เช้าวันนี้อากาศยังคงร้อนไม่ต่างไปจากวันก่อน การก่อสร้างกำแพงเหมืองเริ่มเห็นเป็รูปเป็ร่าง กำแพงส่วนที่เริ่มสร้างจากริมคลอง ก่อสร้างจวนจะถึงตำแหน่งของประตูทางเข้าเหมืองแล้ว ส่วนด้านอื่นแนวไม้ที่ก่อเอาไว้ก็เริ่มมีการถมดินสูงขึ้นมาไม่น้อย
ซุนิฉวนกำหนดให้กำแพงดินนี้สูงราวสามจิ้ง (ราวสิบเมตรกว่า) มีความกว้างพอให้คนเดินสวนกันบนแนวกำแพงได้ ทุก ๆ ห้าสิบก้าวทำเป็หอยิงธนูตามที่หลิวมู่เหยียนเคยให้คำแนะนำเอาไว้ ซุนิฉวนเดินสำรวจการก่อสร้างกำแพง มือข้างหนึ่งโบกพัดจีบไปมาเพื่อคลายความร้อน ภาพที่นายน้อยซุนเดินถือพัดเล่มหนึ่งเดินไปมาอยู่ในเหมืองเกลือเป็ที่เห็นได้ชินตาของทุกคน ไม่มีใครทราบว่าพัดเล่มนี้มีที่มาเช่นไร แต่ดูเหมือนนายน้อยซุนจะพกพัดเล่มนี้เอาไว้ไม่ห่างกาย
“นายน้อยขอรับ”
จางฉิงรีบร้อนเดินเข้ามาหาซุนิฉวน พอมาถึงก็กระซิบบอกข่าว
“คนพวกนั้นหายไปอีกสองคนเมื่อตอนเช้าขอรับ” จางฉิงกล่าวเสียงเบา
ซุนิฉวนลอบยิ้ม คงใกล้จะลงมือแล้วกระมั่ง เช่นนั้นก็ดี ผ่านมาหลายวันแล้ว พวกทหารที่ตั้งค่ายหลบอยู่ที่ริมน้ำเริ่มส่งคนออกมาสอบถามถึงแผนการ ซุนิฉวนเกรงว่าในอีกสองสามวันนี้หากพวกโจรยังไม่ลงมือ กองทหารเหล่านี้อาจจะทนรอไม่ได้ เดินทางกลับไปเมืองถานโจว ถ้าเป็เช่นนั้นเหมืองเกลือก็คงย่ำแย่แล้ว
“เ้าจับตาดูพวกที่เหลือเอาไว้ คืนนี้ให้คนของเราเริ่มวางกับดักม้า หอระวังภัยด้านหน้าให้มือธนูขึ้นไปหลบซ่อนตัวเอาไว้ เตรียมพร้อมตลอดเวลา”
“ขอรับนายน้อย นายน้อยสามกับพวกเด็ก ๆ คอยเฝ้าดูคนพวกนั้นอยู่ขอรับ”
“ส่วนคนพวกนั้น คืนนี้ให้ลงมือได้”
จางฉิงเฝ้ารอคำสั่งนี้ของซุนิฉวนอยู่ พอได้ยินที่ซุนิฉวนกล่าวจึงพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ สายของพวกโจรเข้ามาที่เหมืองเกลือได้หลายวันแล้ว จางฉิงคิดอยากจะจับพวกมันมาสอบถามถึงแผนการ แต่ซุนิฉวนสั่งให้รอก่อนแต่ตอนนี้ได้เวลาลงมือแล้ว
จางฉิงโกรธแค้นพวกโจรูเาเหล่านี้จนอยากจะสังหารให้ตายไปจนหมดสิ้น ใน่เวลาที่ประชาชนอดอยาก อยู่กันอย่างยากแค้นหันไปทางไหนก็มีแต่ผู้อพยพ โจรเหล่านี้ยังถือโอกาสซ้ำเติมเข่นฆ่าคนไม่มีทางสู้ พี่น้องของจางฉิงเองกว่าสิบห้าคนต้องสังเวยชีวิตให้กับโจรป่าไปเมื่อครั้งเดินทางมาจากฉางอาน นายน้อยซุนเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ถึงแม้โจรูเากลุ่มนี้จะไม่ใช่กลุ่มเดียวกับโจรที่ปล้นขบวนเดินทางของสกุลซุนเมื่อตอนนั้นแต่ก็เลวร้ายไม่ต่างกัน กำจัดไปได้กลุ่มหนึ่งก็ถือว่าช่วยชาวบ้านไปได้ส่วนหนึ่ง
“กร็อบ..บบ” เสียงหักนิ้วดังท่ามกลางความเงียบสงัดในค่ำคืน ล่วงเข้ายามโฉ่ว (เวลา 01.00 - 02.59 น) คนงานในเหมืองเกลือหากมิใช่เวรยามในตอนกลางคืนต่างก็เข้านอนหมดแล้ว เรือนพักสองหลังที่อยู่ห่างออกไปติดกับบริเวณส่วนนอกของโรงต้มเกลือ มีคนเฝ้าหน้าประตูเรือนอยู่อย่างเข้มแข็ง ด้านในจุดไฟสว่าง คนหกคนถูกจับมัดจนแ่า ตามใบหน้าร่างกายมีรอยแผลฟกช้ำเต็มไปหมด
“ลากคนผู้นี้ออกมา อย่าให้ส่งเสียงดัง” เว่ยฉางกล่าวพลางสั่งให้ลากคนที่ถูกมัดคนหนึ่งออกมาที่กึ่งกลางห้อง สายโจรอีกห้าคนที่เหลืออยู่พยายามดิ้นรน หันมองหน้ากันแต่ยังไม่มีใครยอมเปิดปาก
จางฉิงยกเท้าเหยียบลงไปที่ท้องของผู้ที่ถูกนำตัวออกมา มิได้สนใจว่าเท้าจะลงที่ส่วนใด ผู้ที่ถูกเหยียบเ็ปจนงอตัวแต่ยังกลั้นเสียงเอาไว้
“ประเสริฐ ยังไม่ยอมสารภาพ ตัดแขนมันออกมาข้างหนึ่ง” จางฉิงหันไปสั่งเว่ยฉางที่กระชับดาบอยู่ในมือ
เว่ยฉางลากคนผู้หนึ่งออกมา คนผู้นั้นขดตัวพยายามหลบหนี เว่ยฉางเตะไปที่ท้องของคนผู้นั้นจนตัวงอ ผู้คุ้มกันชาวเจี่ยหนูสองคนช่วยกันลากผู้ที่ถูกเว่ยฉางเตะออกมาจับแขนข้างหนึ่งกางออก เสียงดาบถูกชักออกจากฝัก เว่ยฉางไม่รีรออันใดพอดาบออกจากฝักก็ฟันดาบลงไปในทันที
กลิ่นคาวเืฟุ้งกระจาย แขนข้างหนึ่งหล่นลงพื้นในทันที คนผู้นั้นถูกปิดปากเอาไว้แต่ร่างกายสั่นไหวด้วยความเ็ป กลิ่นของเสียที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่เหม็นจนคละคลุ้ง สายของโจรอีกห้าคนที่เหลือใบหน้าซีดขาว ต่างคิดไม่ถึงว่า แผนการการบุกปล้นของค่ายโจรถูกคนของเหมืองเกลือมองออกนานแล้ว พวกตนต่างหากที่เป็ฝ่ายหลงกลพาตนเองเข้ามาติดกับดัก คนของเหมืองเกลือโเี้อย่างยิ่งบอกฟันก็ฟันไม่รีรอแม้แต่น้อย
“บอกแล้ว ข้าบอก ข้าบอก” ผู้ที่ถูกมัดเอาไว้ห้าคนต่างส่งเสียงร้องอย่างพร้อมเพรียงแก่งแย่งกันเพื่อบอกแผนการบุกปล้นของค่ายโจร ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามแผนการของค่ายโจรก็ถูกรีดออกมาจนหมดสิ้น
“อาฉาง ขังพวกมันเอาไว้ ห้ามเืที่แขนมันเสีย พอเสร็จเื่แล้วค่อยจัดการในทีเดียว ข้าจะเข้าไปรายงานให้ นายน้อยทราบ”
เว่ยฉางพยักหน้ารับคำหันไปสั่งผู้คุ้มกันที่ติดตามมา ใช้สายตาส่งจางฉิงที่เดินเร่งร้อนไปทางเรือนพักของนายน้อยทั้งสาม
ซุนิฉวนยังไม่นอน ไฟในห้องหนังสือยังคงจุดเอาไว้ ภายในห้องมีหวงเหวิน หานฉีหรง เซี่ยเจียเหยียน เจียงผิงกับจางฉิงที่เพิ่งเดินเข้ามา ซุนิฉวนรับฟังสิ่งที่จางฉิงบอกเล่าอย่างตั้งใจ โจรูเาส่งคนเข้ามาเพื่อดูลาดเลาภายในเหมืองเกลือสิบคน มีสองคนหลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อวานคนที่หลบหนีออกไปสองคนเพื่อส่งข่าวสุดท้าย คืนวันมะรืนพวกโจรูเาจะลงมือบุกปล้นในยามจื่อ (เวลา 23.00 - 24.59 น)
สายโจรอีกหกคนจะเผาเรือนพักของตนเองเพื่อส่งสัญญาณบุกให้กับโจรที่ภายนอก เมื่อคนในเหมืองวุ่นวายอยู่กับการดับไฟ พวกโจรก็จะบุกปล้นเข้ามาเข่นฆ่าไม่ให้เหลือ
ซุนิฉวนคาดเดาว่า สายโจรที่เหลืออยู่คงไม่หลบหนีไปจนหมดแต่หากให้รอดูต่อไป เห็นจะช้าเกินไปจึงให้พวกจางฉิงเข้าไปจัดการกับสายโจรที่เหลืออยู่ ซุนิฉวนไม่ใช่คนโเี้แต่ก็มิได้มีเมตตาจนจะปล่อยให้ผู้อื่นหันอาวุธเข้าใส่ตนเองได้โดยไม่ทำอะไร ซุนิฉวนตัวจริงเองยังเสียชีวิตในเงื้อมมือของโจรที่ปล้นขบวนเดินทางของสกุลซุน ซุนิฉวนไม่มีกระใจจะสงสารพวกโจรร้ายเหล่านี้
แต่หากให้ซุนิฉวนเข้าไปชมดูพวกจางฉิงลงมือกับสายโจรทั้งหกคน ซุนิฉวนยังไม่เก่งกล้าถึงเพียงนั้น ทำได้แค่รออยู่ที่ห้องหนังสือกับพวกหวงเหวิน พอรับทราบแผนการของพวกโจรหมดแล้ว ซุนิฉวนจึงเริ่มวางแผนตอบโต้
“ส่งข่าวไปที่ค่ายทหาร ให้รอสัญญาณไฟจากในเหมืองก่อนจึงค่อยลงมือประสานเสริมกัน ท่านอาหวง ท่านกับฉีหรงให้เหล่าสตรีและเด็กหลบอยู่ที่โรงตัดเย็บ พวกผู้ชายที่พอต่อสู้ได้ให้เฝ้าระวังอยู่ด้านในพวกที่เหลือให้หลบอยู่ที่โรงต้มเกลือ กองกำลังของเหมืองทั้งห้าสิบคนแบ่งไปตามจุดต่าง ๆ ส่วนกับดักที่วางเอาไว้ให้ตรวจดูให้เรียบร้อย”
“ขอรับนายน้อย” เสียงผู้ที่อยู่ในห้องหนังสือกล่าวอย่างพร้อมเพรียง ซุนิฉวนลุกขึ้นยืนโบกมือให้ทุกคนไปพักผ่อน
“พวกท่านพักผ่อนให้เต็มที่ วันมะรืนพวกเรามีศึกหนักที่ต้องรับมือ”
กับดักม้าถูกวางอยู่ด้านหน้าทางเข้าเหลืองเกลือตามตำแหน่งที่คำนวณไว้ก่อน ปกคลุมไว้ด้วยกองฟาง หากดูแต่ไกลเพียงเห็นเป็กองฟางที่วางเอาไว้ ในยามค่ำคืนยิ่งยากที่จะมองเห็น บนหอระวังภัยสองแห่งที่ด้านหน้า มือธนูหอละสองคนพร้อมลูกธนูเกือบร้อยลูกตระเตรียมเอาไว้จนพร้อม ที่แนวกำแพงดินที่สร้างเสร็จแล้วด้านหนึ่ง มีคนเฝ้าหอธนูอยู่บนกำแพงราวสิบคน ที่ด้านล่างกำแพงหอกไม้ ก้อนดินก้อนหินลำเลียงมาวางเอาไว้ ที่ประตูทางเข้าเหมืองเกลือยังวางกำแพงไม้ที่ทำเป็ซี่แหลมดูน่าหวาดเสียวขวางกันไว้ด้านหน้า
กองกำลังของเหมืองเกลือมีอยู่ราวห้าสิบนาย ผ่านการฝึกฝนมาได้เพียงเดือนกว่า นี่ถือเป็การลงมือครั้งแรกของกองกำลังที่ฝึกออกมา นอกจากจางฉิง จางอวี้สองพี่น้องกับเว่ยฉางแล้ว เกรงว่าคนของกองกำลังที่ฝึกฝนขึ้นมายังไม่เคยเห็นเืมาก่อน วันนี้คือวันที่พวกโจรจะยกกำลังลงมาที่เหมืองเกลือ
หลังจากคนในเหมืองรับประทานมื้อเย็นตามปกติแล้ว ซุนิเย่ หวงเหวิน หานฉีหรงก็นำเหล่าเด็กสตรีเข้าไปพักรวมกันที่โรงตัดเย็บ คนแก่กับผู้ที่เป็กำลังรบไม่ได้เข้าไปหลบอยู่ที่โรงต้มเกลือ
ซุนิฉวนยืนมองท้องฟ้าที่มืดมิดโบกพัดจีบในมือ เหมืองเกลือจุดไฟในตอนกลางคืนที่หน้าประตูทางเข้าเป็ปกติ แต่จุดอื่น ๆ ในเหมืองเกลือมืดมิดจนมองเห็นไม่ชัด ยามนี้ใกล้จะถึงยามจื่อ (เวลา 23.00 - 24.59 น.) แล้ว
ซุนิฉวนพยักหน้าให้จางฉิงจุดกองไฟที่ก่อเอาไว้ด้านหนึ่งของเหมือง กองไฟลุกสว่างจ้า ไม่นานเสียงเอะอะที่นำโดยซุนิเจี๋ยกับเหล่าลูกสมุนก็ดังก้องไปไกล เสียงเอะอะโวยวายคล้ายในเหมืองมีเื่ชุลมุนยิ่งนัก หากฟังจากดูจากภายนอก เหมืองเกลือกำลังเกิดเพลิงไหม้จนเห็นไกลไปครึ่งท้องฟ้า คนในเหมืองส่งเสียงเอะอะฟังไม่เป็สำเนียง
แต่ซุนิฉวนยกยิ้มกำลังดูน้องชายวิ่งเคาะไม้ในมือ นำเด็กวัยเดียวกันวิ่งตามเป็ขบวนเหมือนกำลังวิ่งเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนานนัก สัญญาณไฟเริ่มขึ้นแล้ว กองกำลังของเหมืองเกลือรับรู้ว่าอีกไม่นานโจรูเากว่าร้อยจะบุกเข้ามา ถึงแม้ทุกคนจะเชื่อมั่นในแผนการของซุนิฉวน แต่ละคนก็ยังคงเขม็งตึงเครียดจนมือที่จับหอกไม้เอาไว้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เพียงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) เสียงฝีเท้าม้าหลายสิบตัวก็ดังฝ่าความมืดใกล้เข้ามาที่เหมืองเกลือ พวกโจรูเากระหยิ่มยิ้มย่องเข้าใจว่าการบุกปล้นครั้งนี้คงเป็เพียงการจับตะพาบในไหเหมือนในหลายครั้งที่ผ่านมา
ม้าเกือบสามสิบตัวเข้าใกล้หอระวังภัยห่างเพียงร้อยกว่าก้าว พวกโจรที่ถือดาบเดินเป็ขบวนตามหลังมามองฝ่าไปในความมืด เห็นแสงไฟลุกโชนอยู่หลังกำแพงดิน เสียงเอะอะที่อยู่ด้านใน มิได้ระวังกับดักที่วางอยู่ไม่ไกล
เสียงธนูดังควับ ควับ ในความมืด โจรที่บุกใกล้เข้ามาถูกลูกธนูยิง บ้างล้มคว่ำลงไปบ้างได้รับาเ็ส่งเสียงร้องดังก้อง โจรที่ขึ้นม้านำหน้ารับรู้ถึงความผิดปกติแต่ยังคงขับม้าไปเบื้องหน้า กลุ่มโจรยังคงเดินเข้าใกล้กำแพงดินที่มองเห็นรางเลือนในความมืด
“อะ มีกับดัก” ม้าตัวหนึ่งล้มคว่ำลง อีกหลายตัวที่อยู่ติดกันมีบางตัวสะดุดล้มจนผู้ที่ขี่อยู่หล่นลงมาได้รับาเ็ ม้าหลายตัววิ่งหนีไปในความมืดไม่รู้ทิศทางปล่อยให้คนที่ขับขี่นอนสับสนอยู่บนพื้น จนถูกกลุ่มคนที่ติดตามหลังมาเหยียบย่ำลงไป หลู่กังตื่นตระหนกแล้ว พอมองไปเบื้องหน้าแสงไฟสว่างพลันถูกจุดขึ้นมาบนแนวกำแพงดินสูงด้านหนึ่ง ธนูไม้หลายสิบอันโพล่ออกมาจากขอบกำแพง ยังไม่ทันที่หลู่กังจะส่งเสียงให้ผู้ที่ตามมาด้านหลังรู้ตัว ลูกธนูนับสิบก็พุ่งลอยมาเต็มท้องฟ้า
หลู่กังชักดาบปัดป่ายลูกธนูเป็พัลวัน ม้าที่หลู่กังขี่อยู่ถูกลูกธนูเข้าที่ส่วนหน้าจนยกเท้าคู่หน้าขึ้นเหนือพื้นดิน หลู่กังจับบังเหียนไว้จนสุดแรงพยายามบังคับม้าให้สงบนิ่งแต่สุดท้ายยังถูกม้าสะบัดหลุดลงมา ม้าหลายสิบตัววิ่งไปมาจนสับสน เสียงคนร้องโอดโอย หลู่กังไม่มีเวลาขบคิดว่าเหตุใดเหตุการณ์จึงกลับกลายเป็เยี่ยงนี้
หลู่กังปัดป่ายลูกธนู หันกลับหลังส่งเสียงะโ “ถอยพวกเราถอยก่อน มีกับดัก พวกเราหลงกลแล้ว”
ผู้ที่ได้ยินเสียงหลู่กังมีอยู่ไม่มาก ท่ามกลางกลิ่นคาวเืเสียงอันสับสน คนไม่กี่สิบที่ได้ยินคำสั่งให้ถอยวิ่งสวนออกไปด้านหลัง หลู่กังวิ่งหนีออกมาไม่ถึงอึดใจก็มองเห็น กองกำลังขี่ม้าฝ่าความมืดตั้งกำแพงมนุษย์รออยู่ ขัดขวางทางหนีของพวกโจรเอาไว้
“บุก อย่าให้พวกโจรหลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว”
คบไฟสว่างถูกจุดขึ้นในทันที ทหารสวมเกราะไม้ในมือถือหอกปลายแหลมตั้งท่าตระเตรียมลงมือ ทหารม้าที่อยู่ด้านหน้าชักดาบสีเงินส่งประกายวาววับ ม้าหลายสิบตัวพุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็ว พวกโจรที่หนีติดตามหลู่กังออกมายังไม่ทันได้ตั้งตัว ดาบยาวก็ฟันลงแย่งชิงชีวิตอันเลวร้ายของพวกโจรให้ดับสิ้นลง
โจรูเาไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้ามาในเหมืองเกลือแม้เพียงสักก้าวเดียวก็ถูกขับไล่ไปจนหมด กองกำลังทหารตั้งขบวนรอคอยพวกโจรที่หนีออกไป ท่ามกลางความมืดกลุ่มโจรที่ไม่เคยสู้รบกับกองกำลังที่แท้จริงมาก่อน ถูกสังหารไปเกือบหมด หลู่กังหัวหน้าโจรถูกสังหารโดยกองทหาร ซากศพถูกจับรวมกับกลุ่มโจรที่หนีมาด้วยกันจนแยกไม่ออก ถูกจับเป็อีกกว่าสามสิบคน ม้ากว่าสามสิบตัวถูกกับดักตายไปเพียงสิบกว่าตัว อีกยี่สิบตัวเตลิดหนีไปบ้าง แต่จางฉิงกับกองกำลังของเหมืองเกลือยังจับกลับมาได้สิบห้าตัว ทั้งยังเก็บดาบกระบี่ อาวุธที่พวกโจรนำติดตัวมาด้วยอีกไม่น้อย
จนเกือบรุ่งสาง กองกำลังทหารจากเมืองถานโจวก็นำพวกโจรสามสิบกว่าคนที่ถูกจับเป็ ผูกร้อยกับเชือกเดินเรียงรายเข้ามาที่ด้านในของเหมืองเกลือ ซุน ิฉวนยืนรอรับอยู่ที่ด้านใน ทหารสวมเกราะสีเงินดูเหมือนเป็ผู้นำของกองกำลังลงจากหลังมาเดินเข้ามา
“ท่านคือนายน้อยซุนกระมั่ง” นายทหารอายุราวสามสิบกว่าปี สีหน้าเที่ยงธรรมประสานมือคำนับ
ซุนิฉวนรีบเดินออกไปรับหน้าประสานมือกล่าว “เกรงใจไปแล้ว ไม่ทราบใต้เท้าคือ”
“ข้าแซ่หม่า เรียกว่าหม่าอิน เป็นายกองอยู่ที่เมืองถานโจว” นายทหารนายนั้นตอบ
ซุนิฉวนได้ยินชื่อหม่าอินก็นิ่งไป หม่าอิน คือชื่อของผู้นำแคว้นฉู่ในภายหลัง ตามประวัติศาสตร์ หม่าอินตั้งกองกำลังของตนเองอยู่ที่เมืองถานโจวก่อนจะย้ายไปที่หูหนานแต่แคว้นฉู่อยู่ได้ไม่นานพอหม่าอินสิ้นไปแคว้นฉู่ก็ถูกล้มล้าง แต่ชื่อหม่าอินไม่แน่ว่าจะเป็หม่าอินผู้นั้น ซุนิฉวนคิดว่ายังพอมีเวลาให้สืบหาเื่นี้เพียงแต่ตอนนี้ยังมิใช่เวลา
หม่าอินเห็นซุนิฉวนพอได้ยินชื่อตนเองก็ทำท่าทางแปลกไป มีใจสงสัยขณะกำลังจะถามไถ่ ซุนิฉวนก็เอ่ยวาจากลบเกลื่อน
“ที่แท้ใต้เท้าหม่า ลำบากใต้เท้ากับเหล่าทหารที่มาแล้ว”
โจรูเาถูกสังหารไปกว่าเจ็ดสิบคน จับเป็ได้กว่าสามสิบคนมีที่หนีรอดไปไม่เกินสามสิบคน คาดว่าคงหนีกลับไปที่ค่ายโจรบนูเาอย่างแน่นอน
หม่าอินติดตามซุนิฉวนเข้ามาที่ด้านในห้องหนังสือเพื่อหารือ
“ใต้เท้าหม่า เห็นว่าควรทำเช่นไร” ซุนิฉวนถาม
หม่าอินสังเกตดูซุนิฉวน นายน้อยซุนผู้นี้อายุยังไม่มากกลับกล้าต่อกรกับโจรูเา วางแผนล่อโจรลงมาสังหารทั้งยังกล้าที่จะขอกำลังทหารมาช่วยเหลือ กองกำลังของเหมืองเกลือแม้มิได้ไล่ล่าสังหารกลุ่มโจร แต่เป็กองกำลังทหารของหม่าอินที่เป็ผู้ลงมือ แต่ลูกธนูของเหมืองเกลือก็สังหารกลุ่มโจรไปไม่น้อย อีกทั้งกับดักม้าที่ทำขึ้นก็มีส่วนช่วยเป็อย่างมาก ซุนิฉวนอายุเพียงเท่านี้ก็มีความสามารถน่าตกตะลึง
ชื่อเสียงของเหมืองเกลือสกุลซุนเป็ที่กล่าวถึงอยู่ในเมืองถานโจว หม่าอินเคยได้ยินว่า นายน้อยสกุลซุนรับผู้อพยพไปหลายร้อยคนแบ่งเบาความหนักใจของชาวเมืองไปได้โข เพียงคิดว่าซุนิฉวนมีดีที่จิตใจเมตตาเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่ายังมีความสามารถด้านการวางอุบายเข่นนี้ด้วย เห็นทีหม่าอินคงต้องประเมินนายน้อยซุนผู้นี้เสียใหม่
“นายน้อยซุน ท่านเรียกข้าว่านายกองหม่าก็เพียงพอแล้ว คำว่าใต้เท้า ข้าไม่กล้ารับ”
“เคารพมิสู้ทำตาม เช่นนั้นรบกวนนายกองหม่าแล้ว” ซุนิฉวนกล่าว
“ข้าว่าเวลานี้ สมควรกำจัดโจรเหล่านี้ให้ราบคาบ ค่ายโจรูเาอยู่ไม่ไกล ผู้ที่หนีไปมีไม่กี่สิบคน” หม่าอินกล่าว
ซุนิฉวนหันไปมองจางฉิง จางฉิงพยักหน้าท่าทางเห็นด้วยกับที่หม่าอินกล่าว
“เช่นนั้นทำตามที่นายกองหม่าเห็นสมควรก็แล้วกัน ทหารที่าเ็ให้รั้งอยู่ก่อน ข้าจะให้จางฉิงนำคนของเหมืองเกลือร่วมขบวนไปด้วย”
“ประเสริฐ เช่นนั้นจัดการตามนี้ พวกเรารีบออกเดินทางก่อนที่พวกโจรจะตั้งตัวได้” หม่าอินลุกขึ้นประสานมือให้ซุนิฉวน นำกองกำลังทหารที่เหลือกับกองกำลังของเหมืองเกลือที่นำโดยจางฉิง เดินทางออกจากเหมืองเกลือไปที่ค่ายโจรบนูเาในทันที เหมืองเกลือได้ม้าจากพวกโจรมาสิบห้าตัว บวกกับที่เหมืองเกลือมีอยู่แล้วสี่ตัวขี่ติดตาม ม้าสามสิบตัวของหม่าอิน กองกำลังเดินเท้าวิ่งติดตามไปอย่างใกล้ชิด