโคมัน ชาย หญิง เด็ก แม้แต่คนแก่ ร่วม 50 ชีวิตออกมามาเต้นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีสายฝนอันบ้าคลั่งเป็เครื่องดนตรี ร่างมากมายค่อยล้มลง และลุกขึ้นมาใหม่ ล้มลงแล้วก็ลุกขึ้นมาเต้นต่อ เื่ราวดำเนินต่อเนื่องเช่นนี้มา 5วัน 5 คืนแล้ว และในที่สุดตอนนี้ร่างกายเ่าั้ก็ค่อยๆล้มลงอีกครา ทีละคน ทีละคน
ฟุบ!
ฟุบ!
ฟุบ!
แต่พวกเขาไม่ได้ลุดขึ้นกลับมา ในที่สุดคนสุดท้ายก็ล้มลง ในนาทีนั้นเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวของสตรีคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลาง สายฝน ฮึฮึฮึ
...
เด็กชายตื่นเต้นไม่น้อยที่จะมีอาจารย์พิเศษที่เป็ถึงอาจารย์ของพ่อเขามาสอน แต่อีกใจหนึ่งก็กังวลว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
“ไม่เป็ไรหรอกอาจารย์ฟิลิป ใจดีจะตาย”
เด็กชายนึกขึ้นหลังจากนอนลงบนเตียงหลังฝึกเวทย์มนต์ประจำค่ำคืนเสร็จ
เด็กน้อยไม่รู้เลยว่าอาจารย์ผู้ ‘ใจดี’ ของเขาจะทำให้เขาพบกับนรกของการฝึกแบบไม่ผุบไม่เกิด