กู้จิ่งเซวียนเองก็ร้อนใจยิ่งนักเพราะเขาไม่รู้ว่าเบื้องหน้าเกิดสิ่งใดขึ้น เขาเป็นห่วงกู้ชิงเฉิงมากเพราะคนในตระกูลนี้ล้วนไม่มีผู้ใดเป็นคนดีเลยแม้แต่น้อยต่างฝ่ายต่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าใคร แม้เขาจะยังอายุน้อยแต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายกาจที่แผ่ออกมาจากคนพวกนั้นอย่างเต็มเปี่ยม
“ซือจื่อ” เฟิงเจ๋อเองก็ได้เห็นเหล่าบ่าวรับใช้ผู้มีเจตนาไม่ดีเหล่านั้นรู้ว่าคนพวกนั้นต้องการทำร้ายกู้จิ่งเซวียน จึงร้อนรนยิ่งนัก
แท้จริงแล้วยามนี้หากออกจากจวนตระกูลกู้ แล้วรีบกลับไปยังตำหนักบูรพานั่นจึงจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดแต่ทว่าซือจื่อตัวน้อยกลับมีความคิดเป็นของตนเองอีกทั้งเฟิงเจ๋อยังไม่อาจเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยได้เลย
เมื่อเห็นสีหน้ากระวนกระวายของเฟิงเจ๋อกู้จิ่งเซวียนกลับยิ้มบางๆ เขาไม่ได้ร่ำไห้อีกต่อไปเด็กน้อยกระซิบข้างหูเฟิงเจ๋ออยู่สักพัก
เหล่าบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่แต่ไกลต่างเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจเจ้าเด็กนอกคอกผู้นี้ช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริงหากไม่อาจจัดการเขาได้ก่อนตะวันลับฟ้า พวกเขาคงไม่อาจอธิบายแก่เจ้านายได้พวกเขายังไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรือนหน้ายามนี้จึงเพียงคิดจะสังหารเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าให้สิ้นเสีย
ขณะนั้นเองเด็กสาวผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างช้าๆ นางมีดวงตากลมโตและฟันขาวเรียงเป็นระเบียบนับว่ามีรูปโฉมงดงามอยู่บ้าง
“พี่ชาย ช่วยข้าด้วย!” สีหน้าของเด็กสาวซีดเผือด
“พ่อของข้าเล่นการพนันจนหมด เขาจะขายข้าให้หอนางโลมเจ้าค่ะ”
เฟิงเจ๋อขมวดคิ้วแน่นใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์ ขณะมองเด็กสาวผู้นั้น ท่าทางของเขาคล้ายหุ่นไร้ชีวิตในอ้อมแขนยังคงโอบอุ้มกู้จิ่งเซวียนอยู่คนพวกนี้...แม้แต่แผนการต่ำต้อยเช่นนี้ก็ยังคิดออกมาได้แสดงว่าคนในจวนตระกูลกู้ล้วนเป็นคนไร้ความสามารถโดยแท้
“พี่สาวผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก” กู้จิ่งเซวียนกลับเอ่ยขึ้นพลางยกมือตบเบาๆที่ไหล่ของเฟิงเจ๋อ “พวกเราช่วยนางเถิด”
กู้จิ่งเซวียนมีรูปร่างอวบอ้วนขาวผ่องดุจก้อนซาลาเปาดวงตากลมโตน่ารักน่าเอ็นดู จนทำให้คนหลงเสน่ห์ไปหมด
เด็กสาวมองเขาแวบหนึ่งพลางก้าวไปข้างหน้า“คุณชายตัวน้อยช่างเป็นคนดีนัก หากท่านช่วยข้าได้ข้ายินดีจะเป็นวัวเป็นม้าปรนนิบัติท่านไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ”
“เหตุใดต้องเป็นวัวเป็นม้าด้วยเล่า” กู้จิ่งเซวียนเอ่ยอย่างงุนงง“ในไร่ของเราก็มีวัวเป็นม้าอยู่แล้วนะ” คำพูดของเขานั้นจริงจังยิ่งนักทำให้เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้จะกล่าวคำใดตอบ
สีหน้าของเฟิงเจ๋อเองก็เริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยความคิดของซือจื่อผู้นี้ช่างประหลาดยิ่งนัก มารดาเป็นเช่นไรบุตรชายก็เป็นเช่นนั้นโดยแท้ ซือจื่อผู้นี้กับนายหญิงช่างเหมือนกันราวกับแกะ“เจ้าก็ได้ยินแล้วว่าพวกเรามีวัวและม้าอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้เจ้า” เฟิงเจ๋อโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์นอกจากโม่อวี้เฉินแล้ว เขาก็ไม่แยแสสิ่งใดเลย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กสาวไม่รู้จะกล่าวคำใดชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปมาราวกับตกลงไปในหม้อย้อมสี
“นางน่าสงสารยิ่งนัก” กู้จิ่งเซวียนเอ่ยอีกครั้งด้วยริมฝีปากจิ้มลิ้ม“พวกเราซื้อนางไว้เถอะ”
“นี่…” เฟิงเจ๋อแสดงสีหน้าลังเล เมื่อเห็นดังนั้นเด็กสาวก็รีบคุกเข่าก้มกราบพื้น เสียงดังปังๆทำให้กู้จิ่งเซวียนรู้สึกทำตัวไม่ถูกและรีบถอยหลังไปทันทีคนพวกนี้ช่างพยายามเสียจริง
“ซื้อกลับไปให้ท่านแม่เป็นสาวใช้เถอะ” กู้จิ่งเซวียนกล่าวต่อ
ในที่สุดเฟิงเจ๋อก็ค่อยๆ พยักหน้า “เช่นนั้น…ก็ตามข้าไปเอาเงินที่ตำหนักบูรพาเถิด”
เด็กสาวก้มกราบพื้นอย่างแรงอีกหลายครั้งสีหน้าของนางอ่อนน้อมน่าสงสารและเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ซือจื่อ ท่านก็ต้องกลับไปกับข้าด้วย” เฟิงเจ๋อกล่าวอีกครั้ง
“ข้าจะรอท่านกับพี่สาวตรงนี้แหละ” กู้จิ่งเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง“ข้าจะอยู่รอท่านแม่”
“ซือจื่อ อย่าดื้อรั้นไปเลย” เฟิงเจ๋อร้อนใจ
“พี่สาวจะคุ้มครองข้าเอง” กู้จิ่งเซวียนกลับเดินเข้าไปใกล้เด็กสาวอีกเล็กน้อยเด็กสาวก้มหน้าลงตลอดเวลา ราวกับเป็นบ่าวรับใช้ชั้นต่ำจึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองทว่าแท้จริงแล้ว ในใจของนางกำลังคิดหาวิธีสังหารกู้จิ่งเซวียนอยู่
เด็กสาวมองเฟิงเจ๋อแล้วหันไปมองกู้จิ่งเซวียน ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ซือจื่อในเมื่อท่านจะซื้อตัวข้าแล้ว ก็พาบ่าวกลับตำหนักบูรพาด้วยเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นหากพ่อของข้าตามมาพบเข้า ข้าคงจะเดือดร้อนเป็นแน่”
นางกล่าวไปพลางตัวสั่นราวกับนึกถึงเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
กู้จิ่งเซวียนมีใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์สั่นศีรษะพลางเอ่ยว่า “ท่านแม่ยังไม่ไป ข้าก็ไม่ไป”
เฟิงเจ๋อรีบเอ่ยเสริม“อืม พระชายาย่อมมีตำลึงติดตัว เช่นนั้นพวกเราไปหาพระชายาเถิด”
“ไม่! ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ พวกเราจะรบกวนพระชายาได้อย่างไรกันเจ้าคะ”เด็กสาวตกใจยิ่งนัก รีบสั่นศีรษะปฏิเสธอย่างแรงพร้อมกับยื่นมือออกไปคว้ามือของกู้จิ่งเซวียน แต่กลับถูกเฟิงเจ๋อยกมือขึ้นขวางไว้
ในดวงตาของเขาฉายแววเย็นชาวาบหนึ่ง เด็กสาวผู้นี้แม้ยังเยาว์วัย แต่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยคนในจวนกู้นี้คงตั้งใจจะทำร้ายกู้จิ่งเซวียนเป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟิงเจ๋อก็ยิ่งระมัดระวังมากขึ้น
เขายืนบังอยู่เบื้องหน้ากู้จิ่งเซวียนปกป้องเขาไว้ด้านหลัง แล้วจ้องมองเด็กสาวพร้อมเอ่ยว่า“ถ้าเช่นนั้น ก็รอให้พระชายาจัดการเรื่องทางนั้นเรียบร้อยแล้วค่อยกลับตำหนักบูรพาพร้อมกัน”
“กลับตำหนักบูรพา...พวกเจ้าจะกลับไปได้จริงหรือ?” เด็กสาวแค่นเสียงเย็นชาราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขัน ท่าทางของนางดูแปลกพิกล ไม่เสแสร้งอีกต่อไป
เฟิงเจ๋ออดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองกู้จิ่งเซวียนตัวน้อยในใจพลางตื่นตระหนกยิ่งเมื่อครั้งก่อน กู้ตงหลิงเองก็ตกหลุมพรางของเจ้าเด็กน้อยผู้นี้จึงได้เผยธาตุแท้ออกมา
เด็กสาวเบื้องหน้าก็เป็นเช่นเดียวกันวิชาปรุงยาพิษของเจ้าเด็กน้อยผู้นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นย่อมเหนือกว่าอาจารย์เป็นแน่
“พี่สาว เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น พวกเราย่อมกลับไปได้สิที่นี่ไม่ใช่บ้านของท่านตาที่นิสัยไม่ดีของข้าหรอกหรือทว่าท่านตาผู้ไม่ดีนั้นดีกับข้ายิ่งนัก แม้เขาจะไม่อยากให้ข้าไปแต่ข้าชอบตำหนักบูรพามากกว่า” กู้จิ่งเซวียนเอ่ยถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสาเขากอดขาของเฟิงเจ๋อเอาไว้แน่น พลางแอบชำเลืองมองเด็กสาวดวงตาดำขลับราวอัญมณีคู่นั้น สามารถสะกดใจผู้คนได้ในพริบตาเด็กน้อยผู้นี้ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“พวกเจ้าจะกลับไปไม่ได้แน่ ฮูหยินและคุณหนูใหญ่ ต้องการจะฆ่าเจ้า” เด็กสาวหัวเราะอย่างเย็นชา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “บรรดาบ่าวไพร่เหล่านั้น ล้วนมาเพื่อสังหารเจ้า ขอเพียงสังหารเจ้าได้ก็จะได้เงินรางวัลหนึ่งแสนตำลึง”
กู้จิ่งเซวียนกอดขาเฟิงเจ๋อแน่นใบหน้าเล็กๆ ของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย ปากของเขาก็เบะลง“พวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว ข้ามีค่าเพียงหนึ่งแสนตำลึงหรือ!ท่านแม่มักจะบอกว่าข้าเป็นดั่งอัญมณีล้ำค่าหาที่ใดเปรียบได้ไม่!”
ท่าทางของเขาดูน่าสงสารยิ่งนักทว่าเฟิงเจ๋อแทบจะกระอักเลือด นี่มันเด็กอะไรกัน! ในสถานการณ์เช่นนี้เขายังคงกังวลว่าตนเองมีค่ากี่ตำลึง มารดาเป็นเช่นไร บุตรชายก็เป็นเช่นนั้นโดยแท้
เด็กสาวมีใบหน้างุนงงสติของนางค่อยๆ เลือนหายไป
“พวกเจ้าจะฆ่าข้าด้วยวิธีใดกัน?” กู้จิ่งเซวียนแลบลิ้นใส่เฟิงเจ๋อทำหน้าทะเล้น แล้วหันไปถามเด็กสาวอีกครั้ง
บรรดาบ่าวไพร่รอบข้างเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเข้าใกล้เป้าหมายได้สำเร็จก็ไม่เฝ้ามองอีกต่อไป ต่างพากันแยกย้ายไปดังนั้น บรรยากาศโดยรอบจึงดีขึ้นมาก
“ผลักเจ้าลงบ่อน้ำ ไม่ให้เจ้าขึ้นมา ปล่อยให้จมน้ำตายไปแล้วบอกว่าเจ้าตกลงไปเองโดยไม่ระวัง!” เด็กสาวกล่าวตามความเป็นจริงไม่มีการแต่งเติมใดๆ ท่าทางของนางดูแข็งทื่อ ราวกับหุ่นที่ถูกควบคุม
“พวกเจ้าเห็นข้าเป็นคนตายหรือไร” เฟิงเจ๋อไม่พอใจอย่างยิ่งพวกคนโง่เง่านี้
ดวงตาของเด็กสาวค่อยๆว่างเปล่า ราวกับไร้วิญญาณ ในตอนนี้ยาเริ่มออกฤทธิ์เด็กสาวผู้นี้จะไม่มีท่าทีคุกคามอีกต่อไปชั่วคราว
--------
ในด้านของกู้ชิงเฉิง
กู้ชิงเฉิงเดินออกจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้รอยยิ้มที่มุมปากของนางค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อยฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้สมควรได้รับผลเช่นนี้จริง ๆ
ขณะที่กำลังเดินอยู่ก็มีชายชราสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามา “นี่ไม่ใช่คุณหนูรองหรอกหรือมีชีวิตรอดมาได้อย่างไรกัน” เขายืนขวางทางนางไว้ทันทีดวงตาคู่นั้นมองสำรวจกู้ชิงเฉิงอย่างไม่น่าไว้วางใจ