ตอนที่ 16 ธงอันที่สามที่ถูกปัก
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
“สอบกลางเสร็จซะที่” เหล่านักเรียนพูดเป็เสียงเดียวกันหลังจากสอบกลางภาคเสร็จ
เมื่อสอบเสร็จก็จะมี่วันหยุดสั้นให้นักเรียนได้พักผ่อนก่อนฤดูร้อนจะหมดไป
พวกเพื่อนในห้องเรียนกำลังหารือเื่วันหยุด ทางโรงเรียนจะอำนวยความสะดวกให้
ถ้านักเรียนตกลงกันจะไปหยุดพักร้อนที่ไหนสักที่ ที่ท่องเที่ยวมากมายถูกเสนอออกมา
“ฤดูร้อนก็ต้องทะเลอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง” เพื่อนในห้องเสนอที่จะไปทะเล
“ฉันก็เห็นด้วย” เพื่อนในห้องหลายคนก็เห็นด้วย พวกเขาจึงตกลงกันจะไปทะเล
หัวหน้าเขียนเอกสารไปให้อาจารย์ประจำชั้น ทางโรงเรียนจะทำเื่ให้
“ทะเลงั้นเหรอ” แม็กม่ากำลังเดินกลับบ้านกับจิน่าและเรน ภาพในหัวของแม็กม่าเื่ทะเล
ก็คือภาพของทะเลสีเืที่ร้อนระอุในต่างโลก เขาแทบจะจำทะเลของโลกนี้ไม่ได้
“ฉันไม่ได้ไปทะเลั้แ่เด็กแล้ว อยากจะไปอยู่เหมือนกัน” จิน่าพูดขึ้น
“ทะเลอีกแล้วสินะ ไปบ่อยจนเบื่อเลยละ” เรน
ตอนที่อยู่ต่างประเทศได้ไปเที่ยวทะเลแทบจะทุกสัปดาห์
“งั้นเธอจะไม่ได้งั้นเหรอ” จิน่าถามเรนที่มีท่าทางเบื่อๆ เื่เที่ยวทะเล
“ตอบว่า” ไป” สิยะ” แมวสาวะโใส่เรนผ่านพลังจิต
“ไปอยู่แล้วน่า” เรนตอบตามที่แมวสาวบอก
“คิดว่าจะไม่ไปซะอีก คงต้องหาวิธีรับมือกับยัยนี้หน่อยแล้ว”
จิน่าร่างมืดกำลังวางแผนเื่ไปเที่ยวทะเล
“แล้วนายละแม็กม่า สนใจจะไปไหม” จิน่าถามแม็กม่าเื่จะไปเที่ยวทะเลไหม
“ก็น่าสนใจอยู่นะครับ” ก่อนที่จะตอบแม็กม่านึกภาพทั้งสองใส่ชุดว่ายน้ำ
นั้นทำให้เขาตอบตกลงที่จะไป และพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
เมื่อมาถึงบ้านแม็กส่าโทรไปหาจิน่าเื่อีฟที่เขาช่วยไว้เมื่อวาน
“โทษทีที่โทรมานะครับ เื่อีฟเมื่อวานเป็ยังไงบ้าง วันนี้ดูปกติแต่ก็ยังน่าเป็ห่วงอยู่”
แม็กม่าโทรมาหาจิน่าหลังตากถึงบ้านแล้ว
“ฉันคุยกับอีฟั้แ่เมื่อวานแล้ว เหมือนเธอจะออกจากองค์กรนักปราบปีศาจแล้ว
อาการก็ไม่น่าเป็ห่วง แต่คงมีแผลทางใจอยู่ฉันจะชวนเธอไปเที่ยวรอบนี้ด้วยละ
น่าจะช่วยให้อีฟดีขึ้นได้” จิน่าจะชวนอีฟให้ไปเที่ยวทะเลครั้งนี้ด้วย
“โอเคครับ งั้นแค่นี้นะครับ พ่อผมเรียกให้ลงไปแล้ว” แม็กม่าวางสายเพราะพ่อเรียก
เหมือนจะมีคนมาหาเขาตอนนี้รออยู่หน้าบ้าน แม็กม่าลงไปเปิดประตูรับแขก
“ไง มีเื่จะคุยด้วย ตามมาได้ไหม” เป็อีฟนั้นเองที่มาหาเขา เธอให้แม็กม่าออกมาคุยข้างนอก
“มีอะไรหรือเปล่า” แม็กม่าถามอีฟที่มีท่าที่แปลกๆ
“แค่จะมาขอบใจที่ช่วยไว้เท่านั้นแหละ ถ้าไม่ได้นายคงโดนหนักกว่านี้อีก
นายรู้เื่ที่ฉันออกจากองค์กรนักปราบปีศาจจากจิน่าแล้วสินะ”
อีฟพูดเื่ที่จิน่าบอกเขาตอนคุยกันผ่านโทรศัพท์
“ใช่ ถ้าให้เดาเธอคงโดนหมายหัวไว้ด้วยสินะ เื่ที่ฉันทำก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน
ฉันก็คงโดนหมายหัวไปด้วย “แม็กม่าเองก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาและอีฟ
“ถูกต้องฉันจะมาเตือนนายเื่คนขององค์กร พวกนั้นไม่ปล่อยนายไว้แน่ๆ
และเื่ที่สองก็คือ ฉันมาบอกลา ถ้ายังโดนหมายหัวก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัยหรอก
ฉันไม่กล้าไปบอกจิน่าตรงๆ ช่วยฝากไปบอกจิน่าทีนะ “อีฟกำลังจะออกไปจากเมืองนี้
“แย่จังนะ เอางี้ไหม ฉันจะไปถล่มไอ้พวกนั้นเอง เธอไม่ต้องไปไหนหรอก
ถ้าเธอไปคุณจิน่าคงเสียใจแย่เลย บอกมาที่ว่าสถานที่อยู่ไหน”
แม็กม่าคิดแผนขึ้นมาได้ และไม่อยากให้จิน่าเสียใจที่อีฟต้องจากไป
“จะบ้าเหรอ อีกฝ่ายมีเป็กองทัพเลยนะ แถมยังมีคนเก่งกว่าฉันตั้งหลายเท่า
อาจจะพอๆ กับนายเลยก็ได้ นายสู้คนเดียวไม่ไหวหรอก”
อีฟไม่เห็นด้วยที่แม็กม่าจะไปสู้กับคนทั้งกองทัพ
“ฉันเป็าาปีศาจอยู่แล้ว แค่กองทัพคนธรรมดาสู้ฉันไม่ได้หรอก บอกมาได้เลยว่า
ที่ตั้งขององค์กรอยู่ที่ไหน “แม็กม่ามีท่าทางที่มั่นใจอย่างมาก จนอีฟบอกสถานที่ตั้งไป
“เอ็นลงมานี่เร็ว จะไปด้วยไหม” แม็กม่าเรียกเอ็นให้ไปด้วย และถามอีฟว่าจะไปด้วยไหม
“นายจะทำอะไร มันอยู่ครึ่งโลกเลยนะ” อีฟสงสัยว่าแม็กม่าจะทำอะไร
“ยื่นมือมาเถอะน่า” แม็กม่าก็ยื่นมือให้อีฟมาจับ เธอก็ยื่นมือมาจับ
แมวสาวก็โดดลงมาจากหน้าต่างของห้องแม็กม่า เขาใช่พลังพาอีฟและแมวสาว
มายังอีกฟากของโลกได้ในพริบตาเดียว พวกเขาอยู่บนยอดตึกแห่งหนึ่ง
“บ้าน่า นายพาพวกเรามาถึงนครวาติกันได้ไง” อีฟยังไม่อยากจะเชื่อสายตา
ตอนนี้เธออยู่หน้าตึกขององค์กรนักปราบปีศาจ
“ตึกตรงหน้าใช่ไหมที่เป็สำนักงานใหญ่” แม็กม่าถามอีฟที่น่าจะรู้ข้อมูลที่นี่มากที่สุด
“ใช่ นายจะทำยังไงต่อ” อีฟ เธอยังสงสัยอยู่ว่าแม็กม่าจะทำอะไรต่อ
“ก็เดินเข้าไปตรงๆ เลยไง จะไปด้วยไหม” แม็กม่าะโลงจากยอดตึกโดยอุ้มอีฟไปด้วย
แมวสาวก็ะโตามลงมา แม็กม่าพาอีฟเดินเข้าไปในตึกที่อีฟบอก
“พวกเธอจะไปไหนนะ นี่เป็เขตหวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเข้าได้”
ยามหลายคนเข้ามาขว้างเอาไว้ แต่แม็กม่าใช้สายตาสะกดพวกเขาได้ทุกคน
ไม่มีใครจะกล้าเข้าไปห้ามอีกสักคน พวกเขาเดินเข้ามาด้านในได้ง่ายๆ
มีนักปราบปีศาจจำมากอยู่ที่นี่ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีฝีมือระดับสูง แม้จะไม่เก่งเท่าอีฟ
แต่ก็ถือว่ามีฝีมือในระดับหนึ่ง นักปราบปีศาจหันมาผู้มาเยือน
หนึ่งในนั้นเป็แมวที่เรียกสายตาของนักปราบปีศาจได้ทุกคน พวกเขาจ้องไปยังแมวสาว
พวกนักปราบปีศาจรู้ได้ทันทีว่านั้นคือปีศาจ พวกเขาตั้งท่าพร้อมโจมตีใส่แมวสาว
แม็กม่ากระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว ทุกคนในตึกต่างหยุดทุกอย่างและหันมาสนใจในตัวเขา
มีชายคนหนึ่งเดินมาหาพวกแม็กม่าและพาไปยังห้องห้องหนึ่ง
“ใจเย็นครับ มีคนกำลังรอพวกคุณอยู่ เชิญด้านในเลย”
ชายในชุดสูทมาดเนี้ยบเดินมาหาแม็กม่าและพาไปยังห้องห้องหนึ่ง
แม็กม่า อีฟและแมวสาวจึงได้เดินตามชายมาดเนี้ยบคนนั้นไป ประตูห้องได้เปิดออก
มีชายสูงวัยนั่งรอพวกเขาอยู่ในห้อง แม้แต่อีฟก็ยังไม่รู้จักชายคนนี้
แม็กม่าได้สบตากับชายสูงวัย ทันทีที่สบตาก็รู้ได้ทันทีว่าชายสูงวัยมีบางอย่างเหมือนกัน
“คุณเคยไปโลกไหนมางั้นเหรอครับ” แม็กม่าถามชายสูงวัยตรงหน้า
นั้นทำให้อีฟและแมวสาวใทันที
“โลกไหนงั้นเหรอ มันก็นานมากแล้วละ น่าจะตอนฉันอายุพอๆ กับเธอนั่นแหละ นั่งลงก่อนสิ”
ชายสูงวัยตอบกลับ และให้ทั้งสามนั่งลงคุยกันก่อน
แท้จริงแล้วชายคนนี้เคยไปต่างโลกแบบเดียวกันกับแม็กม่าแต่เป็คนละโลกกัน
“ตอนนั้นฉันยังวัยรุ่น ฉันได้เจอกับเทพธิดาองค์หนึ่ง เธอใส่ชุดสีขาวสวยงาม
เธอบอกให้ฉันเป็ผู้กล้าและจัดการาาปีศาจให้ได้ ถ้าทำได้เธอจะส่งฉันกลับโลกเดิม
ซึ่งฉันก็ทำมันได้สำเร็จ พอกลับมาถึงโลกเดิมฉันก็ยังเจอปีศาจอยู่ ฉันจึงคิดแผนขึ้นมา
และฉันก็เริ่มสร้างองค์กรนักปราบปีศาจ เพื่อค่อยเก็บกวาดปีศาจและค้นหาคนที่เป็เหมือนฉัน
แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็อีกคนจะเป็าาปีศาจที่อยู่ฝั่งตรงข้าม”
ชายชราพูดสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอตอนที่เขายังเป็วัยรุ่น
“เื่ของผมก็เหมือนของคุณนั่นแหละแค่อยู่ตรงกันข้าม ผมอยากให้คุณช่วยสักหน่อย
ถ้าคนของคุณยังตามลำคว้านพวกเราไม่เลิก ผมจะถล่มที่นี่ให้หายไปเลย”
แม็กม่าขู่กับชายสูงวัยตรงหน้าโดยไม่ได้กลัวชายตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ฉันต้องกลัวงั้นสินะ” ชายสูงวัยตรงหน้าเองก็ไม่ใช่คนธรรมดา
แม้จะอายุเยอะแต่ผู้กล้าก็คือผู้กล้า พลังของเขายังคงเท่าเดิมเหมือนตอนยังหนุ่มๆ
พวกของาาปีศาจและพลังของผู้กล้าได้ปะทะกัน สายลมอันรุนแรงพัดข้าวของจนกระจุย
ในห้องขนาดใหญ่ราวกับมีพายุกำลังจะก่อตัวขึ้น
“แค่ผู้กล้าเอาชนะผมไม่ได้หรอก กองทัพผู้กล้าในต่างโลกก็โดนผมเชือดทิ้งหมดแล้ว
ผู้กล้าแค่คนเดียวไม่มีทางเอาชนะผมได้” เหมือนว่าพลังของแม็กม่าจะมีมากกว่า
ชายสูงวัยเพิ่งจะเคยเห็นพลังที่เหนือกว่าเป็ครั้งแรก คำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นถูกต้อง
พลังของชายสูงวัยไม่สามารถเอาชนะเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลย
“ถ้าไม่ตกลง ผมจะเป่าเมืองนี้ให้หายไปเลยก็ได้” แม็กม่าพูดกลับชายสูงวัย
ซึ่งชายสูงวัยก็มองไปยังั์ตาของเด็กหนุ่มก็รู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
“ก็ได้ พวกเราจะเลิกยุ่งกับพวกเธอ” ชายสูงวัยไม่มีทางเลือก
ชีวิตประชาชนนั้นสำคัญกว่าศักดิ์ศรี แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าก็พูดสิ่งที่เขาไม่คาดคิด
“เราไม่ได้เป็เพื่อนกัน แต่ก็ไม่ได้เป็ศัตรูกัน ถ้ามีปัญหาก็โทรเรียกให้ผมช่วยได้เลย”
แม็กม่าเขียนเบอร์โทรทิ้งไว้ให้ชายสูงวัย ตัวแม็กม่าเองก็ไม่ได้จะมาสร้างศัตรูแต่อย่างใด
ทั้งสามเดินออกจากตึกโดยไม่มีเื่เพิ่ม
“ขอบใจนะ” อีฟพูดกับแม็กม่าเื่ที่ช่วยเธอเอาไว้
“ไม่เป็ไรหรอก กลับบ้านดีกว่า” แม็กม่ายื่นมือให้อีฟจับเพื่อกลับบ้าน
แม็กม่าใช้พลังของตัวเองส่งพวกเขากลับไปยังหน้าบ้านของแม็กม่า
พวกเขาได้มาถึงหน้าบ้านอีกครั้ง พ่อแม่ของแม็กม่าก็กำลังเดินออกมาดูด้านนอก
“แม็กม่าคุยกับเพื่อนนานจัง เดินออกไปดูลูกหน่อย” แม่ของแม็กม่าชวนคุณพ่อออกไปดูลูก
“ขอบใจนะ” อีฟยังพูดขอบใจแม็กม่าอีกครั้ง อีฟนึกย้อนไปตอนที่แม็กม่าช่วยเธอในครั้งนั้น
เธอตื่นขึ้นมาบนเตียงในห้องของจิน่า จิน่าได้เล่าเื่ที่แม็กม่าไปช่วยเธอเอาไว้
ความรู้สึกดีเริ่มก่อตัวขึ้นั้แ่ตอนนั้น แถมตอนนี้ยังได้เขามาช่วยไว้อีก
เป็เหมือนการตอกย้ำความรู้สึกดีๆ ให้ดีขึ้นไปอีก
“เธอพูดแล้วไม่ต้องพูดซ้ำหรอก” ก่อนที่จะได้พูดต่อ อีฟได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา
เป็่เวลาเดียวกันที่พ่อและแม่ของแม็กม่าได้เปิดประตูออกมา
เธอกำลังจะจูบที่แก้มของแม็กม่า แม็กม่าเองที่ยังปรับอารมณ์ไม่ทันก็ยังไม่รู้ตัวว่าจะทำยังไง
พ่อแม่ก็เดินออกมาเห็นั้แ่อีฟกำลังจูบแก้มแม็กม่า จนอีฟหันไปเห็นพ่อแม่ของแม็กม่าพอดี
“ไม่ใช่นะคะ มันเป็เื่เข้าใจผิด” อีฟพยายามแก้ตัวกับพ่อแม่ของแม็กม่า
แม็กม่าเองก็พึ่งรู้สึกตัวว่าพ่อแม่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่พ่อแม่ก็ปิดประตูกลับเข้าไปในบ้านแล้ว
“ฉันกลับก่อนนะ” อีฟรีบขอตัวกลับบ้าน แม็กม่าเองก็รีบเข้าไปคุยกันพ่อแม่
“ตะกี้พ่อแม่เห็นอะไรไปบ้างเนี่ย” แม็กม่ารีบวิ่งเข้ามาด้านในบ้าน
“ั้แ่แรกเลย แกนี้ไฟแรงใช้ได้เลยนะ ชอบสาวลูกครึ่งสินะ”
พ่อพูดชมลูกตัวเองที่จีบสาวลูกครึ่งได้
“แล้วหนูเรนละ แม่คิดว่าลูกจะชอบหนูเรนซะอีก แบบตอนเด็กๆ ไง”
แม่คิดว่าแม็กม่าจะชอบเรนแบบตอนเด็กๆ
อีฟที่กำลังวิ่งกลับบ้านอยู่ก็นึกขึ้นได้ว่า จิน่าก็ชอบแม็กม่าอยู่ เธอไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อเจอหน้าจิน่า
“แล้วฉันจะพูดกับจิน่ายังไงละ” อีฟเริ่มเข้าใจถึงความรู้สึกตัวเองมากขึ้น
“แย่ละสิ รู้สึกไม่ดีเลย เหมือนจะมีเื่ให้ปวดหัว” จิน่าร่างมืดััได้ถึงอะไรบางอย่าง
“ฉันก็ด้วย” จิน่าร่างสว่างเองก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่จิน่าตัวจริงไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย
มือถือของจิน่าดังขึ้น มีคนโทรเข้ามาหาเธอ อีฟนั้นเองเธอโทรไปนัดให้จิน่าออกมาหา
ทั้งสองได้มาพบกันที่ร้านสะดวกซื้อ อีฟได้พูดอย่างเปิดใจกับจิน่า พวกเธอเป็เพื่อนกัน
อีฟไม่อยากจะปิดปังอะไรจิน่า แต่เธอต้องถามบางอย่างกับจิน่าก่อน
“เธอชอบแม็กม่าใช่ไหม จิน่า” อีฟถามคำถามสำคัญกับจิน่า
“เอ๊!! เธอรู้งั้นเหรอ” จิน่าใที่อีฟรู้ว่าเธอชอบแม็กม่า
“สรุปว่าจริงสินะ” อีฟพูดพร้อมจิน่าที่พยักหน้าตอบ
“ฉันเองก็ด้วย ฉันก็ชอบเขาแต่ไม่อยากจะเสียเพื่อนอย่างเธอไป”
อีฟพูดออกไปตามตรงความรู้สึกของเธออาจจะทำให้เสียเพื่อนดีๆ อย่างจิน่าไป
จิน่าเหมือนจะช็อกไปสักพัก แต่เมื่อรับรู้ความรู้สึกของอีฟก็เข้าใจเธอ
“ไม่เป็อะไรหรอก ยังไงพวกเราก็เป็เพื่อนกันอยู่ดี” จิน่าเข้าไปกอดอีฟที่ร้องไห้อยู่
“ให้ตายสิ แค่คนเดียวก็หาวิธีรับมือลำบากอยู่แล้วนะ นี่ยังจะหาเพิ่มอีกเหรอ”
จิน่าร่างมืดบ่นเื่แม็กม่าที่หาผู้หญิงมาเพิ่มอีก
“เอาน่า ฉันก็เข้าใจความรู้สึกอีฟนะ” จิน่าร่างสว่างดูเข้าใจอีฟมากกว่าจิน่าร่างมืด
******************จบตอนที่ 16*******************