บทที่4 ออกไปซื้อของ
รุ่งอรุณใหม่มาเยือนแล้ว แสงแดดอ่อนๆที่ส่องผ่านม่านในห้องเข้ามานั้นทำให้เด็กหนุ่มหยีตาแล้วเบือนหน้าหนีแสงอย่างคนที่ยังไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาพบกับวันใหม่เท่าไหร่แขนขวาคว้าบางสิ่งนุ่มๆ เข้ามากอดไว้ก่อนจะซุกไซ้ใบหน้ากับสิ่งนั้นแล้วหลับต่อไป...แต่เ้าบางสิ่งนุ่มๆ นี่สิ รู้สึกว่านอนต่อไม่ได้แล้ว
เ้าของสิ่งนุ่มๆ ปุยๆที่หน้าตาดีอย่างไม่ใช่มนุษย์กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องมาเด็กหนุ่มผู้ถือวิสาสะกอดรัดหางสีเงินเป็พวงของเขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นหลังจากที่เขามานั่งที่ขอบเตียงได้ไม่นาน...ถ้าแค่กอดรัดเคไนน์ยังพอทำใจได้ แต่นี่! เด็กหนุ่มตัวแสบดันนอนน้ำลายยืดใส่หางของเขาเต็มๆ
บ้าจริง! เด็กมนุษย์นี่หลับได้หลับดีไม่ได้สนใจเสียงสาปแช่งในใจเขาเลย
หลังจากทารุณกรรมสัตว์แล้วยังหนีไปนอนอย่างหน้าตาเฉยทิ้งให้จิ้งจอกอสูรนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะอย่างไม่ใยดี ไม่คิดจะหอบหิ้วไปนอนเตียงด้วยกันอีกต่างหากลำบากจิ้งจอกอสูรลากสังขารอันอ่อนเปลี้ยกลับไปยังที่นอนของตนในห้องนอนของเทพินมันเหนื่อยมากและ้าเวลาปรับพลังจึงหลับลึกไปในเวลาอันรวดเร็ว
ตื่นเช้ามาก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างมนุษย์แล้วเพราะพลังที่ฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็วแถมตื่นมาก็มานั่งสาปส่งอีกฝ่ายในระยะประชิดด้วยแต่ใครจะคิดว่าเด็กหนุ่มขี้เซาคนนี้จะคว้าหางเขาไปนอนกอดอย่างนั้น
"ตื่นได้แล้วเทน" เคไนน์สะกิดร่างของเด็กหนุ่มที่หลบสนิทอย่างเอือมๆก่อนจะพยายามใช้มือแงะแขนของเด็กหนุ่มออกแต่เขาดันไม่ขยับเลย
อะไรจะกอดแน่นขนาดนั้น
"อื้อ... ยังง่วงอยู่เลย" เด็กหนุ่มไม่ได้หันหน้ามองคนสะกิดเลยสักนิดเดียวนอกจากจะเบียดตัวเข้าไปกับหางนุ่มฟูนั่นแล้วยังดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงด้วยอีกต่างหาก
"ถ้ายังนอนต่ออยู่อีกจะหาว่าข้าใจร้ายไม่ได้หรอกนะ"จิ้งจอกอสูรกระตุกยิ้มนิดๆ ให้กับคนขี้เซา ร่างสูงกลอกตาสีทองไปมาอย่างครุ่นคิดหาวิธีที่จะเอาเด็กน้อยคนนี้ออกไปจากหางของเขาก่อนที่มันจะชุ่มไปด้วยน้ำลายและไม่นานก็เกิดความคิดดีๆ ขึ้น รอยยิ้มเ้าเล่ห์มาดร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามของจิ้งจอกอสูรในร่างมนุษย์ก่อนร่างสูงจะมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มด้วยอีกคนและ...
หงับ!
"จ๊าก!!!"เสียงร้องดังขึ้นจากร่างที่นอนกอดหางอย่างมีความสุข ดวงตาสีม่วงอ่อนที่เบิกโพลงขึ้นมานั้นไม่ได้หันไปมองที่ตัวต้นเหตุแต่กลับมองแขนของตัวเองที่ตอนนี้มีรอยเขี้ยวเป็จ้ำเขียวๆก่อนเขาจะถอนหายใจหลังจากที่เห็นว่าไม่มีเืไหล
"ทำบ้าอะไรของนาย!!" เทพินพุ่งเข้าไปตะปบคอเสื้อแล้วเขย่าคออย่างหงุดหงิดแต่พอเห็นเคไนน์เต็มๆ ตาก็ชะงักค้างอ้าปากกว้าง "เดี๋ยว นายเป็ใคร?"
"ข้าเองๆ"
"เคไนน์?"
"ใช่แล้ว นี่เป็ร่างมนุษย์ของข้า"จิ้งจอกอสูรกล่าวอย่างภูมิใจ
"นายเป็ตัวผู้จริงๆ ด้วยสินะ"เห็นร่างชายหนุ่มแล้วไม่รู้ทำไมในใจของเทพินจึงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและอิจฉา
จิ้งจอกอสูรตรงหน้ามีใบหน้าเรียวงดงามราวรูปสลักชั้นดีที่หาได้ยากยิ่งดวงตาสีทองสว่างแวววาว จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากหนาสีชมพูเข้มผิวสีขาวละเอียดได้อย่างที่ผู้หญิงยังอาย ผมสีเงินสั้นสลวยราวกับเส้นไหมมีหูจิ้งจอกบนหัวที่กระดิกได้ราวกับของจริง และหางสีเงินฟูฟ่องโบกสะบัดไปมาชุดที่สวมใส่เป็ชุดสีน้ำเงินลายเมฆาสีเงินสวยหรูเสริมสร้างภาพลักษณ์คุณชายผู้ดีงามทุกมุมมองได้อย่างดีเยี่ยม
หล่อเกินหน้าเกินตาเ้านายมากเลย
เคไนน์เลิกคิ้วมองหน้าเด็กหนุ่ม"ข้าเป็จิ้งจอกมายา ไม่ได้มีเพศที่แท้จริงหรอก เป็ได้ทั้งชายและหญิงแต่สำหรับข้าร่างมนุษย์บุรุษดีกว่าเลยชอบอยู่ในร่างนี้"
"แสดงว่าแปลงร่างเป็ผู้หญิงก็ได้สินะ"
"ได้อยู่แล้วสิ"
"มีสองเพศในร่างเดียวแบบนี้นายเป็จิ้งจอกหรือไส้เดือน?"
"เ้าจะไม่แขวะข้าสักหน่อยจะตายไหมเทน!!"เคไนน์กัดฟันกรอด เขาอุตส่าห์ตั้งใจอธิบายกลับต้องมาสูญเปล่าเพราะเด็กหนุ่มปากเสียนี่ล่ะ หมดอารมณ์จะพูดแล้ว
“แล้วทำไมมานั่งที่เตียงผมล่ะ จะอวดเหรอ”เทพินเข้าใจว่าจิ้งจอกอสูรอยากอวดร่างมนุษย์หลังจากฟื้นฟูแกนพลังแล้วร่างกายของเขาก็ไม่แคระอีกต่อไปความหมั่นไส้เลยฉายชัดในแววตา
“ใครอวด ข้าแค่จะมาปลุกเ้าเท่านั้น เช้าแล้วและข้าหิว”
“...”
“ทำหน้าบู้ทู่อยู่นั่นล่ะ ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว!”
“ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้...”
“แล้วก็... น้ำลายเ้าน่ะ..."
"ฮะ?" เทพินเลิกคิ้วขึ้นมองเมื่อเห็นนิ้วจิ้งจอกอสูรชี้ไปที่หางซึ่งเต็มไปด้วยคราบน้ำลาย เขาก็ยกมือขึ้นปิดปากตามสัญชาตญาณ
"ขอโทษที" เห็นคราบน้ำลายวงกว้างแล้วอยากเอาหน้าแทรกตามลอยแตกกำแพงบ้าน
"ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือ แต่อย่าให้มีคราวหน้าไม่งั้นจะไม่จบแค่ขบแน่นอน" เคไนน์พูดก่อนจะแยกเขี้ยวแหลมๆ ใส่เป็เชิงขู่ว่าถ้าคราวหลังมีอีกเขากัดจมเขี้ยวแน่ๆ
เทพินขมวดคิ้วยุ่งพยักหน้ารับด้วยสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมไปอาบน้ำจิ้งจอกอสูรร่างมนุษย์ที่ถูกทิ้งไว้ในห้องพร้อมกับน้ำลายที่หางมองตามหลังเด็กหนุ่มไปแล้วหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู
เด็กนั่นอายุเพียงสิบเจ็ดจะมีท่าทางแบบนี้บ้างเขาก็ไม่ถือสาเพียงอยากแกล้งเท่านั้นเอง
"เฮ้อ... ค่อยดีขึ้นหน่อย" เคไนน์ถอนหายใจออกมาก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียงนุ่มๆของเด็กหนุ่มแล้วเปลือกตาของจิ้งจอกอสูรปิดลงอยู่นานก่อนจะพลิกตัวตะแคงข้าง แล้วก็ต้องพบกับใบหน้ากลมมนและดวงตาสีม่วงอ่อนในระยะประชิดระยะห่างของดวงตานั้นห่างกันไม่ถึงฟุตทำเอาคนเพิ่งตะแคงมาสะดุ้งแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"ทำอะไรของเ้า!?!"
"ก็เห็นนอนนิ่งๆ นึกว่าหลับก็เลยมาส่องดู" เขาตอบก่อนจะหัวเราะเบาๆ"ถ้าหากว่าหลับก็ว่าจะลองกัดปลุกดูเหมือนกัน เสียดายที่นายไม่หลับนะ"
"ไม่ต้องมากัดเลยเฟ้ย!"เขาไม่ปลื้มให้มนุษย์มากัดหรอกนะ
"หึๆ"
“ชิ! หัวเราะอะไร ไม่ตลกนะ” เคไนน์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจท่าทางหัวเราะของเทพินตอนนี้กวนประสาทอย่างมาก จนมันคันเขี้ยวอีกแล้วกัดอีกสักทีได้ไหม
"เดี๋ยวจะทำอะไรให้กิน ส่วนนายก็นั่งดูโทรทัศน์รอไปก่อนแล้วกัน"เทพินหันไปบอกจิ้งจอกอสูรที่ตอนนี้เปลี่ยนร่างกลับไปเป็จิ้งจอกแคระอีกครั้งแล้ว
"ได้" แล้วจิ้งจอกแคระก็ไปนั่งเปิดโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นดูกดรีโมตในมือเปลี่ยนช่องหาละครน้ำเน่าดูจิ้งจอกอสูรตนนี้ติดละครยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
เทพินเดินไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะทำอาหารเช้าให้อีกฝ่ายตอนนี้ก็เป็เวลาแปดโมงกว่าแล้ว ไม่ถือว่ากินอาหารไม่ตรงเวลาล่ะนะ
หลังจากทำอาหารเสร็จและกินไปก่อนจิ้งจอกอสูรเรียบร้อย เขาก็ใส่ผ้ากันเปื้อนให้เรียบร้อยและมัดผมอย่างลวกๆจากนั้นก็เริ่มจับไม้กวาดและที่โกยขยะเพื่อทำความสะอาดบ้านที่รกจากการรื้อค้นของพวกโจรั้แ่เมื่อคืนทั้งรอยเท้าทั้งข้าวของที่โดนรื้อจนเสียหาย รกไปหมดเมื่อมีเวลาว่างทั้งวันเทพินก็เลยตั้งใจจะทำความสะอาดใหม่หมดเลย
ถือเป็การล้างซวยไปในตัว
เทพินเก็บกวาดไปได้สักพักก็เจอเข้ากับหีบใบเล็กที่เขาได้เป็ของขวัญเมื่อวานเพราะเห็นเคไนน์บอกว่ามันเสียหายเขาก็เลยไม่คิดจะใส่ใจ เพียงแต่หีบนี้มันสร้างจากทองคำประดับเพชรราคาน่ากลัวและเรียกโจรได้มหาศาล เขาควรเก็บไว้อย่างดี... แต่ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ที่เขาดีหรือจะเก็บไว้ที่จิ้งจอกอสูรดี
คิดไปคิดมาเขาก็โยนภาระที่เรียกว่าหีบทวิลักษณ์ไปให้จิ้งจอกอสูร ไหนๆเคไนน์ก็เป็คนออกตามหาอยู่แล้ว เก็บไว้ที่เขาเลยก็น่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง
หลังจากเก็บกวาดอยู่พักใหญ่โดยปล่อยให้จิ้งจอกอสูรดูละครไปเงียบๆเทพินที่อาบน้ำแต่งตัวใหม่อีกครั้งก็เดินมานั่งที่โซฟาพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมดวงตาสีม่วงอ่อนมองไปที่โทรทัศน์อย่างสนใจนิดหน่อย เพราะรอบนี้จิ้งจอกอสูรของเขาเปิดดูหนังผี
ครืด~ ครืด~
เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกความสนใจของเทพินให้หันมองเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสายที่โทรเข้ามา
"ฮัลโหล ว่าไงคินโทรมามีธุระอะไรเหรอครับ?"
[ไม่มีธุระโทรไม่ได้เหรอเพื่อน]
ที่ปรายสายที่ตอบกลับมาทำเอาคนรับสายคิ้วกระตุกไปนิดหน่อย
"ก็เปล่าแต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไม่ค่อยมีคนโทรหาผมอยู่แล้วนี่นามันก็เลยถามตามความเคยชินเท่านั้นเอง" เทพินอธิบายพลางถอนหายใจออกมายาวๆ"แล้วนายมีอะไรล่ะครับ ถ้าบอกว่าคิดถึงเฉยๆนี่เป็มุกที่ฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่นะ เพราะเราเพิ่งเจอกันเมื่อวาน"
และผู้ชายมาพูดคิดถึงกันนี่มันก็รู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ด้วย
[อะ... เอ่อ... ก็...]
"รีบๆ พูดหน่อยครับคิน ผมไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งฟังนายพูดติดอ่างนะ"เขาพูดเร่ง เพราะตอนนี้จิ้งจอกอสูรข้างตัวเริ่มมาสะกิดพลางชี้ไปที่ห้องครัวแล้ว
รู้ว่าหิวเ้าจิ้งจอกตะกละ แต่ไม่ว่างเฟ้ย!
[ก็... โทรมาเพราะเป็ห่วงน่ะ เมื่อวานได้ยินว่าบ้านนายมีโจรปล้นอยากจะโทรมาถามว่าเป็อะไรรึเปล่า] มุคินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็ห่วงเป็ใยจริงๆ นั่นทำให้เทพินยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจ
"ไม่เป็ไรครับ ยังปกติดี..."
[เหรอ... ถ้าอย่างนั้นฉันกับฟรีนไปหาที่บ้านได้ไหมอยากจะดูให้แน่ใจน่ะว่าสบายดี]
"ไม่ต้องๆ ผมโอเคแค่ต้องเก็บของนิดหน่อยเพราะพวกโจรมันลื้อของเท่านั้นเอง"
[งั้นเหรอ? เอ่อ ถ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว แต่ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ]
"อื้ม ขอบคุณครับ" เทพินหัวเราะเบาๆตอบรับเพื่อนที่พูดออกมาอย่างจริงใจ พวกเขาพูดคุยถามไถ่กันอีกเล็กน้อยก่อนจะวางสายเด็กหนุ่มตาสีม่วงอ่อนถอนหายใจเฮือกแล้วหันไปมองจิ้งจอกอสูรที่ตอนนี้หันไปสนใจละครต่อแล้ว
"ข้าหิวแล้ว" แม้ไม่หันมามองเคไนน์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายมองอยู่
"ลุกไปทำเองเลยไปตอนนี้นายก็มีร่างมนุษย์แล้วนี่" เทพินปฏิเสธเสียงแข็ง ด้วยความหมั่นไส้คนกวนเลยไม่คิดจะทำอาหารให้
"ไม่ล่ะ ข้าจะดูละคร"
"พลาดไปสักหน่อยมันไม่ทำให้นายหางด้วนหรอกนะเคไนน์"
"ไม่!ละครเื่นี้กำลังถึงตอนสนุกเลยนะ"
"ฮึ่ย! เ้าอสูรติดละคร!!"
เขาอยากจะปาผ้าเช็ดผมใส่เ้าจิ้งจอกสีขาวร่างแคระๆ นั่นเ้าอสูรตนนี้ดูมาครึ่งค่อนวันแล้วยังไม่ขยับไปไหนเสียที มันดูมากจนเขาจะติดละครตามไปด้วยแล้วนะ
สุดท้ายแล้วก็ต้องเป็เทพินไปทำอาหารเพราะเขาเองก็หิวเหมือนกัน
"เออนี่เคไนน์ ดูละครจบแล้วออกไปซื้อของกับผมหน่อยไหมล่ะไหนๆ ก็มีร่างมนุษย์แล้วก็ไปช่วยกันถือของด้วยเลย" เทพินเอ่ยถามหลังจากกินอาหารเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว
"ออกไปซื้อของเหรอ? ที่ไหนล่ะ"เคไนน์หันมามองเทพินตาเป็ประกาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันอยากจะไปเดินที่นั่นเต็มแก่แล้วมันไม่เคยได้ออกไปไหนสักทีเพราะสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงมันจะเป็อสูรที่คนธรรมดามองไม่เห็นก็ตาม เทพินก็ไม่ยอมให้มันไปด้วยเสียที
"ไปห้างฯ น่ะของหลายอย่างมันพังเพราะโจรรื้อเลยต้องไปซื้อมาเปลี่ยน แล้วผมก็อาจจะไปตลาดด้วยไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอาจจะเลยไปหาเงินเพิ่มด้วยเลย"
ปิดเทอมทั้งทีเขาก็ควรจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์หากิจกรรมที่ได้เงินทำอย่างน้อยค่าใช้จ่ายภายในบ้านเขาก็ต้องไม่พึ่งพาตระกูลมากเกินไปและเขาเองก็ไม่อยากจะพึ่งพาด้วยเขาไม่อยากกลับไปอยู่ในกรงที่เรียกว่าตระกูลอีกแล้ว
"ข้าอยากไปด้วย ให้ข้าไปนะ!"เคไนน์ตอบอย่างกระตือรือร้น
"ก็ได้ แต่นายต้องไปในร่างมนุษย์เท่านั้นนะและต้อง... ไม่ใช่เพศชาย" เทพินมองจิ้งจอกอสูรอย่างคาดหวัง เขาอยากเห็นร่างมนุษย์ที่เป็เพศหญิงของจิ้งจอกอสูรดูสักหน่อยเพราะเคยได้ยินมาว่าจิ้งจอกอสูรเป็เผ่าพันธุ์ที่มีใบหน้าที่งดงามไม่ว่าจะเพศอะไรก็ตาม
"ร่างมนุษย์เพศหญิงหรือ ก็ได้นะ" พูดจบร่างจิ้งจอกอสูรก็เปล่งแสงสีเงินนุ่มนวลออกมาเมื่อแสงหายไปแล้ว ร่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาก็ยังเป็หญิงสาวผู้งดงามยั่วยวนที่รูปร่างละลายหัวใจผู้ชายที่คนที่เห็นผมสีเงินยาวสลวยถึงบั้นเอวดวงตาสีทองเรียวสวยมองเด็กหนุ่มที่สูงในระดับเดียวกับตนในร่างผู้หญิงเลย
อา... แม้จะเป็ร่างมนุษย์ผู้หญิงก็ยังสูงเท่ากัน
นี่เ้าเคไนน์แคระเฉพาะร่างจิ้งจอกหรือไง!?
"ข้าสวยใช่ไหมล่ะ อ้าปากค้างเลยเชียวนะเทน"เคไนน์พูดหยอกเย้า
"ก็สวยพอใช้ได้" สำหรับเขาถือว่าเข้าเกณฑ์ทีเดียวสมกับเป็อสูรเผ่าจิ้งจอก ในเื่ความงามเย้ายวนนี้ทำให้เขาเกือบละสายตาไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงก็ล้วนหน้าตาดีไปหมด
"แต่หน้าตาของเ้าไม่ได้บอกแค่ว่าใช้ได้เลยนะ โธ่ๆไก่อ่อนเอ๊ย" เคไนน์หัวเราะขำก่อนจะเดินไปปิดโทรทัศน์"ละครจบแล้วงั้นเราก็ไปกันเถอะ... ว่าแต่จะไปกันยังไง?"
"ก็ต้องขับรถไปสิครับคนสวย" เทพินพูดพลางยิ้มมุมปากควงกุญแจรถที่นิ้วมือให้จิ้งจอกอสูรในคราบมนุษย์ได้เห็นมันชัดๆเคไนน์เปิดตากว้างอย่างสนอกสนใจ
"เ้าจะขับรถไปเองอย่างนั้นใช่ไหม?"
"ใช่แล้ว เราซื้อของเยอะนะรอบนี้ เพราะงั้นขับไปเองดีกว่า"เทพินพูดพลางขยิบตาให้ จากนั้นก็เดินนำออกจากบ้านไป
เคไนน์ที่เดินตามออกมาก็ช่วยปิดประตูล็อกกุญแจให้เรียบร้อยแล้วเดินไปเปิดประตูรถยนต์สีดำขลับพลางกระโดนเข้าไปนั่งข้างคนขับทันทีเขารัดเข็มขัดอย่างรวดเร็ว เทพินสตาร์ทเครื่องแล้วออกรถทันที ระยะทางจากบ้านของเทพินไปจนถึงห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดก็ใช้เวลาขับไปอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
"มาคุยเื่เมื่อวานต่อไหม ไหนๆก็ได้มีเวลาว่างคุยกันแล้ว" เคไนน์หันมาช่วยคุยระหว่างขับรถเทพินมุมปากกระตุกปรายตามองอย่างเหยียดหยาม
"คนที่ไม่ว่างน่ะแค่ผม ไม่นับอสูรติดละครอย่างนายหรอก"
"ก็เห็นเ้าไม่ว่างไง ข้าเลยดูละครรอ"
"น่าเชื่อตายล่ะ" เทพินเบ้ปาก"แล้วจะคุยอะไร เื่หีบทองคำหรือพลังเทพที่ปลิวหายไปล่ะ"
"ทั้งสองเื่เื่หีบทองข้าจะนำมันไม่ซ่อมภายหลัง เพราะหีบนี้ต้องให้เทพช่วยซ่อมพิธีอัญเชิญก็หลายขั้นตอน ต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากอย่างเร็วที่สุดก็หนึ่งเดือน"
"นับว่าช้า เทพนี่ไม่ตามยุคสมัยหน่อยเหรอโทรศัพท์หากริ๊งเดียวแล้วคุยได้เลยอะไรแบบนั้นน่ะมีไหม"
"เ้าอย่ามาทำให้ภาพพจน์ของเทพเ้าเสื่อมเสียเพราะความคิดไม่เหมือนผู้เหมือนคนได้ไหม! เทพเป็ผู้สูงส่งนะไม่ใช่เพื่อนเล่นของเ้า"
"ไม่ได้เล่นซะหน่อย เขาเรียกว่าการสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดต่างหากล่ะ"
"เลิกแถได้แล้วน่า!"จิ้งจอกอสูรสาวถลึงตาใส่อย่างดุร้ายหน้าตายียวนของเทพินทำให้ความเชื่อถือในคำพูดลดลงแทบจะเป็ศูนย์
"ชิ! ...แล้วเื่ของพลังที่ปลิวหายไปนั่นนายจะเอายังไง"
"ก็คงต้องออกตามหาอย่างไรเสียสิ่งที่ข้า้าไม่ใช่หีบแต่เป็พลังภายในหีบต่างหากไม่รู้ว่ามันจะกระจัดกระจายไปอยู่ส่วนไหนแล้วนี่สิ"
"อืม~ ถ้าในเื่การค้นหาผมว่าก็ไม่ยากอะไรล่ะนะเพราะแกนพลังของนายมีพลังของเทพทั้งสองอยู่ในตัว ถ้าตั้งใจััดีๆนายอาจจะหาพลังนั้นเจอได้ ่นี้ก็อาจจะััได้แค่ระยะใกล้ๆ ฝึกไปมากๆก็คงครอบคลุมกว้างไกลตาม้าแล้ว"
"ก็จริงของเ้า" เคไนน์พยักหน้ายอมรับ"ในระหว่างนี้ก็มีเวลาฝึกจับััหนึ่งเดือนระหว่างรอพิธีเชิญเทพมาซ่อมหีบทองคำเพื่อผนึกพลังนั่นกลับลงไปกำหนดการคร่าวๆ คงประมาณนี้"
"อ้อ ก็เอาตามนั้นแหละนะ สู้ๆ ล่ะ"
"นี่ไม่คิดจะช่วยกันเลยหรือไงเทน"
"ไม่มีค่าจ้างผมไม่ทำหรอกนะ"
"เ้าคนแล้งน้ำใจ!"
"รู้รักษาตัวรอดเป็ยอดดี เอาล่ะ ลงรถได้แล้วเคไนน์ตอนนี้เราถึงห้างแล้วล่ะ"เทพินพูดหลังจากรถจอดสนิทและจะดับเครื่องยนต์ลง เขาหันไปมองจิ้งจอกอสูรที่ดูตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ใหม่ๆที่ยังไม่เคยมา ดูแล้วเหมือนเด็กเล็กไม่มีผิด
"หา? ถึงแล้วเหรอทำไมไม่เห็นเหมือนในละครเลยล่ะ" จิ้งจอกอสูรในร่างหญิงสาวคนสวยที่เดินตามมาหันมองซ้ายมองขวาอย่างรู้สึกผิดหวัง
"จะเหมือนได้ยังไงเล่า ก็ตรงนี้น่ะมันลานจอดรถเราต้องเดินเข้าไปข้างในต่างหากถึงจะดูเหมือนในละครที่นายเคยเห็นน่ะ"เด็กหนุ่มหัวเราะก่อนจะเดินจูงมือจิ้งจอกสาวเข้าไปที่ประตูทางเข้า
ก้าวแรกที่เดินผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติสมเย็นะเือย่างผิดธรรมชาติก็พัดเข้าปะทะจิ้งจอกสาวทั้งตัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างยุ่งเหยิงก่อนจะหันไปมองเด็กหนุ่มข้างตัวอย่างใซึ่งตอนนี้เด็กหนุ่มคนที่ว่ากำลังอมยิ้มแบบพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดพลังอยู่
"ขำอะไรของเ้านักเนี่ยเทน ข้าไม่เคยเข้ามาที่แบบนี้สักหน่อยใก็ธรรมดา"เคไนน์ถามก่อนจะกระตุกมือของเทพินที่กุมอยู่ไปด้วยอย่างหงุดหงิด
"เดี๋ยวสิ ขอหัวเราะอสูรบ้านนอกแป๊บ... ฮ่าๆลมพวกนี้น่ะมันก็ผิดธรรมชาติเหมือนกับพัดลมนั่นแหละเคไนน์ สิ่งนั้นเรียกว่าแอร์มันให้ความเย็นที่มากกว่าพัดลมเยอะแต่ก็กินไฟเยอะเหมือนกันที่บ้านผมเลยไม่ติด"เทพินอธิบายก่อนจะชี้ให้ดูเครื่องปรับอากาศที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด เคไนน์พยักหน้าเข้าใจเบาๆ
"เครื่องเย็นๆแบบนี้ก็น่ามีติดไว้ที่บ้านของเราเนอะ" จิ้งจอกอสูรว่าพลางมองเครื่องปรับอากาศอย่างชอบใจมันชอบความเย็นสบายนี่นัก
เทพินหัวเราะแล้วส่ายหน้าไปมา "แหม พูดง่ายนะ ถึงผมจะอยากได้แต่จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อและจ่ายค่าไฟล่ะ?"
"เ้าก็หาเงินได้เองอยู่บ้างนี่นาจ่ายค่าไฟนิดหน่อยไม่เป็ไรหรอก"
"นิดหน่อยบ้าอะไร แอร์นี่ตัวกินไฟเลยนะ" เทพินถลึงตาใส่จิ้งจอกสาวอย่างดุเดือดที่บ้านเขาไม่ติดแอร์เพราะมันกินไฟนี่แหละ ถ้ามันกินไฟเบาๆเท่าพัดลมค่อยอยู่ในการพิจารณาหน่อย
เขาไม่ได้งกหรอกนะ แต่เงินที่เขาหามาได้บวกกับเงินจากทางตระกูลมันไม่ได้มากมายขนาดนั้นเขาไม่อยากจะอยู่อย่างอดอยากในทุกเดือนหรอกจะบอกให้
"ถ้าอย่างนั้นให้ข้าช่วยกันไหมล่ะ?"จิ้งจอกสาวเสนอพลางยิ้มหวาน รอยยิ้มนั้นดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างให้มองอย่างเคลิบเคลิ้มหลงใหลแต่ไม่ใช่กับเด็กหนุ่มตรงหน้า
"จะช่วยจริงเหรอ ผมไม่ได้ทำงานธรรมดาหรอกนะ"
"ข้ารู้เ้าทำงานที่มันเสี่ยงอันตรายกว่านั้น"ถึงแม้เคไนน์จะไม่ได้ไปทำงานด้วยเพราะความพิกลพิการในการใช้พลัง แต่เธอก็รู้รายละเอียดงานพิเศษที่เทพินทำเป็ประจำอยู่บ้าง
"ถ้ารู้ว่างานอะไรแล้วยังจะไปอีกเหรอ?"
"ก็ข้าจะหาเงินช่วยค่าไฟเ้าอยู่นี่ไง"
"นี่จะเอาแอร์ให้ได้จริงๆ ใช่ไหม!"
"ใช่ เพราะงั้นซื้อนะ"เคไนน์ส่งสายตาวิบวับมาให้เทพินมุมปากกระตุกด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินหนีไปแบบไม่พูดไม่จาจิ้งจอกอสูรไม่เลิกราง่ายๆ ตามตื้ออยู่ตลอดทาง กลายเป็ภาพน่ารักๆ คล้ายคู่รักที่กำลังหวานชื่น...
ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มที่ลงมือเคาะหัวจิ้งจอกอสูรเสียงดังลั่นไปหลายครั้งเพราะทนรำคาญไม่ได้มันคงจะหวานชื่นมากกว่านี้
หลังจากเลือกซื้อของใช้จำเป็เสร็จแล้ว เทพินค่อยข้างจะอารมณ์ดีนิดหน่อยหลังจากซื้อของที่ถูกใจได้ครบแล้วแถมไม่ต้องกลัวถือไม่ไหวด้วยเพราะเขามีสาวสวยผมสีเงินช่วยอยู่แล้ว โดยที่ตัวเขาเองไม่ได้สนใจสายตาโกรธแค้นของเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายที่มองเขาเหมือนจะฆ่าให้ตายเพราะใช้สาวสวยถือของได้อย่างหน้าตาเฉย
แต่สาวสวยที่ว่าอาสาถือให้เองเทพินเลยไม่คิดมากและตอบแทนด้วยการซื้อเครื่องปรับอากาศให้ตามคำขอ ใบหน้าสวยนั้นเลยยิ้มแย้มตลอดเวลาไม่มีปริปากบ่นตลอดเวลาเหมือนผู้หญิงทั่วไป
"หิวรึยัง?" เทพินเอ่ยถามจิ้งจอกสาวที่ถือของเต็มสองมือหลังจากก้มดูนาฬิกานี่ก็เย็นมากแล้ว พวกเขาคิดจะหาอะไรใส่ท้องเพิ่มพลังงานกันสักหน่อย
"หิวแล้ว... และหนักมากด้วย" เคไนน์ตอบถึงจะหนักแต่ก็ยังยิ้มสู้
"ฮ่าๆ อะไรกัน แค่ถือของแค่นี้เองไม่สมกับเป็อสูรเลย"
"เรอะ! แล้วเ้าลองมาถือเป็ชั่วโมงดูบ้างไหมล่ะต่อให้เป็อสูรแข็งแรงขนาดไหนมันก็มีเมื่อยกันบ้างแหละ!"เคไนน์อยากจะเอาของในถุงนี่เขวี้ยงใส่หัวดำๆ ของเด็กหนุ่มตาสีม่วงนัก ไม่ได้เข้าใจเลยว่าของที่ถืออยู่นี่หนักขนาดคนธรรมดาถือกันไม่ได้ด้วยซ้ำเธอถืออยู่ตลอดตั้งหลายชั่วโมง แขนเริ่มชานิดหน่อยแล้ว
"เอาน่าๆ นั่นก็เพื่อแอร์ของนายนะ ทนๆ ไปเถอะ ฮ่าๆ"เด็กหนุ่มหัวเราะร่าก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถ"ถ้างั้นก็เอาของไปเก็บแล้วก็ออกจากไปหาอะไรกินกัน"
"หืม? ที่นี่ก็มีร้านอาหารไม่ใช่หรือทำไมไม่กินที่นี่ล่ะ"
ถ้าจำไม่ผิดเคไนน์เห็นร้านอาหารหลายร้านเลยท่าทางน่ากินทั้งนั้นด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องออกไปกินที่อื่น
"ก็ไม่ได้แค่จะไปหาอะไรกินนี่...แต่ไปทำอย่างอื่นด้วยต่างหากเป็ร้านอาหารที่จะไปนี่แหละ"เด็กหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงรถของตัวเองกล่าวก่อนจะเปิดท้ายรถเพื่อยัดของที่ซื้อมาทั้งหลายใส่เข้าไปโดยมีจิ้งจอกสาวค่อยช่วยจัดของใส่ให้
"ทำอย่างอื่น? ที่ร้านอาหารเนี่ยนะ?"เคไนน์หันไปสบตาสีม่วงของเด็กหนุ่มอย่างคาดคั้นคนถูกคนคาดคั้นหันมายิ้มและตอบคำถามออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า
"ก็จะไปหางานทำยังไงเล่า"
"ฮะ?"
หางานทำในร้านอาหาร นี่จะไปเป็เด็กเสิร์ฟชั่วคราวหรือไงเ้าเด็กมนุษย์!