ตอนที่ 7 ตีงูต้องตีให้ตาย!
จนแล้วจนรอดเมื่อเถียงกันไปเถียงกันมา…
เมื่อได้ฟังทัศนคติของครูหนุ่มหน้าดุก็ทำเอาพ่อผันหัวเสียอยู่เหมือนกัน ขนาดที่พบเห็นได้ยากยิ่งด้วยเพราะพ่อผันเป็คนชิล ๆ ยังไงก็ได้ ‘เพราะอารมณ์ศิลปินค่อนข้างสูง’ ซึ่งเป็คนเข้าใจในหลักเหตุและผล
พ่อพูดว่า“คุณครูอคติเพราะคิดว่ามัดถุงข้าวแกง มันไม่ใช่ความสามารถดีเด่นอะไรเลยใช่มั้ย!?”
ครูหน้าดุทำเชิงว่าเป็เช่นนั้น…เขายักไหล่ตอบ“ถ้าเช่นนั้นเอาเด็กคนอื่นไม่ดีกว่าหรือครับ เช่นคนที่เล่นดนตรี เล่นกีฬาหรือคนที่เก่งด้านภาษา…” เขาอธิบายเหตุผล
ครูเดือนก็แสดงความเห็นออกมาเป็บางครั้งบางคราในทำนองว่าแล้วเด็กที่มัดถุงข้าวแกงได้เร็วมันไม่ดีตรงไหน เธอในมุมมองของผู้สูงวัยที่เห็นโลกมามากกว่าย่อมเข้าใจดี
พ่อผันพูดเสียงหนักแน่นว่า“งั้นทำไมคุณครูถึงไม่ถามลูกผมละครับว่า เขามีความสามารถอย่างอื่นมั้ย เช่นเป็นักกีฬา นักดนตรี?”
ครูเดือนก็พยักหน้าหันไปรอคำตอบของครูหนุ่มหน้าดุ
ครูหนุ่มยิ้มเย้ยภายในใจหลังจากเถียงไปพักหนึ่ง เขาพูดว่า “ลูกแม่ค้าขายข้าวแกง กับจิตรกรเขาจะไปมีความสามารถอะไรมากมายล่ะครับครูเดือน แค่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงไปก็เท่านั้น!?”
พอพ่อผันได้ยินคำนี้หลุดออกจากปากก็ควันออกหูตัวของเสือน้อยก็ไม่แพ้กัน เขาโกรธจนหน้าแดงก่ำ
พ่อผันพูดขึ้นว่า “นี่คุณดูถูกอาชีพแม่ค้าขายข้าวแกงกับนักวาดภาพอย่างผมงั้นหรือ…คุณเป็ครูเพราะจับฉลากได้ใช่มั้ย? ผมถามจริง ๆ”
หลังเถียงกันไปเถียงกันมาจนคนมากยิ่งขึ้นครูที่เข้าร่วมฟังเหตุการณ์ต่างมีวุฒิภาวะพอจึงสามารถแยกแยะคำพูดคำจายิ่งนานก็ยิ่งมีครูเข้ามาฟังการสนทนามากขึ้นเรื่อย ๆ
ครูหนุ่มหน้าดุคนนั้นพูดขึ้นว่า“ถ้าลูกคุณแน่จริง ก็ให้แสดงความสามารถอย่างอื่นมาสิครับ!ทำไมต้องบอกว่ามัดถุงแกงเก่ง ผมว่าคำตอบแรกมักเป็ความจริงเสมอ”
เสือน้อยตอบโดยพลัน“ตัวผมยังพูดไม่ทันจบครูก็เชิญออกจากห้องเสียแล้ว ซึ่งความจริงไม่ว่าจะเป็วาดภาพเล่นดนตรี ผมก็ทำได้หมด…แต่ปัญหาคือยังไม่ทันได้ตอบเลยครับ!”ตอนนี้หูเขาก็เริ่มแดงไปด้วยแล้ว
พ่อผันพูดขึ้นเสริม“เอางี้ไปคัดเลือกเด็กเก่ง ๆ ที่คุณว่ามามีความสามารถนักหนามาแข่งกับลูกชายผมจะให้เขาเล่นดนตรีแข่งกันไปเลยใครที่ครูคิดว่าเล่นกีตาร์หรือเปียโนเก่ง ก็เอามาวัดประชันไปเลยผมล่ะอยากรู้ผลจริง ๆ”
เขาภาคภูมิใจมากถ้าเป็เื่พวกนี้
ครูหนุ่มพูดเย้ยขึ้น“แน่ใจเหรอครับขนาดผมถามว่ามีความสามารถอะไรบ้างความคิดแรกที่ลูกชายคุณตอบมาคืออะไร…มัดถุงข้าวแกงเร็ว!”
เขาส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เสียดายเวลาทดลองเปล่า ๆ ครับ ผมว่าคำตอบแรกนั้นมักจะเป็ความจริงเสมอ!”
พ่อปวดกบาลกับครูคนนี้“เอ่อ...ขอโทษนะครับ เื่นี้ให้เ้าตัวตอบดีกว่า อยู่ต่อหน้าครูบาอาจารย์เยอะแยะบอกไปสิลูกว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ทำไมถึงได้ตอบว่า…มัดถุงข้าวแกงเร็ว แทนที่จะพูดถึงความสามารถพิเศษอื่นๆ”
เสือน้อยยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ
“ผมช่วยแม่ทำมาหากินต้องใช้แรงกายเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าขนมพิเศษ จึงไม่รู้สึกว่ามันจะเป็ความสามารถที่ด้อยกว่าอย่างอื่นตรงไหนแต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ผมไม่สามารถเล่นกีตาร์ วาดภาพเพื่อหาเงินได้แต่ผมมัดถุงข้าวแกงตักแกงช่วยแม่ได้ แถมยังหาเงินให้กับตัวเองได้อีก!”
เด็กหนุ่มอธิบายรวดเดียวจนเห็นภาพ นี่ไม่ใช่เพราะเตี๊ยมมา หากแต่เป็ความคิดจากใจจริงของเขาไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ตอบไปว่ามัดถุงแกงเร็วเป็อย่างแรก ในทันทีที่ครูสอบสัมภาษณ์ได้ถามถึงความสามารถพิเศษ
พ่อผันพูดเสริม“พูดถึงในแง่คุณธรรมความกตัญญู ผมว่าลูกผมไม่บกพร่องหากพูดถึงในแง่ประโยชน์ที่คนอื่นได้รับก็คงเป็การยืนรอเข้าแถวซื้อกับข้าวของเมียผมเร็วขึ้น…เพราะยิ่งลูกผมมัดเร็วเท่าไหร่คนที่ได้ผลประโยชน์ก็เป็ทั้งเมียของผมและลูกค้าที่ยืนรอ”
ครูบาอาจารย์ที่อยู่โดยรอบก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะมีบางคนเป็ลูกค้าร้านแม่ของเด็กหนุ่มอยู่ในกลุ่มนี้เขาเห็นเด็กหนุ่มช่วยแม่เป็ประจำตอนเย็น เื่นี้พิสูจน์ได้ด้วยตาซึ่งมีประจักษ์พยานอย่างชัดเจน
ครูหนุ่มพูดขึ้นว่า“ครับเก่งมากครับ…แต่ถึงอย่างไรผมก็ตัดสินไปแล้ว ถือเป็เด็ดขาดผมว่านะเอาเวลาที่จะมาเถียงกับผม ไปบนบานศาลกล่าวดีกว่ามั้ย? ไปหวังกับจับฉลากจะดีกว่านะครับ” เขายิ้มเยาะเห็นฟัน
พ่อผันสีหน้าไม่เปลี่ยนกลับถามขึ้นมาว่า“ตามนั้นครับ ว่าแต่คุณพอจะแนะนำชื่อตัวเองสักหน่อยได้มั้ย ผมจะได้จำไว้น่ะครับ…”
ครูหนุ่มดูเหี้ยมขึ้นทันทีก่อนตอบแบบกัดฟันพูด “ผมครูสุพล หิมะลัย ครูผู้ช่วย สอนวิชาคณิตศาสตร์ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” พูดจบเขาก็สะบัดตัวเดินจากไป
พ่อผันตบมือเสียงดัง“ครู ๆ ทุกท่านครับ ผมขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะครับถ้าใครมีหลักฐานว่าครูสุพลท่านนี้ทุจริตในหน้าที่ผมมีรางวัลให้อย่างต่ำสามหมื่นบาท” เขาพลางยื่นนามบัตรให้ครูทุกคน
“เบอร์โทรศัพท์ก็ตามนี้เลยนะครับ…ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับที่มารับฟัง แม้ว่าลูกผมจะสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านก็ตาม”เขาใช้เงินรางวัลแก้ปัญหา
“ประเดี๋ยวผมพาลูกไปรอคิวจับฉลากตอนบ่าย…ใครมีอะไรก็แจ้งมาได้เลยครับ ยิ่งหลักฐานเด็ดผมเพิ่มเงินเป็สองเท่าก็ยังได้!” พูดจบเขาก็จากไป
ผันหันไปปลอบลูกว่า “ทำได้ดีแล้ว” เขาคิดจากใจจริงมีก็แค่ครูไร้วิสัยทัศน์แบบนี้ที่คิดอะไรทำนองนี้ออกมา…
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นปรากฏว่ามีครูโทรมาแจ้งเบาะแส
พ่อผันก็ออกไปคุยอยู่นานสองนานเขาเดินเื่ฉับไวยื่นเื่อุทธรณ์จนไปถึงท่านผอ. และยังเดินไปแจ้งเื่ที่ทางสำนักงานเขตการศึกษาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียน รับผิดชอบดูแลโรงเรียน…ไปทั่วทั้งเขตจังหวัด
เสือน้อยก็ได้ปล่อยผ่านเื่นี้ไปและเตรียมตัวรอจับฉลาก ส่วนข้อที่ว่าพ่อเขาจะไปทำอะไร เขาไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่ประเดี๋ยวมีอะไรก็คงมาเล่าให้ฟังเอง
รอจนเที่ยงพ่อก็กลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนพาเขาเดินไปที่ศาลาพระครูที่ด้านหน้าโรงเรียน “ไหว้พระไม่ใช่เพื่อขอพรแต่เพื่อพามาทำจิตใจให้สงบ”
พ่อผันยังพูดยืนยันว่า“ยังไงก็ได้เรียนที่นี่แน่!” เขายกยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นแววตาเ้าเล่ห์ออกมา
ผ่านไปไม่นานนักเสียงตามสายก็เรียกผู้มีสิทธิ์ไปจับฉลาก เสือน้อยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากเพราะพ่อเป็คนเชื่อถือได้ อีกอย่างเขาก็สอบข้อเขียนผ่านแล้วมีช่องทางมากมายให้ได้เรียน อยู่ที่ว่าพ่อจะเล่นด้วยเล่ห์หรือกลก็เท่านั้น
พอถึงคิวตน เขาก็ขึ้นไปเหยียบบนแท่นกลางหอประชุมทำเอาเขินอยู่ไม่น้อย เพราะไม่เคยอยู่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ทำเอาเด็กหนุ่มประหม่าก่อนที่จะล้วงมือไปจับฉลากพร้อมยื่นให้ครู
ครูที่ทำหน้าที่ก็ประกาศผลทันควันไม่ได้รอให้เด็กหนุ่มได้พักหายใจหายคอ “ไม่ได้…เสียใจด้วยนะคะเชิญลำดับถัดไปได้เลย”
รอจนจับฉลากเสร็จพอรู้ผลพ่อก็พาเด็กหนุ่มเดินไปที่ห้องของผอ. ตลอดทางเขาผิวปากอย่างอารมณ์ดี
“ดูท่าจะเคลียร์ทางนั้นเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง?”เด็กหนุ่มตั้งข้อสงสัย
ผ่านไปไม่นานเลขาผอ. ก็เชิญพ่อกับเสือน้อยเข้าไปด้านใน ภายในห้องประดับประดาไปด้วยรางวัลโล่คุณวุฒิต่าง ๆ รูปถ่ายผลงานมากมาย
เสือน้อยก็กล่าวสวัสดีและนั่งลงตามพ่อไปติด ๆ
ผอ.พูดขึ้นว่า“หลังจากเราได้พิจารณาคำขออุทธรณ์ของคุณแล้ว ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลมากหลังจากที่ดิฉันได้ตรวจเอกสาร พบพิรุธของครูสุพลจริงดังว่าเขาพยายามยัดเด็กนักเรียนของตัวเองเข้าแทนชื่อผู้ที่สอบไม่ผ่าน”
พ่อผันพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะรอฟังท่าน ผอ.กล่าวต่อ “ตัวของดิฉันเองก็ได้พิจารณาแล้วว่าอีกฝ่ายทุจริตในหน้าที่ ดังนั้นเื่ที่ทางเด็กชายเสือน้อยสอบตก ก็เป็อันว่าผ่านการสัมภาษณ์ไปได้เลยค่ะอีกประเดี๋ยวดิฉันจะให้เลขาพาไปลงทะเบียนด้วยตัวเอง!”
ท่านผอ. ก็พักจิบน้ำครู่หนึ่ง“เื่ที่ครูสุพลทำไปนั้นทางเราจะยื่นเื่ไปทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพราะมีหลักฐานที่คุณแจ้งมา คาดว่าโทษคงหนีไม่พ้นไล่ออกหรืออย่างเบาก็ย้ายโรงเรียน”
ความจริงแล้วก็ดันมีครูแหกกฎแหกหน้าของผอ.เสียก่อน ่เวลาของการฝากเด็กหรือยัดเด็กยังไม่มาถึงต้องรอประกาศผลสอบก่อน…
อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลก็ยังไม่ได้ประกาศให้ชัดเจน ที่กล่าวว่าเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน
แต่มีครูหนุ่มเล่นลัดคิวเอาชื่อของเด็กเส้นตัวเองไปแทรกใส่เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าเสือน้อยเสียอย่างงั้น ด้วยคิดว่าเป็พวกลูกแม่ค้าตลาดนัด กับยาจกจิตรกร
หากว่าครูหนุ่มคนนี้ฉลาดสักหน่อยรอเวลานั้นแม้แต่เธอเองก็ไม่อาจทนรับแรงกดดันมหาศาลจากทุกทิศทาง ทั้งกระทรวงศึกษาฯ รัฐมนตรี ส.ส.ในเขตพื้นที่ นายก อบจ. เทศบาล อบต.หรือตำแหน่งต่าง ๆ ได้เลย
เพราะไม่เช่นนั้นตัวเธอคงไม่เป็อันได้ทำงาน เนื่องจากประสานงานกับใครก็ไม่ได้…
หน้าที่ของ ผอ.ต้องเป็กันชนกับทุกฝ่ายอยู่แล้วดันมีปลาเน่าตัวหนึ่งโผล่ออกมาแบบนี้กลายเป็ว่าจะทำให้เสียระบบ
ดังนั้นเธอจึงเห็นด้วยกับการจัดการครูคนนี้ ‘เป็การเชือดไก่ให้ลิงดู’ เพราะว่าทางฝ่ายผู้ปกครองรายนี้เสนอขั้นตอนจัดการครูสุพลโดยไม่กระทบองค์รวมจึงทำให้ ผอ.เต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
พ่อผันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณท่านผอ.มาก ๆครับที่ให้ความเป็ธรรม ส่วนเื่ของครูสุพล ประเดี๋ยวผมจะให้ทนายความช่วยจัดการให้อีกแรงครับผมไม่วางใจให้เขาอยู่ในโรงเรียนนี้ ดังนั้นเร็ว ๆ นี้ เขาคงได้โดนยื่นฟ้องทุจริตโดยหน้าที่ซึ่งทางทนายความของผมจะเข้ามาพบกับท่าน ผอ. ในวันนี้อย่างไงก็ขอความกรุณาด้วยนะครับ!”
พูดยังไม่ทันจบก็มีชายวัยสี่สิบกว่าๆ สวมชุดสีเขียว ผูกเนกไท เคาะประตูเข้ามาพ่อผันเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “พูดถึงก็มาพอดีเชียว เชิญครับพี่ดำรง…”
ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวให้ผอ. ได้รู้จักกัน
“คนนี้เป็ทนายที่ปรึกษาประจำตัวของครอบครัวผมเองครับและเป็เพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเรียนจบโรงเรียนนี้เหมือนกันกับผม ถ้าเช่นนั้นผมก็คงต้องส่งไม้ต่อให้ท่านคุยกับทนายเพื่อช่วยขจัดคนชั่วในองค์กร ส่วนมีปัญหาอะไรติดต่อผมมาได้เลยนะครับ”
พ่อผันทิ้งนามบัตรไว้ก่อนหันไปพูดกับทนาย “ฝากด้วยนะพี่ดำรง”
“เออ…ได้ไม่มีปัญหาเดี๋ยวจัดการให้”ลุงดำรงตอบพ่อ
เสือน้อยก็ไม่ลืมไหว้สวัสดีลุงดำรงตามมารยาท
ที่หน้าห้อง ทางเลขาก็พาเด็กชายเดินไปลงทะเบียนอีกครั้งที่ชั้นสองคราวนี้พ่อก็ยิ้มสองมือไพล่หลังครูที่เห็นเหตุการณ์ก็เดินมาแสดงความยินดีที่อุทธรณ์ผ่าน
พ่อผันยังเปรย ๆให้ครูละแวกนั้นฟังด้วยว่ามีหลักฐานเล่นงานครูหนุ่มคนนั้นแล้วแถมยังได้ให้ทนายแจ้งความ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เ้าตัวน่าจะโดนไล่ออกเร็วๆ นี้
พอได้ยินดังนั้นก็เรียกเสียงฮือฮาจากครูในละแวกนั้นได้ไม่ใช่น้อย
จากนั้นขั้นตอนต่างๆ ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ทั้งค่าเทอมค่าหนังสือ ไม่ได้เป็ปัญหาแต่อย่างใดสำหรับพ่อผันที่ได้เตรียมตัวมาพร้อมจ่ายอยู่แล้ว...