หลังจากที่จักพรรดิ์ฉีิบรรลุขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 3 เค้าก็ได้สังเกตเห็นว่าตอนนี้ปิงหยวนนั้นได้เดินกลับมาแล้วพร้อมกับซากศพของลูกหมาป่านั้นแปลว่าตัวของปิงหยวนนั้นได้ทำภารกิจที่เค้ามอบให้ไว้สำเร็จ แต่เค้าก็มีข้อสงสัยบางอย่างเช่นกันเลยได้ถามออกมา
“ ปิงหยวนการทำภารกิจครั้งนี้เ้ามีปัญหาอะไรระหว่างการเดินทางหรือเปล่า? ”
“ ไม่มีขอรับ ”
“ ถ้าหากไม่มีปัญหาทำไมเ้าถึงใช้เวลาตั้ง 4 วันเลยหรือ ” จักพรรดิ์ฉีิที่สงสัยได้ถามกลับ
“ คือว่าเมื่อข้าไปถึงข้า……เด็กน้อยปิงหยวนได้เล่าถึงการรอคอยของเค้ารวมทั้งการวางแผนการต่างๆ แสดงถึงความรอบครอบของตัวเค้าเอง ”
“ ดีแล้วการรอบครอบถือเป็สิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ในโลกแห่งการฝึกตนเทียนหยุนนี้ ”
“ ในเมื่อเ้าทำภารกิจได้ดีรวมทั้งเ้ายังขยันมั่นเพียรข้ากำหนดระยะเวลาการฝึกต่างๆ อะไรให้แก่เ้ามากมาย เ้าก็มักทำได้ดีกว่าที่ข้าตั้งไว้อยู่เสมอ ดังนั้นข้าจะให้รางวัลแก่เ้า ” จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวออกมา
เมื่อเด็กน้อยปิงหยวนได้ยินดังนั้นตัวเค้าเองก็ได้คาดหวัง
“ รางวัลอะไรหรือขอรับท่านพี่ฉีิ ”
“ ปิงหยวนใน่ระหว่างที่เ้าได้ฝึกทักษะการต่อสู้ทั้ง 2 ทักษะ เ้าได้แบ่งเวลาไปฝึก วิชาการฝึกตนระดับ 1 ดาวบทที่ 1 ์สรรค์สร้าง ด้วยหรือไม่ ”
จักพรรดิสรรค์ฉีิไม่ตอบคำถามของปิงหยวนแต่เลือกที่จะถามกลับแทน
“ ท่านพี่ฉีิขอรับข้าได้แบ่งเวลาในการฝึกวิชาการฝึกตนบ้างขอรับ แต่จุดตันเถียนของข้านั้นสามารถััพลังปราณได้เพียงน้อยนิด น้อยจนยังไม่สามารถรวบรวมลมปราณได้มากเท่าไรนักขอรับ ”
“ ไม่แปลกหรอกที่เ้าจะััพลังปราณได้น้อยนิดที่ชนบทอย่างป่าล่องนภาแม้แต่ข้าก็ััได้น้อยเช่นกัน ”
“ รางวัลของข้าที่จะให้นั้นคือ ตัวข้าสามารถทำให้ลมปราณรอบตัวของเ้านั้นเข้มข้นขึ้นมาได้มากขึ้นระดับหนึ่ง แต่ข้าจะสามารถทำแบบนี้ได้เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น ”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของจักพรรดิ์ฉีิเด็กน้อยปิงหยวนก็เริ่มคาดหวังขึ้นมา ตัวเค้านั้นอยากที่จะบรรลุขั้นรวบรวมปราณโดยเร็วเนื่องจากอยากแข็งแกร่งแต่แม้เค้าจะขยันแค่ไหนก็ตามในเมื่อลมปราณโดยรอบมีน้อยสุดท้ายเค้าจึงต้องใช้เวลามากอยู่ดี
“ ท่านพี่ฉีิเริ่มกันเลยใหมขอรับ ”
เด็กน้อยปิงหยวนพูดขึ้นมาตอนนี้ตัวเค้ายังไม่ได้วางลูกหมาป่าตัวนั้นที่พึ่งทำภารกิจเสร็จวางลงเลย
ครืดดด !!! ครืดดด !!!
“ น้องปิงหยวนข้าว่าตอนนี้เรามาทำอาหารทานกันก่อนดีกว่า ”
จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวออกมา พร้อมท้องร้องเสียงดัง แต่สีหน้าไม่ได้เขอะเขิลอะไรเท่าไหร่นักเสมือนเสียงท้องร้องตะกี้ไม่ใช่เสียงท้องของเค้า เนื่องจากจักพรรดิสรรค์ฉีิฝึกตนมา 4 วันติดทำให้ตัวของเค้านั้นไม่ได้รับประทานอาหารมาเลยการที่ท้องจะร้องก็คงไม่แปลกอะไร จะมีแต่ผู้ที่ฝึกตนขั้นทะเลทองคำขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องรับประทานอาหาร
ปิงหยวนได้ยินดังนั้นก็เป็คู่มือที่ดีนำมีดคู่ใจออกมาแร่เนื้อหมาป่าเพื่อทำอาหารมื้อนี้ จักพรรดิสรรค์ก็เป็คนทำเหมือนเดิม
หลังจากทานข้าวเสร็จ
จักพรรดิสรรค์ฉีิได้นำหินมาจัดเรียงค่ายกลก่อนจะเริ่มวาดอักขระอะไรบางอย่างลงไป แม้ค่ายกลที่จักพรรดิสรรค์ฉีิวาดในครั้งนี้จะเป็ค่ายกล 5 ดารารวบรวมปราณดังเดิม แต่มันก็มีสิ่งที่แตกต่างออกไป
เพราะว่าใน่ที่จักพรรดิสรรค์ฉีิใช้ค่ายกล 5 ดารารวบรวมปราณกับตัวเค้าเองนั้นเนื่องจากตัวเค้าเป็นักวางค่ายกล ตัวเค้านั้นจึงสามารถวางตัวเองเป็ 1 ในหมากหลักในการวางค่ายกลด้วยได้
แต่ในครั้งนี้นำค่ายกลมาใช้กับปิงหยวนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเค้าจึงใช้ตัวเค้าเองเป็หมากรองแทนแล้วให้ลมปราณที่ดูดเข้ามาในระยะ 1 กิโลเมตรมาวนอยู่รอบตัวของเค้าแทน ซึ่งการทำแบบนี้จะสามารถดูดลมปราณมาได้เพียง 1 วันเท่านั้น
ถ้าหากมีวัตถุดิบในการวางค่ายกลจริงๆจะไม่มีปัญหาในด้านนี้ แต่ป่าล่องนภานี้มันชนบทจริงๆ หึหึ ยิ่งคิดจักพรรดิสรรค์ฉีิยิ่งอยากจะรีบออกไปจากที่นี้โดยเร็ว ถ้าไม่ติดว่าเค้านั้นรักและเอ็นดูปิงหยวนเค้าคงจากไปตั้งนานแล้ว
“ น้องปิงหยวนเ้าเข้ามาค่ายกลได้แล้ว ”
เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีิจัดวางค่ายกลเสร็จสิ้นเค้าก็ได้เรียกปิงหยวนเข้าไปในค่ายกล
บัดนี้ปิงหยวนได้เข้าไปภายในค่ายกล 5 ดารารวบรวมปราณเรียบร้อยแล้ว
“ ปิงหยวนเ้ามีเวลาเพียง 1 วันขอให้เ้าตั้งใจให้ดี ”
หลังจากจักพรรดิ์ฉีิพูดจบเค้าก็ได้เริ่มเดินค่ายกล
“ นี้!! นี้คือลมปราณที่พิเศษมาก ”เด็กน้อยปิงหยวนคิดอยู่ภายในใจมันมากกว่าที่เค้าเคยััได้ เด็กน้อยปิงหยวนไม่รอช้าเริ่มฝึกตนตาม วิชาการฝึกตนระดับ 1 ดาวบทที่ 1 ์สรรค์สร้าง
2 วันถัดมา
ณ ชุมชนกวาง
่บ่ายวันหนึ่ง
1 เดือนได้ผ่านไปแล้วหลังจากที่ 1 เด็กชาย และ 1 เด็กน้อยได้หายตัวไป ที่บ้านไม้ของหัวหน้าชุมชนกวาง ตอนนี้ป้ากุ้งได้กวาดหน้าบ้านไม้อยู่สีหน้าเหม่อลอย ก่อนที่ผ่านไปสักครู่จะมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาที่หน้าบ้านไม้ ชายคนนี้มีลักษณะเด่นคือมีแขนขวาเหลือเพียงข้างเดียวและตอนนี้อีกหนึ่งลักษณะเด่นที่เพิ่มเข้ามาคือสีหน้าที่เศร้าสร้อย
“ พี่กวางเส้าวันนี้ท่านได้เจอลูกของเราหรือยังคะ ” เสียงของป้ากุ้งได้ถามกล่าวกับสามีเมื่อเจอ
ั้แ่วันนั้นที่ฉีิกับปิงหยวนออกไปที่สุสานหลักของชุมชนตัวของฉีิได้บอกกับป้ากุ้งว่าจะไปไหว้หลุมศพของท่านปู่ และจะกลับมาทานข้าวอีกทีมื้อเย็น ป้ากุ้งไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั้งถึงแม้จะดึกแล้ว แต่ทั้งฉีิและปิงหยวนก็ยังไม่กลับมาบ้าน
นั้นทำให้ป้ากุ้งแทบขาดสติ เค้าให้กวางเส้าออกค้นหากลางดึกวันนั้น กวางเส้านั้นสันนิษฐาน ว่าทั้งคู่ได้พากันขึ้นไปทิศเหนือเพราะว่าก่อนหน้านั้นฉีิได้มาขอดูแผนที่ของเค้า กวางเส้าได้รวบรวมคนเพื่อขึ้นทิศเหนือไปสำรวจเมื่อไปได้ถึง 200 กิโลเมตรเค้ายังไม่พบเจอใครเค้าเลยได้แต่กลับมาอย่างผิดหวัง สิ่งที่เค้าคิดต่อเด็กทั้ง 2 คนคือทั้งคู่น่าจะถูกสัตว์ทำร้าย ทำลายโดยไม่เหลือซากแล้ว
เมื่อเค้ากลับมาบอกฮูหยินกุ้งว่าหาตัวทั้งคู่ไม่เจอ สิ่งนั้นทำให้ฮุหยินกุ้งช็อค ฮูหยินกุ้งไม่สามารถทำใจได้ ฮูหยินกุ้งจึงได้บอกให้สามีเค้าไปคอยทั้งคู่ที่สุสานหลักของชุมชนกวางทุกเช้าเผื่อมีปาฎิหารเกิดขึ้น
* ตัวเค้าทั้ง 2 สามีภรรยาไม่สามารถมีบุตรได้การมีบุตรในครั้งนี้จึงเป็สึ่งที่พิเศษกลับเค้ามาก
“ น้องกุ้งวันนี้ข้าก็….. ”
“ ลูกปิงหยวนนนนนนนนนนนน ”
ป้ากุ้งร้องะโเสียงดังลั่นนนนนนนนนน