จุมพิตมังกร

    16 ฉันเก่งต่างหาก

    “ฉันเก่งต่างหาก เก่งบวกเฮงไง”    พร้อมกับยื่นมือไปบิดแก้มยุ้ย ๆ ของน้องชาย  อาซันเอี้ยวหน้าหนี   

    “ใครว่า   พี่เหวินซิ่วเก่งกว่าต่างหาก”    อาซันเถียง   เหวินซิ่วกระแอม อาซันจึงหยุด  นั่งตัวตรงเมื่อเหวินซิ่วแจกไพ่รอบใหม่  พวกเขาเล่นจนเห็นว่าชิงหลินทำตาปรือ   เหวินซิ่วจึงบอกเลิกเล่น  เขาพาอาซันออกจากห้องปล่อยให้ชิงหลินได้พักผ่อน  อาซันจึงเข้าไปขลุกอยู่กับเหวินซิ่วที่ห้องของเขาแทน  จนเผลอหลับไปอีกคน  ๰่๭๫นี้เหวินซิ่วจึงถือโอกาสนั่งทำงานของเขา

    “พี่รอง !  เมื่อไหร่จะกลับมาซะที”  เสียงของเหวินหลงแง้ว ๆ มาตามสาย  

    “รู้ไหม  พ่อจะให้ยัยเหม่ยอิงมาช่วยติวหนังสือให้ผมน่ะ  ซวยๆๆ ๆ  พี่รอง  ช่วยคุยกับพ่อให้ที นะๆๆๆ” 

     เหวินซิ่วเดินเข้าห้องปิดประตูเพื่อเสียงจะได้ไม่รบกวนอาซันที่นอนหลับตรงโซฟาด้านนอก   เขาหัวเราะเหวินหลงน้องชายคนสุดท้อง  จะว่าสุดท้องก็ไม่เชิงพวกเขายังมีน้องชายเล็กๆ ต่างแม่ อยู่ อีกคน  อายุอ่อนกว่าอาซันสักสองปีได้

    “แกไปแกล้งอะไรเขาอีกล่ะทีนี้”  เสียงน้องชายเขาชะงักกึก !   รู้ได้ยังไงฟ่ะ ใครคาบข่าวไปบอกพี่ชายเขาที่อยู่อีกซีกโลก   

    “ไงล่ะเงียบเสียงเชียว”  เสียงเหวินซิ่วสำทับ  

     เหวินหลงนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่เขาแกล้งให้คนจับตัวเหม่ยอิงไป   กลายเป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่ขึ้นมาเมื่อพ่อเขารู้ว่าเหม่ยอิงไม่ได้กลับบ้าน  พ่อสั่งค้นหาตัวเหม่ยอิงให้ควั่กทั้งเมือง    จนรู้ว่าเขาเป็๞คนสั่งให้จับยัยนั่นไปไว้ที่โกดังต่อเรือของพี่ใหญ่   พ่อตามมาเอาเ๹ื่๪๫เขาและสั่งทำโทษ   ต่อไปนี้เขาจะต้องทำตามคำสั่งยัยเด็กแหย่หน้าซีดนั่น   แล้วยังต้องให้ยัยนั่นติวหนังสือให้เขาอีก   แล้วถ้าเกิดต้องเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันเขาไม่ซวยตายหรือ ที่ต้องเห็นยัยนั่นทุกวัน  แค่นี้เขาก็เกลียดจะแย่อยู่แล้ว   แม่ก็ไม่ช่วยเขาเห็นดีเห็นงาม   แล้วยังรักและเอ็นดูยัยเด็กเหม่ยอิงนั่นมากขึ้นไปอีก  ถึงขนาดเตรียมจัดห้องให้ยัยเด็กนั่นด้วยตัวเอง 

    “เปล่านี่ ผมแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง  ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ซะหน่อย” 

    “ขนาดจับเขาไปขังไว้เป็๞วันๆ เนี่ยนะ”

    “โธ่พี่รอง” น้องชายโอด  “เอะพี่รู้ได้ไง ใครบอกพี่”   

     เหวินหลงเดินอยู่กลางสนามหญ้า   สายตาเขาก็เหลือบเห็นรถที่แล่นเข้ามาจอด   ยัยเหม่ยอิงหน้าจืดมาถึงแล้ว  เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน 

     “พี่ช่วยพูดกับพ่อให้หน่อยนะ  ผมเหลือพี่อันเป็๲ที่รักเพียงคนเดียวแล้ว พี่ใหญ่ก็ไม่ช่วยผม  แถมยังเป็๲คนเสนอเ๱ื่๵๹นี้ให้พ่อด้วย  พี่รอง ง ยัยนั่นมาถึงแล้ว”  เสียงน้องกระเส่า เร่งรัดให้เขารับปากช่วย  

      เหวินซิ่วหัวเราะ  ถ้าเขาอยู่ใกล้ ๆ เหวินหลงจะต้องเกาะแขนเขย่า ๆ หรือไม่ก็ลงทุนเกาะขาเขาเลยทีเดียว  เหวินหลงทำได้ทุกอย่างแหละ เพื่อความเอาแต่ใจของเขา และเขาก็เป็๞อย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ด้วยอายุที่ห่างไกลจากเขาและพี่ใหญ่มาก  เหวินหลงจึงกลายเป็๞น้องเล็กที่น่ารักและใครๆ  ก็ให้ความเอ็นดูจนเหลิง   พ่อเขา กว่าจะคิดได้ก็ตอนที่เหวินหลงโต จนเกือบจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนั่นแหละ

    “พี่คงช่วยอะไรไม่ได้หรอก แกทำตัวเอง ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่งนี่นา”

     “ใจร้าย ใจร้ายที่สุด  ผมจัดการเองก็ได้  นึกแล้วว่าพี่รองก็เหมือนพี่ใหญ่นั่นแหละ” เหวินหลงกดปิดโทรศัพท์ใส่พี่ชาย  จ้องร่างบอบบางของเหม่ยอิงเป็๞ประกาย   ร่างที่กำลังเดินขึ้นตึกชะงักกึก !  หดหัวลง หน้าซีด   เมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินตรงมาที่เธอ 

    “ยัยลูกเป็ดหน้าซีด”  เหวินหลงเปิดฉากเกเรทันที  เปลี่ยนจากเหวินหลงคนเมื่อครู่ราวกับเป็๲คนละคน เหม่ยอิงก้มหน้างุด ขณะที่เหวินหลงชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ 

    “ไหน ขนอะไรมาซะเยอะแยะขนาดนี้”  เหวินหลงกระชากกระเป๋าหลุดจากมือน้อย ๆ ของเหม่ยอิง   

    “ทำอะไรน่ะ”  เสียงตวาดดังคับตึกทำเอาเหวินหลงยืนค้างอยู่ท่านั้น  ก่อนจะขึงตาใส่เหม่ยอิงที่เงยหน้ามองเขา ที่ยืนจังก้าอยู่ที่ประตูหน้าตึกด้านหลัง   และมองหน้าเขา    เหวินหลงหันกลับไปทางบิดา 

    “เอ่อ...ผมแค่มาต้อนรับเหม่ยอิงน่ะฮะพ่อ   นี่ยังอุตสาห์ช่วยถือกระเป๋าให้ด้วย  ใช่ไหมจ๊ะเหม่ยอิง ง..”   เขากัดฟันทำเสียงสูงเหล่มองเหม่ยอิง   

    “อะ เอ่อ คะ ค่ะ” เหม่ยอิงรับคำก้มหน้ามองพื้น 

    “ขอให้มันจริงเถอะ เหม่ยอิง มาฉันจะพาไปดูห้อง ส่วนแกก็ถือกระเป๋าตามมา”  เหวินหลง กัดกรามกรอด ทีพูดกับยัยเหม่ยอิงละทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างโน้นอย่างนี้ ทีพูดกับเขาตวาดเอา ๆ  เชอะ !  กระเป๋าบ้าอะไรเบายังกับขนนก !  เหวินหลง ยกกระเป๋าขึ้นมองดู แล้วใบหน้าเขาก็ขรึมลง  เดินตามหลังบิดากับร่างหงอๆ ของเหม่ยอิงขึ้นชั้นบนไปโดยไม่พูดอะไร  พอถึงห้อง ก็เหวี่ยงกระเป๋าโครม ! ลงไปบนเตียง  จนบิดาเขาหันมาทำตาเขียวใส่  

    “เอ้ แกนี่  ให้เกียรติเหม่ยอิงเขาบ้าง เขาจะมาช่วยติวหนังสือให้แกนะ หัดสำนึกบุญคุณเขาหน่อย”

     “เหอะ !  น้ำหน้า อย่างยัยนี่นะ จะกล้ามาติวหนังสือให้ผม ฝันไปเถอะ”   เหวินหลงออกฤทธิ์ กอดอก หลังผิงขอบประตู  เชิดหน้าแสดงแววตาเหยียดหยามเหม่ยอิงเต็มที่  พ่อเขาส่ายหน้า หันไปถามลูกสาวนอกไส้ว่าห้องสวยไหม แล้วก็บอกว่ามีอะไรขาดเหลือก็บอกจะจัดการให้   

    “ก่อนอื่นนะพ่อหาเสื้อผ้าที่มันโป๊ ๆ หน่อยให้ยัยนี่ ใส่ชุดอะไรทั้งเก่าทั้งเชย” เหวินหลงว่า เดินลงส้นบึงปัง สะบัดหน้าออกไป    

    “เฮ่ย ! ไอ้ลูกคนนี้ ปากมันหยั่งงี้แหละเหม่ยอิงไม่ถือพี่เขานะลูก ไหนดูสิ อืมเดี๋ยวพ่อให้เลขาไฉ่มาจัดการเ๹ื่๪๫ส่วนตัวต่าง ๆ ให้หนูนะ”   เหวินคังบอกแก่ใบหน้าซีด ๆ ของเหม่ยอิง  นึกสงสารเด็กสาวจับใจถึงไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูก 

     “ขอบพระคุณท่านที่กรุณาค่ะ”  เหม่ยอิงก้มหัวคำนับประธานเหวินคัง

    “เฮ่ย ! ไม่ต้อง ๆ  คนกันเองแท้ ๆ  เอาล่ะหนูพักผ่อนเถอะ”  ร่างสูงหนาของชายสูงวัยหายออกจากห้องไป  ปล่อยให้เหม่ยอิงทิ้งตัวลงนั่งกับขอบเตียงอย่างหมดแรง นี่เธอจะต้องอยู่ชายคาเดียวกันกับเหวินหลงจริง ๆ หรือ เขาเกลียดเธออย่างกับกิ้งกือ  คำก็ด่าสองคำก็ด่า  เหม่ยอิงยังหวาดกลัวเขาไม่หายที่เขาลากเธอไปขังไว้ที่อู่ต่อเรือ  เหม่ยอิงไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำกับเธอถึงขนาดนั้น  คนบ้าอะไร  เธอผิดอะไรนักหนาที่เกิดมาเป็๞ลูกติดเมียน้อยของพ่อเขา ทีกับชุนไม่เห็นเขาแสดงท่าทีรังเกียจสักนิด มีแต่คอยตั้งแง่เอากับเธอ  

    “คุณหนู” เลขาไฉ่ เลขาส่วนตัวของท่านประธานเหวินคังเข้ามาใกล้  ท่านมีเลขามากมายจนเธอไม่รู้ว่าพวกเขามีหน้าที่อะไรกันบ้าง  เหม่ยอิงรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมา    เลขาไฉ่เป็๲คนแก่ใจดีคนหนึ่งของที่นี่

    “หิวไหมครับ   เดี๋ยวดื่มน้ำชาและขนมเล่นไปก่อนครับ ”  เด็กรับใช้ยกถาดมาเสริ์ฟ  และคนอีกสามคนเข้ามา พวกเขาวัดตัวเธอจับหมุนซ้ายหมุนขวา  เลขาไฉ่บอกว่าพวกเขาเป็๞ช่างตัดเสื้อมาวัดตัวเพื่อตัดชุดให้เธอ 

    “พรุ่งนี้คุณจะได้มีชุดใหม่ไว้จัดการนายน้อยยังไงล่ะครับ”  เลขาไฉ่พูดติดตลก

    “ อ้อ  ท่านประธานจะให้คนไว้ค่อยรับมือนายน้อยอีกโหลหนึ่ง  คุณหนูอยากจะให้พวกเขาจัดการนายน้อยยังไงก็ย่อมได้เพื่อให้นายน้อยยอมติวหนังสือกับคุณ”  เลขาไฉ่บอก หน้าซีดๆ ของเหม่ยอิงก็แดงขึ้น เธอทำตาโต ไม่อยากเชื่อ  

    “จริงครับ  เดี่ยวท่านประธานกับคุณผู้หญิงก็จะไปฉลองวันสมรสกันที่ฮาวาย   บ้านนี้ก็จะมีแค่คุณหนูกับนายน้อยสองคนแล้วก็ผู้ช่วยของคุณหนู  ส่วนคนของนายน้อยถูกสั่งให้คอยคุ้มครองนายน้อยแต่ไม่ให้ขัดขวางงานของคุณหนู  อยากจะเอาคืนก็รีบฉวยไว้นะครับ”   เสียงเลขาไฉ่ยังดังมาอีก