เช้าตรู่ในตอนที่ท้องฟ้ายังสลัว เด็กหกคนกำลังนั่งยอง ๆ เรียงกันอยู่ในลานบ้านสกุลฟู่ ขณะนั้นหน้าผากของเด็กทั้งหกล้วนเต็มไปด้วยเหงื่อ สองขาเริ่มสั่นเทา แต่กลับไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขาต่างพยายามยืดหลังตรงไว้อย่างตั้งมั่น
ฟู่เหวินชิงมองดูเด็ก ๆ เ่าั้และพยักหน้าอย่างพอใจ เด็ก ๆ ทั้งหกฝึกซ้อมมาเป็เวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว ไม่เคยบ่นว่าลำบาก ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยสักนิด จากเดินโซเซั้แ่เริ่มไปเพียงหนึ่งเค่อ จนถึงตอนที่สามารถอดทนได้ถึงหนึ่งชั่วยามเช่นนี้ ช่างน่าพอใจยิ่งนัก โดยเฉพาะลูกศิษย์ตัวน้อยของเขา นางนั่งยองได้ติดต่อกันเป็เวลานานที่สุด และใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนก็สามารถทะลวงผ่านเส้นลมปราณตูได้แล้ว ต่อมาไม่นานก็สามารถฝึกฝนกำลังภายในได้ขั้นหนึ่งในจุดตันเถียนแล้ว ขณะที่หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่เพิ่งจะทะลวงเส้นลมปราณตูได้เท่านั้น
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ! ิเยว่ ไม่ใช่ว่าวันนี้เ้าต้องเข้าเมืองหรอกหรือ? รีบกลับไปเตรียมตัวเถอะ! แล้วก็นำสมุนไพรเ่าั้ของพวกเ้าไปที่จี้ชื่อถังด้วยเล่า ข้ารู้จักกับผู้ดูแลที่นั่น เ้าบอกว่าข้าเป็คนแนะนำให้เ้าเอาของมาส่งให้ก็พอ” ฟู่เหวินชิงมองลูกศิษย์ตัวน้อยพลางเอ่ยปากสั่ง
.
.
บนเส้นทางมุ่งหน้าเข้าเมือง เด็กน้อยทั้งหกคนแบกตะกร้าขนาดกลางไว้บนหลัง ไม่เพียงเท่านั้น ในอ้อมแขนของหลี่ิเยว่ยังมีตะกร้าอยู่อีกใบหนึ่งซึ่งมีผ้าลายดอกไม้คลุมเอาไว้
ขณะที่พี่น้องทั้งหกคนกำลังเดินไปบนถนน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเกวียนที่วิ่งมาจากข้างหลัง หลี่อวิ๋นโม่หันกลับไปและเห็นว่าเป็คนรู้จักพอดี “ลุงเิจือ ท่านกำลังไปส่งของในเมืองหรือ?”
หลี่อวิ๋นห้าวและคนอื่น ๆ ได้ยินเสียงก็หันกลับไปมอง และทักทายหลี่เิทีละคน
หลี่เิที่กำลังบังคับเกวียนนั้นเห็นร่างเล็ก ๆ มาั้แ่ไกล ในใจก็พอจะเดาตัวตนของพวกเขาได้ และเมื่อขับเข้ามาใกล้ก็มองเห็นว่าเป็เด็ก ๆ จากบ้านหลี่หงตามคาด “ห้าวเกอเอ๋อร์ วันนี้ข้าเข้าเมืองไปส่งผัก พวกเ้าเองก็จะเข้าเมืองหรือ? ขึ้นมาสิ! เดี๋ยวลุงเิจะไปส่งพวกเ้าเอง”
เมื่อพูดจบเขาก็ะโลงมาจากเกวียน และขนตะกร้าบนหลังของเด็ก ๆ ทั้งหกใบขึ้นไปบนรถ โดยย้ายตะกร้าของตนเองไปไว้ด้านข้าง ในขณะที่ยกตะกร้าของหลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่ขึ้นก็ต้องใ เมื่อพบว่าข้างในนั้นมีไก่ป่าและกระต่ายป่าอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ถามว่าไปเอามาจากไหน นึก ๆ ดูแล้วการจะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้คงไม่ยากเท่าใดนัก จึงเอ่ยปากถาม
“ห้าวเกอเอ๋อร์ พวกเ้าเอาเหยื่อเหล่านี้ไปส่งที่ไหนหรือไม่” ที่หลี่เิถามเช่นนี้ก็เพราะว่าบ้านเขาส่งผักไปให้เหลาสุราในเมือง และเหลาสุราแห่งนั้นก็รับซื้อของป่าที่ล่ามาได้ด้วยเช่นกัน
หลี่อวิ๋นห้าวที่ได้ยินก็ส่ายหัว “พวกข้าเพิ่งจะล่าสัตว์มาขายครั้งแรกขอรับ ไม่รู้ว่ามีที่ใดรับซื้อบ้าง ลุงเิจือ ท่านรู้หรือไม่ว่ามีที่ไหนรับซื้อเหยื่อพวกนี้บ้างขอรับ”
เดิมทีแล้วหลี่เิอยากจะช่วยพวกเด็ก ๆ อยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้เจาะจงส่งเหยื่อไปให้ที่ไหนเป็พิเศษจึงแสดงความคิดเห็น “บ้านข้าส่งผักให้กับหอหรูอี้ พวกเขาเองก็รับซื้อเนื้อจากในหมู่บ้านเช่นกัน เช่นนั้นพวกเ้าไปด้วยกันกับข้าเลยดีหรือไม่”
พี่น้องสกุลหลี่พากันพยักหน้า และปีนขึ้นไปนั่งบนขอบเกวียนทีละคน เด็กน้อยไถ่ถามเื่ราวในเมืองกับหลี่เิไปตลอดทาง เพราะพวกเขานั้นไม่คุ้นเคยกับการเข้าเมืองสักเท่าไหร่ จึงอยากจะรู้สถานการณ์ของสถานที่ที่จะไปให้มากขึ้น
หลังจากที่หลี่เิส่งผักของวันนี้ให้กับผู้ดูแลหอหรูอี้เสร็จ เขาก็พูดถึงเื่ของพวกหลี่อวิ๋นห้าว “ผู้ดูแลหลิว หลานชายข้าจับไก่ป่ากับกระต่ายป่ามาได้ส่วนหนึ่ง เขารู้ว่าหอหรูอี้รับซื้อเนื้อด้วยจึงนำมาส่งให้”
เมื่อผู้ดูแลหลิวได้ยินว่ามีไก่ป่าและกระต่ายป่าก็ยกยิ้มพลางพยักหน้าให้ “น้องชายนำเหยื่อออกมาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่?”
หลี่อวิ๋นห้าวพยักหน้าและยกตะกร้าสามใบลงมาจากเกวียน เขากวาดผักป่าที่คลุมอยู่ออก เผยให้เห็นกระต่ายป่าหลายตัวที่อยู่ข้างใน ตะกร้าทั้งสามนั้นนับรวมกันแล้วมีกระต่ายป่าหกตัว ไก่ป่าอีกสามตัว แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ดูแลหลิวประหลาดใจคือสัตว์เ่าั้ยังมีชีวิตอยู่
ผู้ดูแลหลิวเอ่ยปากถามอย่างตื่นเต้น “น้องชาย ปกติแล้วกระต่ายป่าที่ตายแล้วราคาสิบสามอีแปะต่อหนึ่งจิน ไก่ป่าสิบห้าอีแปะต่อหนึ่งจิน แต่สัตว์ที่เ้าจับมาได้นั้นยังเป็ ๆ อยู่ ข้าจะให้กระต่ายป่าสิบหกอีแปะต่อหนึ่งจิน ไก่ป่าสิบแปดอีแปะต่อหนึ่งจิน เ้าว่าอย่างไร”
หลี่อวิ๋นห้าวได้ยินคำพูดของผู้ดูแลหลิวก็เหลือบมองหลี่เิที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเขาพยักหน้าจึงเอ่ยปากตอบ “เอาตามที่ผู้ดูแลหลิวว่าขอรับ”
ไม่นานนัก คนงานก็เข้ามาคำนวณ “ผู้ดูแลหลิว กระต่ายหกตัว หนักทั้งหมดสามสิบสี่จินหกขีด หนึ่งจินสิบหกอีแปะ ทั้งหมดเป็ห้าร้อยห้าสิบหกอีแปะขอรับ ส่วนไก่ป่าสามตัว หนักทั้งหมดสิบเอ็ดจินเก้าขีด จินละสิบแปดอีแปะ ทั้งหมดเป็สองร้อยสิบสี่อีแปะ หากคิดรวมทั้งหมดแล้วเท่ากับเจ็ดร้อยหกสิบเจ็ดอีแปะขอรับ”
หลี่ิเยว่คิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าจำนวนเงินถูกต้องจึงพยักหน้าให้พี่ใหญ่ หลี่อวิ๋นห้าวกล่าวขอบคุณผู้ดูแลหลิวและรับเหรียญทองแดงที่เขาส่งมาให้ จากนั้นจึงพาน้อง ๆ เดินตามหลี่เิออกจากหอหรูอี้ไป ระหว่างทางเขาก็หยิบเหรียญทองแดงที่เพิ่งได้มาให้กับหลี่ิเยว่
เนื่องจากก่อนหน้านี้หลี่ิเยว่บอกพวกเขาว่านางมีที่ไว้ซ่อนของอยู่แห่งหนึ่ง นอกจากนางแล้ว ใครก็ไม่อาจหาเจอ ดังนั้นพวกเขาจึงนำเงินที่หามาได้มอบให้นาง รวมทั้งเงินที่อยู่ในมือของนางซูเองก็เช่นเดียวกัน
ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะตอนที่พวกเขากำลังจัดการแปลงเพาะปลูกที่หลังบ้าน มีคนแอบเข้าไปในห้องของพวกเขา และขโมยเงินที่เหลืออยู่เพียงตำลึงเดียวในบ้านไป โชคยังดีที่ไม่กี่วันมานี้พวกเขานำไปซื้อของใช้จำเป็มาไว้หมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี และก็เป็ครั้งนั้นเอง ที่หลี่ิเยว่บอกว่ามีที่ซ่อนของ
ในตอนแรกนางซูและคนอื่น ๆ ล้วนไม่เชื่อ แต่หลังจากที่ให้หลี่ิเยว่เอาของไปซ่อนแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะหาอย่างไรก็หาของไม่เจอ ั้แ่ครานั้นเป็ต้นมา พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะมอบเงินที่หาได้ไว้ที่นางทั้งหมด
หลังจากเดินออกมาจากหอหรูอี้แล้ว หลี่เิยังต้องไปซื้อของบางอย่างอีก จึงแยกกับพวกเด็ก ๆ ที่หน้าประตู หลี่ิเยว่เห็นเกวียนจึงนึกได้ว่าพวกเขานั้นยังต้องซื้ออาหารกลับไป จึงรีบะโเรียกหลี่เิที่กำลังจะจากไปว่า “ลุงเิจือ วันนี้พวกข้าต้องซื้ออาหารกลับไปบางส่วน ท่านช่วยขนกลับไปให้ด้วยได้หรือไม่เ้าคะ ครั้งนี้มีเกวียนแล้วข้าเลยอยากซื้อไปมากขึ้นสักหน่อย”
หลี่เิที่ไม่คิดว่าจะเป็เื่ใหญ่อะไรจึงโบกมือและเอ่ยกับพวกเขาว่า “เช่นนั้นข้าจะบังคับเกวียนออกไปก่อน พอพวกเ้าซื้อของเสร็จแล้วค่อยกลับด้วยกัน พวกเ้า้าซื้ออะไรหรือ?”
หลี่อวิ๋นห้าวมองน้อง ๆ ของตนก่อนจะเอ่ยปากตอบ “ลุงเิจือ พวกข้าต้องไปที่ตลาดผ้าขอรับ แล้วก็ต้องไปที่ร้านขายยาเพื่อขายสมุนไพรพวกนี้ จากนั้นยังต้องไปดูว่ามีลูกไก่ขายหรือไม่ขอรับ”
หลี่เิครุ่นคิดอยู่สักพักและเห็นว่าตัวเองนั้นไม่มีปัญหาอะไร จึงบังคับเกวียนไปที่สถานที่จอดเกวียนนอกตัวเมือง และตามพวกเขาไปที่จี้ชื่อถัง
ผู้ดูแลจี้ชื่อถังคือชายวัยกลางคนที่ค่อนข้างเ้าเนื้อคนหนึ่ง ได้ยินคนงานในร้านพูดว่าเขาแซ่หวัง พวกเขาจึงเรียกเขาว่าผู้ดูแลหวัง ผู้ดูแลหวังได้ยินว่าหมอฟู่เป็คนแนะนำมาจึงพาพวกเขาเข้าไปหลังร้านโดยตรง และส่งต่อพวกเขาให้กับชายชราหนวดเคราสีขาวผู้หนึ่ง
“ผู้เฒ่าหลิว เด็กพวกนี้บอกว่าหมอฟู่แนะนำให้มาขายสมุนไพรให้ที่นี่ ข้าเลยพามาให้ท่านช่วยดูว่าสมุนไพรเป็เช่นไร” ผู้ดูแลหวังชี้ไปยังตะกร้าที่เด็ก ๆ สะพายไว้ พร้อมพูดกับผู้าุโหลิวที่กำลังตรวจสอบสมุนไพรอยู่
ผู้เฒ่าหลิวกำลังตรวจดูสมุนไพรตากแห้งอยู่ เมื่อได้ยินว่าผู้ดูแลหวังพาคนเดินเข้ามาก็เงยหน้าขึ้น เมื่อมองดูดี ๆ ก็เห็นว่าเป็ผู้ใหญ่พาเด็กหกคนเดินเข้ามา
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
