กว่าจะจัดการทายาให้เอ้อร์เป่าและซานเป่าเสร็จเรียบร้อย ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นอยู่กลางฟ้าเสียแล้ว
สองเป่าคู่กลางเหน็ดเหนื่อยจากเหตุการณ์ระทึกในวันนี้จึงผล็อยหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน
ต้าเป่าเองก็ง่วงจนเปลือกตาหนักอึ้งแทบจะปิดสนิท แต่พี่ชายแสนดีก็ยังฝืนทนถอดเสื้อตัวนอกให้น้องชายทั้งสอง
หลินซีเห็นดังนั้น จึงหันหลังเดินออกไป ไม่นานก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับอ่างน้ำอุ่นในมือ นางเดินเข้ามาเช็ดหน้าเช็ดมือให้เอ้อร์เป่าและซานเป่าอย่างนุ่มนวล
ต้าเป่าชะงักกึก ยืนมองการกระทำของสตรี(ที่เคย)ใจดำอย่างงุนงงครู่หนึ่ง แต่เพียงไม่นานก็ตั้งสติได้ จึงทำท่าจะเดินออกไป ทว่ากลับถูกหลินซีดึงตัวเอาไว้
“ต้าเป่า เ้าเหนื่อยแล้ว ให้ข้าช่วยเถอะ จะได้รีบเข้านอน”
“ไม่ต้อง” ต้าเป่าขัดขืน รีบก้าวเท้าถอยทันที แต่มือเล็ก ๆ ของเขากลับสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้เลย
สุดท้ายเขาก็ถูกนางจับเช็ดหน้าเช็ดมือจนสะอาดสดชื่น หลังจากนั้นนางก็กดไหล่เขาเบา ๆ ให้นั่งลงที่ขอบเตียง
“เอาละ เ้าเองก็รีบนอนเถอะ ส่วนซื่อเป่าน่าจะอยู่กับเสิ่นเฉิน เดี๋ยวข้าไปอุ้มนางมาให้”
พูดจบ หลินซีก็ถืออ่างน้ำอุ่นเดินออกจากห้องไป
ต้าเป่าได้แต่นั่งนิ่ง ๆ อย่างเหม่อลอย กระทั่งชายเสื้อของเขาถูกกระตุกเบา ๆ เด็กชายจึงได้รู้ตัว เมื่อก้มลงมองก็เห็นว่าเป็ซานเป่าที่กำลังจ้องมองมา
“เจ็บจนนอนไม่หลับหรือ?” ต้าเป่าถามน้องชาย
ซานเป่าส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดเหมือนกระซิบ
“วันนี้เป็ความผิดข้าเอง ไม่ควรพาพี่รองไปเล่นที่นั่นเลย ถ้าข้าไม่ชวนไป พวกเราคงไม่ถูกคนพวกนั้นรังแก...”
แม้ซานเป่าจะเป็เด็กเงียบขรึมและติดจะพูดน้อยแต่ก็รู้ความใกล้เคียงผู้ใหญ่ เด็กน้อยรู้ดีว่าพรุ่งนี้ต้องมีเื่ยุ่งยากตามมาแน่นอน พ่อแม่ของเด็กเกเรเ่าั้คงจะไม่ปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปง่าย ๆ
ต้าเป่าได้ฟังก็รู้สึกปวดใจ ได้แต่ปลอบน้องชายเสียงอ่อน
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก นอนเสียเถอะ”
++++++++++
ด้านนอก
หลินซีสาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องนอนอีกห้อง เมื่อเข้ามาก็พบเสิ่นเฉินนั่งอยู่ข้างเตียงตามคาด โดยมีซื่อเป่าที่หลับสนิทนอนอยู่บนเตียง
เสิ่นเฉินเห็นนางเดินเข้ามาก็ทำท่าจุปาก ส่งสัญญาณให้เงียบ
หลินซีก้าวเข้าไปใกล้เตียงอย่างระมัดระวัง ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดค่อย ๆ เช็ดใบหน้าและฝ่ามือให้เด็กหญิงอย่างแ่เบา ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวนอกที่สกปรกออก แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเล็กให้เรียบร้อย
ทว่าในตอนนั้น ซื่อเป่าที่หลับอยู่ กลับละเมอเอื้อมมือเล็ก ๆ มาดึงมือหลินซีไปกอดไว้แน่นราวกับติดใจในความอบอุ่น ยิ่งกว่านั้นยังถูไถใบหน้าน้อย ๆ ไปมากับหลังมือของหญิงสาว ทำท่าทางออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว
เสิ่นเฉินที่มองดูอยู่ เห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ แล้วเดินออกไป
เมื่อหลินซีออกจากห้องนั้นมา ก็เห็นว่าเสิ่นเฉินนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารในลานบ้าน บนโต๊ะมีโจ๊กร้อน ๆ สองชามวางไว้ พร้อมกับเครื่องเคียงอีกหนึ่งจาน
หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งลง ก็เห็นว่าในชามของนางมีไข่ดาววางอยู่ฟองหนึ่ง
“เสิ่นเฉิน ข้าจำได้ว่าไข่ที่เหลืออยู่มีแค่ฟองเดียว ให้ข้าแล้วแบบนี้… พรุ่งนี้เช้าซื่อเป่ากับเด็ก ๆ จะกินอะไรเล่า?”
คนถูกถามตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กินเถอะ สีหน้าเ้าดูไม่ค่อยดี”
หลินซีขมวดคิ้ว เผลอจับชีพจรของตัวเองตามสัญชาตญาณ
‘เจอเื่ตื่นเต้นมาทั้งวัน สีหน้านางจะไม่แย่ได้อย่างไร? ตอนนี้แม้แต่ขาก็สั่นไปหมดแล้ว’
สุดท้ายนางจึงไม่ปฏิเสธ เพราะรู้สึกหิวจนแทบทนไม่ไหว คนหิวกินไปพลาง พูดไปพลาง
“ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่าหลับกันหมดแล้ว คืนนี้ให้ซื่อเป่านอนกับข้าเถอะ อย่างไรเสียนางก็เป็เด็กผู้หญิง จะให้นอนร่วมกับพวกพี่ชายตลอดไปคงไม่เหมาะนัก”
“อืม” เสิ่นเฉินส่งเสียงรับรู้
“อีกอย่าง ฟ้ามืดแล้ว ของที่เอามาจากป่าไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยจัดการเถอะนะ” หลินซีเอ่ยออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง วันนี้นางเหนื่อยจนแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะขยับตัวแล้วจริง ๆ
“อืม” เสิ่นเฉินส่งเสียงรับรู้อีกครั้ง
‘หืม? ตอบง่ายขนาดนี้เลยหรือ!’
หลินซีชำเลืองมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง แล้วแกล้งไอแห้ง ๆ สองครั้งก่อนจะพูดอย่างอ้อม ๆ “แล้วก็… พรุ่งนี้เช้า ที่บ้านเราน่าจะคึกคักเป็พิเศษ”
‘…หรือไม่แน่อาจจะเริ่มวุ่นวายั้แ่คืนนี้เลยก็เป็ได้’
“อืม” เสิ่นเฉินส่งเสียงรับรู้อีกครั้ง และเป็อีกครั้งที่เขาเพียงครางสั้น ๆ ในลำคอโดยไม่แสดงสีหน้ายินดียินร้าย
หลินซีกินโจ๊กในชามจนหมด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง
“...แต่เ้าก็ไม่ต้องกังวลนะ ข้ารับมือนางหลี่กับคนอื่น ๆ ได้ เื่เกิดแล้วก็ช่างมันเถอะ สำคัญคือจะไม่ยอมให้พวกเขามารังแกลูก ๆ ของเราได้อีก”
ครานี้เสิ่นเฉินเงยหน้าขึ้นมองนางทันที สายตาของเขาดูลึกซึ้งจนยากจะคาดเดาได้ ก่อนจะตอบรับเสียงเบา
“อืม”
หลินซีเดาความคิดชายหนุ่มไม่ออก แต่คิดไปก็เหนื่อยและปวดหัว จึงเลิกสนใจ รีบกินให้อิ่มท้องโดยไว ตอนนี้ความง่วงงุนกำลังเล่นงานนางจนทนไม่ไหวแล้ว “คืนนี้รบกวนเ้าช่วยเก็บกวาดด้วยนะ พรุ่งนี้ข้าสัญญาจะทำงานชดเชยให้ จะไม่บ่ายเบี่ยงเด็ดขาด”
เสิ่นเฉินพยักหน้ารับ
หลินซีวางชามโจ๊กที่หมดเกลี้ยงลง จากนั้นก็ข่มความง่วงฝืนล้างหน้าล้างตาจนสะอาดก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง สองขาหนักอึ้งพยายามก้าวเข้าหาเตียงอุ่น ๆ ปากก็หาวหวอด ๆ น้ำตาเล็ด
ชั่วพริบตาที่ประตูปิดลง เสิ่นเฉินจึงค่อยวางถ้วยชามลงบนโต๊ะ ร่างใหญ่นิ่งไปอย่างครุ่นคิด หลังเก็บกวาดเสร็จแล้ว เขากลับไม่ได้เข้าห้องนอน แต่เดินออกไปจัดการกับสัตว์ป่าที่ล่ามาได้จนเสร็จสิ้น จากนั้นจึงจัดการเก็บผักป่าและสมุนไพรที่หลินซีเก็บมาให้เข้าที่ แล้วเดินหายออกจากบ้านไปเงียบ ๆ
++++++++++
หลินซีคาดว่าพวกนางหลี่อาจมาหาเื่กลางดึก จึงตั้งใจว่าจะระวังตัวใน่เวลานอนเป็พิเศษ
ทว่าเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการปีนเขามาทั้งวัน ร่างกายจึงอ่อนล้าอย่างหนัก คนระวังตัวจึงหลับสนิทเป็ตายไปตลอดทั้งคืน
อย่างไรก็ตาม ในคืนนั้นกลับไม่มีเื่ใดเกิดขึ้นเลย
++++++++++
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินซีพลิกตัวไป มือควานหาซื่อเป่าตามจิตใต้สำนึก แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า นางสะดุ้งตื่นทันที ร้องเรียกเสียงดังอย่างใ
“ซื่อเป่า!?”
หรือว่านางกลับไปยังมิติเดิมแล้ว? …
หรือว่าซื่อเป่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น?! …
หลินซีรีบลืมตาโพลงอย่างร้อนรน แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้นางโล่งอกในทันที—ซื่อเป่ากำลังนั่งขดตัวอยู่ที่มุมเตียงเล็ก ๆ มองนางด้วยสายตาหวาดหวั่น
ดูเหมือนการตื่นกะทันหันของนางจะทำให้เด็กน้อยสะดุ้ง จนตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย
เห็นซื่อเป่ายังอบอุ่นปลอดภัยในห้อง หลินซีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นางอดทนกับอาการปวดเมื่อยตามตัว ฝืนลุกขึ้นนั่งแล้วถามเสียงนุ่ม
“ซื่อเป่า ตื่นนานแล้วหรือจ๊ะ? หิวหรือยัง?”
ซื่อเป่าหลบสายตาวูบ เอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยเสียงแ่เบา
“เพิ่งตื่นเมื่อครู่เ้าค่ะ... ยังไม่หิว—”
*จ๊อกกก~*
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงท้องน้อย ๆ ของนางก็ร้องโครกครากดังชัดเจน
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงพลันแดงก่ำขึ้นมาทันที
หลินซีหลุดหัวเราะอย่างอดไม่ได้ นางเอื้อมมือไปคว้าเสื้อผ้าของซื่อเป่าที่วางอยู่ข้าง ๆ มา
“มาเถอะ ข้าช่วยเ้าแต่งตัว แล้วจะออกไปทำอาหารเช้าให้กิน”
ซื่อเป่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมให้หญิงสาวช่วยแต่งตัวแต่โดยดี
หลินซีลงมืออย่างคล่องแคล่ว แล้วจัดการถักผมให้เป็ทรงสวยงามอย่างรวดเร็ว
ซื่อเป่าชื่นชอบจึงยิ้มจนดวงตาโค้งขึ้นราวพระจันทร์เสี้ยว ครู่หนึ่งก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและเขินอาย “มง... มงกุฎดอกไม้…”
หลินซียิ้มเอ็นดู พลางหยิบมงกุฎดอกไม้ขึ้นมาจากข้างเตียงแล้วสวมให้ เด็กน้อยดีใจจึงยิ้มกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นหลินซีก็พาซื่อเป่าเดินออกมาข้างนอก ให้นางไปปลุกพวกพี่ชาย ส่วนตัวเองเดินไปที่ห้องครัว เพื่อดูว่าจะทำอาหารเช้าอะไรได้บ้าง
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความประหลาดใจจากด้านนอก นางรีบวิ่งออกไปดูทันที
ต้าเป่าและน้องชายอีกสองคนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ละคนต่างถือมงกุฎดอกไม้คนละอัน สีหน้าท่าทางดูสับสนอยู่บ้าง
ซื่อเป่าปรบมือเล็ก ๆ อย่างสุขสม “ไชโย!...มีทุกคนเลย…”
หลินซีงุนงง “เอ๊ะ?”
‘นางไปแจกมงกุฎดอกไม้ให้ั้แ่เมื่อไหร่กัน? หรือว่าเมื่อคืนเผลอทำเผื่อไว้แล้วลืมไป?’
หางตาของเอ้อร์เป่าเหลือบมาเห็นนางเข้าพอดี เขารีบยัดมงกุฎดอกไม้ใส่มือซื่อเป่าอย่างรวดเร็ว “ข้าเป็ลูกผู้ชาย ใครจะไปใส่ของแบบนี้กันเล่า!”
มือของต้าเป่าที่ยกค้างอยู่กลางอากาศชะงักกึก เมื่อถูกสายตาของเอ้อร์เป่าจับจ้อง เขาก็จำใจเบี่ยงมือเปลี่ยนทิศกลางคัน ยื่นมงกุฎดอกไม้ใส่มือซื่อเป่า แล้วกล่าวอึกอัก “ขะ...ข้าก็ไม่้าเหมือนกัน”
ซื่อเป่าทำสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่นางยังมีพี่ชายอีกคน สาวน้อยหันไปมองซานเป่าด้วยสายตาคาดคั้นแล้วกึ่งบอกกึ่งสั่ง “ใส่...พวกเราใส่ด้วยกัน...สวย…”
“...” ซานเป่าไม่พูดอะไร ได้แต่สวมมงกุฎดอกไม้ลงบนศีรษะเงียบ ๆ
หลินซีกลั้นหัวเราะ กลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง คราวนี้นางก็สังเกตเห็นผักป่าที่นางเก็บมาเมื่อวานถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบในตะกร้าบนชั้นวาง
“อ๊ะ…?” หลินซีกวาดตามองห้องครัว ใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะเข้าใจ…ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจทันที
‘หรือว่าจะเป็เสิ่นเฉินที่ช่วยจัดเก็บให้? แล้วมงกุฎดอกไม้พวกนั้นก็เป็เขาที่เตรียมไว้ให้ด้วยหรือ?’
ผู้ชายคนนี้...เหนือความคาดหมายจริง ๆ
‘แต่…เหตุใดไม่เห็นเขาเลยเล่า? ออกไปแต่เช้ามืดเลยหรือ?’
หลินซีคิดในใจพลางหยิบผักป่ากำมือหนึ่งมาล้าง ตั้งใจว่าจะทำโจ๊กผักป่า วันก่อนผักกาดขาวครึ่งหัวยังเหลืออยู่ ทำผักกาดขาวดองเค็มกินคู่กันน่าจะดี
อาหารเหล่านี้ล้วนทำได้รวดเร็ว ไม่นานหลินซีก็ทำเสร็จและยกออกมา ด้านนอก ต้าเป่ากับน้อง ๆ ก็จัดโต๊ะรอเรียบร้อยแล้ว
เอ้อร์เป่าวิ่งเข้ามาหา มือเล็ก ๆ ยื่นมาข้างหน้า สีหน้าแววตาเคร่งขรึมดุดัน “ข้าช่วยยกเอง… อย่าเข้าใจผิดนะ! ท่านพ่อสอนว่าพวกเราต้องพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่ว่าข้าอยากช่วยท่านเสียหน่อย!”
ต้าเป่าก็เดินตามมา ก้มหน้าหลบสายตาด้วยท่าทีอึดอัด
หลินซีอมยิ้มแล้วตอบกลับไป “ให้ข้าทำเองเถอะ พวกเ้าทำได้ดีมากแล้ว”
อาจเพราะไม่เคยได้ยินคำชมจากเ้าของร่างคนเก่ามาก่อน ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจึงแสดงสีหน้าราวกับเห็นผี
หลินซีกำลังจะพูดดี ๆ ต่อ แต่ทันใดนั้น ก็มีคนมาหยุดที่หน้าบ้าน พร้อมส่งเสียงะโอย่างร้อนรน
“สะใภ้เสิ่น! สะใภ้เสิ่น! สามีเ้าเกิดเื่แล้ว!”
.
.
.