“ครั้งนี้มู่เฉินก็ได้ที่หนึ่งอีกแล้ว ดูท่าว่าทุนการศึกษาระดับประเทศในครั้งนี้เ้ามู่เฉินคงคว้าไปอีกตามเคย” ภายในห้องสมุด นักศึกษาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
“ฉันได้ยินว่าเขาได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วย”
“นี่นับเป็อะไรได้ ในการแข่งขันสร้างโมเดลของนักศึกษาสหวิทยาการก่อนหน้านี้ เขาก็ได้รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลก”
“ฉันได้ยินว่าเขาเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ ได้รับรางวัลทัวริง[1] คุณค่าของรางวัลนี้น่าทึ่งมากเลยนะ”
“ว่ากันว่าเขายังยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไปแล้วสามใบ”
“จะมีคนที่มีพร์แบบนี้ได้ยังไงกัน”
“มีตรงไหนให้น่าทึ่งกัน ก็แค่เด็กเนิร์ดคนหนึ่งเท่านั้น ฉันว่านะ ให้ไข่ไก่เขาหนึ่งฟอง เขาอาจจะแกะเปลือกไม่ได้ด้วยซ้ำ คนแบบนี้ก็แค่ทำข้อสอบเก่งเท่านั้นแหละ พอไปอยู่ในสังคม เดี๋ยวเขาก็จะรู้ถึงความเลวร้าย”
“ก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกนะ ฉันได้ยินมาว่ามู่เฉิน เ้าหมอนี่ทำอาหารเป็ แถมยังฝีมือไม่เลวด้วย”
“ไม่น่ามั้ง มู่เฉินยังทำอาหารเป็ด้วยเนี่ยนะ เขาไม่ได้เอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มให้กับการเรียนหรอกเหรอ”
“ไม่นะ! ฉันได้ยินรูมเมตของมู่เฉินบอกว่า เ้าหมอนี่ชอบอ่านนิยาย ใช้เวลาอ่านนิยายเยอะมาก”
“เอาเวลาไปอ่านนิยายตั้งมากมายขนาดนั้น ผลการเรียนยังออกมาดีอีก จินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ”
“จะมีคนมีพร์แบบนี้ได้ยังไง คนแบบนี้ สมควรโดนฟ้าผ่า!”
“นั่นสิๆ คนแบบนี้อยู่บนโลกจะส่งผลกระทบต่อความปรองดองในสังคม สมควรโดนฟ้าผ่าทิ้งไปซะ”
...
มู่เฉินนอนอยู่บนเตียง มองดูฝ้าเพดานอย่างเงียบๆ เมื่อครู่นี้เขายังอยู่ในหอพัก กำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านนิยายเล่มหนึ่ง ครู่ต่อมา เขาก็ถูกฟ้าผ่ามาโผล่ที่นี่แล้ว
ความทรงจำมากมายที่ปรากฏขึ้นในหัวได้บอกมู่เฉินว่า เขาทะลุมิติแล้ว
เรียกได้ว่า คนนั่งอยู่ในห้องดีๆ หายนะก็ตกลงมาจากฟากฟ้า มู่เฉินให้ตายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ตนไปล่วงเกินเทพเซียนองค์ไหน ทำไมถึงถูกฟ้าผ่าจนทะลุมิติมาโผล่ที่นี่ได้
“คุณชาย คุณชาย ท่านตื่นแล้วหรือขอรับ” เด็กรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาถาม
“ฉีซื่อ ออกไป ให้ข้าอยู่อย่างสงบหน่อย”
“คุณชาย วันนี้าาหมาป่าสามตาตัวหนึ่งจะลงสู้ที่สนามประลองอสูร ท่านจะไปดูไหมขอรับ”
“ออกไป” มู่เฉินตะคอกอย่างเ็า
ฉีซื่อมองมู่เฉินอย่างละเอียดสองสามที แล้วเดินออกไปอย่างเศร้าซึม
“...”
“คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ฉีซื่อก็โดนไล่ออกมา ปกติคุณชายให้ความสำคัญเขาที่สุด”
“ดูท่าทางครั้งนี้คุณชายจะโกรธคุณชายจวงอวี๋น่าดู แม้แต่สนามประลองอสูรก็ไม่ไปแล้ว”
“เป็ครั้งแรกที่คุณชายจริงจังกับคนคนหนึ่งขนาดนี้ สุดท้ายก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ช่างน่าสงสารเหลือเกิน”
“ข้าว่านะ แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุทรา คุณชายจวงอวี๋ผู้นี้ดูเหมือนจะเป็พวกรับมือยาก คุณชายล้มเลิกน่าจะดีกว่า”
“จวงอวี๋ก็แค่หน้าตางดงามนิดหน่อยไม่ใช่หรือ มีอะไรเลิศเลอกัน!”
...
มู่เฉินถอนหายใจเบาๆ คราหนึ่ง ฟังบทสนทนาของข้ารับใช้ทั้งสองอย่างไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
หลังจากทะลุมิติมา มู่เฉินได้หลอมรวมกับพลังิญญาของเ้าของร่างเดิม พลังการได้ยินของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าในทันที จนกระทั่งได้ยินการสนทนาของข้ารับใช้สองคนอย่างชัดเจน
มู่เฉินลูบหน้าผากเบาๆ ค่อนข้างน่าเศร้าที่เขาพบว่า เขาไม่เพียงแต่ทะลุมิติ แต่ยังทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งที่เขากำลังอ่านอยู่
นิยายเล่มนี้ บรรยายถึงการผงาดขึ้นมาของนายเอกดอกบัวขาว[2]คนหนึ่ง นายเอกดอกบัวขาวคนนี้พื้นเพธรรมดา หน้าตาโดดเด่นเหนือผู้คน ไร้เดียงสาและจิตใจดี ดึงดูดให้ผู้ชายบุกน้ำลุยไฟเพื่อเขาคนแล้วคนเล่า
ผู้ชายที่ถูกดึงดูดเหล่านี้โดยทั่วไปมีจุดจบสองประเภท คนที่เงื่อนไขดีเยี่ยม ก็เก็บเข้าฮาเร็ม ส่วนคนที่เงื่อนไขไม่ดีพอ ก็กลายเป็ตัวรับะุ[3]
โชคไม่ดีนัก ตอนนี้คนที่มู่เฉินทะลุมิติมาอยู่ในร่าง คือหนุ่มเ้าสำราญผู้ไร้ความรู้ไร้ความสามารถ หลงละเลิงบ้าตัณหา ไม่ขยันทำงานทำการเพื่อความก้าวหน้า อาศัยแต่บารมีบรรพบุรุษ ขยันทำแต่เื่เลว คนประเภทนี้ ไม่เป็ตัวรับะุก็เหมือนเนรคุณผู้ชมแล้ว!
เชิงอรรถ
^ รางวัลทัวริง (Turing Award) เป็นรางวัลที่สมาคมเครื่องจักรคำนวณหรือ Association for Computing Machinery (ACM) มอบให้บุคคลที่สร้างผลงานโดดเด่นและเป็นประโยชน์อย่างมากในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์^ คำสแลงในอินเทอร์เน็ต ใช้เปรียบเปรยคนที่ภายนอกทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ที่จริงมีพฤติกรรมมัวหมอง คิดแต่เรื่องไม่ดีงาม^ อุปมาว่า ทหารในสนามรบที่วิ่งเข้าไปพลีชีพอย่างไร้ค่า