“ท่านนายพลครับกองกำลังปีกซ้ายกันเอาไว้ไม่อยู่แล้วครับ เราจะทำยังไงกันดีครับท่าน!”
พลทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาที่ศูนย์บัญชาการเพื่อรายงานสถานการณ์ให้ท่านนายพลได้ทราบ ถึงเหตุการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น พื้นที่ส่วนหน้า 20 เปอร์เซ็นต์เต็มไปด้วยพวกผีดิบ พืชผลทางการเกษตรถูกทำลายเสียหายจนหมด ถ้ายังยันเอาไว้ไม่อยู่พวกเขาทั้งหมดก็ต้องถอยกลับเข้าไปในตัวอาคารส่วนหน้ากันเพื่อตั้งหลัก ว่าจะทำยังไงกันต่อไปดี
“ถ่ายทอดคำสั่งให้ทหารทุกนาย ถอยร่นเข้าไปประจำการข้างในตัวอาคารก่อนและรอคำสั่ง!” ท่านนายพลสั่งการให้ลูกน้องทั้งหลายที่เหลือ ทยอยเข้าไปข้างในตัวอาคาร เพื่อตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ศูนย์วิจัยส่วนหน้าเต็มไปด้วยฝูงผีดิบมากมายหลายหมื่นตัวที่เข้ามายังผนังของโดมที่แตก ต่างก็เดินเบียดเสียดกันเข้ามายังหน้าตัวอาคารที่มีเหล่าทหารคอยยืนคุ้มกัน หยั่งเชิงกับพวกผีดิบ ทหารบางรายก็ออกอาการหน้าซีดเผือกเพราะนานแล้วที่ไม่เคยเกิดเื่แบบนี้เกิดขึ้นภายในศูนย์วิจัยเลยสักครั้ง ทหารบางรายก็เป็ทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาประจำการได้ไม่นานต่างก็วิตกกังวลกันไม่น้อยกับพวกุ์พวกนี้
“เห้อออ...ค่อยยังชั่วหน่อยนายว่ายังงั้นไหม จิม? ” โทมัสพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระบายความอึดอัดลง และหันหน้าไปถามเพื่อนทหารด้วยกันที่อยู่ข้างๆ
“หึ...ก็อย่างที่นายว่ามานั่นละโทมัส”
ใช่ตอนนี้เขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร่ เพราะทหารที่เข้าปะทะไปชุดแรกต่างก็าเ็ และล้มตายกันไปไม่น้อยส่วนที่าเ็ก็ไม่สามารถช่วยได้ เพราะการติดเชื้อจากการที่โดนกัด ถึงาแจะเล็กน้อยเท่าไดก็ตาม แต่ที่จิมทำใจไม่ได้ทุกครั้งคือ การที่ต้องสวมบทเพชฌฆาตริดรอนวิณญาณเพื่อนทหารด้วยกันเอง ที่ร้องขอให้ยิงตัวเอง เพราะไม่อยากกลายร่างไปเป็แบบเดียวกับพวกผีดิบนั่น มันเศร้าเกินไปสำหรับจิม
โทมัสมองหน้าเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้ ทำหน้าเศร้าเหมือนกับทุกข์ใจกับอะไรบางอย่างอยู่ จึงทำได้แค่เพียงยื่นมือไปตบไหล่จิม เบาๆ เพื่อเป็การปลอบใจไม่ให้เพื่อนคิดมากและกลับมาจดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้าดีกว่า
อีกด้านหนึ่งของทวีป ผู้ชายผมดำสลับสีขาวที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า แววตาดูเ้าเล่ห์พิกล กับรูปร่างอ้วนท้วม กำลังนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องเหมือนกับกำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง
สายตาของชายคนนั้น จับจ้องอยู่ที่จอมอนิเตอร์ เขากำลังมองดูภาพบางอย่างอยู่บนหน้าจอ พลันสายตาก็หันไปหาลูกน้องคนสนิทแล้วสั่งการบางอย่างออกไป ใช่สำหรับ เจมส์ คาวส์ แล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเงินและธุรกิจผลิตอาวุธชีวภาพที่เค้าเป็คนดูแลอยู่แล้ว ไม่ว่าเื่อะไรจะเกิดขึ้นสำหรับ เจมส์ คาวส์ แล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเงินทอง และอำนาจ
แต่ที่ทำให้ เจมส์ คาวส์ ต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่ตอนนี้ก็เพราะมีสายข่าวรายงานมาว่า ที่สถาบันวิจัยมีการผลิตอาวุธที่ร้ายกาจและสามารถกวาดล้างเหล่าผีดิบได้แล้วนั้น เป็อะไรที่คนอย่าง เจมส์ คาวส์ จะไม่ยอมสูนย์เสียผลประโยชน์ของตัวเองหรือทำให้ธุรกิจผลิตอาวุธมีรายได้ที่ลดน้อยลง
"ไปจัดการตามแผนการขั้นต่อไปได้เลย"
น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยสั่งการกับลูกน้องคนสนิท ให้อีกฝ่ายไปจัดการกับเป้าหมาย ก่อนที่ใบหน้ากลมจะแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย..
"ครับนาย" ลูกน้องคนสนิทรับคำสั่ง พร้อมกับโค้งคำนับนายของตัวเอง และค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปจากห้องทำงานของเ้านายของตนเอง
ณ ศูนย์วิจัยที่ตอนนี้เปรียบเสมือนสมรภูมิรบ พวกเขาโดนล้อมรอบไปด้วยพวกผีดิบ พวกุ์ พวกเข้าไม่สามารถฝ่าวงล้อมออกไปยังภายนอกได้ ใช่ดูเหมือนพวกเขาจะจนมุม!
ตูมมมม!...เสียงะเิดังกึกก้องไปทั่วบริเวณโถงทางเดินส่วนหน้า ก่อให้เกิดเป็กลุ่มควันฟุ้งกระจายลอยอยู่ในอากาศบดบังทัศนวิสัยการมองเห็น แต่สิ่งที่จิมและโทมัสมั่นใจตอนนี้เลยพวกเขาต่างก็ได้ยินเสียงกระจกบริเวณโถงทางเดินแตก โทมัสและจิมต่างก็มองหน้ากันและกัน หลังจากกลุ่มควันได้จางลง
ภาพที่เห็นคือเพื่อนทหารด้วยกันที่ยืนอยู่ใกล้บริเวณของะเิต่างก็นอนจมกองเื เศษซากของอวัยวะกระเด็นไปทั่วบริเวณโถงของทางเดินเต็มไปหมด บางรายก็แขนขาดจากการโดนสะเก็ดะเิ แต่ยังไม่ตายนอนร้องควรคลางขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา
เหตุการณ์เข้าสูภาวะวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่โทมัสและจิมตรวจสอบผู้รอดชีวิตและพบว่าทหารที่อยู่รอดมีไม่ถึงสิบนายรวมทั้งต้องแสดงความเสียใจกับท่านนายพลด้วยที่โดนลูกหลงจากการเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"จิมๆ เร็วเข้ามาช่วยกันก่อนพวกศพกำลังเข้ามากันใหญ่แล้วโว้ย! โธ่เว้ยจิม!"
โทมัสพูดจบพร้อมกับส่งลูกถีบยาวๆ เข้าที่ท้องของจิมไปหนึ่งที เพื่อเรียกสติเพื่อนที่เอาแต่ยืนเหม่อจนทำอะไรไม่ถูก
"อูยยยย....อะไรของแกวะ" หลังจากที่โดนลูกถีบหนักๆ ของเพื่อนจนล้มก้นจ้ำเบ้า สติของจิมก็กลับมาเหมือนเดิม อ่าาาา เขาในะซิใจนทำอะไรไม่ถูกเลยหละ
"แย่แน่แบบนี้เรากันเอาไว้ไม่อยู่แน่ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าไม่ใช่ฝีมือของพวกศพ แต่มีเกลือเป็หนอน"
"ใช่...ฉันก็คิดแบบแกนั่นและ เราต้องรีบส่งข่าวให้พวกด็อกเตอร์ทราบนะโทมัส เรามีเฮลิคอปเตอร์แค่ลำเดียวไม่สามารถขนนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดนี่ไปได้แน่ๆ" จิมบอกพร้อมกับเรียกทหารนายหนึ่งเข้ามาและสั่งการให้อพยบเหล่านักวิทยาศาสตร์ ให้ขึ้นไปรอยังส่วนบนของด่านฟ้าเพื่อเตรียมการอพยบไปยังที่ปลอดภัย
ปัง!.. เสียงะุปืนวิ่งแหวกอากาศดังขึ้นหนึ่งนัดตามมาด้วยเสียร้องของเพื่อนข้างๆ อ่าาโทมัสโดนยิงแต่ะุเฉียดแขนของเขาไปเท่านั้น แต่ก็เรียกเืสดๆ ที่ไหลจากปากแผลได้มากพอสมควร
ปัง!เสียงะุถูกปล่อยออกจากปลายกระบอกปืนไปยังต้นทางของเสียง ทำให้ยิงโดนทหารที่ซุ่มอยู่ในกลุ่มควันจางๆ มันเป็ฝีมือของจิมเองที่เป็คนเด็ดหัวทหารคนนั้น
"เป็ยังไงบ้างโทมัส" จิมถามเพื่อนพร้อมกับหยิบเศษผ้ามาพันแขนของเขาเพื่อห้ามเืให้หยุดไหล
"ไม่เป็ไรเรารีบไปกันเถอะอยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย" โทมัสหันไปพูดกับจิมและสั่งการให้ทหารที่เหลือตามมา เพราะพวกผีดิบพวกนั้นเริ่มเข้ามาในตัวอาคารแล้ว
ที่ห้องทดลองมนุษย์หลอดแก้ว ทหารนายหนึ่งวิ่งมาตามทางเดินแล้วเลี้ยวขาวตรงไปยังห้องวิจัย พร้อมกับขออนุญาติเข้าพบกับด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส เพื่อรายงานสถานกาณ์ปัจจุบันตามที่โทมัสได้สั่งการ และมอบหมายให้พากลุ่มของด็อกเตอร์ไปยังด่านฟ้าชั่นบนเพื่อเตรียมการอพยบ เช่นเดียวกันกับด็อกเตอร์คนอื่นๆ ที่อยู่ในศูนย์วิจัย ได้รับทราบ