พลังเวทย์มหาศาลแผ่ขยายเบื้องหน้า
อุกกาบาตั์เปลวเพลิงที่ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น
ศัตรูถือลูกอุกกาบาตั์แห่งเปลวเพลิงขณะอยู่กลางอากาศ
พื้นสนามและทั่วทั้งโคลอสเซียมต่างถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดง
“ระ..ร้อน”
“เด็กสาวราชวงศ์คนนั้นจะทำลายโคโลเซียมนี้ทิ้งหมดเลยหรอ!??”
“แล้วพวกเราโดนลูกหลงไปด้วยมั้ยอะ!”
“ฉะ..ฉันวะ..ว่าไม่น่านะ เพราะที่นั่งผู้ชมมีบาเรียคุ้มกันอยู่นิ”
เสียงผู้ชมต่างร้องใด้วยความตื่นกลัว..ต่อการโจมตีมหึมาครั้งใหญ่เบื้องหน้านั่น
ผะ..ผม..จะทำยังไงดีล่ะ!! จริงสิศัตรูลอยกลางอากาศเป็เป้านิ่งนี่นา
‘มานาโซน….!!!’ อะไรกันมานาโซนใช้ไม่ได้ ..เห้ย!..บ้าน่า
ถ้างั้นก็…
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’ ปรากฎคมดาบรูปครีบฉลามสีแดงพุ่งใส่ศัตรูที่ลอยตัวถือลูกอุกกาบาตั์กลางอากาศทันที….แต่ทว่าตอนที่คมดาบรูปครีบฉลามลอยเข้าไปใกล้ศัตรูนัั้น..ได้ถูกดูดเข้าไปรวมตัวกับอุกกาบาตั์ในทันที พร้อมกับอุกกาบาตได้ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
บ้าน่า!!!…อุกาบาตนั่นไม่ได้สร้างจากพลังเวทย์ของตัวเธอเอง แต่ใช้พลังเวทย์จากบริเวณโดยรอบงั้นหรอ…แถมยังดูดกลืนเวทย์มนต์ทุกสิ่งที่เข้าใกล้มันอีก มิน่าละมานาโซนถึงใช้ไม่ได้ผล..
เ้าอุกกาบาตนี่..แท้จริงมันคือสกิลที่ทำงานโดยมีหลักการคล้ายมานาโซนนั่นเอง..ทำให้ตอนนี้พลังเวทย์จากอากาศรอบตัวเธอถูกดูดไปใช้จนหมด
ผมจ้องมองอุกกาบาตั์สีแดงนั่น..ราวกับวันสิ้นโลกและเป็วาระสุดท้ายของชีวิต
“…ยัยนั่นจะฆ่าเราจริงๆงั้นหรอ” ผมใพร้อมกับเหงื่อตกอย่างรุนแรง โดยที่ไม่รู้ว่าเหงื่อนี้เกิดจากความร้อนเหลือความกลัวกันแน่
“หืม…กฎการแข่งเขาห้ามฆ่ากันไม่ใช่หรอ…พวกเราควรหยุดพวกเขาดีมั้ย?” อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่2 ทาเลส กล่าวแบบนั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอก..เ้าหนูนั่นไม่เป็ไรแน่” อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่4 อินกัล ตอบกลับไป
“….” อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6 เอลิเซ่ ยังคงนั่งนิ่งมองภาพนั้นไม่ขยับหรือใอะไรแม้แต่น้อย
เราจบสิ้นแค่นี้จริงๆงั้นหรอ!? ตอนที่เรเวลเริ่มจะสิ้นหวังนั้นเพราะคิดว่าตัวเองหมดทางสู้แล้ว…และกำลังจะปล่อยหอกลงจากมือ
“เรเวลลล…ความฝันของนายคืออะไรงั้นหรอ!!!!????” เสียงของรูอันะโดังข้ามมาจากที่นั่งผู้ชมในทันที
“รูอัน!” เสียงนั้นช่วยเรียกสติของเด็กหนุ่มขึ้นเล็กน้อย
ความฝันของตัวเรางั้นหรอ !?
“อึก!..” เด็กหนุ่มเอามือจับหน้าผากของตัวเอง..เนื่องจากเวียนหัวเล็กน้อย เพราะพลังเวทย์เริ่มเหลือน้อยเต็มที แถมยังเสียเหงื่อไปจำนวนมากจากความร้อนมหาศาลทำให้ขาดน้ำจนคอแห้งผาก ….ท่ามกลางไอร้อนระอุและพื้นสนามถูกย้อมเป็สีแดง
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองไปยังเด็กสาวผมทองตาทองที่อยู่ตรงที่นั่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์นั่น…..ดวงตาสีทองของเธอผู้นั้นยังคงจับจ้องมองมาที่ตัวของเขา
ความฝันของฉันงั้นหรอ !?
ความฝันของผม….คืออะไรกันแน่นะ!?ิ เหงื่อหยดหลายสาย… สติเริ่มเลือนลาง…ตอนจังหวะที่เหงื่อหยดลงพื้นนั้นได้ระเหยกลายเป็ไอในทันที…..แสดงให้เห็นถึงความร้อนระอุที่กินพื้นที่ทั่วทั้งสนาม
เรามาที่แห่งนี้เพื่ออะไรกันแน่นะ?….
เปลือกตา..ปิดลง..
เรี่ยวแรงเริ่มหายไป
สติเริ่มดำดิ่งสู่ความมืดมิด..นำไปสู่จุดที่ลึกที่สุดภายในจิตใจ
ท่ามกลางความว่างเปล่าและความมืดมิดอันเหน็บหนาว ได้ปรากฎภาพของเด็กสาวผมทองตาทองขึ้น
“เรเวล..” เด็กสาวผมทองตาทองผู้นั้นยิ้มให้ตน…
“เรเวล..” น้ำเสียงของเด็กสาวผมทองตาทองผู้นั้นกำลังกล่าวเรียกตนอย่างอ่อนโยน
มือน้อยๆ..ของเธอค่อยๆยื่นมาจับที่แก้มของเด็กหนุ่มอย่างบอบบางและทะนุถนอม
อุณหภูมิอันอบอุ่นจากฝ่ามือ..ถ่ายทอดมายังแก้มของเด็กหนุ่มจนปัดเป่าความเหน็บหนาวอันมืดมิดในใจ
“นายเคยบอกว่านายรู้สึกว่าโลกนี้มันบิดเบี้ยวใช่มั้ย?”
“นายเคยบอกว่าโลกนี้มันไม่เท่าเทียมใช่มั้ย?”
“อากาศอันสดชื่น แสงแดดอันอบอุ่นและสายน้ำอันฉ่ำเย็นล้วนเสมอภาคสาดส่อง ถ่ายเท และแบ่งปันให้ผู้คนอย่างเท่าเทียม…เหมือนวีรบุรษในนิทานที่ปกป้องผู้คนอย่างเท่าเทียมไม่เหินห่างและไม่แบ่งแยก รวมทั้งนำพาความสงบสุขมาให้ ”
“แต่ไฉนมนุษย์ถึงได้ปกครองโดยแบ่งแยกกันต่างจากเหล่าวีรชนในหนังสือนิทาน..…พลังที่แข่งแกร่งควรจะเป็พลังที่ใช้ปกป้องผู้อ่อนแอ..ไม่ใช่พลังแห่งการกดขี่ข่มเหง”
“ความฝันของนายน่ะ…คือการเป็วีรบุรุษในนิทานที่สามารถปกป้องคนอ่อนแอและคนสำคัญไว้ได้ การทำให้โลกนี้เท่าเทียมกันนั่นแหละ..คือความฝันของนาย ”
“สำหรับฉันแล้วตัวนายที่เป็แบบนั้นน่ะ..เท่มากเลยนะ…ฉะนั้นตัวนายจะต้องแข็งแกร่งแล้วขึ้นเป็'จักรพรรดิ์เวทย์มนต์' ให้ได้สักวันนะเรเวล เพราะว่านายคือวีรบุรุษในนิทานที่ฉันหลงไหลไงล่ะ”
“เอลิเซ่…สำหรับเธอแล้ว เธอก็คือวีรบุรุษคนแรกของฉันเหมือนกัน …วีรบุรุษที่โอบกอดฉันแบบไม่แยก..เยียวยาฉันโดยไม่สนเื่ชนชั้น …ที่ฉันสามารถผ่านวัยเด็กอันแสนโหดร้ายมาได้ล้วนเป็เพราะเธอยื่นมือเขาช่วยเหลือ …สำหรับฉันแล้ว..เอลิเซ่..เธอน่ะคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตฉันเลย”
“ฉะนั้นครั้งนีัฉันจะเป็วีรบุรุษของเธอให้ได้…จะเป็วีรบรุษของผู้คนให้ได้…จะทำให้ตัวเธอยอมรับให้ได้ และก็….ฉันจะขึ้นเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ให้ดู!!!!!!! ”
“….” สติเริ่มหวนคืนกลับมา
หอกศักดิ์สิทธิ์ที่มือขวาเปล่งอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธ์..พร้อมกับเสียงระฆัง
“สกิลนี้มัน!?” ผมมองไปยังหอกศักดิ์สิทธิ์ที่มือขวาของตัวเองทันที ….หลังจากนั้นจึงมองไปยังอุกกาบาตไฟสีแดงั์ยังที่เหมือนศัตรูจะชาร์จเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“แก..ตายซะเถอะ!!!”
‘เวทย์ไฟ-บอลไฟทำลายล้างเต็มพิกัด’
อุกกาบาตั์ไฟที่อานุภาพรุนแรงถึงขนาดที่ทำลายพื้นสนามแข่งทั้งสนามได้กำลังพุ่งมาหาผม…
ผมมองไปยังหอกศักดิ์สิทธิ์ที่มือขวาอีกครั้ง อานุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์พร้อมกับเสียงระฆังยังคงดังอยู่เรื่อยๆ…เวลาชาร์จตอนนี้คือ4วินาที
ผมทุ่มเทกำลังกายทั้งหมดปาหอกสุดแรงไปยังอุกกาบาตไฟนั่น…
“ฉันจะโค่นเธอตรงนี้....แล้วสักวันฉันจะขึ้นเป็จักรเวทย์มนต์ให้ดู!!!!!!!!!!!!!” ผมประกาศเสียงดังกร้าวพร้อมลั่นความปรารถนาอย่างแรงกล้าในใจ…..ตัวหอกพร้อมอนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งไปด้วยความเร็วสูงปะทะกับอุกกาบาตเพลิงในทันที
ตอนนี้แหละ!!!
‘เวทย์ไฟ-เบิร์สแลนซ์’ เกิดะเิขนาดใหญ่มหึมาขึ้น..โดยแสงะเิได้เปลี่ยนจากสีแดงเป็สีขาวเข้าปะทะกับอุกกาบาตไฟั์ทันที
‘ตู้มมมมมมมมมมมมมมม!!!’ เกิดเสียงะเิดังลั่นอย่างรุนแรงที่สุดในวันนี้.…ตัวผมและตัวเธอทั้งคู่ต่างถูกแรงลมจากการะเิพัดจนปลิวกระเด็น….แสงสว่างจ้ากระจายไปทั่วทั้งสนามจนผู้ชมแต่ละคนต่างเอามือบังแสงสว่างจ้านั่น
หลังการะเิสิ้นสุด..ได้มีฝุ่นควันจำนวนมากลอยคละคลุ้งทั่วทั้งโคลอสเซียม
“แอ๊ก..แอ๊ก..” เซเลน่าไอสำลักควันเล็กน้อย…นับว่าโชคดีมากที่เธอไม่ถูกรัศมีะเิกลืนเข้าไป แต่ถึงอย่างงั้นก็ถูกแรงลมพัดปลิวจนเลยไปกระแทกกับแพงโคลอสเซียม
ด้วยทักษะของเธอชั่วพริบตานั้นเพื่อไม่ให้ตกลงไปบนพื้นนอกสนาม..เธอจึงใช้สกิลเปลี่ยนถุงมือเป็ดาบแล้วปักไว้ที่กำแพงโคลอสเซียมทันทีเพื่อยันตัวเธอไว้..ทำให้ตัวเธอยังคงค้างอยู่บนกำแพงโดยไม่ตกลงไป
“ยะ…อยู่ไหน…แกอยู่ไหนกันแน่..” เซเลน่ามองไปบนพื้นสนามซึ่งไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกแล้วเนื่องจากแรงะเิเมื่อกี้
เนื่องจากไม่มีเสียงกรรมการประกาศผลแพ้ชนะ..ตัวเธอจึงรีบมองหาเด็กหนุ่มผมขาวนั่นจนทั่วท่ามกลางฝุ่นควีนสีดำ..ด้วยความร้อนรนและหวาดกลัวเป็ครั้งแรก ต่อระดับภัยคุกคามมหาศาลของศัตรูที่สามาถลบล้างเวทย์มนต์ทำลายล้างสูงสุดของตนได้ในพริบตา
“อยู่ไหน!!!! ออกมานะะะะะะะะะ!”
“อยู่ตรงนี้เฟ้ย…” เด็กหนุ่มปรากฎขึ้นเหนือหัวของเซเลน่าทันที
“อะไรกัน..!!! มาอยู่ตรงนี้ได้ไง” เซเล่น่าร้อนลนทันทีเนื่องจากอยู่ดีๆศัตรูก็ปรากฎตัวกระทันหันเหนือหัวของตนโดยที่ตนเองยังััพลังเวทย์ของศัตรูไม่ได้แม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มรีดเค้นพลังเวทย์เฮือกสุดท้ายเพื่อใช้สกิลนั่นปิดฉาก
‘เวทย์ไฟ-คัตเตอร์สเปียร์’ ปรากฎคลื่นดาบรูปครีบฉลามพุ่งใส่ตัวเธอจาก้าในระยะเผาคน แล้วลากเธอจนตกไปยังพื้นสนามทันที
“อึก…ไม่น้าาา”
‘ตู้ม!’
เสียงประกาศของกรรมการดังลั่นขึ้นในทันที
“เรเวลเป็ฝ่ายชนะ!!!!!!!!!..…."
ผู้ชมต่างมองตาค้างด้วยความตกตะลึงจากการต่อสู้อันสุดยอดและผลการแข่งนั่น
“พลิกล็อคเลยครับบบบบบบ…ที่1ของการสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ปีนี้ ไม่ใช่เชื่อพระวงศ์หรือขุนนางชั้นสูงจากตระกูลไหน แต่เขาคือเด็กน้อยสามัญชนผู้กล้าหาญคนหนึ่งจากเนอันนั่นเอง"
หลังสิ้นเสียงกรรมการ..และตามมาด้วยเสียงประกาศจากพิธีกร ก็มีเสียงผู้ชมเฮฮาดังลั่นทั่วทั้งสนามทันที…พร้อมกับเครื่องดนตรีเป่าบัลเลงประกอบจังหวะเพื่อเฉลิมชัยชนะในตอนท้าย
“ชนะแล้วงั้นหรอ!..ทำได้แล้วสินะ” ตัวผมพึมพัมในตอนท้ายพร้อมกับเงยหน้าไปมองท้องฟ้า…ท่ามกลางริบบิ้นเวทย์มนต์ที่โปรยลงมาที่ตัวผม
“สำเร็จแล้วนะ..เรเวลลล” รูอันโบกมือทักทายผมทันทีจากที่นั่งผู้ชม
“อืม..><”
“มะ..ไม่นะ..ฉันแพ้งั้นหรอ…แถมยังแพ้สามัญชนซึ่งเป็คนชั้นล่างเนี่ยนะ…” เซเลน่า..เด็กสาวผมแดงคุกเขาก้มหน้าริมสนามด้วยความผิดหวังและหดหู่อย่างรุนแรง
“หืม..เทคนิคอำพรางพลังเวทย์งั้นหรอ..เ้านั้นรู้เทคนิคนั้นได้ยังไงกันนะ..”
“นั่นสิ..ไหนจะเื่มานาโซนอีก…เ้าหนูนั่นเป็ใครกันแน่นะ”
อัศวินศักดิ์สิทธิ์2คน ชื่อทาเลสกับอินกัล คุยกันพร้อมจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่กลางสนามนั่น
“จริงสิ…เอลิเซ่” ผมนึกขึ้นได้ถึงเด็กสาวผมทองตาทอง..แล้วมองไปยังที่นั่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทันที..แล้วใช้แอเรียลบินไปปรากฎตัวยังที่เบื้องหน้าของเด็กสาวนั่น โดยที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกสองคนที่เหลือใกับพฤติกรรมแปลกๆของผมเล็กน้อยที่อยู่ดีๆก็บินมาตรงนี้
“เอลิเซ่…ฉันชนะได้แล้วนะ..” ผมรีบบอกเธอพร้อมจ้องไปยังดวงตาสีทองนั่นทันที….