ฉู่ยี่เพียงแค่พูดเหน็บตามความเคยชินเท่านั้น ไยเลยจะรู้ว่านางคิดไปไหนถึงไหนแล้วเขาก้มหน้ามองนางเล็กน้อย และเอ่ยอย่างดูแคลน "ปีนี้เ้าก็อายุสิบสามแล้วไม่ใช่หรือ ไฉนถึงยังได้ตัวเตี้ยเช่นนี้" เขาแค่ก้มหน้าก็เห็นถึงท้ายทอยนางแล้ว
สุยอันกลัวอย่างสุดใจว่า เขาจะพูดว่าตัวไม่โตแต่แผนการมีไม่น้อยออกมาตอนนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยมากมาย ถึงเวลานั้นชื่อเสียงของนางจะทำเช่นไร จึงรีบเอ่ยเป็พัลวัน "เรียนคุณชายเก้า หากเปรียบกับตอนเข้าจวนใหม่ๆ ตอนนี้ถือว่าสูงขึ้นมากแล้วและบ่าวยังสามารถสูงขึ้นได้อีกเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่แค่นหัวเราะ หมุนตัวเดินได้สองก้าวก็เอ่ยขึ้นมาอีก ทำให้สุยอันที่เพิ่งถอนใจโล่งอกต้องหวาดระแวงขึ้นมาอีกครั้ง
"การบ้านของคืนนี้ข้ายังเขียนไม่เสร็จ ไหนๆ เ้าก็มาพอดี มาคอยปรนนิบัติข้าเขียนให้เสร็จแล้วค่อยกลับ"
สุยอันน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม อยากจะซื้อเต้าหู้สักก้อนและโหม่งใส่จนตายคุณชายเก้าไม่เคยเขียนการบ้านมาก่อน ครั้งนี้ไม่รู้ว่ากำลังคิดหาวิธีไหนมาทรมานนางอีก
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน คุณชายใหญ่ที่เข้าไปคำนับก็ได้ออกมาเมื่อเห็นฉู่ยี่จึงเอ่ยว่า "ท่านแม่ไม่ค่อยสบาย เ้าเข้าไปดูก่อน ข้าจะไปตามหมอ"
ฉู่ยี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเข้าไปในเรือนเจิงหยาง
สุยอันจึงตามเข้าไปด้วย
ภายในเรือนเจิงหยางเงียบสงัด นางไม่มั่นใจว่าจื่อยวี่ได้แจ้งเื่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าทราบแล้วหรือไม่ใจพลันรู้สึกว่าโชคดี หวังให้ฮูหยินผู้เฒ่าถามความกับฟางต้าเหนียงก่อน จะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจหากเราสามารถผ่าน่เวลาที่เลวร้ายที่สุดไปได้ก็ไม่มีเื่อะไรที่จะผ่านไปไม่ได้อีกเช่นนางในตอนแรก มารดาจากไป บิดาก็ดูท่าอาการไม่ดี นางสับสนงงงวยไปหมดจนแทบอยากจะตายตามไปด้วยครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าในอเวจี ทว่าต่อมา หลังจากที่ขายตัวก็สามารถช่วยบิดาได้เมื่อวันคืนเ่าั้ผ่านไป จึงได้รู้สึกว่าความเ็ปในตอนแรกไม่ได้เ็ปหนักหนาอีกต่อไป
ฉู่ยี่ก้าวเท้าแ่เบา สุยอันพลันรู้สึกตื่นเต้นจนสองมือที่อยู่ข้างลำตัวกำหมัดแน่น
เมื่อเห็นคุณชายเก้าเดินเข้ามา จื่อยวี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูก็รีบเลิกม่านขึ้นนางเห็นสุยอันยังไม่ไปไหน จึงส่งสายตาให้นาง
สุยอันถือโอกาสรออยู่ข้างนอก
ห้องหลักที่ฮูหยินผู้เฒ่าพำนักอยู่แตกต่างกับคราวแล้วที่นางมาครั้งนั้นเต็มไปด้วยความครื้นเครง ทว่าบัดนี้กลับเงียบสงัด ทั้งเรือนเต็มไปด้วยความอึมครึม
ฉู่ยี่เข้าไปในห้อง ไม่เห็นสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติในเวลาปกติเลยสักคนเขาจึงอดเรียกเสียงสูงไม่ได้ "ท่านแม่?"
"เ้ามาแล้วหรือ" สุ้มเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเบากว่าปกติหนึ่งระดับ เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง
ฉู่ยี่ใจกระตุกวูบ รีบก้าวเท้าเดินอ้อมฉากบังลมไปอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินผู้เฒ่าพิงหมอนอิงสีแดงใบใหญ่ สีหน้าแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นฉู่ยี่ ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอบอุ่น
ฉู่ยี่พรูลมหายใจ ยกมือเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาตามหน้าผาก เขาไม่นั่งแต่คุกเข่าลงตรงที่วางเท้ากุมมือของฮูหยินผู้เฒ่าพลางเอ่ย "เมื่อครู่พี่ใหญ่บอกลูกว่าท่านแม่สบาย ท่านแม่ไม่สบายตรงไหนบอกลูกเร็วเข้า"
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะแ่เบา "แม่ไม่เป็อะไร แค่กินขาห่านนึ่งมากเกินไป อาหารไม่ย่อย จึงปวดท้องเท่านั้นเองสักพักคงดีขึ้น"พูดจบก็เอ่ยสั่งการชวีมามาที่ยืนอยู่ด้านข้าง "เ้าไปยกเก้าอี้มาให้คุณชายนั่ง เ้าดูเขาสิ โตขนาดนี้แล้วแท้ๆเอะอะก็คุกเข่าตลอด ทำตัวเหมือนเด็กๆ เสียจริง"
ฉู่ยี่ที่เพิ่งเห็นชวีมามาลุกขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน ทำปากยื่นพลางเอ่ย "ชวีมามา"
ชวีมามาคลี่ยิ้มและยกเก้าอี้บุผ้าวางไว้ข้างหัวเตียง
ฉู่ยี่กุมมือมารดาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ตาก็เอาแต่จ้องไม่ยอมกะพริบ
ชวีมามาเห็นดังนั้นจึงหลุดยิ้ม เอ่ยกับฉู่ยี่ว่า "คุณชายเก้าโปรดวางใจ ฮูหยินผู้เฒ่ายังต้องรอดูท่านแต่งงานมีบุตรแม้นจะไม่สบาย แต่พอเห็นคุณชายก็หายเป็ปลิดทิ้ง ทั้งจวนนี้ใครไม่รู้บ้างว่า คุณชายเก้าคือยาวิเศษของฮูหยินผู้เฒ่า"
"ดูเ้าสิ ชวีมามา อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ไยยังชอบพูดเล่นเช่นนี้" ฮูหยินผู้เฒ่าตบมือฉู่ยี่เบาๆ ยิ้มและเอ่ยว่า "ข้าดีขึ้นมากแล้ว ตอนที่เ้าเข้ามาข้ากำลังคุยกับชวีมามาอยู่เลยว่านี่ก็ใกล้จะถึงเดือนสิบสองแล้ว การเรียนของเ้าควรจะหยุดเอาไว้ก่อน ครอบครัวของอาจารย์หลินก็เพิ่งมาถึงให้พวกเขาได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ ฉู่ยี่ก็พลันอารมณ์ดี "ท่านแม่ ข้าไม่ต้องไปเรียนแล้วจริงๆ หรือ แค่ข้านั่งเก้าอี้ในห้องหนังสือก็รู้สึกง่วงนอนแล้วท่านดูสิ ยามปกติข้ากระปรี้กระเปร่าเพียงใด ทว่าพอได้ยินเสียงของอาจารย์หลิน ก็รู้สึกกระวนกระวายเหลือทน"
"ถึงกระนั้นก็ต้องเรียน หากบิดาเ้ากลับมา รู้ว่าเ้าเรียนตลอดจะได้ไม่เขกกระบาลเ้า" แม่ทัพฉู่เชื่ออย่างสนิทใจว่าไม้เรียวช่วยให้บุตรกตัญญู ในบรรดาลูกๆคนที่ไม่เคยโดนตีเลยมีเพียงฉู่ยี่ ทว่าแม้จะเป็บุตรรักเพราะเป็บุตรที่ท่านได้มาตอนอายุมากแต่ก็เคยถูกตบเช่นกัน
เมื่อเอ่ยถึงบิดา ฉู่ยี่ก็พลันฮึกเหิม "ท่านแม่ ในอนาคตข้าจะออกศึกเป็แม่ทัพใหญ่ให้จงได้" ครั้งยังเด็ก เขาเคยเล่นบัญชาการโดยให้บ่าวรับใช้เป็ทหาร ยามเด็กเล่นทหารปราบกองโจรยามนี้เขาเติบใหญ่แล้ว แต่ความกระหายในการออกรบไม่เคยลดน้อยมีแต่เพิ่มมากขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้ม "ใต้หล้านี้ไยจะมีพวกฏให้เ้าปราบมากมายกัน แม้จะไม่ให้เ้าเรียนต่อแต่ใช่ว่าจะปล่อยปละละเลย เ้าต้องศึกษาอักษรให้แม่นยำและฝึกเขียนให้คล่อง หากบิดาเ้ากลับมาเห็นว่าเ้าเขียนได้ดีเขาก็ดีใจ"
ฉู่ยี่ลุกขึ้นประสานมือน้อมรับคำสั่งสอนของมารดา
สองแม่ลูกคุยกันอย่างรักใคร่ ชวีมามาเห็นดวงหน้าเบิกบานของฮูหยินผู้เฒ่าก็ลอบถอนหายใจในอก
จื่อยวี่เข้ามาเรียนว่า ท่านหมอซ่งที่คอยรักษาให้จวนมาถึงแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าพลันโบกมือและสั่งการฉู่ยี่ "ข้าสบายดี ให้ท่านหมอกลับไปเถิด อย่าลืมให้ค่ารักษาท่านด้วยและเ้าก็ไม่ต้องมาเยี่ยมข้าแล้ว ตั้งใจทบทวนตำรา หากเ้าไม่อยากไปห้องหนังสือ สุยอัน..."
ฉู่ยี่กลัวว่ามารดาจะสั่งให้สุยอันมาปรนนิบัติตนในเรือน จึงเอ่ยอย่างร้อนรน "ข้าไปห้องหนังสือดังเดิมจะดีกว่า ที่นั่นเงียบสงบ หากอยู่ที่เรือนคงไม่พ้นมีคนคอยมาพูดคุยเช่นนั้นคงจะไม่มีเวลาอ่านตำราเป็แน่"
ชวีมามาเอ่ยสำทับ "คุณชายเก้ากล่าวมีเหตุผล"
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเช่นนั้นจึงยอมเอ่ยขึ้น "เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้า" จากนั้นก็ให้ฉู่ยี่ออกไป
เพียงฉู่ยี่ออกมา คุณชายใหญ่ก็ถามขึ้น "ท่านแม่เป็เช่นไรบ้าง"
"ตอนนี้พักผ่อนแล้ว ท่านแม่เพียงอาหารไม่ย่อยเท่านั้น ผ่านไปสักพักคงจะดีขึ้นพี่ใหญ่เชิญท่านหมอกลับไปเถิด"
ในเมื่อฉู่ยี่พูดเช่นนี้ คุณชายใหญ่ก็ได้แต่ทำตาม เขาเดินนำออกไปข้างนอก
สุยอันแอบเหลือบมองฉู่ยี่เล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใบหน้าเขาไร้ซึ่งอารมณ์โกรธจึงเบาใจขึ้นนางเอ่ยบอกลาจื่อยวี่เสียงเบาและเดินตามฉู่ยี่ออกไป
ยามราตรีอันมืดมิด แสงไฟที่มีขนาดใหญ่เพียงเมล็ดถั่วในโคมไม่สามารถส่องสว่างได้อย่างทั่วถึงสุยอันเป็คนขวัญอ่อนจึงเดินตามฉู่ยี่ประชิด
ฉู่ยี่เดินไปได้สองก้าวก็หยุดกึก ขมวดคิ้วมุ่นพลันหันกลับมาทำให้สุยอันที่เดินอยู่ด้านหลังเกือบหยุดไม่ทัน ซวนเซเล็กน้อยก่อนจะยืนได้อย่างมั่นคงทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงต่ำของฉู่ยี่ถามขึ้น "วันนี้เ้ามาหาใครที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่า และพูดอะไรบ้าง"
เพียงคำพูดสองประโยคของเขาก็ทำให้สุยอันหวาดเกรงขึ้นมาได้ทันที
เมื่อฉู่ยี่เห็นว่าสีหน้าของสุยอันเปลี่ยนไป แววตาก็พลันวาวโรจน์ "เ้าตามข้ามานี่"
ณ ห้องหลักของเรือนเจิงหยาง เมื่อรอจนคนออกไปจนหมดแล้ว ชวีมามาใบหน้าเปื้อนยิ้มเอ่ยว่า "บ่าวไม่ได้ปรนนิบัติฮูหยินนานแล้ว คืนนี้ให้บ่าวอยู่เฝ้าเถิด"
ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด เปรียบกับเื่เมื่อก่อนแล้วนี่เทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำอีกอย่าง ข้ารู้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่เมื่อเื่มาถึงจุดนี้ข้าก็มิรู้ว่าจะช่วยเขาปิดบังได้ถึงเมื่อไรเ้าคิดดูสิว่าคนที่มีเหลนอายุยี่สิบกว่าแล้ว ข้าจะพูดอันใดได้อีก คนไม่รู้จักละอายเขาคงไม่สนใจชื่อเสียงของตนที่มีอยู่น้อยนิดนั่นแล้วกระมัง" ยิ่งพูดสุ้มเสียงก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ชวีมามาได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าอย่างเศร้าใจ ยามนี้เหล่าปัญญาชนต่างให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเป็ที่สุดมีแต่นายท่านของพวกเขาที่มักมากในกาม แม้จะออกรบก็มิสนใจยุทธวินัยรับอนุเข้าเรือน ซ้ำเื่นี้ฮูหยินผู้เฒ่ายังต้องช่วยเขาปิดบังมิให้ผู้ตรวจการรู้เพื่อไม่ให้กระดาษฟ้องร้องแผ่นเดียวะเืราชสำนัก หากถึงยามนั้นก็มิรู้ว่าคุณงามความดีเืเนื้อที่ไหลนองสนามรบของชายสกุลฉู่ใหญ่ หรือหัวข้อขบขันเื่นายท่านตระกูลฉู่ที่เป็ถึงแม่ทัพใหญ่รับอนุตอนออกรบจะใหญ่กว่ากัน
"แต่ก็ช่างเถิด กักตัวคนสกุลหลินไว้ที่เรือนของพวกเขา ไม่ให้เดินเพ่นพ่านในจวนก่อนรอให้เขากลับมาค่อยจัดการ" ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ
ชวีมามาเอ่ยปลอบ "ฮูหยินก็อย่าเก็บมาใส่ใจเลยเ้าค่ะ นายท่านเก่งกาจการรบเป็ที่สุดไม่แน่ว่าเื้ัอาจมีอะไรไม่ชอบมาพากลก็เป็ได้นะเ้าคะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นยิ้มเย็น ถ้วยชาหยกขาวเหอเถียนในมือถูกวางลงบนโต๊ะเล็กข้างเตียงอย่างแรง "เขาเก่งกาจการรบข้าไม่เถียง แต่เขาก็มักมากในกามเช่นกัน ไม่มีเื่ใดเป็เท็จคนที่อายุเลขหกจะย่างเข้าเลขเจ็ด ลูกหลานเหลนโหลนรายล้อมข้างกาย เื่เช่นนี้ หากจ่างหลิง*เป็คนทำ ข้ายังไม่รู้สึกหดหู่ใจถึงเพียงนี้ เ้าจะให้ข้ามีหน้าออกจากจวนได้เช่นไร"
ชวีมามามองใบหน้าซีดขาว ทว่างดงามโดดเด่นของฮูหยินผู้เฒ่า อดไม่ได้ที่จะน้ำตาเอ่อคลอพลางเรียกเสียงเบา"คุณหนู"
แม้จะเรียกว่าฮูหยินผู้เฒ่า ทว่าปีนี้นางอายุเพียงสามสิบหกเท่านั้นหากไม่เป็เพราะฮ่องเต้้าเอาใจขุนพล บังคับสตรีที่หมั้นหมายแล้วให้แต่งงานกับตาเฒ่าที่ภรรยาตายติดกันถึงสองคนสามีแก่ภรรยาสาว เดิมก็ไม่เป็ธรรมกับคุณหนูอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่านายท่านกลับไม่เห็นค่าอายุอานามขนาดนี้ยังคงไม่หยุดรับอนุเพิ่ม
แม้ใจของชวีมามาก็รู้สึกโกรธแค้นนายท่านไม่ต่างกัน แต่นางมิอาจราดน้ำมันลงบนกองเพลิงยังคงพูดปลอบประโลม"น้องภรรยาของอาจารย์หลินแม้นตายก็ไม่ยอมภักดีต่ออ๋องหลิ่งทำให้อาจารย์หลินต้องขึ้นสนามรบ แต่นางกลับสวามิภักดิ์ต่อนายท่าน เห็นได้ว่านางเป็หญิงใจง่ายรักตัวกลัวตายสตรีเช่นนี้แม้จะเข้าเมืองหลวง คงไม่พ้นถูกผู้คนดูแคลน...กลัวแต่เพียงเื้ัจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ คุณหนูอย่าโกรธไปไยหากจะถือโทษโกรธนายท่าน ก็ขอให้คิดถึงชื่อเสียงของคุณชายเจ็ดและคุณชายเก้า คุณหนูดูสิคะแค่คุณชายเก้าได้ยินว่าคุณหนูไม่สบาย หน้าก็ถอดสีเชียว"
เมื่อเอ่ยถึงบุตรชาย โทสะบนใบหน้าก็จางไปไม่น้อย ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือปัด "เ้าเจ็ดแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แค่เขาสบายดีก็พอ ข้าก็ไม่หวังให้เขามาเคารพกตัญญูอันใดนักแต่เื่งานมงคลของเ้าเก้า ข้าต้องเป็คนจัดการเท่านั้น"
ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้กำเนิดคุณชายเจ็ดก็ถูกผิงจวิ้นหวาง* หมายตาเอาไว้แล้วคุณชายเจ็ดแต่งกับบุตรสาวเพียงคนเดียวของผิงจวิ้นหวาง เต๋อหรงจวิ้นจู่ จึงกลายเป็ลูกเขยของจวิ้นหวางเย่ปีปีหนึ่งต้องอยู่บ้านพ่อตาถึงครึ่งปี
"พูดเช่นนี้ไม่ได้นะเ้าคะ คุณชายเจ็ดกตัญญูแค่ไหนฮูหยินไม่รู้หรือเ้าคะแม้แต่จวิ้นจู่ก็ยังเคารพท่าน เพราะท่านมีเมตตาต่อคนรุ่นหลังเสมอ แม้แต่คุณชายใหญ่ก็ยังเคารพกฎเกณฑ์รู้จักกตัญญู"
มุมปากของฮูหยินผู้เฒ่าปรากฏรอยยิ้มจางๆ "พอแล้ว เห็นเ้าเจ็ดและเต๋อหรงเข้ากันได้ดีรักกันชื่นมื่น ข้าก็พอใจแล้ว" พูดจบก็พลันวกกลับเข้าเื่เดิม "งานมงคลของเ้าเก้า...นิสัยของเขาไม่เหมือนเ้าเจ็ด ถึงเวลานั้นพวกเราต้องช่วยกันดูให้ดี"
ในที่สุดชวีมามาก็ปลอบใจฮูหยินผู้เฒ่าได้สำเร็จ นางยิ้มร่าและยกชาร้อนมาใหม่จุดเทียนให้สว่างขึ้น ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันถึงเื่หญิงสาวในเมืองหลวงที่อยู่ในวัยเหมาะสมกันอย่างออกรส
*จ่างหลิง ขุนนางในราชวงศ์ชิง เชื้อสายมองโกลปราบปรามความวุ่นวายได้ในหลายพื้นที่ มีความดีความชอบมากมาย
*จวิ้นหวาง เทียบเท่าขุนนางระดับผู้ว่าราชการนคร
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า