หนิงเฟยหลงรับรู้ได้และไม่ได้แตกตื่นอะไรก่อนหน้านี้มันได้คาดการณ์ไว้แล้วจะต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจึงให้ชงหยางนำองครักษ์แปดคนล่วงหน้าไปยังเมืองเซียงเพื่อเรียกกำลังทหารในเมืองออกมาช่วยโดยที่ให้แปลงตัวเป็พ่อค้าเข้าไปเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยและเหลือองครักษ์ในขบวนเพียงสี่คนไปกลับจวน
“เป็อย่างที่คาดไว้ไม่ผิด ฮ่าๆ”ชายหนุ่มไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด กลับหัวเราะออกมาเสียอย่างนั้นจนพวกโจรต่างงงงัน
“นี่เ้าหัวเราะอันใด? ส่งเงินมาให้หมดมิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้า” หัวหน้าโจระโขู่ร้อง
“หึ! ส่งเงินรึ!ไม่ใช่ว่าพวกเ้าได้ถูกจ้างมาสังหารข้าหรอกหรือ?” หนิงเฟยหลงเค้นเสียงออกมาอย่างดูแคลน
ใบหน้าพวกโจรก็ปรากฏรอยยับย่นขึ้น“ในเมื่อเ้ารู้แล้ว เช่นนั้นก็ออกมารับความตายแต่โดยดีเถอะ”
“ออกไปให้โง่นะสิ หึ!” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมามันยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถม้า ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด
“งั้นก็ไปตายซะ!!”หัวหน้าโจรหมดความอดทนสั่งลูกน้องเข้าโจมตีตัวมันเองกระโจนไปยังรถม้าหวังสังหารชายหนุ่มให้ตายทีเดียวทันใดนั้นสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไป
กร็อบ..กร็อบ! เสียงฝีเท้าม้าดังมาแต่ไกล“นั่นประไร คนที่พวกเ้าต้องสู้มาถึงแล้ว!”หนิงเฟยหลงกล่าวจบก็ซัดฝ่ามือออกไปหนึ่งฝ่ามือทำให้หัวหน้าโจรที่กำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ทันป้องกันตัวโดนเข้าไปเต็มๆร่วงหล่นลงพื้นถลาออกไปห้าจั้งกระอักเืสลบไป
อันที่จริงชายหนุ่มในยามนี้ยังไม่สามารถต่อกรกับหัวหน้าโจรผู้นี้ได้เพียงแต่เห็นโอกาสเหมาะจึงรวบรวมพลังลมปราณ สร้างพลังฝ่ามือหยวนผสานกับฝ่ามือเพลิงสีชาดซัดเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าโจรเต็มๆด้วยการโจมตีที่แม่นยำและไร้ซึ่งการป้องกัน การโจมตีในครั้งนี้จึงเกิดผล
พวกโจรที่เห็นดังนั้นก็พากันใ!ประจวบเหมาะกับที่ทหารในเมืองควบม้าศึกมาถึงแล้ว ล้อมรอบพวกโจรไว้อีกชั้นหนึ่งพวกมันจึงกระเสือกกระสนทำตัวไม่ถูกในที่สุดก็ถูกปลิดชีพทั้งหมดเว้นไว้เพียงหัวหน้าโจรที่หมดสติไป
“พี่ชงเป่าท่านเก่งจริงๆเพียงฝ่ามือเดียวก็ปราบหัวหน้าโจรลงได้”หนิงเฟยหลงออกปากชมชงเป่าทั้งที่มันไม่ได้ทำอันใดเลยเพียงแค่ทำท่าสะบัดฝ่ามือตามที่นายน้อยมันสั่งเท่านั้น
“มิกล้ารับคำชมหรอกขอรับ”ชงเป่าแสดงบทบาทต่อเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
ชายหนุ่มเดินลงจากรถม้ามายังกองทหารรักษาเมืองมันเดินตรงไปยังชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่พึ่งลงจากหลังม้า สวมใส่เกราะเหล็กเหน็บป้ายรองแม่ทัพรักษาเมืองไว้ที่เอวศีรษะล้านตัวอ้วนเตี้ยอัปลักษณ์แต่กลับมีความสามารถมาก
มันคือหนิงอู่เฉินเป็คนของตระกูลหนิงอยู่ฝ่ายของหนิงอวี่มันคอยเป็หูเป็ตาให้หนิงอวี่มาโดยตลอด หนิงเฟยหลงจึงต้องให้ชงหยางแกล้งทำเป็พ่อค้าบอกไปแจ้งว่ามีโจรชุกชุมอยู่ที่โจรดักซุ่มอยู่
เดิมทีหนิงอู่เฉินคิดจะสังหารชงหยางทิ้งแต่คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพรักษาเมืองจะมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีมันจึงจำใจต้องนำทหารออกมาปราบปรามที่จริงนี่การปรากฏตัวของแม่ทัพรักษาเมืองก็อยู่ในแผนการที่หนิงเฟยหลงวางไว้แล้วทำให้เสียแผนที่หนิงอู่เฉินและหนิงอวี่ได้วางไว้หมด
“คารวะนายน้อยหนิงเฟยหลงข้าน้อยไม่ทราบว่าจะมีโจรชุกชุมถึงเพียงนี้ข้าน้อยมาช้าไปทำให้ท่านต้องใแล้วขออภัยด้วย”หนิงอู่เฉินโค้งตัวลงคารวะอีกครั้งแสดงความขอโทษ
“ไม่เป็ไรๆ ยังดีที่ท่านมาช่วยไว้ทัน ข้าใแทบแย่! ...กลับไปข้าจะรายงานเื่นี้ให้ท่านลุงทราบจะตบรางวัลให้ท่านอย่างงาม” ชายหนุ่มแสดงทีท่าตื่นตระหนกแกล้งสูดหายใจเข้าลึกๆหลายครั้งกล่าวจบก็โค้งให้หนิงอู่เฉินเล็กน้อยตามมารยาท
“เช่นนั้นแล้วข้าน้อยต้องขอบคุณท่านมากถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะให้ทหารรักษาเมืองนำท่านกลับเมือง ส่วนข้าน้อยยังมีธุระต้องขอตัวก่อน”หนิงอู่เฉินกล่าวจบก็โค้งคารวะอีกครั้ง ไม่รอให้ชายหนุ่มกล่าวสิ่งใดต่อก็ขึ้นม้าควบไปยังเมืองพร้อมกับทหารส่วนใหญ่
หนิงเฟยหลงกลับเข้าไปยังรถม้าเดินทางเข้าเมืองต่อ
“ถึงแล้วขอรับนายน้อย” ชงเป่าร้องบอกหนิงเฟยหลงที่แกล้งหลับอยู่ชายหนุ่มทำท่าสะลึมสะลือย่างเท้าออกจากรถม้าก็แกล้งล้มลงชงเป่ารีบเข้ามาประคองเข้าจวนทหารรักษาเมืองที่เห็นเหตุการณ์ก็ต่างพากันหัวเราะอย่างสนุก
“เป็ไปตามแผนพี่ชงเป่าท่านส่งข่าวไปบอกให้พี่ชงหยางพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมไปก่อน” ชายหนุ่มกระซิบบอกระหว่างที่ทุกคนกำลังหัวเราะมันอยู่
“หึ มันรอดกลับมาได้สินะ ไม่ได้เื่จริงๆด้วยข้าคงต้องส่งของขวัญให้เพิ่มเสียแล้ว” ชายหนุ่มอาภรณ์สีม่วงเพ่งมองลงมายังหนิงเฟยหลงอย่างสนอกสนใจ
เมื่อยี่สิบวันก่อนหน้านั้นชายอาภรณ์ม่วงได้วางแผนจัดการกับหนิงเฟยหลงั้แ่ก่อนออกจากเมืองกองกำลังโจรกลุ่มนี้ก็ได้ไปดักซุ่มรอแล้วแต่หนิงเฟยหลงกลับเปลี่ยนเส้นทางใช้การอ้อมแทนจึงรอดพ้นไปได้ขากลับก็ได้มาดักรอก่อนถึงเมืองเซียงเพื่อไม่ให้พลาดอีกแต่ใครจะรู้ว่าแผนนี้จะถูกล่วงรู้ได้
“หนิงจินเ้ามาทำอะไรที่นี่”บุรุษร่างสูงโปร่งหน้าตาคมสันั์ตาดุดันเดินมาอย่างไม่ให้ซุ่มเสียง
“คารวะท่านลุงใหญ่ข้าเพียงมารับลมและดูทิวทัศน์เหมือนเช่นเคยก็เท่านั้น ข้าขอตัวก่อน”หนิงจินคารวะเสร็จก็เดินออกไปจากหอสังเกตการณ์
“รับลมเช่นนั้นหรือคงคิดว่าข้าโง่งั้นหรือ...”หนิงหลินชำเลืองมองไปตามที่หนิงจินเดินจากไป และหันกลับมามองยังหนิงเฟยหลง
“ข้าว่าแล้วว่าต้องเป็เ้าหนิงจินเ้าถึงกับจะฆ่าญาติพี่น้องเลยหรือนี่....”หนิงหลินได้รับรายงานจากแม่ทัพรักษาเมืองก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ฝีมือใครแต่ด้วยไม่มีหลักฐานที่ชัดแจ้งจึงมิอาจทำสิ่งใดได้ยิ่งเป็ญาติสนิทใกล้ชิดก็ยิ่งลำบากใจมันถอนหายใจคราหนึ่งแล้วออกจากหอสังเกตการณ์ไปยังที่ว่าการเ้าเมือง
หนิงเฟยหลงรับรู้ได้ว่ามีคนจดจ้องอยู่มันััได้ั้แ่ย่างเท้าเข้าจวนแล้ว ทันใดนั้นมันก็ต้องเลิกจดจ่อกับสิ่งอื่นใดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวตัวน้อยของมันต้องรอคอยการกลับมาอยู่เป็แน่จึงรีบสาวเท้าไปยังเรือนรองตะวันออกห้องของหนิงอันทันที
ก๊อก ก๊อก “อันอันเ้าอยู่หรือไม่.....”
เอี๊ยด!ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบก็มีสาวน้อยน่ารักผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้อง ใบหน้าเปื้อนน้ำตาขอบตาแดงก่ำ“ท่านพี่เหตุใดไปนานนักเล่ารู้ไหมว่าข้าเป็ห่วงท่านแทบแย่!”หนิงเฟยหลงไม่ทันจะได้ตอบสิ่งใด หนิงอันก็โผเข้ามากอดซุกหน้าไม่ยอมปล่อย
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาหนิงอันอันเป็ห่วงพี่ชายมากเพราะหลายปีมานี้หนิงเฟยหลงคอยดูแลเอาใจใส่นางมาโดยตลอดจึงผูกพันเสียยิ่งกว่าผู้ใดตอนที่พี่ชายไม่อยู่ก็มักจะหงอยเหงาไม่มีผู้ใดคอยอยู่เป็เพื่อนคอยดูแลยิ่งบิดามารดาไม่ได้อยู่ด้วยสิ่งเดียวที่นางมีคือพี่ชายที่แสนดีคนนี้
“เอาหละๆ ข้าไม่เป็ไรแล้วเราเข้าไปคุยกันในห้องเถอะนะ เ้าไม่ต้องร้องแล้ว ข้ามีของมาฝากเ้าด้วย”ว่าแล้วหนิงเฟยหลงก็หยิบเอาถุงที่ใส่ปิ่นปักผมที่พึ่งซื้อมาก่อนกลับจวนมาให้
“โธ่ ข้าก็คิดว่าจะอะไรซะอีกที่แท้ก็ปิ่นปักผมนี่ท่านเลือกของไม่เป็เลยใช่หรือไม่? ไม่รู้จักเอาใจสตรีเสียเลย!” ที่หนิงอันรู้สึกหงุดหงิดเพราะเมื่อนางเปิดดูในถุงกลับพบว่ามันเป็ปิ่นปักผมทั้งที่นางยังไม่ถึงอายุที่ต้องใช้แต่พี่ชายกลับซื้อมาให้จะไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไรเล่า
หนิงเฟยหลงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมาตอนที่ซื้อของมันเพียงบอกแม่ค้าว่าเอาอะไรก็ได้ที่ดูงดงามแต่ราคาไม่แพงไม่ทันสังเกตว่าของที่ซื้อคือปิ่นปักผม
“เอาหละๆ ข้ายังมีของจะให้เ้าอีกเข้าไปข้างในก่อน”หนิงเฟยหลงเปลี่ยนเื่เดินเข้าห้องไปกำชับให้ชงเป่าเฝ้าหน้าประตูไว้ส่วนชงหยงให้กลับไปสำรวจยังห้องของตนองครักษ์อีกสองคนที่ติดตามมาให้ไปคอยเลี้ยงดูกระทิงโลหิต
“ท่านมีอะไรจะให้ข้าก็เอาออกมาได้แล้ว”หนิงอันยังคงทำหน้ามู่ทู่
“อืม....”หนิงเฟยหลงคว้าเอาแก่นอสูรระดับสามขึ้นมาหนึ่งลูกยื่นให้น้องสาว
“นี่มัน!.....”หนิงอันอันไม่ทันจะกล่าวจบก็ได้มีมือมาปิดปากนางไว้
“เบาเสียงหน่อยอย่าได้เสียงดัง” ยังดีที่หนิงเฟยหลงปิดปากนางได้ทันไม่เช่นนั้นคนข้างนอกคงได้ยินหนิงอันอันพยักหน้าแววตาเป็ประกายพลางลูบคลำแก่นสัตว์อสูรอย่างสนอกสนใจ
“ครั้งนี้ข้าจะให้อภัยท่านแต่ตามที่สัญญาคราวหน้าท่านต้องพาข้าออกไปเที่ยวด้วยนะ!”หนิงเฟยหลงได้แต่เพียงพยักหน้ารับเท่านั้นมันไม่กล้าที่จะทำให้น้องสาวขุ่นเคืองอีกไม่เช่นนั้นเดือนนี้คงไม่ได้ทานอาหารอร่อยๆที่น้องสาวทำมาให้ทานเป็แน่
หนิงเฟยหลงเล่าเื่ราวทั้งหมดให้หนิงอันได้ฟังแล้วก็พาไปดูเ้ากระทิงโลหิตหนิงอันอยากได้สัตว์พิทักษ์บ้าง หนิงเฟยหลงจึงจำใจที่จะต้องสัญญากับนางว่าถ้ามีโอกาสจะพาไปหาสัตว์พิทักษ์จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกลับห้องของตนเพื่อพักผ่อน