การปีนป่ายจากก้นบึ้งของขุมนรกนั้นยาวนานและทรมานยิ่งกว่าการฝึกฝนใดๆ ที่เฟิงหลงเคยเผชิญมา หน้าผาที่สูงชันจนแทบจะตั้งฉากกับพื้นดินนั้นเต็มไปด้วยหินที่แหลมคมและลื่นจากน้ำแข็งที่เกาะจับมานานนับศตวรรษ ลมที่กรีดร้องราวกับเสียงิญญานับล้านดวงพัดกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง พยายามจะฉีกร่างของเขาให้ร่วงหล่นกลับลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
แต่ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขาเริ่มจะด้านชา... ทุกครั้งที่กล้ามเนื้อของเขาเริ่มจะสั่นระริกด้วยความเมื่อยล้า... ภาพของใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความสิ้นหวังของบิดาก็จะปรากฏขึ้นในใจ มันคือถ่านไฟที่ร้อนแรงที่สุดที่คอยโหมกระพือเจตจำนงของเขาให้ลุกโชนอยู่เสมอ
เจ็ดวันเจ็ดคืนเต็ม... ที่เขาไต่ขึ้นมาอย่างไม่หยุดพัก...
และในที่สุด... ในเช้าวันที่แปด ปลายนิ้วมือของเขาก็ได้ัักับขอบเหวที่เย็นเฉียบและปกคลุมไปด้วยหิมะหนา!
ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่รวบรวมมาจากทั้งร่างกายและจิติญญา เขาทะยานร่างของตนเองขึ้นมาและทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นหิมะที่ขาวโพลน หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนไอสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปากไม่ขาดสาย แสงแดดอันอบอุ่นที่ไม่ได้ััมานานกว่าหนึ่งปีสาดส่องลงมากระทบเปลือกตาจนต้องหรี่ตาลง เขาสูดอากาศที่บริสุทธิ์และเย็นะเืเข้าเต็มปอด กลิ่นของต้นสนและดินที่ชื้นแฉะ... มันคือกลิ่นของ "ชีวิต"... เป็ความรู้สึกที่ราวกับได้เกิดใหม่อย่างแท้จริง
เขานอนอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน ปล่อยให้ร่างกายที่คุ้นชินกับความมืดและความตายได้ปรับตัวเข้ากับโลกของสิ่งมีชีวิตอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน เขาก้มลงมองสภาพของตนเอง อาภรณ์สีดำที่เคยสวมใส่อยู่นั้นขาดวิ่นจนแทบจะเป็เศษผ้า เผยให้เห็นเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่นจนแทบจะะเิออกมา
ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ นี่คือป่าอสูรโหยหวนที่อยู่ทางทิศเหนือของเหมันตนคร... บ้านของเขา... ดินแดนที่เขาถูกเหยียบย่ำและทอดทิ้ง
ความทรงจำอันเ็ปเมื่อหนึ่งปีก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวใจราวกับสายน้ำป่าที่บ้าคลั่ง ภาพใบหน้าของบิดาที่ถูกโซ่ตรวน... ภาพรอยยิ้มอันหยิ่งผยองของเซียวเทียนอี้... และภาพแววตาอันเ็าของหลันซูเหยา... ทุกภาพยังคงคมชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ไอสังหารที่เย็นเยียบจนจับต้องได้แผ่ออกจากร่างของเขาโดยไม่รู้ตัว มันรุนแรงและหนาแน่นจนทำให้หิมะรอบๆ ตัวเขาแข็งตัวและกลายเป็น้ำแข็งสีดำทมิฬ!
"ข้ากลับมาแล้ว..." เฟิงหลงพึมพำกับตัวเองเสียงแหบพร่า "สิ่งแรกที่ต้องทำ... คือต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อ"
เขาเริ่มออกเดิน... มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเหมันตนคร แต่เขาไม่ได้เดินไปตามทางหลวงที่เปิดโล่ง เขาเลือกที่จะเคลื่อนไหวไปในเงามืดของป่าทึบแทน "มายาอสูร" ทำให้ร่างของเขาว่องไวและเงียบงันราวกับิญญาพเนจร ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าให้ได้ยิน
เมื่อเข้าใกล้เขตชานเมืองมากขึ้น เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะอันหยิ่งผยองดังแว่วมาแต่ไกล เขาซ่อนตัวอยู่หลังต้นสนโบราณขนาดใหญ่ต้นหนึ่งและมองไปยังต้นเสียง
ภาพที่เห็นคือกลุ่มศิษย์ของตระกูลเซียวประมาณสี่ห้าคนในชุดสีทองอร่ามอันเป็เอกลักษณ์ กำลังเดินลาดตระเวนอยู่บนเส้นทาง พวกมันเดินด้วยท่าทางอวดดีและกร่างไปทั่ว ราวกับเป็เ้าของผืนป่าแห่งนี้
"ฮ่าๆๆ! ช่างน่าเบื่อเสียจริง! ั้แ่ตระกูลเฟิงล่มสลายไป เมืองนี้ก็ไม่มีเื่สนุกๆ ให้ดูอีกเลย!""เ้าพูดถูก! ข้ายังจำภาพที่นายน้อยเทียนอี้เหยียบไอ้ขยะเฟิงหลงจนกระดูกแหลกได้อยู่เลย มันช่างเป็ภาพที่น่าดูชมเสียนี่กระไร!"
หัวหน้ากลุ่มซึ่งเป็ชายหนุ่มท่าทางอวดดีที่เฟิงหลงจำได้ว่ามันเคยเป็หนึ่งในคนที่เยาะเย้ยเขาเสียงดังที่สุดในวันนั้น กอดอกและกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ "พวกเ้ารู้ไหมว่าอะไรน่าเสียดายที่สุด? คือการที่ข้าไม่ได้เป็คนโยนมันลงไปในหุบเหวมรณะด้วยตัวเองน่ะสิ! การได้เห็นแววตาที่สิ้นหวังของมันคงจะทำให้ข้ามีความสุขไปอีกนาน!"
ฉึก!
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับกุญแจที่ไขประตูปลดปล่อยอสูรที่ถูกขังไว้!
ไอสังหารที่เฟิงหลงพยายามกดข่มเอาไว้ตลอดหนึ่งปี... บัดนี้ได้ะเิทะลักออกมาอย่างไม่อาจควบคุม!
ครืน!
อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว! ลมกระโชกแรงจนหิมะหมุนคว้าง ศิษย์ตระกูลเซียวเ่าั้รู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงไปถึงกระดูกจนต้องหันรีหันขวางด้วยความใ
"มะ...เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ ถึงได้หนาวขนาดนี้!?"
และในตอนนั้นเองที่พวกเขาได้เห็น... ร่างในอาภรณ์ขาดวิ่นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นสนโบราณ ดวงตาคู่นั้นดำสนิทและลึกล้ำราวกับหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง จ้องมองมาที่พวกเขาราวกับกำลังมองดูซากศพที่กำลังจะเดินได้
"พะ...พวกเ้าเป็ใคร!? กล้าดียังไงมาขวางทางพวกข้าตระกูลเซียว!" หนึ่งในนั้นะโถาม เสียงของมันสั่นเครือเล็กน้อยจากแรงกดดันที่มองไม่เห็น
หัวหน้ากลุ่มเพ่งมองใบหน้าของเฟิงหลงที่มอมแมมอย่างพิจารณา ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะค่อยๆ ซีดเผือดลง...ซีดลง...จนขาวราวกับกระดาษ! ความตื่นตระหนกและความไม่เชื่อสายตาฉายชัดขึ้นในดวงตาของมัน "เ้า...เ้า...หน้าตาของเ้า...เหมือน...ไอ้ขยะเฟิงหลง!"
เฟิงหลงแสยะยิ้ม... เป็รอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พวกมันเคยเห็นมาในชีวิต
"มองให้ดีๆ สิ" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและแหบพร่าจากการที่ไม่ได้พูดคุยกับใครมานาน "ข้าเหมือนมัน... หรือว่าข้าคือมันกันแน่?"
"เป็ไปไม่ได้! เ้ามันตายไปแล้ว! ข้าเห็นกับตา!" หัวหน้ากลุ่มปฏิเสธเสียงหลง แต่ในใจกลับสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่อธิบายไม่ได้ เขารวบรวมความกล้าและชักกระบี่ออกมา "ไม่ว่าเ้าจะเป็ผีสางตนใด! ต่อให้เ้าเป็ผีของมันจริงๆ ข้าก็จะฆ่าเ้าอีกรอบให้สิ้นซาก!"
สิ้นเสียงพูด มันก็รวบรวมพลังปราณขั้นรวบรวมปราณระดับหกและกระโจนเข้าใส่เฟิงหลงทันที!
แต่ในสายตาของเฟิงหลงในตอนนี้... การเคลื่อนไหวที่เคยดูรวดเร็วของมันนั้นกลับเชื่องช้าราวกับเต่าคลาน... เต็มไปด้วยช่องโหว่ที่น่าสมเพช
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันที่คมดาบจะมาถึงตัว ร่างของเฟิงหลงก็พลันเลือนหายไปจากสายตาของทุกคนราวกับภาพลวงตา!
"อะไรกัน!?" หัวหน้ากลุ่มเบิกตากว้างด้วยความใ มันฟันไปโดนเพียงอากาศธาตุ!
"มองหาใครอยู่รึ?"
เสียงกระซิบอันเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้นข้างหูของมัน! เฟิงหลงไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของมันั้แ่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้!
ก่อนที่มันจะได้ทันได้ทำอะไร มือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กก็คว้าลงมาบนศีรษะของมันอย่างรวดเร็ว!
"อ๊าก!"
"คำพูดเมื่อครู่นี้... ข้าได้ยินมันทั้งหมด" เฟิงหลงกระซิบเสียงเย็น "นี่...สำหรับที่เ้าบังอาจเอ่ยนามบิดาข้า"
แกร๊ก!
แรงบีบมหาศาลจากปลายนิ้วทั้งห้าทำให้กะโหลกศีรษะของมันเริ่มปริร้าว! ความเ็ปและหวาดกลัวสุดขีดฉายชัดในดวงตาของมัน
"และนี่..." เฟิงหลงเพิ่มแรงบีบขึ้นอีก "...สำหรับทุกคำเย้ยหยันที่พวกเ้าเคยพ่นออกมา"
แบะ!
ศีรษะของหัวหน้ากลุ่มะเิออกเป็ชิ้นๆ ในมือของเฟิงหลง! เือุ่นๆ และเศษสมองสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหิมะ สร้างลวดลายสีแดงฉานที่น่าสยดสยอง
ศิษย์ตระกูลเซียวที่เหลืออีกสี่คนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความใสุดขีด พวกมันแข็งทื่อไปราวกับถูกสาปให้เป็หิน ไม่แม้แต่จะคิดที่จะหนี... ขาของพวกมันไม่ขยับตามที่สมองสั่ง
เฟิงหลงปล่อยร่างไร้หัวของเหยื่อรายแรกลงกับพื้นอย่างช้าๆ ก่อนจะหันมามองพวกมันด้วยดวงตาที่ไร้ความรู้สึกใดๆ
"บิดาข้า...เฟิงเจิ้น...ถูกขังอยู่ที่ไหน?" เขาถามเสียงเรียบ แต่สำหรับพวกมันแล้ว มันคือเสียงของพญามัจจุราช
"คะ...คุก...คุกอเวจีใต้ดิน...ของตระกูล...ขอรับ" หนึ่งในนั้นตอบเสียงสั่นอย่างลนลาน เข่าของมันอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้น
"ดีมาก"
เฟิงหลงพยักหน้า ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งออกไป!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
หมัดอัสนีบาตอสูรสี่หมัดถูกปล่อยออกไปในชั่วพริบตาเดียว! ปราณอสูรสีดำทะลวงผ่านร่างของพวกมันจนเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ที่หน้าอก ล้มลงตายคาที่โดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ
ภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ศิษย์ตระกูลเซียวทั้งห้าคนก็กลายเป็ศพไปเสียแล้ว
เฟิงหลงเดินไปค้นตัวพวกมันอย่างไม่รีบร้อน เขาหยิบถุงเงินและเปลี่ยนไปสวมชุดสีทองของหัวหน้ากลุ่มที่ยังอยู่ในสภาพดีที่สุด ก่อนจะโยนเศษผ้าของตนเองทิ้งไป
บัดนี้... เขากลับมาอยู่ในคราบของศัตรู...
เขาหันหลังให้กับภาพอันน่าสยดสยองนั้น และเริ่มเดินมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองเหมันตนครอย่างมั่นคง...
ก้าวแรกของการล้างแค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น