กลิ่นอายของฝุ่นผงโบราณและเจตจำนงกระบี่ที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็ของเหลวหมุนวนอยู่รอบตัวเยี่ยฉิน ในมือของเขา "กระบี่สังหารเทพ: อนธการนิรันดร์" สั่นสะท้านส่งเสียงหวีดแหลมราวกับเสียงคร่ำครวญของดวงิญญานับล้านที่เคยถูกสังเวยให้คมดาบเล่มนี้ในชาติก่อน แสงสีดำสนิทจากใบดาบกลืนกินแสงสว่างรอบข้างจนเกิดเป็วงรัศมีแห่งความมืดมิด
เยี่ยฉินหลับตาลง ััถึงความเชื่อมโยงระหว่างิญญาของเขากับจิติญญากระบี่ที่หลับใหลมานานห้าร้อยปี
‘เ้าเหงามากสินะ... ที่ต้องจมปลักอยู่ใต้กองกระดูกพวกนี้’ เยี่ยฉินกระซิบบอกกระบี่ในใจ ‘ใจเย็นไว้ อีกไม่นาน ข้าจะให้เ้าได้ดื่มเืของพวกเทพจอมปลอมจนอิ่มเอม’
ทันทีที่เขากระชับด้ามกระบี่แน่นขึ้น พลังงานมหาศาลจากสุสานที่สะสมมานับศตวรรษพุ่งพ่านเข้าสู่ร่างกายผ่านทางฝ่ามือ พลังงานนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนปราณธรรมชาติ แต่มันคือ "ปราณกระบี่สังหาร" ที่แหลมคมดุจเข็มนับหมื่นเล่มที่พยายามจะฉีกกระชากเส้นชีพจรของเขา
เยี่ยฉินกัดฟันกรอด เร่งพลัง ภูตแกนกลางชีวิต และ ภูตแกนกลางกาลเวลา ออกมาพร้อมกัน แสงสีเขียวมรกตพยายามสมานรอยร้าวในร่างกาย ในขณะที่แสงสีทองช่วยชะลอการทำลายล้างของปราณกระบี่ให้ช้าลงจนเขาสามารถค่อยๆ หลอมรวมมันได้
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงะเิของปราณดังออกมาจากร่างกายของเยี่ยฉินสามครั้งซ้อน ิัของเขาทอประกายสีโลหะจางๆ ดวงตาเปลี่ยนเป็สีดำสนิทไร้ตาขาวชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็ปกติพร้อมกับแรงกดดันที่มหาศาลกว่าเดิม
"ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 3... บรรลุ!"
ในขณะเดียวกัน ที่ปากทางเข้าหุบเขากระดูกั กองกำลังขนาดใหญ่ของวิหารเทพได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้จนมดสักตัวก็ไม่อาจผ่านไปได้ ผู้นำในครั้งนี้คือ "ผู้าุโเทียนกง" ยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 1 ผู้มีชื่อเสียงในการใช้ค่ายกลแสงสยบมาร
"ท่านผู้าุโ หมอกสีเืในหุบเขาเริ่มจางลงแล้วขอรับ" ศิษย์คนหนึ่งรายงานด้วยความนอบน้อม "ััได้ถึงแรงสั่นะเืของปราณที่รุนแรงมาจากใจกลางสุสาน ดูเหมือนว่าเ้าหัวขโมยเยี่ยฉินจะเปิดผนึกสำเร็จแล้ว"
เทียนกงลูบเคราสีขาว แววตาเต็มไปด้วยความโลภ "ดี... ให้มันทำงานหนักแทนเราไปก่อน เมื่อมันเดินออกมาพร้อมกับกระบี่เล่มนั้น ข้าจะใช้ 'ค่ายกลสยบสุริยัน' บดขยี้มันให้กลายเป็ธุลี แล้วนำกระบี่สังหารเทพกลับไปถวายมหาปุโรหิต"
ครืนนนน!
ูเาทั้งลูกสั่นะเืราวกับจะพังทลายลง ทันใดนั้น รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่หน้าผาหิน ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทเดินก้าวออกมาอย่างช้าๆ โดยมีเด็กชายที่มีดวงตาสีม่วงเดินตามหลังมา ทุกย่างก้าวที่เยี่ยฉินเหยียบลงบนพื้นดิน หญ้าและต้นไม้รอบข้างกลับเหี่ยวเฉาและกลายเป็สีดำในทันทีด้วยอำนาจของกระบี่อนธการนิรันดร์
"เยี่ยฉิน! เ้าหนูโอหัง!" เทียนกงเหาะขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับคลี่ม้วนคัมภีร์ทองคำออกมา "เ้าบังอาจบุกรุกสุสานต้องห้ามและอาวุธมาร วันนี้วิหารเทพจะทำหน้าที่เป็ตัวแทน์เพื่อปะาเ้า!"
เยี่ยฉินเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนนับร้อยเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "ตัวแทน์รึ? พวกเ้าก็เป็เพียงหนอนแมลงที่แอบอ้างชื่อท้องฟ้าเพื่อสนองความโลภของตัวเองเท่านั้น"
"ฆ่ามัน!" เทียนกงออกคำสั่ง
ศิษย์วิหารเทพนับร้อยพุ่งเข้าใส่พร้อมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ แสงสีขาวนวลตาปกคลุมไปทั่วหุบเขา หวังจะสยบปราณมารของเยี่ยฉิน ทว่า เยี่ยฉินกลับเพียงแค่สะบัดกระบี่สั้นๆ หนึ่งครั้ง
"เพลงกระบี่อนธการ: กระบวนท่าที่ 1 — เงาตัดดารา"
คลื่นดาบสีดำสนิทรูปพระจันทร์เสี้ยวพุ่งแหวกอากาศออกไป มันไม่ได้ตัดเพียงแค่ร่างกาย แต่มันตัดผ่าน "พื้นที่และเวลา"
ฉับ!
นักบวชเกราะเงินสามสิบคนแรกที่พุ่งเข้ามาถูกตัดขาดครึ่งตัวในพริบตาเดียว โดยที่เกราะอาคมระดับสูงไม่ได้ช่วยอะไรเลย าแของพวกเขามีเปลวเพลิงสีดำลุกไหม้ ป้องกันการสมานตัวของพลังชีวิต
"อะไรกัน! ค่ายกลป้องกันระดับโลกาวินาศถูกทำลายในการโจมตีเดียวรึ!" เทียนกงหน้าซีดเผือด
ข้าจะให้พวกเ้าได้สัมพัสความหวาดกลัวที่แท้จริง
เยี่ยฉินพุ่งตัวออกไปราวกับเส้นสายสีดำ เขาเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มนักรบวิหารเทพดุจภูตพราย ทุกครั้งที่เขาสะบัดกระบี่ จะต้องมีศีรษะหรือแขนขาหลุดลอยออกมา มู่หย่งที่ยืนดูอยู่เื้ัใช้เนตริญญาช่วยชี้จุดอ่อนและคอยระวังหลังให้นายของตน
"นายน้อย! ทางซ้ายสามก้าว มีคนกำลังเตรียมใช้ลูกแก้วะเิปราณ!" มู่หย่งะโบอก
เยี่ยฉินไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาเพียงแค่ใช้นิ้วมือข้างที่ว่างดีดอากาศ
"ภูตแกนกลางกาลเวลา: เร่งรัด!"
ลูกแก้วะเิในมือของศิษย์ผู้นั้นกลับะเิออกมาทันทีที่ยังไม่ได้ขว้าง ทำลายล้างพวกเดียวกันเองจนแหลกเหลว
ในที่สุด เหลือเพียงผู้าุโเทียนกงที่ยืนสั่นสะท้านอยู่กลางอากาศ เขาตัดสินใจใช้ไพ่ตายสุดท้าย "ลูกแก้วิญญา์" ซึ่งบรรจุพลังของยอดฝีมือระดับสูงไว้
"ตายซะ! ไอ้ปีศาจ!" เทียนกงขว้างลูกแก้วที่เปล่งแสงจืดจ้าออกมา แสงนั้นรุนแรงจนสามารถทำลายเมืองทั้งเมืองได้ในพริบตา
เยี่ยฉินหยุดยืนนิ่ง เขายกกระบี่อนธการนิรันดร์ขึ้นเหนือศีรษะ วงแหวนในดวงตาของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"กระบวนท่าที่ 2 — กาลเวลาดับสูญ!"
กระบี่สีดำดูดซับแสงสว่างทั้งหมดจากลูกแก้วิญญา์เข้าไปในใบดาบ ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวกลับมืดมิดลงในพริบตา ก่อนที่เยี่ยฉินจะฟันกระบี่ลงมาตรงๆ
ตูมมมมมม!
แรงะเิของปราณสีดำพุ่งเข้าใส่เทียนกงโดยตรง ร่างของราชันย์นภาผู้ยิ่งใหญ่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไม่เหลือแม้แต่เศษิญญา
เยี่ยฉินยืนอยู่ท่ามกลางซากศพนับร้อยที่เกลื่อนกลาดไปทั่วหุบเขากระดูกั เขาปาดเืออกจากใบดาบที่สะอาดสะอ้าน ราวกับมันเพิ่งจะดื่มกินิญญาเ่าั้เข้าไปจนหมด
"มู่หย่ง... เก็บกวาดทรัพยากรที่เหลือซะ" เยี่ยฉินสั่งเสียงเรียบ "เราจะมุ่งหน้าสู่ 'นครหลวงเทียนเทียน'... ถึงเวลาที่ข้าจะไปทักทายสหายเก่าที่วิหารเทพสายหลักแล้ว"
มู่หย่งพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น เขาเริ่มเห็นแล้วว่า เส้นทางที่เยี่ยฉินเดินนั้นไม่ได้นำไปสู่ความตาย แต่เป็เส้นทางที่นำไปสู่การเป็พระเ้าองค์ใหม่ที่จะพิพากษาโลกใบนี้
……..........................……………………..…..…………….
ความบริสุทธิ์ของแสงสว่างมักถูกใช้ปกปิดความเน่าเฟะภายใน และกระบี่ของจอมมารมีไว้เพื่อกระชากหน้ากากนั้นออกมา จอมมารหวนคืนมาพร้อมกับเขี้ยวเล็บที่สมบูรณ์ และบัดนี้ ไม่มีใค
รในโลกเบื้องล่างจะหยุดยั้งการทวงบัลลังก์ของเขาได้อีกต่อไป