Turn Back Time ย้อนทิวา ธาราหวนคืน

    ผม.....กำลังอดทนอยู่ต่างหาก

     

    “พี่นี่ไม่ระวังตัวเลยนะ”

    ยุนพูดพลางมองหญิงสาวที่เริ่มถอดเสื้อคลุมออก

     

    “ทำไม?เริ่มสนใจพี่ขึ้นมาบ้างแล้วหรือไง?”

    จูเลียพูดเชิงหยอกล้อ

     

    “ทำไมพี่ถึงคิดว่าผมไม่สนใจพี่ล่ะครับ”

    เขาถามด้วยใบหน้าที่จริงจัง

     

    “ก็..... จะว่าไงดีพี่ก็เข้าหาแบบเห็นได้ชัดอยู่นะ แต่....ไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาตอบกลับอะไรเลยนี่?”

    จูเลียละจากจอโทรศัพท์มาอธิบาย

     

    แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะชอบผู้ชายหรืออะไรแบบนั้นหรอกนะเพราะเขาในตอนโตเมื่อชีวิตที่แล้วนั้นยึดติดกับเธอแบบสุด ๆแต่ก็แปลกใจที่เขาในตอนนี้กลับต่างกันถึงขนาดนี้อยู่เหมือนกัน?รสนิยมตอนเด็กกับตอนโตไม่เหมือนกันหรือเปล่านะ?

    จูเลียคิด

     

    “ผม.....กำลังอดทนอยู่ต่างหาก”

    ยุนพึมพำเบา ๆ

     

    “ห๊ะ!! อะไรนะ?”

    จูเลียถามเพราะไม่ได้ยิมว่าเขาพูดว่าอะไร

     

    “พี่ไม่รู้อะไรเลยต่างหาก!!”

    เขาพูดพลางเท้าเข่าข้างหนึ่งลงบนเตียง

     

    “ไม่รู้? พี่ไม่รู้อะไรงั้นเหรอ?”

    จูเลียยังคงถามต่อ

     

    พี่ไม่รู้เลยว่าผมต้องอดทนไปมากแค่ไหนและทุกครั้งที่พี่เป็นแบบนั้น มันทำให้ผมแทบจะบ้าตายทำไมถึงได้เล่นกับความรู้สึกคนเก่งขนาดนี้นะ?

     

    พี่ไม่รู้เลยว่าผมอยากจะทำอะไรกับพี่บ้างไม่รู้เลยว่าผมอยากจะเห็นใบหน้านั้นร้องไห้ขอร้องผมขนาดไหน?อ่า....ผมเริ่มคลั่งมากขึ้นทุกวัน ๆ ที่อยู่ด้วยกันเลยแฮะ

     

    ถ้าพี่รู้ว่าผมมีความคิดแบบนี้อยู่ล่ะก็พี่จะจากผมไปรึเปล่านะ? ไม่สิ!! พี่จะไม่มีวันได้รู้!!เพราะผมจะแสดงเป็นหมาน้อยเชื่อง ๆ ที่แสจะใสซื่อและเชื่อฟังพี่เป็นอย่างดีให้พี่ตายใจเอง

    ยุนคิด

     

    “ไม่มีอะไรหรอกครับ”

    เขายิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและตัดสิ้นใจที่จะกลับห้องของตัวเอง

     

    “ไม่เอาแบบนี้สิ!!มาทำให้อยากรู้แล้วจะจากไปแบบนี้อีกแล้วอะนะ”

    จูเลียคว้าคอเสื้อของชายหนุ่มที่กำลังจะลุกขึ้นออกไปพร้อมกับดึงลงมาจุ๊บที่ปากของเขาเบาๆ

     

    “พี่!?”

    ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อยกับการกระทำของเธอ

     

    “ทำไมล่ะ? พี่ไม่รู้อะไรงั้นเหรอ?พูดให้จบสิ!!”

    หญิงสาวแสยะยิ้มพลางจดจ้องเขา

     

    “เฮ้อ.....”

    ยุนเอามือปิดหน้าตัวเองก่อนจะเงยหน้ามองเพดานแล้วถอนหายใจยาวเพื่อสงบจิตใจตัวเอง

     

    อ่า.....จะบ้าตายอดทน ท่องไว้ อท!! ทน!!

     

    “เห็นไหม?ขนาดทำแบบนี้แล้วก็ยังไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาอะไรเลยเห็นไหม? พี่พูดผิดซะที่ไหน”

    จูเลียพูดพลางปล่อยมือจากคอเสื้อของชายหนุ่ม

     

    เสียงเส้นด้ายที่ยึดความอดทนในหัวของยุนขาดผึ่งทันทีที่หญิงสาวพูดจบ

     

    “อื้อ!!”

    เขาจับท้ายทอยของหญิงสาวและบรรจงจูบเธออย่างกระหาย

     

    “อือ..... ยุ....นอื้อ.... เดี๋ย...ว!!อือ.... ยุ....น......หายใจ......ไม่.....อ.อ..ก..”

    เธอพยายามทุบออกของชายตรงหน้าและผลักเขาออกแต่ก็ไม่เป็นผล

     

    ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างจับข้อมือบางๆ ของหญิงสาวที่กำลังผลักไสเขาเอาไว้และยังคงดื่มด่ำกับของหวานตรงหน้าเขาลืมตามองหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนแล้วปลายตามองไปยังข้อเท้าของเธอที่ยังคงพันผ้าเอาไว้

     

    “หายใจหน่อยครับพี่”

    เขาถอนริมฝีปากออกขณะที่หญิงสาวตรงหน้าแทบจะขาดใจเขาละจากริมฝีปากของหญิงสาวแล้วเลื่อนมือที่จับท้ายทอยเธอลงมาที่ใบหน้าและลำคอพลางใช้ปลายนิ้วโป้งแตะริมฝีปากของหญิงสาวให้เปิดออกพร้อมกับบอกให้เธอหายใจ ก่อนจะปล่อยมืออีกข้างที่จับกุมข้อมือของหญิงสาวไว้

     

    ร่างกายที่บอบบางนั่นและขาที่บาดเจ็บนั่นมันกวนใจฉันเหลือเกิน

    ยุนดึงสติของตัวเองกลับมาหลังจากที่เห็นข้อเท้าของเธอ

     

    “ความอดทนของผมก็มีขีดจำกัดนะ”

    ยุนบอกพลางมองที่ริมฝีปากของหญิงสาวที่ดูนุ่มนิ่มนั้นกำลังเผยออกและสัมผัสไปกับปลายนิ้วโป้งของเขา

     

    “................”

    จูเลียหายใจหอบเธอทั้งตกใจ อึ้งและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

     

    อะไรเนี่ย!! ทำไมถึงได้กะทันหันและรุนแรงขนาดนี้ล่ะ?นึกว่าตลอดเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาเขาจะไม่สนใจกันแล้วซะอีกแต่ไม่ใช่หรอกเหรอ?

    เธอคิดพลางมองชายตรงหน้า

     

    “อย่าทดสอบความอดทนของผมอีกนะครับเพราะครั้งต่อไปผมจะไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่!!”

    ยุนพูดขู่ด้วยใบหน้าที่จริงจัง

     

    “เอ่อ......อือ......เข้าใจแล้ว”

    จูเลียตอบรับอย่างว่าง่าย

     

    “งั้นก็เปลี่ยนไปใส่ชุดสบายๆ แล้วเรียกผมนะครับ เดี๋ยวผมยืดกล้ามเนื้อให้”

    ยุนบอกก่อนจะเดินไปหยิบชุดมาให้จูเลียอย่างชำนาญและเดินอกจากห้องไป

     

    เฮ้อ.....เกือบไปแล้วเมื่อกี้มันอันตรายมากเลยนะ!!

     

    แต่สีหน้าของเธอเมื่อกี้มัน.......น่ารักมากเลย!! ไม่อยากให้ใครได้เห็นมุมนั้นของเธอจริง ๆ

    ยุนทรุดตัวนั่งลงหน้าประตู

     

    “เอ่อ.....ผมจะมาแจ้งว่าวันนี้เราจะกลับไปทำหน้าที่เดิมกันแล้วนะครับ”

    ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำบอก

     

    “อ๋อเพราะพี่จูเลียถอดเฝือกแล้วสินะ”

    ยุนพูด

     

    “ครับ”

    เขาตอบ

     

    “ขอบคุณมากนะครับตลอดช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา”

    ยุนโน้มตัวให้เขาเพื่อแสดงความขอบคุณ

     

    “เช่นกันครับ”

    เขาโน้มตัวให้ยุนเพื่อแสดงความขอบคุณเช่นกัน

     

    “ฝากลาคุณจูเลียให้ด้วยนะครับพวกเราคงต้องขอตัวก่อน”

    ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำบอกลาก่อนจะเดินจากไป

     

    หลังจากนั้นยุนก็บอกจูเลียและยืดกล้ามเนื้อให้เธอเขาปฏิบัติตัวกับเธอเหมือนเดิมทุกอย่างจนจูเลียรู้สึกว่าเหตุการณ์ก่อนน้านี้นั้นเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

     

    ปิ๊งป่อง

     

    เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นระหว่างที่ยุนกำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวและจูเลียกำลังจัดโต๊ะอยู่

     

    “เดี๋ยวพี่ไปเปิดเอง”

    จูเลียบอกยุนเพราหลังจากที่ยุนยืดกล้ามเนื้อให้ เธอก็สามารถเดินไปไหนมาไหนเองได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สมบูรณ์ดีก็เถอะ

     

    “ไง”

    เสียงชายหนุ่มทักทายเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก

     

    “............!!............”

    จูเลียที่กำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยู่ก็หยุดยิ้มทันทีที่เห็นคนตรงหน้าแล้วความทรงจำที่เคยทรมานเธอก็หลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง

     

    ...............................................................................................................................

     

    ย้อนกลับไปในความทรงจำหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุได้ไม่กี่วัน

     

    “คุณรู้อะไรไหมจูเลีย?ตอนนั้นที่ผมเห็นคุณนอนอยู่ที่ข้างล่างนั่นด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นมันทำให้ผมอยากจะบีบคอผู้หญิงคนนั้นให้ตายคามือไปเดี๋ยวนั้นเลยด้วยซ้ำ”

    เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยพูดอยู่ข้างเตียงคนไข้ซึ่งเขามาหาเธอแทบทุกวัน