.ตอนที่15 ผลสอบกรณีพิเศษ
เมื่อถึงเวลาพักทานอาหารกลางวัน
ซ่งเย่ ซูฉีเกาเฉิน และเพื่อนอีกสามคนเดินไปโรงอาหารเป็กลุ่มใหญ่
ซ่งจูหว่านที่มองเห็นซ่งเย่มาทานอาหาร
เธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจและคิดในใจ“เธอทำแบบทดสอบเสร็จแล้วหรือ?”
กู้เจ๋ออ้ายเห็นเธอขมวดคิ้วเลยถามด้วยความเป็ห่วงว่า“หว่านเอ๋อร์ ข้อสอบยากมากหรือครับ?”
“ไม่ไม่ยากมากนักค่ะ พอทำได้บ้างค่ะ” ซ่งจูหว่านรีบเอ่ยแก้ตัวกับกู้เจ๋ออ้ายทันที
“นั่นสิครับหว่านเอ๋อร์เก่งอยู่แล้ว ต้องได้เป็ตัวแทนนักเรียนแน่นอนครับ”
กู้เจ๋ออ้ายยิ้มและพูดให้กำลังใจเธอเต็มที่
“ไม่รู้สิคะ”จูหว่านยิ้มเขินอายกับรอยยิ้มที่ให้กำลังใจจากเขา
หลังทานอาหารกลางวันนักเรียนทุกคนของชั้นมัธยมปลายได้เรียนวิชาอิสระเป็กรณีพิเศษ
เนื่องจากมีการทดสอบทำให้ในตอนบ่ายไม่มีอาจารย์เข้าสอนในห้องเรียน
เป็เพราะว่าอาจารย์ทุกคนช่วยกันตรวจแบบทดสอบของนักเรียน
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน
หลิวเย่ขับรถมารับซ่งเย่เหมือนเดิม
ซ่งจูหว่านที่เห็นรถฮัมเมอร์สีเขียวเข้ม
เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้นแววตาลุกเป็ไฟและไม่พอใจพลางพูดพึมพำกับตัวเองว่า
“หยิ่งผยองเข้าไปสุดท้ายเธอก็ไม่ได้เป็คุณหนูของตระกูลซ่ง”
บนรถยนต์ฮัมเมอร์
หลิวเย่เห็นสาวน้อยยิ้มมุมปากเล็กน้อยและมีแววตาสนุกสนาน
เขาจึงถามขึ้นว่า“มีอะไรสนุกหรือครับ?”
“หือ! ไม่มีอะไรค่ะ”ซ่งเย่ปฏิเสธที่จะบอกเขาตามตรง
“มีหนังสือแพทย์อยู่ที่วิลล่าแล้วนะครับ”ลูกน้องของเขา เพ่ยเหวินซี ได้ขับรถมาส่งเมื่อสองชั่วโมงก่อน
“จริงหรือคะ?”ซ่งเย่ส่งเสียงตื่นเต้นทันที
เธอกำลัง้าหนังสือเพื่อค้นคว้าความรู้หาวิธีรักษาคุณตาของเธอ
“แล้วปุ๋ยแห่งอนาคตล่ะครับ”หลิวเย่ถามถึงสิ่งที่พวกเขากำลังช่วยกันวิจัยขึ้นมา
“ก็ทำเหมือนเดิมค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามตรง
“แล้วจะอ่านหนังสือเวลาไหน? สาวน้อย เธอต้องพักผ่อนให้มากนะครับ”หลิวเย่เตือนด้วยความห่วงใย
“จะเอามาอ่านที่โรงเรียนค่ะ”ซ่งเย่วางแผนเตรียมไว้แล้ว
“หืออาจารย์ไม่ว่าหรือครับ?”เขาแปลกใจที่เธอสามารถอ่านหนังสืออื่นในเวลาเรียนได้
“ไม่อาจารย์ไม่ว่าค่ะ” ซ่งเย่ยืนยันคำตอบ
หลิวเย่ขับรถพาซ่งเย่มาถึงวิลล่าของตนเอง
จากนั้นพาเธอไปดูหนังสือที่ลูกน้องเพ่ยเหวินซี ขับรถมาส่ง
ซ่งเย่ตาเป็ประกายเมื่อมองเห็นหนังสือทางการแพทย์ไม่ต่ำกว่า200 เล่ม
มีฉบับภาษาอังกฤษเป็จำนวนมาก
“ถ้าสนใจเื่ไหนเป็พิเศษจะหามาให้ครับ”หลิวเย่แสดงความมีน้ำใจกับซ่งเย่
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าและเลือกค้นหาหนังสือเพื่อเตรียมนำไปอ่านที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของซ่งเย่ดังขึ้น“กริ๊ง กริ๊ง”
“เย่เอ๋อร์มาดูบ้านของพวกเราเร็วเข้าลูก” ซ่งซ่านจิงส่งเสียงมาตามสายด้วยความตื่นเต้น
“ตกลงค่ะ” ซ่งเย่รับคำของพ่อทันที
“จะไปส่งครับ”หลิวเย่ถือกล่องกระดาษของเธอไว้รอพร้อมที่จะเดินออกจากวิลล่า
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าแล้วหันไปหยิบกระเป๋าเป้ที่มีของใช้ส่วนตัว
จากนั้นทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถฮัมเมอร์และตรงไปยังวิลล่าของพ่อเธอ
……….
สิบนาทีต่อมา
ซ่งเย่มองเห็นวิลล่าขนาดใหญ่เป็สองเท่าของตระกูลซ่ง
ด้านหน้าและด้านหลังมีสวนดอกไม้และสวนหย่อมที่จัดวางอย่างสวยงาม
เมื่อซ่งเย่ก้าวลงมาจากรถยนต์
เธอหันมองรอบกายด้วยแววตาสดชื่นเป็ประกายด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเ็าเหมือนเดิม
“สวัสดีครับคุณหนู”
พลันมีเสียงลุงโจวพูดทักทายซ่งเย่พร้อมกับเอื้อมมือไปรับกล่องกระดาษและกระเป๋าเป้จากมือหลิวเย่
“หือลุงโจวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”ซ่งเย่หันมามองลุงโจวอย่างงุนงง
“ผมกับแม่ครัวหลี่ลาออกจากบ้านตระกูลซ่งและมาสมัครทำงานกับคุณชายรองครับ”
ลุงโจวอธิบายที่มาที่ไปของเขากับแม่ครัวหลี่ให้ฟัง
“แม่ครัวหลี่ล่ะคะ?”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจและถามหาแม่ครัวหลี่
“แม่ครัวหลี่กำลังทำอาหารเย็นไว้รอคุณหนูครับ”ลุงโจวอธิบายเหตุผลให้เธอฟัง
“ค่ะ” ซ่งเย่ทำเสียงเข้าใจ
จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนเดินเข้าไปในวิลล่า
มีเสียงเหมือนกำลังก่อสร้างปรับปรุงอะไรสักอย่างที่ด้านหลังวิลล่า
ซ่งเย่และหลิวเย่เดินออกไปดูด้วยกัน
พลันมองเห็นพ่อของเธอกำลังควบคุมคนงานราว18 คนให้เร่งต่อเติมห้องใหญ่ทางด้านหลังวิลล่า
“พ่อคะ ทำอะไรคะ?” ซ่งเย่ถามพ่อเธอด้วยความแปลกใจ
ซ่งซ่านจิงได้ยินเสียงจึงหันมามองซ่งเย่ด้วยรอยยิ้มและพูดตอบเธอว่า
“พ่อเร่งทำห้องปฏิบัติการของพวกเราอย่างไรล่ะจะได้ทำงานให้เสร็จโดยเร็ว หากพ่อกับลูกไปรบกวนหลิวเย่บ่อยๆ ก็เกรงใจน่ะครับ”
พ่อเธอพูดพลางมองไปที่หลิวเย่ด้วยสายตาหวงลูกสาวในที
“อันที่จริงทำที่นี่ก็ดีเหมือนกันครับเดี๋ยวผมจะมาช่วยทำงานด้วย”
หลิวเย่สะดุ้งกับสายตาของว่าที่พ่อตาเลยแก้เก้อด้วยการพูดอาสามาช่วยทำงานที่ยังค้างคาอยู่
“ก็ดีค่ะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร” ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจและพูดเสริมขึ้นมา
แต่คำพูดของเธอทำให้หลิวเย่เข้าใจไปว่าเธอห่วงใยเขา“ไม่เป็ไรครับ แค่ทำอาหารเองไม่เหนื่อยเลยครับ”
หลิวเย่ตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างและเมื่อหันไปเห็นใบหน้ามืดดำของซ่งซ่านจิงเขาพลันหุบยิ้มทันที
“พ่อคะไปดูพวกเขาทำงานกันค่ะ” ซ่งเย่ชวนพ่อของเธอไปดูการต่อเติมห้องทำงานเฉพาะกิจ
“โอเคครับไปกันเถอะ” ซ่งซ่านจิงพยักหน้าและเดินไปกับลูกสาวตนเอง
แต่ถึงอย่างนั้นซ่งซ่านจิงก็ไม่วายหันมามองหน้าหลิวเย่คล้ายกับจะปรามหลิวเย่ในที
หลิวเย่คิดในใจอย่างหดหู่“เจอพ่อตาหวงลูกสาวนี่ ช่างลำบากเสียจริง”
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
งานที่ต่อเติมได้เสร็จเรียบร้อย
ซ่งซ่านจิงซ่งเย่ และหลิวเย่เดินตรวจตราความเรียบร้อยด้วยกัน
พวกเขาทั้งสามคนพอใจกับงานที่พนักงานของบริษัทซ่งจินทำเป็อย่างดี
“อาหู่ บอกพวกเด็กๆทุกคนด้วยว่าไม่ต้องพูดถึงวิลล่านี้กับคนในตระกูลซ่งนะ”
เสียงของซ่งซ่านจิงเน้นย้ำกับหัวหน้าคนงานที่มาทำงานในตนเอง
“ท่านประธานไม่ต้องกังวลครับว่าแต่ท่านประธานจะไม่กลับไปทำงานกับพวกเราอีกแล้วหรือครับ?”
อาหู่ถามด้วยน้ำเสียงหดหู่ที่พบว่าประธานได้ลาออกจากตำแหน่งและส่งมอบงานให้กับรองประธานไว้แล้ว
ส่วนประธานบริษัทคนใหม่นั้นผู้เฒ่าตระกูลซ่งจะทำการแต่งตั้งใหม่ในเร็ววัน
อาหู่และหัวหน้าแผนกหลายคนคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับประธานซ่งซ่านจิง
เมื่อพวกเขารู้ข่าวว่าซ่งซ่านจิงลาออกและแยกครอบครัวกับตระกูลซ่ง
ทำให้หัวหน้าแผนกหลายคนในบริษัทลังเลที่จะอยู่ต่อไป
และเมื่อพวกเขารู้ข่าวว่าประธานซ่งได้ซื้อวิลล่าหลังใหม่โดยจะมีการต่อเติมห้องทำงานเฉพาะกิจ
พวกเขาต่างยินดีมาช่วยงานกันทุกคน
“ไม่กลับไปแล้วล่ะผมจะตั้งบริษัทใหม่ทำด้านเทคโนโลยีน่ะ” ซ่งซ่านจิงบอกเหตุผลกับลูกน้องเก่า
“มีตำแหน่งงานให้พวกเราบ้างไหมครับท่านประธาน?” อาหู่พูดถามขึ้นมา
ถึงแม้เขาจะรู้ว่าเป็บริษัทที่แตกต่างจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แต่ยังคงมีความหวังว่าจะได้ทำงานกับนายเก่า
“พวกคุณทำอะไรได้บ้างคะ?”ซ่งเย่ที่ฟังการสนทนาของพ่อและลูกน้อง พลันถามอาหู่ขึ้นมา
“คุณหนูครับ ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถทำเื่เทคโนโลยีได้แต่พวกเราขับรถ ขนของและงานอื่นๆได้ครับ”
น้ำเสียงตื่นเต้นอย่างมีความหวังของอาหู่ตอบคำถามซ่งเย่ทันที
“พวกเขามีกี่คนคะ?” ซ่งเย่เห็นพวกเขามีความจงรักภักดีเธอจึงอยากเลี้ยงดูพวกเขาต่อไป จึงหันไปถามพ่อตนเอง
“หลายคนทีเดียวเพราะมีหลายแผนกแต่ถ้าออกมากันหมด บริษัทจะไม่แย่เลยหรือ?”
ซ่งซ่านจิงหันหน้าไปถามอาหู่ด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“ท่านประธานไม่รู้อะไรครับถึงพวกเราไม่ลาออก คุณชายใหญ่ก็จะหาคนมาแทนพวกเราอยู่ดี”
อาหู่พูดแทนทุกคนซึ่งพวกเขาต่างก็พยักหน้ายืนยัน
“มีใครบ้างที่จะมาน่ะ?” ซ่งซ่านจิงถามอย่างจริงจัง
“มีหยานฉีหัวหน้าแผนกการเงิน หมินกวงเหยา หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ และผมครับท่านประธาน”
อาหู่ตอบคำถามของซ่งซ่านจิง
“มีแต่คนฝีมือดีทั้งนั้นเกิดอะไรขึ้น?” ซ่งซ่านจิงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจกับข้อมูลที่ได้ยิน
“เท่าที่พอรู้หยานฉีถูกบังคับให้เอาเงินบริษัทออกโดยไม่ถูกต้องและหมินกวงเหยาก็ถูกก่อกวนโดยคุณชายรองที่ตามเฝ้าเธอบ่อยจนไม่
เป็อันทำงานครับ”อาหู่พูดเสียงเบาเนื่องจากเป็พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของซ่งซ่านเจ๋อ
“เข้าใจแล้ว”ซ่งซ่านจิงได้ยินดังนั้น เขาเข้าใจได้ทันที
เป็เพราะว่าเขารู้จักนิสัยพี่ชายของตนเป็อย่างดี
“รับทุกคนไว้เถอะค่ะ”ซ่งเย่ตัดสินใจแทนพ่อเธอทันที
หากพวกเขาทำงานได้ดีจริงย่อมเป็การตัดกำลังของบริษัทตระกูลซ่งได้อีกทางหนึ่ง
“ตกลงครับ”ซ่งซ่านจิงพยักหน้าตอบตกลง
“ขอบคุณครับประธานซ่ง”เสียงดังก้องจากอาหู่และคนงานทุกคนที่มาช่วยงาน
นั่นเป็เพราะว่าหากรับอาหู่เข้าทำงานย่อมรวมพวกเขาที่เป็ลูกน้องของอาหู่ไปด้วยปริยาย
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราเก็บข้าวของให้เรียบร้อยและกลับบ้านกัน”
อาหู่ชวนลูกน้องทุกคนให้รีบเก็บงานให้เรียบร้อย
เมื่ออาหู่และลูกน้องกลับไปแล้ว
“ทานข้าวกันครับ”หลิวเย่เอ่ยชวนทุกคนเมื่อเขาได้ยินเสียงระยะไกลของแม่ครัวที่พูดอยู่คนเดียวว่า
“อาหารทำเสร็จแล้วไม่รู้เ้านายกับคุณหนูจะทานกันตอนไหน?”
“ตกลงครับ”ซ่งซ่านจิงหันกลับมาตอบและเดินนำกลับเข้าไปในวิลล่า
จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนซ่งซ่านจิง ซ่งเย่ และหลิวเย่ทานอาหารด้วยกัน
หลังทานข้าวเสร็จแล้วซ่งซ่านจิงเหล่ตามองหลิวเย่และบอกลูกสาวของตนว่า
“พรุ่งนี้ให้ลุงโจวไปส่งลูกที่โรงเรียนพวกเรารบกวนหลิวเย่มาหลายวันแล้วครับ”
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ตอบรับอย่างเป็ธรรมชาติ
หลิวเย่ไม่ยอมแพ้ว่าที่พ่อตา“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้า ผมจะให้คนนำอุปกรณ์จากห้องทดลองมาส่งนะครับ”
“ไม่เป็ไรครับ”ซ่งซ่านจิงโบกมือปฏิเสธหลิวเย่ทันที
“อุปกรณ์หลายอย่างต้องเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังค่ะ”ซ่งเย่แสดงความคิดเห็นอย่างเป็กลางแต่เข้าทางหลิวเย่
ทำให้หลิวเย่รีบพูดขึ้นทันที“ใช่ครับ ให้ลูกน้องผมที่เขามีความรู้ด้านนี้ช่วยจัดการดีกว่า เพราะถึงยังไงในตอนเย็นผมจะมาช่วยทำงาน
ด้วยอยู่แล้วครับ”
“ก็ได้ครับ” ซ่งซ่านจิงอ่อนใจที่ลูกสาวตนเองช่วยหลิวเย่บ่อยครั้ง
“วันนี้ทุกคนเหนื่อยแล้วไปพักผ่อนกันเถอะครับ” ซ่งซ่านจิงพูดตัดบททันทีก่อนที่หลิวเย่จะพูดอะไร
“ราตรีสวัสดิ์ครับลุงซ่ง”“ราตรีสวัสดิ์ซ่งเย่” หลิวเย่จึงได้แต่กล่าวลาสองพ่อลูก
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้า
หลิวเย่ทำใจยอมรับอาการหวงลูกสาวอย่างรุนแรงของว่าที่พ่อตา
แต่เขาคิดว่าจะมีโอกาสได้เจอกับสาวน้อยในตอนเช้าที่พวกเขาจะไปออกกำลังกายด้วยกัน
อารมณ์ของหลิวเย่จึงหายหงุดหงิดไปมาก
..........
รุ่งเช้า 04.00น. ซ่งเย่ตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายตามปกติ
หลิวเย่ที่มายืนรอหน้าประตูวิลล่าของเธอั้แ่เช้า
เมื่อเห็นสาวน้อยของเขาวิ่งออกมา
เขาพลันยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
“ไปกันเถอะครับ”หลิวเย่ชักชวนเธอ
“ค่ะ”
พวกเขาพากันไปออกกำลังกายและต่อสู้ที่เดิม
และเหมือนเช่นทุกครั้งที่หลิวเย่ประหลาดใจกับพัฒนาการก้าวะโของซ่งเย่
หลิวเย่รู้สึกว่าการต่อสู้ระหว่างตัวเขากับสาวน้อยในวันนี้
เขาต้องใช้พละกำลังมากขึ้นถึงครึ่งหนึ่งแล้ว
สาวน้อยของเขาช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“ไปทานข้าวเช้าด้วยได้ไหมครับ?” หลิวเย่เอ่ยถามสาวน้อยด้วยความหวัง
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอตอบตกลงทันทีเพราะในตอนนี้เธอมีแม่ครัวหลี่คอยจัดการให้
หลังจากนั้นซ่งเย่และหลิวเย่วิ่งเหยาะๆกลับไปทานอาหารเช้าด้วยกันที่วิลล่าของซ่งเย่
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จหลิวเย่จำใจกลับวิลล่าของตนเองอย่างหงอยเหงา
และโทรสั่งลูกน้องของตนเองให้มาขนย้ายอุปกรณ์ในห้องทดลองไปติดตั้งใหม่ที่วิลล่าของซ่งเย่
..........
เมื่อลุงโจวไปส่งซ่งเย่ที่หน้าประตูโรงเรียนแล้ว
ซ่งจูหว่านที่มีรถจากทางบ้านมาส่ง
เธอเหลือบมองเห็นหลังของซ่งเย่เดินเข้าประตูโรงเรียนไป
ด้วยความอิจฉาริษยาจนล้นในใจเธอจึงได้แต่ส่งสายตาอาฆาตแค้นที่เห็นซ่งเย่ยังอยู่สุขสบายดี
ก่อนหน้านั้นเธอคาดว่าซ่งเย่จะต้องทุกข์ทรมานเพราะพ่อแยกครอบครัวออกไปแล้ว
โดยที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งในสมบัติและทรัพย์สินใดๆของตระกูลซ่ง
แต่กลับกลายเป็ว่าซ่งเย่ยังมีหน้าตาสวยสดชื่นและดูผ่อนคลาย
เธอเกลียดใบหน้านั่นใบหน้าที่สวยงามกว่าเธอ
ซ่งจูหว่านกำมือแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือตนเอง
ซ่งเย่ที่รับรู้ปฏิกิริยานั้นได้ยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจและคิดในใจว่า
“ฉันกำลังเก็บดอกเบี้ยยังมีอะไรที่จะเล่นอีกมาก”
เวลานี้มีเสียงะโโหวกเหวกด้วยความตื่นเต้นปนกับความใของนักเรียนหลายคนที่กำลังรุมล้อมบอร์ดของโรงเรียน
เป็เพราะว่าอาจารย์ได้มาติดประกาศผลการสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนแล้ว
ซูฉีวิ่งเข้ามาหาซ่งเย่ด้วยความตื่นเต้นดีใจและะโบอกเธอว่า
“ซ่งเย่เธอได้เป็ตัวแทนของทุกวิชาเลย เยี่ยมยอด น่าทึ่งมาก”
เสียงที่ดังของซูฉีทำให้ซ่งจูหว่านที่เดินตามหลังหยุดชะงักตัวแข็งทื่อทันที
“อะไรนะ? เป็ไปไม่ได้!”เสียงพึมพำเบาๆดังออกจากปากของซ่งจูหว่านพร้อมด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อข่าวนั้น
ซูฉียื่นกระดาษที่เธอบรรจงจดบันทึกเป็อย่างดีให้กับซ่งเย่
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100 คะแนน
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาฟิสิกส์
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาเคมี
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาชีววิทยา
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ซ่งเย่เห็นข้อความบนกระดาษจดบันทึกของซูฉี
เธอมีแววตาประหลาดใจที่พบว่าเพื่อนสนิทของเธอจดรายชื่อของเธอแค่คนเดียว“แล้วลำดับอื่นล่ะ?”
“แหะๆ ฉันไม่ได้จดมา”ซูฉียิ้มตอบด้วยความเขินอาย
เธอสนใจแต่เพื่อนสนิทของเธอจนละเลยรายชื่อนักเรียนในลำดับอื่นๆ
“ฟอรัมของโรงเรียนยังไม่ประกาศเลยจ้ะ”ซูฉีบ่นเล็กน้อย
“ไม่เป็ไรจ้ะ”ซ่งเย่ไม่กังวลใจแต่อย่างใด
ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ทราบผลแล้วว่าเธอได้เป็ตัวแทนนักเรียนทั้งสี่วิชา
แต่ไม่รู้ว่าซ่งจูหว่านจะทำได้หรือไม่?!
ซ่งเย่เหล่ตามองซ่งจูหว่านที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจและหงุดหงิดที่ซ่งเย่ทำคะแนนได้เต็มทุกวิชา
แววตาของซ่งเย่ยิ้มเป็ประกายด้วยความชอบใจกับท่าทีผิดหวังและคาดไม่ถึงของซ่งจูหว่าน
ซ่งเย่และซูฉีเดินกลับห้องเรียนด้วยกัน
ระหว่างทางมีหลายคนที่รู้จักซ่งเย่
พวกเขาหลายคนยิ้มให้ซ่งเย่เพื่อแสดงความยินดี
แต่มีหลายคนที่ส่งสายตาไม่พอใจและมีเสียงบ่นพึมพำ
ซ่งเย่ไม่ได้สนใจพวกเขาเ่าั้
ในห้องเรียนตอนนี้มีความโกลาหลเกิดขึ้นเนื่องจากทุกคนตกตะลึงกับข้อมูลที่พบว่าซ่งเย่ได้คะแนนเต็มทุกวิชา
“เยี่ยมมากเลยซ่งเย่”
“ตอนนี้พวกเราคุยโวได้แล้ว”
“โอ้เธอเป็ดอกไม้ที่แสนสวยงามของโรงเรียน”
“เธอโกงข้อสอบไหม? ทำไมได้คะแนนเต็ม?”
“นี่มันบ้ามากเธอเก่งเกินไปแล้ว”
“ซ่งเย่น่าทึ่งมาก”
ซ่งเย่ที่มองเห็นเพื่อนนักเรียนแสดงความยินดีเธอพูดกับพวกเขาโดยตรง “ขอบคุณจ้ะ”
เมื่อเธอเดินมานั่งที่เก้าอี้ของตนเองแล้ว
ซ่งเย่หยิบโทรศัพท์มาเปิดดูการประกาศผลสอบทางเว็บไซต์ของโรงเรียน
ปรากฏว่าตอนนี้ระบบใช้งานได้เป็ปกติ
เธอเข้าดูผลคะแนนสอบทั้งสี่วิชาดังนี้
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ลำดับที่ 2 เจียซินหลง 85 คะแนน
ลำดับที่ 3 เหอกวง 82 คะแนน
ลำดับที่ 4 ตันจิ่ว 80 คะแนน
ลำดับที่ 5 ซ่งจูหว่าน 77 คะแนน
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาฟิสิกส์
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ลำดับที่ 2 กวนไจ๋ 88 คะแนน
ลำดับที่ 3 หลี่ลู่ฮวา 85 คะแนน
ลำดับที่ 4 หลางเจ๋อไค่ 81 คะแนน
ลำดับที่ 5 หลินผิงอี้ 78 คะแนน
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาเคมี
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ลำดับที่ 2 ฉงเจิ้น 91คะแนน
ลำดับที่ 3 หลงชิงฉี 86 คะแนน
ลำดับที่ 4 เฮ่อจงเสว่ 82 คะแนน
ลำดับที่ 5 หยูว่านเจ๋อ 79 คะแนน