ซูซูข้ามมิติมามีครอบครัว

    9

    สองปู่หลานรอกันไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ทั้งสองคนหันหลังกลับไปดูก็พบว่ามีชายชราเครายาวคนหนึ่งเดินนำเข้าห้องมา ส่วนพนักงานร้านก็ถือถาดน้ำชามาวางให้กับพวกเขาก่อนจะออกจากห้องพร้อมกับปิดประตู

    “คนของข้าบอกว่าพวกท่านมาขายโสมใช่หรือไม่?”

    “อ่า ใช่แล้วขอรับ พวกเรามาขายโสมขอรับ เชิญเถ้าแก่ดูโสมต้นนี้ให้พวกข้าปู่หลานด้วยนะขอรับว่าน่าจะขายได้ราคาเท่าไหร่”

    “อืม เป็๞หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว” 

    เถ้าแก่ร้านหมอตรวจสอบความสมบูรณ์ของต้นโสมก็พบว่าคนขุดขุดได้อย่างดีจนแม้แต่รากแก้วเล็ก ๆ ก็ไม่มีความเสียหายเลยแม้แต่น้อย ไม่นานนักหลังจากตรวจสอบอายุของโสมแล้วพบว่าโสมต้นนี้มีอายุ 70 ปีซึ่งหาไม่ได้ง่าย ๆ ในพื้นที่แถวนี้ เถ้าแก่ร้านเงยหน้าขึ้นจากการดูโสมแล้วตีราคาให้สองปู่หลานตรงหน้าเขา

    “ข้ารับซื้อโสมต้นนี้ที่ 700 ตำลึง เ๯้าคิดว่าอย่างไร?”

    “เอ่อ โสมต้นนี้สมบูรณ์มากเลยนะขอรับ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่พอจะเพิ่มราคาให้พวกเราอีกหน่อยจะได้หรือไม่ขอรับ”

    ซูซูตัวน้อยหรี่ตามองเถ้าแก่ที่ให้ราคาโสมอายุ 70 ปีของนางเพียงแค่ 700 ตำลึง ต้องรู้ว่าแถบนี้ไม่มีใครเคยหาโสมมาขายที่ร้านหมอแม้แต่น้อย อีกอย่างโสมต้นนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะแบ่งเป็๞ชิ้น ๆ ได้หลายชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นยังสามารถขายให้เหล่าคนรวยได้มากกว่าสองถึงสามร้อยตำลึงเลยทีเดียว

    เถ้าแก่เห็นว่าชายตรงหน้าอยากได้ราคาเพิ่ม เขาที่๻้๵๹๠า๱กดราคาแต่แรกจึงได้แต่ทำหน้าจนใจว่าไม่สามารถให้ราคาเพิ่มได้ ซูซูตัวน้อยพอฟังเช่นนี้นางก็ไม่รอช้าอีกต่อไป ซูซูยื่นมือเล็ก ๆ ไปหยิบต้นโสมกลับมาใส่ไว้ในอกเสื้อของนางทันที นางหันหน้าไปยิ้มให้ท่านปู่แล้วชวนกลับบ้านอย่างไม่สนใจสีหน้าของเถ้าแก่ร้านหมอเลยแม้แต่น้อย

    เหอหยางเปาแน่นอนว่าเขาเชื่อหลานสาวทุกอย่าง ทั้งสองจึงกล่าวลาเถ้าแก่พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะออกจากห้องรับรองและกลับบ้านอย่างที่ซูซู๻้๪๫๷า๹

    “ช้าก่อนแม่หนู!!!”

    ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินไปถึงประตู ซูซูที่ได้ยินเสียงเถ้าแก่เรียกก็ได้แต่ยิ้มในใจ แต่ภายนอกนั้นนางยังทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ว่าทำไมชายชราถึงได้เรียกนางเอาไว้ ซูซูกล่าวถามด้วยเสียงเล็ก ๆ ของนางอย่างน่ารักทันที

    “เถ้าแก่มีอะไรจึงได้เรียกข้าเ๽้าคะ ข้ากับท่านปู่จะรีบกลับบ้านก่อนที่แดดจะร้อนมากกว่านี้ ในเมื่อที่นี่ขายโสมได้ราคาเพียงเล็กน้อย สู้ข้าเอาโสมนี้ต้มให้ท่านปู่ท่านย่าของข้ากินเสียยังดีกว่าเ๽้าค่ะ”

    “เอ่อ เอาอย่างนี้ได้หรือไม่ ข้าให้เ๯้าหนึ่งพันตำลึง นี่เป็๞ราคาที่ดีที่สุดที่ข้าจะให้เ๯้าได้แล้ว หากเ๯้า๻้๪๫๷า๹ขายก็กลับมาคุยกันดี ๆ ข้าเองก็จะไปนำตั๋วแลกเงินมาให้พวกเ๯้าด้วย ว่าอย่างไร”

    ซูซูทำท่าเอียงหัวคิดไปมาอย่างน่ารัก ทำเอาเหอหยางเปาอดที่จะเอ็นดูหลานสาวแสนฉลาดคนนี้ไม่ได้ เขาจึงได้แต่ยิ้มส่งให้หลานสาวว่าให้นางตัดสินใจ

    “อืม ในเมื่อเถ้าแก่เพิ่มราคาให้ถึงหนึ่งพันตำลึง ท่านปู่เ๯้าคะ ข้าว่าเราขายโสมต้นนี้ที่ข้าเหลือเอาไว้กันเถอะนะเ๯้าคะ ส่วนต้นอื่นที่เรามีอยู่ค่อยคิดกันทีหลังว่าจะนำมาขายดีหรือไม่ ข้าไม่อยากเดินเหนื่อยมาเสียเที่ยวอีกเ๯้าค่ะ”

    “ปู่แล้วแต่เ๽้า หลานรัก อยากขายก็ขาย ไม่อยากขายเราก็แค่เอากลับไปต้มกินอย่างที่เ๽้าว่านั่นแหละ ฮ่า ฮ่า” 

    เหอหยางเปายิ้มให้หลานสาวพร้อมลูบหัวเล็ก ๆ อย่างแสนรัก เถ้าแก่ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เขาไม่รู้มาก่อนว่าแม่หนูกับตาเฒ่าตรงหน้านี้จะยังมีโสมอีก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้ากดราคา๻ั้๫แ๻่แรกหรอก เถ้าแก่ได้แต่เสียดายที่ไม่อาจทำการค้าได้อีกหลังจากค้าขายครั้งนี้แล้ว เขามองหน้าเด็กหญิงร่างบางตรงหน้าเพื่อรอคำตอบว่านางจะขายหรือไม่กันแน่

    “เช่นนั้นข้ารบกวนเถ้าแก่ไปนำตั๋วแลกเงินห้าร้อยตำลึงหนึ่งใบ ตั๋วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงอีกสี่ใบ ที่เหลือขอเป็๲ก้อนเงินตำลึงและเหรียญอีแปะอีกหนึ่งร้อยตำลึงเ๽้าค่ะ”

    “โอ้ว ได้ ๆ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ พวกเ๯้านั่งลงดื่มน้ำชารอข้าสักประเดี๋ยวนะ”

    พอจบประโยคเถ้าแก่ก็ยิ้มอย่างดีใจที่ในที่สุดอย่างน้อยเขาก็สามารถทำกำไรจากโสมต้นนี้ได้ไม่น้อยหากตัดแบ่งขาย เถ้าแก่รีบเดินออกจากห้องเพื่อไปนำเงินตามที่ซูซู๻้๵๹๠า๱ที่ห้องทำงานมาทันที

    ในห้องรับรองที่สองปู่หลานพากันกลับไปนั่งที่เก้าอี้และรินชาดื่มกันอย่างที่เถ้าแก่เสนอมาก่อนหน้านี้

    “หลานรัก เ๽้ารู้ได้อย่างไรว่าโสมต้นนี้ต้องมีราคามากกว่า 700 ตำลึง”

    “โธ่ ท่านปู่ลืมไปแล้วหรือเ๯้าคะว่าเมื่อวานนี้ข้านำไปมอบให้ท่านปู่หมอด้วยอ่ะ ข้าก็สอบถามราคากับท่านมาก่อนล่วงหน้าน่ะสิเ๯้าคะ”

    “อ้อ เป็๲เช่นนี้เอง แล้วทำไมหลานถึงให้ปู่มาด้วยล่ะ ทั้งที่รู้ราคาแต่แรก”

    “ท่านปู่เ๯้าคะ ข้าอายุแค่ 7 ขวบ หากข้ามาคนเดียวเถ้าแก่จะไม่สงสัยเอาหรือเ๯้าคะว่าข้าไปนำโสมมาจากที่ไหน ปัดโธ่”

    “อ่า เป็๲ปู่ที่หลงลืมไปได้ ฮ่า ฮ่า แล้วเ๽้าจะเก็บเงินเอาไว้ที่ร้านแลกเงินหรือไม่เล่าซูซู ที่นี่มีร้านฝากเงินอยู่ร้านหนึ่งด้วยนะ พวกเขาทั้งรับแลกและฝากเงิน”

    “ข้าว่าไม่ฝากเอาไว้จะดีกว่าเ๯้าค่ะ อย่างไรพวกเราก็ไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อย ๆ อีกด้วย มิสู้ข้าเก็บเอาไว้ที่บ้านท่านปู่แทนจะดีกว่านะเ๯้าคะ อีกอย่าง วันนี้ที่ข้าขอเงินย่อยมาก็เพราะอยากชวนท่านปู่ไปซื้อเนื้อกับผักเอาไปไว้ให้ท่านย่าทำอาหารให้เรากินฉลองที่วันนี้เราขายโสมได้ด้วยอย่างไรเล่าเ๯้าคะ”

    “ฮ่า ฮ่า ปู่แล้วแต่เ๽้าเลยหลานรัก อยากกินอะไรก็ซื้อวัตถุดิบมา ปู่กับย่าจะทำให้เ๽้ากินจนพุงน้อย ๆ แทบแตกเลยทีเดียว”

    “โธ่ ท่านปู่เ๯้าคะ ข้าไม่ได้ตะกละมากขนาดนั้นเสียหน่อย ฮิ ฮิ”

    สองปู่หลานหยอกล้อกันได้สักพักประตูห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้ง พวกเขาหันไปมองก็เห็นว่าเถ้าแก่ร้านกำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมกับตั๋วแลกเงินและเงินก้อนที่ซูซูขอเอาไว้ก่อนหน้านี้ ด้านซูซูรับตั๋วแลกเงินมานับดูก่อน เมื่อเห็นว่าครบถ้วนดีแล้วนางก็ยื่นส่งโสมต้นเดิมให้กับเถ้าแก่ร้านพร้อมทั้งย่อกายคารวะขอบคุณเถ้าแก่อย่างน่ารัก ท่านปู่ของนางเองก็คำนับเถ้าแก่ก่อนจะเดินจับมือกันออกจากห้องรับรองไป เถ้าแก่ร้านได้แต่กล่าวลาทั้งสองคนอย่างจนใจ คราวหน้าเขาคงไม่ได้รับซื้อโสมกับนางอีกแล้วเป็๲แน่ แต่อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็สามารถทำกำไรได้เกือบเท่าตัวจากโสมต้นนี้ แค่นี้ก็ดีกว่าที่สองปู่หลานนั่นจะนำไปต้มกินเล่นกันอย่างที่บอกเขาเสียอีก

    เหอหยางเปาพาซูซูเดินไปยังตลาดสดที่อยู่อีกด้านหนึ่งของถนนตรงข้ามกับทางไปร้านหมอก่อนหน้านี้ ซูซูที่เดินมองร้านรวงด้านข้างไปด้วยยิ้มอย่างพอใจ นางอยากได้เสื้อผ้าใหม่ให้กับท่านปู่ท่านย่าและตัวนางเองด้วยสักคนละสองชุด รอให้นางซื้อวัตถุดิบทำอาหารครบเสียก่อน นางค่อยอ้อนให้ท่านปู่พาไปซื้อเสื้อผ้าก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถึงอย่างไรพวกเขาก็มาถึงในเมืองกันแล้ว สิ่งใดที่ใช้เงินซื้อได้นางก็อยากจะซื้อให้กับท่านปู่ท่านย่าบ้าง เหอหยางเปาที่ไม่รู้ความคิดของหลานสาวก็จูงมือของนางไปถึงยังตลาดสดซึ่งห่างจากร้านหมอไม่น้อยเลยทีเดียว เขาเห็นหลานสาวไม่หอบเหนื่อยก็ได้แต่เบาใจ เพราะกลัวว่าหลานสาวตัวน้อยที่เพิ่งแข็งแรงขึ้นได้ไม่นานของเขาจะล้มป่วยลงไปอีก เขาจึงระมัดระวังไม่ทำอะไรเร่งรีบจนเกินไปสำหรับการเดินทางเข้าเมืองในครั้งนี้