ศึกการประลองเป็นตายระหว่างหลินเทียนและหมิงโจวนั้นนับว่ามีความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าศึกการประลองในครั้งนี้จะไม่มีใครที่ต้องจบชีวิตลง แต่สำหรับผู้แพ้นั้นนับว่ามีความโหดร้ายยิ่งนักเพราะอนาคตของมันผู้นั้นจะต้องดับสูญไปตลอดกาลไม่ว่าใครก็มิสามารถที่จะทำใจได้ทั้งนั้นตัวของมันเป็นถึงศิษย์หลักลำดับสูงอนาคตของมันย่อมสว่างไสวดุจดวงดาว แต่ชีวิตของมันหลังจากนี้มีเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้นที่รอมันอยู่พลังที่มันฝึกปรือมาทั้งชีวิตล้วนเหือดหายไปจนหมดสิ้น ผู้คนตระกูลหมิงในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยจิตใจที่เศร้าหมองอย่างถึงขีดสุดในรอบหลายสิบปี ผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดของตระกูลทั้งสองกลับกลายเป็นผู้ที่พิการไปตลอดชีวิต แค่นั้นยังไม่พอผู้ที่ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดของตระกูลแถมยังเป็นบุคคลสำคัญของสภาจอมเวท บัดนี้กับนอนหยอดนอนหยอดน้ำข้าวต้มนานนับเดือนไม่ทราบวันเวลาที่แน่ชัดว่าหมิงจงผู้นี้จะผงาดเหมือนดังเช่นดังเดิมต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด
ณ ตระกูลหมิงสถานที่ตั้งตระกูลหมิงแห่งนี้นั้นอยู่ภายในใจกลางของเมืองหลวงประวัติศาสตร์ของพวกมันนั้นมีมาอย่างยาวนานนานนับร้อยปีอำนาจบารมีที่มันสะสมมานั้นนับว่าไม่น้อยเลยน้อยคนยิ่งนักที่ผู้คนจะใจกล้ายั่วยุพวกมันเช่นนี้ ภายในห้องโถงแห่งนี้นั้นมีร่างที่ไม่ได้สติมากถึง 2 คน คนผู้นั้นก็คือหมิงโจวกับหมิงจงนั่นเอง ส่วนทางด้านของเจ้าหมิงยู่นั้นตัวของมันได้ฟื้นคืนสติมาสักระยะหนึ่งแล้ว ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมีผู้คนจากสูงยันต่ำมารวมตัวกัน“ท่านพ่อ ท่านต้องล้างแค้นให้ข้าแล้วก็ท่านพี่ท่านลุงนะ การที่มันทำเช่นนี้นั้นมันไม่ได้เห็นตระกูลหมิงของพวกเราอยู่ในสายตาเลย” หมิงยู่พยายามที่จะใส่ไฟต่อผู้เป็นพ่อของมัน เพราะท่านพ่อของมันนั้นเป็นถึงผู้นำตระกูลหมิงคนปัจจุบันถึงแม้ว่าพลังของท่านพ่อของมันนั้นจะอ่อนด้อยกว่าท่านลุงของมันไปขั้นหนึ่งแต่ตัวของเขานั้นก็เป็นผู้ควบคุมกำลังพลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เพียงแค่นี้มันก็มากพอที่จะปลิดชีวิตของหลินเทียนได้เปี้ยง…..ผู้นำตระกูลหมิงไม่เพียงไม่ตอบคำแต่ตัวของมันนั้นกับลงมือตบไปที่ใบหน้าของผู้เป็นบุตรชายอย่างรุนแรง ต่อหน้าผู้คนมากมายของตระกูลใบหน้าของหมิงยู่ในยามนี้นั้นถึงกับสั่นสะท้านไม่มีหยุด มันจ้องมองผู้เป็นบิดาค้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะตั้งแต่เกิดมาในชีวิตมันไม่ทราบจริงๆว่าผู้เป็นบิดาของมันนั้นตบหน้ามันเมื่อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่“ท่าน ท่านตบข้า” มันเอามือรูปไปที่ใบหน้าของตนเพราะความรู้สึกของมันในยามนี้ยังคงรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไม่หายแรงตบเมื่อครู่มันช่างรุนแรงและหนักหน่วงยิ่งนัก“มันเป็นเพราะความโง่ของเจ้ามันเกินกว่าที่จะเยียวยา หากเจ้าไม่หุบปากข้าจะตบสั่งสอนเจ้าให้หนัก” หาได้ยากยิ่งนักที่ผู้เป็นบิดาของมันจะใช้คำพูดดุด่ามันเช่นนี้ หมิงยู่รีบกลืนคำพูดของตนไปในทันทีเกรงว่าใบหน้าของตนมันจะสั่นสะท้ายด้วยแรงตบไปอีกรอบ“ท่านหัวหน้าตระกูลได้โปรดระงับโทสะของท่านก่อน นายน้อยคงไม่ได้ตั้งใจ ใครจะไปคาดคิดได้ว่าเจ้าเด็กไม่รักดีนั่นมันจะเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาว และที่ข้างกายของมันยังมีคนที่แข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาดอีก หากนายน้อยรู้ตั้งแต่แรกคงไม่คิดที่จะไปสร้างปัญหากับมัน” ผู้ที่กล่าวห้ามท่านหัวหน้าตระกูลนั้นพลังฝีมือของมันเองก็มิได้ธรรมดาสามัญเพราะ ทั้งหมิงโจวและหมิงยู่เองตัวของมันเองก็ให้การฝึกฝนมาตั้งแต่ยังน้อยก็ไม่แปลกที่ตัวของมันจะมีความรู้สึกผูกพันเช่นนี้“เห้อ…ตระกูลหมิงที่ยิ่งใหญ่ของข้ากลับกลายเป็นตัวตลกในพริบตา” หัวหน้าตระกูลหมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเศร้าหมองอย่างถึงที่สุด“พวกเราควรที่จะทำอย่างไรดี หรือเราจะส่งคนไปกำจัดเจ้าเด็กหลินเทียนนั่นดี” ที่ปรึกษาของท่านหัวหน้าตระกูลหมิงกล่าวแสดงความคิดเห็นของตนของคิดของมันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากเจ้าหมิงยู่เลย“หากเจ้ามิใช่ที่ปรึกษาข้าคงโดนตบปากไปอีกคน เจ้าคิดว่าพวกเราในยามนี้มีปัญญาพอที่จะทำอะไรเจ้าเด็กนั่นอีกรึหากมันอาศัยเพียงแค่คนที่อยู่ข้างกลายของมันแม้แต่ตัวของข้าเองก็เอาไม่อยู่แม้แต่ตัวของท่านพี่เองเป็นถึงเสาหลักของสภาจอมเวทยังถูกเจ้านั่นจัดการโดยง่าย ผู้คนทั้งเมืองหลวงแห่งนี้ต่างก็ต้องการที่จะซื้อใจมันด้วยซ้ำไม่ว่าจะเป็น ผู้นำแสงศักดิ์ ผู้นำสภาจอมเวท ผู้อำนวยการโรงเรียนจอมเวทต่างๆของทวีปนี้ เจ้าให้ข้าไปจัดการมันเจ้าอยากจะเป็นศัตรูของคนพวกนี้รึไงเจ้าพวกโง่” สถาการณ์เช่นนี้มันเป็นอะไรที่ตึงมือมากจนเกินไป“แล้วพวกเราควรที่จะทำอย่างไรดี” ที่ปรึกษาหัวหน้าตระกูลหมิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นตกใจ แต่ล่ะรายนามที่กล่าวออกมาเมื่อครู่นี้นั้นนี่มันระดับตัวเบ้งของทวีปนี้เลยทีเดียว และผู้ที่สามารถจัดการหมิงจงได้ เพียงแค่ตัวของมันคนเดียวก็เป็นไปได้สูงก็สามารถจัดการผู้คนตระกูลหมิงได้โดยง่ายแล้ว“การที่จะไปมีเรื่องกับตัวตนเช่นนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย พวกเราในยามนี้คงทำได้แต่เพียงอดกลั้นเท่านั้น อีกไม่กี่วันหลังจากนี้ข้าจะไปพบกับเจ้าเด็กนั่นด้วยตนเอง นี่ก็เพื่อความอยู่รอดของพวกเรา” หมิงห้าว กล่าวออกมาโดยที่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากนัก จริงอยู่ที่ตัวของมันจะอ่อนแอกว่าผู้เป็นพี่ชายของมันหนึ่งขั้นแต่สติปัญญาของมันที่มีนั้นนับว่าสูงส่งกว่ากันมากนักหมิงห้าวผู้นี้จึงได้รับเลือกขึ้นมาเป็นหัวหน้าตระกูลหมิงคนปัจจุบันการที่จะเป็นผู้นำผู้คนได้นั้นนอกจากพลังที่แข็งแกร่งแล้วจำเป็นต้องมีสติปัญญาที่เฉียบคมอีกด้วย“ส่วนอาการของหมิงโจวและหมิงยู่นั้นนับว่าสาหัสอย่างแท้จริงเป็นไปได้ว่าตัวของพวกมันนั้นจะต้องพิการไปตลอดชีวิต นี่ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวข้าต้องเจ็บปวดหัวใจอย่างแท้จริง”“ท่านพ่อข้าไม่อยากเป็นคนพิการ ท่านพ่อได้โปรดช่วยข้าด้วย” หมิงยู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดต่อให้มันต้องมีสภาพนอนเป็นผักนานนับปีมันก็ยังพอที่จะรับไหว แต่การที่ตัวของมันจะต้องเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตมันเกินกว่าที่ตัวของมันจะรับไหวจริงๆ”“เหอ เหอ มีเพียงแต่หยกมังกรดำเท่านั้นที่จะสามารถช่วยรักษาอาการของพวกเจ้าได้ แต่ราคาของมันนั้นช่างหน้าเจ็บปวดหัวใจเสียเหลือเกิน” หยกมังกรดำนั้นเป็นยาสมานเส้นเอ็นและกระดูก มันถูกปรุงยาโดยนักปรุงยาระดับสูงสุดราคาของมันนั้นมากมายมหาศาลเสียจนน่าปวดใจเพราะมันมากถึง 100 ล้านเหรียญทอง เท่ากับว่ามันเป็นทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลหมิงเพื่อที่จะแลกกับเม็ดยาเม็ดนี้