"ปีกฟ้ายังสั่นไหว เมื่อชะตาเก่าเวียนกลับ
ปฐมบทแห่งสายเื จะก่อเกิดความพลิกผัน
เทพหรือมาร มิอาจตัดสินด้วยเปลือกนั้น
หากแต่ใจกลางิญญา คือดินแดนแห่งคำตอบ"
ค่ำคืนแห่งฤดูหนาวคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท้องฟ้าครึ้มทึบเต็มไปด้วยเมฆสีเทาหม่น สายลมหนาวพัดผ่านกิ่งก้านไม้ดั่งคำสาปโบราณที่แฝงตัวในสายลม เย็นะเืไปทั้งผืนป่า ปลายทางของเสียงลมหายใจเป่าพัดมาจากข้างในจุดศูนย์กลางของบ้านไม้ท่ามกลางป่าหลงหลีกลับของเซียวหู่หลี่
ในห้องที่มีแสงไฟริบหรี่ ภายในผ้าห่มหนา ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงทารกแรกคลอดที่พึ่งเข้ามาสู่โลกมนุษย์กลับดังก้องขึ้นในห้อง สั่นะเืผืนดินที่ทั้งเก่าแก่และยังคงมีชีวิตอยู่เซียวหู่หลี่เหม่อมองร่างเด็กทารกในอ้อมแขน ร่างเล็กๆ ที่ยังเปื้อนเื สดใหม่ แต่ดวงตาที่เบิกกว้างมีประกายแปลกๆ ราวกับได้บรรลุความเข้าใจลึกซึ้งอะไรบางอย่างแล้ว
"เฉินอวี้หลาน..." เธอพึมพำชื่อของทารกในมือ ใจของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและความลึกลับที่มารุมล้อม ร่างเด็กทารกในอ้อมแขนของเธอนั้นไม่ใช่แค่การเกิดของมนุษย์ธรรมดา หากแต่...ยังมีความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่
ห้องเงียบสงบเหลือเกิน ราวกับว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เสียงร้องของทารกที่แหวกความเงียบไปได้ แต่ยังเป็เสียงก้องสะท้อนของการเดินทางที่เริ่มต้นแล้ว และเส้นทางที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปจบที่ไหน
"เด็กนี้...มีเืของเทพและมารผสมกัน..." คำพูดเ่าั้ลอยมาในใจของเธอ มันดังก้องอย่างช้าๆ ราวกับคลื่นกระทบหินใหญ่ในห้วงสมอง เซียวหู่หลี่สูดลมหายใจเข้า เธอไม่รู้ว่าจะรับมือกับความจริงนี้ได้อย่างไร
จิตใจของเธอยังคงผสมผสานไปด้วยความสงสัย ความวิตกกังวล และความหวาดกลัว... "เืของเทพและมาร...จะเป็อย่างไร..." เธอถามตัวเอง ซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายในลึกสุดของจิตใจ ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบที่อ่อนเบาเริ่มดังขึ้นในหูของเธอ เสียงที่แฝงไปด้วยความลึกลับและความมืดมน เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"จิ้งจอกหน้าขาว...ความลับของเธอซ่อนอยู่ในตัวเด็กนี้..." เสียงนั้นกระซิบซ้ำ ซ่อนเร้นอยู่ในความเงียบของค่ำคืน ราวกับว่ามันรู้ทันทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
เซียวหู่หลี่สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองไปรอบๆ ห้อง แต่ไม่มีใครอยู่ที่นั่น มีเพียงเสียงทารกที่ยังคงร้องอย่างอ่อนหวานในอ้อมแขนของเธอ จิตใจของเธอเต้นแรงขึ้น ไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นมาจากที่ไหน หรือว่ามันเป็เพียงแค่การจินตนาการ
"จิ้งจอกหน้าขาว...นั่นมันความลับของเธอ..." เสียงนั้นยังคงกระซิบในหัวของเธอ ใจของเธอเต้นแรงขึ้น ดวงตาของทารกในมือเหมือนกำลังตอบกลับคำถามนั้น บางอย่างแปลกประหลาดในดวงตาคู่นั้น ราวกับเขากำลังรู้เื่ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
"มัน...จะเกิดอะไรขึ้น...กับทารกนี้?" เซียวหู่หลี่ถามเสียงเบา ขณะที่เธอไม่แน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และลึกลับในทารกนี้
เสียงกระซิบในหัวเธอชัดเจนยิ่งขึ้น "มัน...จะเป็ผู้ที่ตัดสินชะตาของทั้งสองโลก..."
จิตใจของเซียวหู่หลี่เบิกกว้าง เธอไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น สายเืของเทพและมารจะเป็ปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงชีวิตของทารกนี้กับโลกทั้งสองหรือไม่? นี่คือการเกิดที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือเป็เพียงแค่โศกนาฏกรรมที่กำลังจะมาถึง?
เด็กในมือของเธอเหมือนจะรู้ตัวเองว่าเป็สิ่งที่มีความสำคัญอันยิ่งใหญ่ สายตาของเขาฉายแววแห่งการเติบโตและอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกในตัวเอง ราวกับว่าทุกการกระทำของเขาจะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งสองใบได้
เซียวหู่หลี่กอดทารกในมือแน่น ยิ่งรู้สึกได้ถึงความหมายในทุกๆ ลมหายใจของเขา ในขณะที่เสียงกระซิบยังคงคุกคามจิตใจเธอ แต่เธอก็ไม่อาจขัดขืนได้
"มันเริ่มต้นแล้ว..." เสียงนั้นกระซิบอีกครั้ง ราวกับคำเตือนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แสงเทียนในห้องยังคงสั่นไหวดั่งลมหายใจสุดท้ายของผู้เฝ้ารอความลับแห่งโชคชะตา เซียวหู่หลี่ค่อยๆ พาร่างเล็กในอ้อมแขนเข้าใกล้หน้าต่าง ดวงตาเธอทอดมองออกไปยังม่านหมอกเบื้องนอกซึ่งบดบังทุกสิ่ง แม้แต่จันทรายังหลบเร้นแสงจากสายตา
ดวงตาทารกน้อยจับจ้องไปยังความมืดมิดนั้นราวกับมองเห็นบางสิ่งที่เธอมองไม่เห็น ภายในแววตาอวี้หลาน มีประกายสีทองเจือม่วงเรื่อจางล้อมรอบม่านตา อาภรณ์แห่งสายเืเทพผสานพลังอวิชชาของมารสะท้อนอยู่ในแววตาเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะจางหายดั่งหมอกในสายลม
“หากเ้าเติบโตขึ้น…เ้าจะเป็สิ่งใดกันแน่” เซียวหู่หลี่กระซิบ ถ้อยคำนั้นเบายิ่งกว่าความเงียบ แต่ในใจกลับหนักอึ้งยิ่งกว่าโลหะพันชั่ง
ทันใดนั้น เปลวเทียนพลันสะบัดไหวแปลกประหลาด เหมือนมีเงาบางอย่างพาดผ่านโดยไม่ทันเห็น เงาดำสายหนึ่งวูบเข้ามาจากชายป่า กระจกทองคำซึ่งแขวนอยู่ข้างกำแพงกลับสั่นสะท้านโดยไม่มีเหตุ
เซียวหู่หลี่หันขวับ เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากบนหลังคา — เร็วเกินกว่าจะเป็สัตว์ป่า ทว่าเงียบเชียบเกินกว่าจะเป็มนุษย์
เธออุ้มอวี้หลานแนบอก ััได้ถึงจิตสังหรณ์ที่เตือนภัยล่วงหน้า ร่างเธอสั่นเล็กน้อย ทว่าแววตากลับแน่วแน่
“อย่าได้กลัว...” เธอกระซิบกับทารก แม้ในใจลึกๆ จะหวั่นไหวอย่างที่สุด
จู่ๆ แสงจันทร์เจิดจ้าก็สาดผ่านม่านเมฆลงมา ลำแสงสีเงินขาวกระทบเข้ากับใบหน้าของเด็กน้อย เผยให้เห็นลายเส้นบางเฉียบรูปเครื่องหมายอักษรโบราณที่หน้าผาก... ราวกับตราประทับลับของ์และนรกที่มิอาจลบเลือนได้
แสงจันทร์ที่สาดผ่านกลุ่มเมฆเหมือนถูกใครบางคนชักนำ ตราสัญลักษณ์รูปคล้ายหยินหยางคลื่นพลังปราณสีทองม่วงปรากฏชั่วพริบตาบนหน้าผากของเฉินอวี้หลาน แล้วก็ค่อยๆ จางหายไปดั่งไม่เคยมีอยู่
“เป็ไปไม่ได้...” เซียวหู่หลี่พึมพำ เธอเคยได้ยินเื่ “ผนึกแห่งฟ้าดิน” จากตำราลับของพรรคจิ้งจอกเงา ตราที่จะปรากฏเฉพาะทายาทที่เกิดจากสายเืเทพแท้และมารแท้เท่านั้น
ขณะที่เธอยังตื่นตะลึง ทันใดนั้น ประตูไม้บานหนากลางห้องส่งเสียง เอี๊ยด... เปิดออกเองโดยไร้ผู้แตะต้อง สายลมเย็นเฉียบพัดทะลุเข้ามา ราวกับมีมือมืดที่มองไม่เห็นบีบบังคับให้ความลับเปิดเผย
เซียวหู่หลี่หันควับ ริมประตูยืนเงาร่างคลุมผ้าดำจนมิดชิด เพียงเห็นเงาร่างนั้น สัญชาตญาณของจิ้งจอกขาวในกายเธอพลันผวาอย่างรุนแรง
“เ้ามาเร็วเกินไป...” เซียวหู่หลี่กัดฟันแน่น “ข้ายังไม่ทันได้ตัดสินใจว่าจะปกป้องเขา...หรือมอบเขาให้เ้า”
เสียงหัวเราะต่ำพลันดังขึ้นจากเงาร่างนั้น “เ้ามีทางเลือกเสียด้วยหรือ?”
มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อค่อยๆ ยกขึ้น แล้วสะบัดอักขระล่องหนดั่งเงา วิ่งวนกลางอากาศเป็เส้นสายสีดำเข้มห่อหุ้มบ้านไม้ไว้ชั่วพริบตา เสียงรอบข้างทั้งหมดเงียบลง แม้เสียงร้องของทารกยังขาดหายราวถูกผนึก
“อย่าทำร้ายเขา!” เซียวหู่หลี่ตวัดแขน เส้นหางจิ้งจอกสีเงินทั้งหกสายฟาดออกจากหลังเธอพร้อมกัน แหวกอากาศเป็พายุอาฆาต
เงาร่างดำยกมือรับไว้อย่างเบาแสนเบา เสียงะเิดัง ตูม! กึกก้องกลางห้อง แต่กลับไร้ซึ่งฝุ่นควัน ทว่ากลับส่งผลกระเทือนถึงยันต์ผนึกฟ้าทั้งสิบสองที่ฝังอยู่ใต้พื้นบ้าน — สลายสิ้นภายในพริบตาเดียว
“เ้ารู้หรือไม่...” เงาดำนั้นกล่าวเสียงแ่เบา แต่กดทับอากาศรอบตัว “หากเด็กนี้เติบโต...มันจะไม่เป็เพียงแค่ภัยต่อเผ่ามาร หรือ์...มันจะกลืนโลกทั้งสองใบรวมเป็หนึ่ง”
เซียวหู่หลี่ตัวแข็งไปชั่วขณะ “นั่น...คือสิ่งที่เ้าหวาดกลัว...หรือสิ่งที่เ้าปรารถนา?”
เงาดำนั้นไม่ตอบ ทว่าแสงใต้ผ้าคลุมแวบขึ้นเป็สีแดงดั่งเืไฟ... ตาใต้ผ้าคลุมนั้นเรืองรองขึ้นมาวาววับอย่างหิวกระหาย
ในขณะนั้นเอง เฉินอวี้หลานลืมตาขึ้นอีกครั้ง... เด็กแรกเกิดในอ้อมแขนของนางไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว หรืองุนงงต่อสถานการณ์กลับกัน แววตานิ่งสงบราวผู้บรรลุธรรม
เสียงในหัวของเซียวหู่หลี่ดังขึ้นอีกครั้ง...
“แม่...อย่ากลัวเลย...”
เสียงเด็กน้อยอ่อนโยน ไม่ได้ดังจากภายนอก แต่เป็เสียงในจิต ที่สะท้อนเข้ามาจากทารกนั้นเอง
หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ — ทารกนี้สามารถส่งเสียงถึงจิตผู้เป็แม่ได้ั้แ่แรกเกิด... แสดงว่าเขาไม่ได้เป็เพียง “ผู้ที่มีสายเืของเทพและมาร” หากแต่มีจิตแห่งฟ้า!
เงาดำคล้ายจะรู้สึกได้ถึงสิ่งเดียวกัน มันยกมือขึ้นอีกครั้ง เตรียมร่ายเวทต้องห้ามที่จะดึงเด็กไปในพริบตา
แต่ก่อนที่คำร่ายจะจบลง สายฟ้าสีทองม่วงเส้นหนึ่งฟาดผ่านหลังคา ฉีกแสงเงาออกเป็สองส่วน เสียงร้องคำรามของัโบราณพลันกระหึ่มฟ้าดิน
ประตูไม้ะเิออกทั้งบาน ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางม่านฝุ่น — เฉินฟูฟู่! เสื้อคลุมยับยู่ยี่เต็มไปด้วยคราบเื เส้นผมปลิวไสว ข้างหลังคือกระจกจิตเจินที่ลอยเคียงข้าง ส่องแสงประกายเงินทองสะท้อนจิตมาร
"ผู้ใด...แตะต้องภรรยาและลูกข้า ก้าวข้ามขีดแห่งชีวิตไปเถิด!" เสียงเขาเย็นะเืดั่งขุมนรก
เงาดำนั้นชะงักทันที ราวกับััถึงคลื่นพลังบางอย่างที่ไม่อาจประเมินค่าของชายผู้นั้นได้...
เฉินฟูฟู่ยืนหยัดดั่งพญาัตื่นจากนิทรา ผืนผ้าคลุมสีดำของเงาร่างลึกลับสั่นสะท้านเพียงสบสายตา กลิ่นอายอาฆาตที่เคยปกคลุมบ้านไม้บัดนั้นหายสิ้นราวลมหายใจถูกกลืนหายไปในเงาจันทรา
"เ้า...ยังไม่ควรกลับมา" เงาดำแ่เสียง เหมือนยอมรับว่าเวลานี้ไม่ใช่จังหวะของตน
เฉินฟูฟู่ไม่ตอบคำ เขาเดินผ่านเซียวหู่หลี่อย่างแ่เบา ดวงตาหยุดที่ร่างทารกในอ้อมแขนเธอ แววตาแข็งกร้าวพลันละลายเป็แสงอบอุ่นปานเปลวเทียนยามลมหนาว
“เฉินอวี้หลาน…” เขาพึมพำเรียกชื่อลูกด้วยเสียงสะท้อนจากส่วนลึกในิญญา
ในชั่วขณะนั้น เด็กทารกยกมือตัวน้อยขึ้นราวกับจะััใบหน้าของบิดา — ลำแสงสีทองหมุนวนรอบกายพ่อและลูก พลังบางสิ่งจากฟ้าดินเหมือนผสานร้อยใจสายเืเดียวให้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสัจธรรม
เงาร่างลึกลับเบือนหน้าหนี สูดหายใจลึก ก่อนจะกล่าวอย่างเยียบเย็น
"การถือกำเนิดของมัน เป็ฟางเส้นสุดท้ายของสมดุลแห่งสามภพ…"
“เช่นนั้นข้าจะเป็ผู้กำหนดฟ้าใหม่เอง” เฉินฟูฟู่ตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาวาววับดั่งเปลวสุริยัน
เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว กระจกจิตเจินข้างกายส่องแสงสว่างกลบทุกความมืด เงาดำนั้นถอยกลับเข้าสู่ม่านเงาอย่างจำนนชั่วคราว เสียงมันเอ่ยท้ายสุดอย่างไร้ตัวตน
“เรา...จะพบกันอีก และครั้งหน้า…มันจะไม่มีใครได้เลือก”
ทันทีที่ร่างเงาสลายหายไป กลิ่นอายมืดมนสลาย ดอกหิมะจากกิ่งไม้เหนือหลังคาร่วงหล่นอย่างแ่เบา เสียงร้องแ่ของเด็กทารกกลับมาดังอีกครั้ง เฉินฟูฟู่หันกลับมา เซียวหู่หลี่หลับตานิ่งบนเบาะไม้ น้ำตาหยดใสยังเปื้อนข้างแก้ม แต่รอยยิ้มอ่อนโยนกลับแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
เขาค่อยๆ นั่งลงข้างนาง วางมือลงบนศีรษะของนางเบาๆ กล่าวแ่ “ข้า…มาช้าไป”
เสียงกระซิบของเซียวหู่หลี่แ่เบาราวลมหายใจสุดท้าย “แต่เ้ามา...”
สองร่างกายแนบชิด พ่อ แม่ และลูก โอบล้อมกันในแสงอุ่นของเปลวไฟเตาผิง เสียงนอกเรือนเงียบสงบ ฟ้าคืนนี้แม้ยังมืดมน แต่ในห้องไม้เล็กๆ กลับอบอุ่นเสียยิ่งกว่าดวงตะวันแม้ว่าจะเป็เพียงฝันที่สองแม่ลูกได้ััไออุ่นของผู้อยู่เหนือแคว้นใด ๆ ในใต้หล้า ราชันผู้ครองฟ้าเคียงดินเท่านี้ก็ทำให้โลกใบนี้ของนางจิ้งจอกขาวได้ผองโตเหนือสิ่งอื่นใด...
"ชีวิตที่ถือกำเนิดมาโดยมิเลือกได้ ย่อมมิใช่สิ่งน่ากลัวสิ่งที่น่ากลัว...คือโลกที่ตัดสินมันด้วยอดีตที่ยังไม่เกิดและหัวใจที่ไม่ยอมให้อภัยแม้กับผู้บริสุทธิ์เพียงถือกำเนิด"ws-mars
4/68