บทที่8
ทันทีที่สมุนโจรคนนั้นล้มลงสิ้นใจพวกที่ชุมนุมกันอยู่ก็เกิดการวุ่นวายโกลาหลขึ้นทันที อับดุลการิบถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ เขาหันไปสั่งการรองฯอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ท่านรองฯอินตาพาลูกน้องท่านไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ไปเดี๋ยวนี้ครับหัวหน้า”
เหล่าสมุนเจ็ดแปดคนเหมือนจะรู้งานพวกเขาเดินออกจากกลุ่มมารวมตัวกันตรงหน้ารองฯรอรับคำสั่งทันที
“หัวหน้าหรือว่าฮาซัสจะบุกค่ายเรา”เสียงะโดังมาจากกลุ่มสมุนที่ยืนรวมพลอยู่
ฮาซัสคือหัวหน้าโจรสลัดอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็ศัตรูคู่อาฆาตกับกลุ่มนี้มาช้านานเจอกันที่ไหนเป็ต้องปะทะกันให้แหลกกันไปข้าง
“หัวหน้ายามฝั่งหน้ารายงานมาว่ามีกองเรือลึกลับจอดล้อมหน้าค่ายของเรา” เสียงกะหืดกระหอบของสมุนคนหนึ่งดังมาแต่ใกล
หรือว่าซาฮัส บุกมาจริงๆ
“เอาเรือออกพวกเราไปดูกัน”อับดุลการิบะโสั่งเสียงดัง
ส่วนหน้าปากทางเข้าค่ายยามนี้หมอกปกคลุมหนาแน่น ปรากฏเรือลึกลับนับสิบลำ จอดเกาะกลุ่มกัน เป็เงาเลือนลางตะคุ่มๆปิดขวางเส้นทางเดินเรือไว้ทั้งหมดไม่มีสัญญานของสิ่งมีชีวิต มีแต่ความเงียบในความหนาวเหน็บและเลือนรางบรรยากาศชวนให้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เสียงอ๊อดแอ๊ดจากตัววัดทิศทางลมทำให้ภาพกลุ่มเรือลึกลับตรงหน้ายิ่งดูน่ากลัวเสียงลมพัดลอดผ่านช่องหน้าต่างที่ผุพัง เสียงประตูบานเก่ากระแทกดังปึงปังแม้แต่น้ำทะเลยังนิ่งเงียบไร้ละลอกคลื่น ทุกอย่างช่างเป็ใจ
กลุ่มเรือของอับดุลการิบมุ่งตรงมาถึงจุดที่ยามส่วนหน้ายืนสังเกตการณ์
“หัวหน้าเรือปีศาจ” ยามบนเกาะตะปูชี้มือบอกพร้อมกับะโเสียงสั่น
เรือรบโบราณพร้อมเรือประจัญบานสี่ลำทำหน้าที่ขนาบข้างซ้ายขวาคอยคุ้มกันจอดเกาะกลุ่มห่างจากกลุ่มเรือลึกลับในระยะสองร้อยเมตรอับดุลการิบเตรียมพร้อมปะทะเต็มที่ เรือลำนี้สร้างชื่อเสียงให้กับเขามาช้านานไม่มีใครปราบเขาได้เมื่อประจำการอยู่บนเรือรบลำนี้
“ส่งหน่วยสอดแนมไปสำรวจดู”อับดุลการิบเริ่มสั่งการหลังจากยืนมองกลุ่มเรือลึกลับตรงหน้ามาสักพักใหญ่
เรือยางเล็กชนิดนั่งสี่คนสองลำเร่งพายออกไปตามคำสั่งพวกมันหายลับไปในม่านหมอกหนาทึบ ดูคล้ายจะโดนกลุ่มเรือลึกลับกลืนกินไป
“ส่งไปอีกสอง”หัวหน้าสลัดร้ายสั่งการต่อเมื่อเห็นหน่วยสอดแนมชุดแรกหายไปนาน
ยังคงเช่นเดิม เรือที่ส่งออกไปหายเงียบ ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาสลัดผู้ยิ่งใหญ่ยังคงสงบนิ่งรักษาความเยือกเย็น ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“บานี่หนึ่งบานี่สาม ยิงหน้า หกนาฬิกา”หัวหน้าสั่งโจมตีแล้วสมุนส่วนใหญ่สลัดทิ้งความกลัวกลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง
หลังสิ้นคำสั่งเรือประจัญบานสองลำด้านหน้าซ้ายขวาแล่นตีคู่กันออกมา เสียงะเิกึกก้องจากปากกระบอกปืนใหญ่ดังสนั่นไปทั้งลำน้ำบึม! บึม!
ตูม! ตูม! เรือลึกลับเป้าหมายเบื้องหน้าะเิเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลำเรือฉีกกระจายเศษไม้ปลิวว่อนไปทุกทิศทางกระแสคลื่นเล็กๆเคลื่อนมาปะทะรอบทิศทางบ่งบอกถึงอานุภาพการทำลายล้างของปืนจากเรือประจัญบาน
“บานี่สองบานี่สี่ กราดยิงหน้า สิบเอ็ดถึงหนึ่งนาฬิกา”อับดุลการิบออกคำสั่งอีกครั้ง
เรือประจัญบานด้านหลังอีกสองลำแล่นขึ้นมาจอดเคียงคู่สองลำแรกประกายไฟจากปืนกลหนักพุ่งเป็เส้นใส่กลุ่มเรือลึกลับด้านหน้าทันที
พรืดดดดส์! ะุเหล็กขนาดยี่สิบห้ามิลลิเมตรพุ่งเจาะเรือเป้าหมายเป็รูพรุนเศษซากไม้ปลิวกระจายไปทั่ว พรืดดดดส์! ปืนกลหนักอำนาจทำลายล้างสูงยังคงยิงกราดใส่กลุ่มเรือลึกลับจนหมดแม็กแม้หมดะุเสียงโรตารี่กลไกปืนยังดังฟรีอยู่สักพักจึงสงบลงปากกระบอกร้อนฉ่ามองเห็นควันลอยขึ้นเบื้องสูง ปลอกะุนับพันกระจายเต็มพื้น
กลุ่มเรือลึกลับสภาพฉีกขาดยับเยินมองเห็นเป็เงาตะคุ่มครึ่งลำส่วนล่างติดกับพื้นน้ำส่วนบนเห็นท้องฟ้ามัวตัดกับซากหักพังของลำเรือ ไฟโหมไหม้กระจายเป็จุดๆหมอกควันที่เดิมหนาทึบอยู่แล้วผสมกับไอปืนยิ่งหนาแน่นทึบเข้าไปอีก
อับดุลการิบเริ่มฉงนในสถานการณ์เบื้องหน้า เขาให้สัญญาน เรือทุกลำแล่นเข้าหากลุ่มเรือลึกลับทันทีพร้ะโกนสั่งการกับยามฝั่ง “ส่งสัญญานให้รองฯอิโตะนำเรือพิฆาตออกมาสมทบด้วย
นี่เป็สถานการณ์พิเศษครั้งแรกที่รองฯทั้งสามได้ออกปฏิบัติการพร้อมกันรองฯอับดุลบาฮิม รองฯอินตาและรองฯที่แข็งแกร่งที่สุด รองฯอิโตะ
แต่ละรองฯได้รับหน้าที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีใครคาดเดาได้ว่ารองฯแต่ละคนจะไปเจอกับอะไรบ้าง
อับดุลบาฮิมใช้เวลาทั้งคืนเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่ป่าทึบเบื้องหน้าพวกเขากำลังตามหาพรรคพวกที่สูญหายไปั้แ่เมื่อคืน นับเวลาถึงตอนนี้กว่าแปดชั่วโมงแล้ว
ไม่พบร่องรอยใดๆไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสภาพความเสียหายทุกอย่างเหมือนหายไปกับป่าอาถรรพ์แห่งนี้
บรรดาสมุนที่ตามกันมาต่างอยู่ในอาการหวาดผวาสายตาที่มองไปรอบๆมีแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ป่าแห่งนี้เป็พื้นที่มรณะไม่เคยมีผู้ใดที่หลงเข้ามาแล้วจะได้รอดออกไป
สภาพต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านใบปกคลุมไปทั่วทำให้พื้นเบื้องล่างอยู่ในความมืดสลัวตลอดทั้งปีแถมยังมีหมอกหนากระจายไปทั่ว ช่างเป็ป่าที่แสนจะหนาวะเืยิ่งนัก
ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากกลุ่มของอับดุลบาฮิมมีเพียงเสียงหอบหายใจกับแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกระแวดระวังเพียงแค่เสียงกิ่งไม้หักดังแว่วมาทั้งกลุ่มก็จะมีอาการสะดุ้งขึ้นทันที
ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง! อับดุลบาฮิมรัวไรเฟิลคู่มือขึ้นฟ้าจนหมดแมกกาซีนเขากำลังเรียกขวัญของเหล่าลูกน้อง แม้ทุกคนจะติดตามเขามาช้านาน เชื่อมือกันที่สุดแต่ก็ไม่อาจใช้คำพูดใดปลุกปลอบขวัญที่เตลิดเปิดเปิงในครั้งนี้ได้
เพราะพวกเขาค้นหามาทั้งคืนแล้วแม้นเวลานี้น่าจะเป็่เที่ยงวัน กลับไม่พบเห็นสิ่งใดเลย ความสลัวกับหมอกที่หนาทึบเหมือนจะกลบร่องรอยพวกที่หายไป เป็เื่ที่น่าตื่นตระหนกยิ่งนัก
หลังสิ้นเสียงปืนอับดุลบาฮิมเปลี่ยนแมกกาซีนชุดใหม่ สมุนเกือบทั้งหมดร่วมสิบห้าชีวิตยืนรายล้อมเฝ้าระวังพวกเขาเริ่มกลับมาสงบอีกครั้ง
แม้จะยิงปืนขึ้นฟ้าชุดใหญ่ก็ไม่สามารถเปิดช่องแสงสว่างรอดลงมาได้ที่นี่ กิ่งใบของต้นไม้ใหญ่ทับซ้อนปกคลุมกันหลายชั้น
ในความเงียบมีเสียงดังแหม่ะ แหม่ะ เหมือนเสียงหยดน้ำหยดใส่บ่าของอับดุลบาฮิม
“เอ๊ะนี่อะไร”หัวหน้าสลัดหนุ่มประหลาดใจกับหยดน้ำที่หล่นลงมา เขาเอื้อมมือลูบ พบว่ามีลักษณะเป็ของเหลวเหนียวๆข้นๆกลิ่นคาวอย่างหนึ่งปะทะจมูกทำให้เขาถึงกับหน้าถอดสี นี่คงไปยิงโดนอะไรเข้าให้แล้ว
“หัวหน้าละ...ละ...เื”ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวเสียงสั่น
หลายคนที่ถือสปอร์ตไลท์เริ่มขยับส่องไฟขึ้นไป้าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาพวกเขาแทบช๊อค
ในความสลัวเบื้องบนที่ความสูงประมาณสิบเมตร พวกเขาเห็นร่างมนุษย์ขาผูกติดกับกิ่งไม้ใหญ่หัวห้อยลงมามือทั้งสองข้างตกห้อย เต็มรอบบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ นับคร่าวๆน่าจะไม่ต่ำกว่าห้าสิบร่าง
ในความตกตะลึงบางคนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น เสียงโอ๊กอ๊ากอาเจียนเกิดขึ้นกับอีกหลายคน สาบานได้ว่าั้แ่ฆ่าคนมาจนถึงวันนี้ พวกมันยังไม่เคยเจอภาพที่น่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน
อับดุลบาฮิมสมกับเป็จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่แม้ใจจะกระตุกวูบแต่ยังรักษาอาการนิ่งเฉยไว้ได้ เขาสั่งลูกน้องเสียงเบาเฉียบ“เอาพวกเขาลงมา”
ร่างไร้ิญญาถูกนำลงมาเรียงกันนับได้หกสิบสองชีวิตทุกศพอยู่ในสภาพคอหัก ตาเหลือกถลน บ่งบอกถึงความใสุดขีดพวกเขาคงพบกับอะไรที่น่ากลัวที่สุดก่อนจะเสียชีวิต
“เราห่างจากค่ายไกลแค่ไหน”อับดุลบาฮิมถามทำลายความเงียบ
“น่าจะสักสิบห้ากิโลเมตรครับหัวหน้า”
“ผมส่งข่าวกลับไปแล้วครับแต่ทางค่ายยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรคงต้องรอหัวหน้าใหญ่มาสั่งการ”สมุนคนนี้มีวิทยุสนามสะพายหลังเขาน่าจะเป็ฝ่ายสื่อสาร
“หัวหน้าใหญ่ไปไหน”อับดุลบาฮิมเริ่มออกอาการหงุดหงิด
“หัวหน้าใหญ่ออกเรือไปส่วนหน้าค่ายครับมีข่าวว่ามีเรือลึกลับมาปิดล้อม”
อะไรมันช่างบังเอิญมาเกิดพร้อมกันในเวลานี้นี่ไม่ใช่เื่ธรรมดาเสียแล้ว
เรือรบโบราณเรือพิฆาตห้าลำ เรือคุ้มกันอีกสิบห้า จอดลอยลำใกล้กลุ่มเรือลึกลับ ในระยะหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรโจรสลัดหลายร้อยคนบนเรือกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า บนเรือลึกลับทุกลำ เสียงร้องกา กา อีกาปริศนาฝูงใหญ่บินว่อนเต็มฟ้า หลายตัวกำลังจิกกินซากศพอย่างเอร็ดอร่อยพวกเขาจำได้ว่า เรือทุกลำ กับศพบนเรือคือกลุ่มคนที่พวกเขาฆ่าทิ้งไว้ตลอดรายทางมาค่าย
นี่น่าจะอยู่ตรงที่ถูกทำลายไม่ใช่เหรอใครเป็คนนำมันมา ไม่ใช่สิ ปีศาจตนใดที่สามารถพาเรือที่หมดสภาพไม่สามารถแล่นได้มาจอดเรียงกันได้มากมายขนาดนี้
ส่วนหน่วยหน้าที่ส่งออกมาสำรวจแต่ครั้งแรกทุกคนตายหมด ศพถูกนำไปรวมให้อีกาจิกแทะอยู่บนเรือลึกลับ เรือยางสี่ลำ แขวนห้อยกับเสากระโดงผุๆของเรือสี่ลำได้ยินเสียงสะบัดดังผับ ผับ ตามกระแสลม
ใครแยกเรือยางไปแขวนบนเรือ ใครฆ่าเพื่อนสลัดใครนำร่างทั้งหมดไปบนเรือให้เป็อาหารฝูงกา คงไม่มีมนุษย์หน้าไหนมีความสามารถทำเช่นนี้ได้นี่มันการกระทำของปีศาจชัดๆ
จะจัดการอย่างไรกับเื่นี้ดีหากต้องสู้กับปีศาจ พวกเขายังมองไม่เห็นหนทางชัยชนะหลายคนมองมายังอับดุลการิบที่ยืนนิ่งเฉยอยู่บนหัวเรือรบโบราณ รอว่าหัวหน้าสลัดผู้ยิ่งใหญ่จะตัดสินใจอย่างไร