ได้ยินเช่นนั้นแม้จวิ้นอ๋องรูปงามจะรู้สึกโล่งอกที่องค์หญิงจินเฟิ่งอาจจะมีชายที่หมายปองอยู่แล้วแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอึดอัดที่ตนมิได้สำคัญสำหรับนางอย่างที่คิดยิ่งนึกถึงภาพที่นางขี่อยู่บนหลังเสือ ปรายตามองเขาเพียงแวบเดียวอย่างไม่ใส่ใจก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ ชั่วชีวิตความเป็องค์ชาย แม้จะไม่ใช่รัชทายาทหากแต่ก็ยังคงได้รับความสนใจและเกรงใจจากผู้คนทั่วแคว้น
บรรดาหญิงสาวเหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งแคว้นิและแคว้นผิงหรือชนชั้นในตระกูลสูงต่างให้ความสำคัญกับเขาั้แ่เล็กจนโตครั้นเหยียบย่างมาถึงแผ่นดินจินอันป่าเถื่อนตัวเขากลับไม่มีคุณค่าแม้แต่น้อยในสายตาของคนแคว้นนี้ยิ่งในสายตาขององค์หญิงั์ตาเหยี่ยวผู้นั้นต่อให้รู้ว่าเขาเป็ใครก็คงพร้อมจะสะบัดหางเปียใส่
“เหตุใดจึงมีผู้หมายตาองค์หญิงกันมากนักเล่า?”เซียงวั่งซูนึกถึงผิวพรรณที่เป็สีน้ำตาลไหม้ของนางแล้วก็แปลกใจ
คุณชายร้านผ้าไหมหันจิบชาก่อนยิ้มแย้ม“องค์หญิงจินเฟิ่งเกิดมาพร้อมคำทำนายว่า ผู้ที่ได้แต่งงานกับนางจะกลายเป็ผู้มีอำนาจและมั่งคั่งในดินแดนทองคำแห่งนี้”
“เช่นนั้นทุกคนต่างหวังจะร่ำรวยและมีอำนาจเท่านั้น มิได้รักใคร่ไยดีในตัวองค์หญิงดอกหรือ?”
“หามิได้ที่ท่านเห็นนางมีผิวพรรณเช่นนั้นเพราะใน่ที่พระชายาเอกตั้งครรภ์ได้ดื่มยาพิษแทนพระสวามี จึงทำให้องค์หญิงเป็เช่นนี้หากครานั้นหมอเทวดามาแก้พิษไม่ทัน ไม่แน่ว่าสองแม่ลูกอาจจะตายไปแล้ว”สองพี่น้องตระกูลเซียงถึงกับตะลึงกับสิ่งที่ได้รู้
“ั์ตาของนางเหตุใดจึงเป็สีฟ้าเล่า?”
คุณชายคนเดิมยกมือขึ้นแบเข้าหาตัว กวักให้ชายหนุ่มทั้งสองขยับเข้าไปใกล้“เื่นี้พูดดังไม่ได้ เล่ากันว่าเพราะจินอ๋องเคยรับปากชนเผ่าบนูเาหิมะที่จะยกบุตรสาวให้เป็ทายาทของเผ่านั้นหากยอมให้ความช่วยเหลือ”
“เกี่ยวอย่างไรกับดวงตาเล่า?”
“หัวหน้าเผ่าให้พระชายาดื่มน้ำบนูเาหิมะทำให้องค์หญิงมีดวงตาสีฟ้า อันเป็สัญลักษณ์ของหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวภูผา”
จวิ้นอ๋องอึ้งไปสักครู่หวนนึกถึงหลันเซ่อเหยี่ยวูเาที่เขาซื้อไว้ในวันที่ไปเดินตลาดโดยบังเอิญกับจินวั่งซู เขาซื้อลูกเหยี่ยวตาสีฟ้าตัวนั้นเพราะเห็นมันแปลกตา แต่ยิ่งเลี้ยงมันก็ยิ่งตัวใหญ่กว่าเหยี่ยวทุกตัวที่เขามีลักษณะของมันองอาจ จวิ้นอ๋องรู้สึกถึงความเป็จ่าฝูงของมัน
จอมยุแยงหันมาสบตาน้องชายทั้งสองต่างนึกถึงเื่เดียวกัน บางทีหลันเซ่ออาจเกี่ยวพันกับเผ่าเหยี่ยวภูผา
ในภัตตาคารเป็เื่ซุบซิบเช่นนี้แต่เมื่อไปที่ร้านน้ำชามวลมิตร เหล่าชาวบ้านกลับซุบซิบในเื่ที่น่าตะลึงยิ่งกว่านั้น
“พวกเ้าไม่รู้น่ะสิว่าจินอ๋องเก่งเื่บุ๋นแต่ไม่เก่งเื่บู๊ พระชายาเป็คนมีวิทยายุทธสูงส่งหากนางไม่ยอมตบแต่งกับจินอ๋อง มีหรือจะสถาปนาแคว้นได้สำเร็จ พระชายาหงเหม่ยจิงกับจินหลี่ิสองพี่น้องนี่ต่างหากจึงสมควรจะได้เป็ผู้ครองแคว้น”
“เผ่าเหยี่ยวภูผาประกาศจับจององค์หญิงจินเฟิ่งไว้นานแล้วไม่แน่ว่า อาจจะมีการรบระหว่างเผ่าเพื่อแย่งการสมรสกับนาง”
เพียงวางเงินลงบนโต๊ะห้าหกพวงอีแปะหลากหลายเื่ราวที่ไม่คาดคิดก็เริ่มประเดประดังมาเข้าหูจินวั่งซูช่างใช้เงินง้างปากทุกคนได้อย่างแท้จริง
“เื่จวิ้นอ๋องแคว้นิน่ะหรือไม่มีคนใส่ใจดอกท่าน จะมาหรือไม่มา คนแคว้นจินล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา”
จวิ้นอ๋องนั่งทำตาปริบๆนี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ยินคนปรามาสถึงชื่อของตน เืในกายของเขาสูบฉีด ‘เห็นทีจะต้องแสดงความสามารถให้คนแคว้นจิน ประจักษ์เสียแล้วว่าองค์ชายแห่งแคว้นิเก่งกาจสามารถเพียงใด’
เ้าของร้านมวลมิตรยังเดินมาสมทบ“ท่านเองก็เป็คนแคว้นิ ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า แคว้นพวกท่านมัวแต่รบแคว้นของเราเร่งทำการค้าความร่ำรวยทำให้แคว้นเราว่าจ้างนักรบฝีมือดีมาคอยคุ้มครองตามแนวชายแดนได้มากขึ้นทุกที”
จวิ้นอ๋องถึงกับหน้าเสียแม้แต่ชาวบ้านร้านตลาดยังคิดเช่นนี้ นับได้ว่าก้าวหน้าไปไกลแล้ว เห็นทีต้องปฏิรูปการศึกษาแคว้นิเสียใหม่ก่อนที่แคว้นจินจะรุ่งเรืองจนแคว้นิตามไม่ทัน
เมื่อได้ภาพวาดเสมียนทั้งสองและเถ้าแก่เซียงแล้วองค์หญิงก็เงียบหายไปสองสามวัน จวิ้นอ๋องอดรนทนไม่ไหวให้องครักษ์เงาซุนอี้ไปตามสืบดู
“วันนี้องค์หญิงไปขี่ม้ายิงธนูทรงยิงแม่นมาก กระหม่อมไม่เคยเห็นผู้ใดฝีมือร้ายกาจเช่นนี้มาก่อน”ซุนอี้ที่ซุ่มมองอยู่บนต้นไม้เกือบเผลอปล่อยมือจากกิ่งด้านหน้าเมื่อองค์หญิงยืนยิงธนูบนหลังม้าขณะที่มันวิ่งอย่างรวดเร็วหนำซ้ำยังยิงครั้งละสามดอกเข้าเป้าตรงกลางด้วย
วันต่อมาซุนอี้ทำหน้าตาเลื่อมใสในตัวนางยิ่งขึ้น“วันนี้องค์หญิงไปฝึกดาบกับทวนที่กองทัพ ทุกคนต่างพ่ายแพ้ แม้จะใช้ยี่สิบรุมหนึ่งองค์หญิงก็ยังตีคนเ่าั้แตกพ่าย ฝีมือขององค์หญิงนับว่าเป็รองเพียงท่านแม่ทัพจินเท่านั้นเองพะยะค่ะ”
รายงานเพียงสองวันซุนอี้ไม่เข้าว่า เหตุใดจวิ้นอ๋องจึงคล้ายดูหงุดหงิด ท่านอ๋องไม่พอใจที่องค์หญิงทรงเก่งเกินไปหรือเพราะท่านอ๋องไม่ชอบสตรีที่ชมชอบการใช้อาวุธกันแน่เขาเคยได้ยินท่านอ๋องพูดเื่สตรีที่เรียบร้อย เชื่อฟังบิดามารดาและสามีเช่นนั้นองค์หญิงย่อมอยู่เหนือขอบข่ายพระชายาที่ท่านอ๋องทรงวาดหวัง
วันต่อมาเขากำลังจะรายงานเื่ที่องค์หญิงไปเรียนชงชา กับบรรเลงพิณ ท่านอ๋องกลับโบกพระหัตถ์ไม่รับฟังเขาจึงค้างไว้แค่คำว่า “วันนี้องค์หญิง....” ซุนอี้เห็นสีหน้าของเ้านายแล้ว จึงยอมล่าถอย
พระราชหัตถเลขาของฮ่องเต้ิที่ผูกมากับขาของหลันเซ่อมีใจความว่า “แคว้นจินเห็นว่าการแต่งงานนั้นให้เป็ไปตามความพึงพอใจขององค์หญิงขณะที่มีผู้ชายสูงศักดิ์มากมายมารอให้นางเลือกหากนางยินดีในผู้ใดราชสำนักแคว้นจินก็เห็นดีตามนั้น”
ข้อความที่กำกับมาบรรทัดล่างทำเอาเขาแทบจะเอาฝ่ามือตบหน้าผาก ฮ่องเต้เขียนไว้ว่า แคว้นจินไม่ได้ใส่ใจจวิ้นอ๋องแม้แต่น้อยในเมื่อจวิ้นอ๋องไม่ได้เป็ที่้า เื่อภิเษกสมรสก็แล้วไปเถิด ให้มองหาหนทางค้าขายกับแคว้นจินต่อไป
“ข้า....นี่ข้า...โดนนางปฏิเสธงั้นหรือ? นางที่มีรูปโฉมประหลาดแบบนั้นกลับเป็คนรังเกียจองค์ชายที่มีคนแย่งชิงกันทั้งแคว้นอย่างข้า”
จวิ้นอ๋องพึมพำอยู่ผู้เดียวในห้องนอนเดินวนเวียนด้วยความโกรธแค้นแน่นท้อง นึกถึงแต่ใบหน้าคมคล้ำและดวงตาสีฟ้าของนางเมื่อเห็นสาส์นยื่นข้อเสนอการอภิเษกสมรสครอบครัวของนางคงจะหัวเราะเยาะที่องค์ชายแคว้นิอย่างเขาคิดว่าตนเองสูงส่งย่อมเป็ที่้าของหญิงแคว้นป่าเถื่อนเช่นนาง
“นางมีดีที่ใดกันข้าถึงจะต้องอยู่หางแถวเพื่อรอให้นางเลือก” นั่งคิดไม่ตกนอนเอามือก่ายหน้าผากแล้วก็ยังคิดไม่ตกอีก
จวิ้นอ๋องผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็บัณฑิตผู้เก่งกาจมาแต่เยาววัยอีกทั้งได้ชื่อว่าเป็องค์ชายที่สมบูรณ์พร้อมด้วยรูปลักษณ์และชาติตระกูลผู้หนึ่งของแคว้นใหญ่อันดับหนึ่งในห้ากระสับส่ายบนฟูกจนถึงฟ้าสาง
จินวั่งซูผู้แฝงกายเป็เถ้าแก่เซียงมาพบน้องชายในยามเช้าถึงกับผงะ“เ้าเป็อะไรไป เหตุใดจึงดวงตาดำคล้ำเช่นนั้น?”
จวิ้นอ๋องกระแทกจอกชาลงบนโต๊ะ พั่บ!
“ข้าจะทำให้นาง....ต้องเลือกข้า!”
***********************
