บทที่24 พลังปราณ
ณถ้ำัศิลา ทวีปแห่งดิน
“มาร์โก้”ชายหนุ่มผิวสีชาวฝรั่งเศส หน้าตาคมเข้มรูปร่างกำยำล่ำสัน เ้าของความสูง 190เิเ ผู้มีดีกรีเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินและยังเป็มหาเศรษฐีติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งชายหนุ่มผู้นี้ ยังหลงใหลในศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเป็ชีวิตจิตใจแต่ในชีวิตจริงด้วยหน้าที่การงานซึ่งค่อนข้างจะรัดตัว มาร์โก้จึงไม่ได้มีเวลาว่างเข้าร่วมแข่งขันในเวทีการต่อสู้ตามสถานที่ต่างๆ ที่เขาชื่นชอบมากนัก ต่อมาเมื่อชายหนุ่มได้ทราบข่าวการเปิดตัวเกม “Destinyof Wars” ซึ่งเป็เกมที่ผู้เล่นสามารถเข้าไปพัฒนาทักษะการต่อสู้ชนิดต่างๆ ได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังเปิดให้ผู้เล่นได้มาใช้ชีวิตในโลกแฟนตาซี และได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรอันแข็งแกร่งในโลกจำลองโดยไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็จริง จึงทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ตัดสินใจเข้ามาร่วมผจญภัยและทดสอบฝีมือการต่อสู้ของตัวเองในเกมที่ว่านี้
ด้วยความสามารถอันโดดเด่นของมาร์โก้จึงทำให้ชายผู้นี้เริ่มเป็ที่รู้จักและยอมรับในฝีมือการต่อสู้มากขึ้น จนทำให้มาร์โก้สามารถรวมกลุ่มพวกพ้องร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งกิลด์“แบล็กไนท์” ขึ้นมาได้เป็ผลสำเร็จ ซึ่งทุกคนในกิลด์ต่างก็ยกให้มาร์โก้เป็หัวหน้ากิลด์และเป็ศูนย์กลางของกิลด์มาั้แ่บัดนั้น
เพียงไม่นาน...หลังจากก่อตั้งกิลด์แบล็กไนท์ความโด่งดังของผู้เล่นมาร์โก้และกิลด์ฯ ก็เริ่มเป็ที่สนใจจากบรรดาผู้เล่นทั่วไปทั้งหลายจนมีผู้เล่นจำนวนมากต่างก็หลั่งไหลกันมาขอเข้าร่วม และสมัครเป็สมาชิกของกิลด์อย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบันกิลด์แบล็กไนท์ได้รับการจัดอันดับอยู่ในท๊อป 10 ของเกมไปเป็ที่เรียบร้อย แม้ว่าจำนวนสมาชิกในกิลด์ฯจะไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนกิลด์ระดับท๊อป 10 อื่น ๆ แต่ด้วยผู้เล่นในกิลด์ ซึ่งมีจำนวนกว่า7 พันคน ต่างก็เป็ผู้เล่นระดับสูงกันแทบทั้งสิ้น อีกทั้งการที่แบล็กไนท์ทำสัญญาเป็พันธมิตรกับกิลด์อันดับ3 ของเกมอย่าง “กิลด์ไดมอนด์ดัส” ซึ่งมีผู้เล่นอันดับ 1 ของโลกอย่าง “ผู้เล่นแมนทีส”ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้บรรดากิลด์น้อยใหญ่อื่น ๆ ต่างไม่กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับกิลด์แบล็กไนท์มากนักและนั่นจึงเป็สาเหตุให้กิลด์แบล็กไนท์ของมาร์โก้เติบโตและแผ่อิทธิพลออกไปอย่างรวดเร็วราวกับก้าวะโ
ก่อนหน้านี้มาร์โก้ได้แจ้งข่าวต่อสมาชิกภายในกิลด์ว่า “หลังจากหมด่กิจกรรมคูณค่าประสบการณ์ฯตัวมันจะนำบรรดาสมาชิกฯ เข้าร่วมทำาชิงเมือง ‘บาสโตร’ เมืองระดับ C ซึ่งมีพื้นที่ใกล้กับชายแดนทวีปแห่งไฟ”ดังนั้นใน่เวลากิจกรรมที่ว่านี้ มาร์โก้จึงสั่งการให้สมาชิกทุกคนในกิลด์ฯเร่งสังหารสัตว์อสูรเก็บระดับเพิ่มให้ได้มากที่สุด เพื่อการันตีว่า พวกตนจะสามารถต่อสู้รับมือกับกองทหารป้องกันเมืองได้อย่างสูสี
ส่วนตัวของมาร์โก้เองนั้นชายหนุ่มก็ได้รับภารกิจลับโดยบังเอิญมาภารกิจหนึ่ง ซึ่งมันเป็เควสต่อเนื่องจากอาชีพขั้น2 ของตนนั่นเอง โดยอาชีพที่ว่า นั่นก็คือ [อัศวินั] มาร์โก้ได้รับเบาะแสของภารกิจดังกล่าวมาจากการล่า “บอสัดิน” ระดับ 100
“บอสัดิน”ความจริงแล้ว กลับไม่ใช่สายพันธุ์ัแต่อย่างใด แต่มันเป็สัตว์อสูรในสายพันธุ์“ซอรัส” หรือพวกไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งในอดีตบรรพบุรุษของพวกมัน เคยได้รับดวงธาตุัที่ใกล้หมดพลังไปแล้วดวงหนึ่งจากการเผลอไปกินดวงธาตุก้อนนี้เข้า
“พลังแห่งั”แม้ว่าใกล้จะมอดดับ แต่ก็ยังทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ
หลังจากดวงธาตุฯเข้าไปอยู่ในร่างของเ้าซอรัสตัวนี้ มันก็ได้ปลดปล่อยพลังแห่งัที่มีอยู่ออกมา
ซอรัสผู้โชคร้ายไหนเลยจะต้านทานพลังแห่งัได้ การปลดปล่อยพลังของดวงธาตุัดวงนี้ ทำให้อวัยวะภายในของเ้าซอรัสได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรงจนแทบถึงขั้นเสียชีวิต
และในขณะที่มันกำลังจะตายอยู่นั้นกลับปรากฏว่ามีชายหนุ่มผู้ลึกลับคนหนึ่งเดินเข้ามาหามัน
ชายหนุ่มผู้นี้ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะของมันช้าๆ ก่อนจะมีแสงจาง ๆ สีเหลืองปนน้ำตาลหลั่งไหลออกมาจากฝ่ามือของคนผู้นั้น
เ้าซอรัสตัวดังกล่าวหลับตารอความตายอยู่ตรงนั้น จนเวลาผ่านไปหลายอึดใจ อวัยวะภายในที่เคยบอบช้ำอยู่...ก็เริ่มฟื้นคืนสภาพอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อมันลืมตาขึ้นมากลับไม่เห็นชายหนุ่มผู้มีพระคุณคนดังกล่าวแล้ว…
หลังจากเ้าซอรัสได้รับความช่วยเหลือจากชายหนุ่มผู้ลึกลับจนหายดีพลังแห่งดวงธาตุฯ ที่อยู่ในร่าง กลับค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและมอบพลังให้แก่มันจนทำให้ซอรัสตัวนี้เริ่มมีความแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างมหาศาล จนในที่สุด...เ้าซอรัสก็สามารถแย่งชิงตำแหน่ง“าาแห่งเผ่าพันธุ์” มาได้อย่างง่ายดาย
พลังของมันถูกส่งต่อผ่านทางสายเืจากรุ่นสู่รุ่นกาลเวลาผ่านไปอย่างยาวนานสายธารแห่งวิวัฒนาการฯ ก็ได้พัฒนาความแข็งแกร่งให้แก่ของเผ่าพันธุ์พวกมันจนขยับเข้าใกล้สายพันธุ์ัมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้เผ่าพันธุ์ของพวกมันจะมีชื่อว่า“ัดิน” แต่ความใกล้ชิดทางสายสัมพันธ์ของเผ่าพันธุ์พวกมันกับ “เผ่าพันธุ์ัปฐี”ที่แท้จริงนั้น กลับห่างไกลราวนรกกับ์ ยิ่งเป็เื่ของพลังและความแข็งแกร่งแล้ว...ยิ่งไม่อาจนำมาเทียบเปรียบกันได้
แต่อย่างไรก็ตาม“พลังแห่งั” ก็ยังวนเวียนอยู่ในสายเืของพวกมันมาอย่างยาวนาน...
และพลังแห่งัที่ว่าหรือก็คือ “พลังแห่งปราณ” อันแข็งแกร่งนั่นเอง
ผู้ที่ใช้พลังแห่งปราณย่อมเป็ผู้ที่มีกายาอันแข็งแกร่ง เฉกเช่น “เผ่าพันธุ์แห่งั” จัดเป็ผู้ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายสูงที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งสาม
พลังปราณนั้น เป็พลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายผู้ใช้งานจะสามารถรีดเค้นและดึงเอาพลังที่ไหลเวียงอยู่ในร่างของตน ออกมาใช้งานด้วยรูปแบบและวิธีการที่ต่างกันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งานพลังของผู้ใช้ เมื่อเป็เช่นนี้ ผู้ที่จะสามารถใช้พลังปราณได้อย่างคล่องแคล่วลื่นไหลต้องมีค่าสถานะทางกายที่เน้นความแข็งแกร่งเป็หลัก
แต่ในทางกลับกันผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหลังจากได้รับพลังปราณเข้าไปในร่างกายแล้ว ร่างกายของคนผู้นั้นก็จะค่อย ๆ ปรับตัวให้แข็งแกร่งขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อให้ร่างกายสามารถรองรับพลังปราณที่เพิ่มขึ้น (ขีดจำกัดแห่งพลัง) และสามารถเรียกใช้งานพลังได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุดแต่อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของผู้ใช้ปราณฯ จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน และการพัฒนาค่าสถานะทางด้านร่างกายเป็สำคัญ…
“ผู้เล่นมาร์โก้”ใช้เวลามากกว่า 3 วันแล้ว ในการสำรวจถ้ำัศิลาแห่งนี้
สัตว์อสูรหลากหลายสายพันธุ์ในถ้ำศิลาล้วนแต่มีระดับไม่ต่ำกว่า 100 แต่ทว่า...มาร์โก้กลับสามารถสังหารพวกมันลงได้อย่างง่ายดายด้วยฝีมือด้านการต่อสู้อันโดดเด่นและพลังกายที่สูงล้ำ
จนในที่สุดชายหนุ่มก็ได้มาถึงสุดทางเดินอันคดเคี้ยวภายในถ้ำฯ ก่อนจะพบกับห้องขนาดใหญ่ห้องหนึ่งซึ่งภายในมีสัตว์อสูรัดินระดับมินิบอสเฝ้าอยู่จำนวน 2 ตัว
ห้องโถงใหญ่ห้องนี้คล้ายกับเป็สุสานบรรพชนของเหล่าัดินนั่นเอง ซึ่งตามคำใบ้จากภารกิจลับ ได้ระบุไว้ว่า“ให้ตามหาสิ่งของสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็สิ่งที่ตกทอดมา ั้แ่รุ่นบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ัดิน...”
มาร์โก้ใช้ความพยายามในการสืบหาสมบัติชิ้นนั้นจนไม่นานมานี้ ทางทีมนักสำรวจของกิลด์ฯ ได้พบปากทางเข้าถ้ำแห่งนี้ ก่อนจะส่งรายงานมาให้ผู้เป็หัวหน้ากิลด์อีกทอดหนึ่ง
ผลจากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้ มีสัตว์อสูรอยู่หลายชนิด มีระดับอยู่ใน่ 100-150 เฝ้าประจำการอยู่และปลายสุดของเส้นทาง ยังมีห้องโถงห้องใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเป็สุสานตั้งอยู่ภายในโดยสุสานที่ว่าจะมีมินิบอสัดินระดับ 100 ทำหน้าที่เฝ้าอารักขาฯ นอกจากนี้ ในข้อมูลยังได้ระบุอีกว่าทางทีมนักสำรวจฯ ได้ตรวจสอบถ้ำแห่งนี้จนทั่วทุกซอกทุกมุมหลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่พบสิ่งใดที่ผิดสังเกตภายในมีเพียงไอเทมระดับ B-A จำนวนไม่กี่ชิ้น ซึ่งเป็สมบัติประจำสุสานฯ
เมื่อมาร์โก้เข้ามาในห้องโถงชายหนุ่มก็จัดการสังหารมินิบอสสองตัวที่เฝ้าอยู่อย่างง่ายดาย...
ชายหนุ่มไม่ได้สำรวจพื้นที่รอบๆ ห้องโถงแต่อย่างใด แต่กลับเดินมุ่งหน้าตรงไปยังแท่นหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าโลงศพซึ่งมีข้อความสลักเอาไว้ว่า “ปฐมจักรพรรดิัดิน”
มาร์โก้หยิบเหรียญกลมสีเงินที่ส่องประกายแวววาวออกมาจากกระเป๋าสัมภาระฯด้านหนึ่งของเหรียญมีรูปสลักของัดินเอาไว้ โดยเหรียญดังกล่าวชายหนุ่มได้รับมาจากการสังหารบอสัดินระดับ150 นั่นเอง
มาร์โก้เชื่อว่าเหรียญในมือของตนนี้ คือ “คีย์ไอเทม” หรือกุญแจที่ใช้ในการเปิดสุสานบรรพชนัดินอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มวางเหรียญฯเอาไว้ตรงกลางของวงเวท ซึ่งสลักไว้ตรงใจกลางของแท่นบูชาฯ
ไม่นานวงเวทดังกล่าวก็มีแสงสว่างเรืองรองเกิดขึ้นก่อนที่โลงศพของบรรพชนที่อยู่ด้านหลังของแท่นบูชาจะเกิดการสั่นะเืเบา ๆ
ครืด ๆ ๆ ๆ
โลงศพบรรพชนัดินฯเคลื่อนออกไปทางขวามืออย่างช้า ๆ ก่อนจะปรากฏเป็ช่องทางเดินทอดยาวลงไปยังใต้ดินซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 2 เมตร ให้ชายหนุ่มได้เห็น...
มาร์โก้เตรียมความพร้อมให้แก่ตัวเองก่อนจะเดินลงไปตามทางเดินใต้ดินนั้น
ทางเดินใต้ดินเส้นนี้ไม่ได้ยาวมากเพียงแค่อึดใจมาร์โก้ก็เดินมาถึงด้านล่างแล้ว สุดปลายทางเดินกลับเป็ห้องโถงที่มีขนาดเพียงแค่ห้องประชุมขนาดกลางเท่านั้นใจกลางของห้องพบว่า มีโลงขนาดใหญ่เท่ากับรถตู้ ตั้งอยู่อย่างเดียวดายไร้การประดับประดาใดๆ
มาร์โก้ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่โลงใบนั้นเล็กน้อยก่อนจะปีนป่ายขึ้นไปและผลักฝาโลงนั้นให้เปิดออก ซึ่งฝาโลงที่ว่า กลับถูกผลักให้เปิดแง้มอย่างง่ายดายราวกับไม่มีแรงต้านแม้แต่น้อย
แต่ที่น่าแปลกก็คือภายในโลงกลับไม่มีร่าง หรือโครงกระดูกของบรรพบุรุษัดินอยู่เลย ชายหนุ่มพบเพียงกล่องใบหนึ่งซึ่งมีขนาดเท่ากับฝ่ามือของตน ถูกวางเอาไว้ตรงใจกลางของโลงใหญ่...แค่ใบเดียวเท่านั้น
เมื่อเป็เช่นนี้มาร์โก้จึงะโเข้าไปในโลง เพื่อสำรวจสิ่งของที่อยู่ในกล่องต้องสงสัยใบนั้น...
ครืด ๆ ๆ
ตึง!!
ทันใดนั้นเอง…ฝาโลงที่ว่า ก็ได้เลื่อนปิดลงโดยอัตโนมัติฯ ก่อนที่จะมีแสงสว่างปรากฏขึ้นมาในโลงอย่างน่าอัศจรรย์
มาร์โก้คิดว่า นี่...คงจะเป็กับดักฯหรืออาจจะมีเหตุการณ์ประหลาดรออยู่ ดังนั้นมันจึงไม่รอช้ารีบรวมพลังทั้งหมดออกแรงดันฝาโลง เพื่อฝ่าออกไปในทันที
“ย๊ากส์!!”
ถึงชายหนุ่มจะส่งแรงออกไปเพื่อผลักฝาโลงมากขนาดไหนก็ตามแต่ฝาโลงที่ว่ากลับไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ออกไปจากตำแหน่งเดิมแม้แต่น้อย ราวกับว่าฝาโลงที่ไร้แรงต้านในตอนแรกถูกกดทับด้วยอะไรบางอย่างที่มีน้ำหนักนับพันนับหมื่นกิโลกรัม
มาร์โก้เรียกใช้งานทักษะโจมตีที่รุนแรงที่สุดของตนเพื่อทำลายโลงนี้ในทันที...
ตูม ๆ ๆ
ทักษะที่สามารถป่นทำลายได้แม้แต่ภูผาขนาดย่อมกลับไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้แก่ผนังของโลงใบนี้ได้
หลังจากชายหนุ่มใช้ความคิดพิจารณาอยู่พักใหญ่มันจึงคิดว่า สาเหตุที่เป็เช่นนี้ อาจจะเป็เพราะเงื่อนไขบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของตนที่ได้รับดังนั้นมันจึงล้มเลิกการใช้กำลังเพื่อฝ่าออกไป ก่อนจะหยิบกล่องขนาดเล็กใบนั้นขึ้นมาตรวจสอบอย่างตั้งใจ
ชายหนุ่มวางกล่องบนพื้นโลงก่อนจะดึงสลักบนฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง พร้อมกับก้าวถอยหลังและตั้งท่าเตรียมพร้อมฯ
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะระแวงระวังจนเกินเหตุ เพราะหลังจากฝากล่องถูกเปิดอ้าออก จนเผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายในแต่กลับไม่มีตัวประหลาดหรือสัตว์อสูรใดออกมาให้เห็นแม้แต่ตัวเดียว
มาร์โก้ชะโงกหน้าเข้าไปตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ข้างในก่อนจะพบว่า มีเพียงลูกแก้วใบหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเท่าลูกมะไฟเปล่งประกายสีน้ำตาลอมเหลืองออกมาจางๆ อยู่เพียงลูกเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ผิดจากที่ตนคาดเอาไว้ในตอนแรก ชายหนุ่มจึงรีบเอื้อมมือไปหยิบลูกแก้วดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบฯก่อนจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเข้ามาในหัว...
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับ {ดวงธาตุัศิลา} จำนวน 1 ชิ้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลด้วยค่ะ”
ไวเท่าความคิด มาร์โก้รีบเรียกดูรายละเอียดของไอเทมที่อยู่ในมืออย่างรวดเร็วก่อนจะพบว่า...
{ดวงธาตุัศิลา}
แก่นพลังธาตุของัศิลาที่ใกล้มอดดับสมบัติที่ตกทอดของ “เผ่าพันธุ์ัศิลา” มานานนับล้านปี...
เงื่อนไข
-เมื่อัักับอากาศ “ดวงธาตุ” จะสลายไปอย่างรวดเร็ว
- เมื่ออยู่ในภาชนะปิด “ดวงธาตุ” จะสลายไปอย่างช้า ๆ
- เมื่ออยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิต ???
- เวลาที่เหลือ 30 วินาที
ไม่มีคำบรรยายให้มากความไม่มีคุณสมบัติ ไม่มีวิธีการใช้งาน มีเพียงแค่ “ตัวเลขนับถอยหลัง” ที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอฮอโลแกรมให้มาร์โก้ได้เห็นเพียงเท่านั้น
30… 29…28… 27…
เมื่อมาร์โก้นำมันกลับเข้ากล่องฯและปิดฝากล่องลง ตัวเลขนับถอยหลังที่แสดงขึ้นบนหน้าจอของตนก็หายไปอย่างน่าประหลาด...
“อะไรของมันวะเนี่ย?!” มาร์โก้สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“ตกลง...สิ่งของที่ให้ข้าตามหาอย่างเอาเป็เอาตายมันคือเ้านี่หรือวะ? ไอเทมบ้าบออะไรของมันวะเนี่ย? ไม่เห็นมีอะไรบอกไว้เลย...แล้วข้าจะใช้งานมันยังไงล่ะ?”
หลังจากมาร์โก้บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดไปชุดหนึ่งมันก็นิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะเรียกรายละเอียดของดวงธาตุออกมาตรวจสอบอีกครั้ง
เมื่อผ่านการพินิจพิจารณาอย่างถ้วนถี่...ชายหนุ่มกล้ามโตผู้นี้จึงเปิดกล่องออกมาอีกครั้ง พร้อมกับหยิบลูกแก้วที่ว่านี้ ขึ้นมา...
ตัวเลขนับถอยหลังก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
26… 25… 24… 23…
“เอาวะ!! เป็ไงเป็กัน...การลงทุนคือความเสี่ยงผู้ลงทุนโปรดอ่านฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง และห้ามดื่มเกินวันละสองขวด...”มาร์โก้กล่าวมุกตลกฝืดออกมาเพื่อปลุกปลอบใจตัวเอง ก่อนจะยัดดวงธาตุก้อนนั้นเข้าปากและกลืนลงไปในท้องอย่างรวดเร็ว
ตัวเลขนับถอยหลังที่อยู่บนหน้าจอของมาร์โก้ได้หายไปแล้ว
ตัวเลขหายไป...พร้อมๆ กับเสียงร้องที่ดังอย่างทรมานของชายหนุ่มผู้กลืนกินดวงธาตุฯ ได้เข้ามาแทนที่
“อ้า...อ้าก...โอ้ว...”
มาร์โก้นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความรู้สึกอันเ็ปแสนสาหัส...
ด้วยพลังอำนาจแห่งดวงธาตุัฯไม่ว่าจะอ่อนแรงใกล้แตกสลายถึงเพียงไหน...สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ไหนเลยจะสามารถทนทานต่อพลังอันเกรี้ยวกราดรุนแรงของมันได้
ความเ็ปอย่างสุดแสนราวกับจะฉีกร่างของมาร์โก้ออกเป็ชิ้น ๆ ยิ่งชายหนุ่มดิ้นไปมาด้วยความเ็ป พลังงานที่ไหลเชี่ยวอยู่ในร่างก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อผ่านเวลาแห่งความเ็ปไปพักใหญ่สติของชายหนุ่มก็เริ่มกลับมาแจ่มใสอีกครั้ง มาร์โก้พยายามสะกดข่มความเ็ป หยุดความเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกายเพียงผ่อนคลายความรู้สึกและนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากดวงธาตุฯได้โลดแล่นไปมาในร่างกายของตนอย่างอิสระ โดยไม่คิดจะต้านทานขัดขืน
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าเวลาอันสุดแสนจะทรมานนี้ผ่านไปอย่างช้า ๆ แต่กระนั้นมันก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ หรือจำนนต่อความบ้าคลั่งของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของตน
เนิ่นนานเพียงใดชายหนุ่มก็มิอาจทราบได้ เมื่อถึงจุดหนึ่ง พลังของดวงธาตุอันกราดเกรี้ยวรุนแรงก็เริ่มทุเลาเบาบางจนสงบลงอย่างช้าๆ
มาร์โก้รู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง มันค่อยๆ ไหลเวียนไปจนทั่วร่างและวนกลับมายังจุดตั้งต้นอีกครั้ง กระแสพลังไหลวนอยู่ในร่างกายของชายหนุ่มรอบแล้วรอบเล่าจนในที่สุดกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างก็ได้หยุดอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างอกของมันนั่นเอง
มาร์โก้ลองใช้ความรู้สึกของตัวเองจับอยู่ที่ก้อนพลังงานก้อนนั้นก่อนจะลองใช้ความคิดของตนผลักดันเ้าก้อนพลังงานที่ว่าอย่างช้า ๆ จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งตามเส้นทางที่มันเคยแล่นผ่าน
ก้อนพลังงานดังกล่าวเริ่มขยับตัวช้าๆ กว่าจะแล่นผ่านจุดหนึ่งไปได้ มันก็ใช้เวลาร่วม 5 นาทีเลยทีเดียว เหงื่อกาฬของมาร์โก้เริ่มผุดขึ้นมาจากรูขุมขนทีละนิดไม่นาน...ทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ผ่านไปอีกหลายชั่วโมงในที่สุด...มาร์โก้ก็สามารถผลักดันเ้าก้อนพลังงานก้อนนั้นได้จนครบรอบ
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมาร์โก้ผ่านการทดสอบสุดท้ายของอาชีพ [อัศวินั] ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับอาชีพ [อัศวินั] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับ.....”
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับ.....”
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้ทำการเดินลมปราณครบ 1 รอบ ผู้เล่นมาร์โก้ ได้รับทักษะ [โคจรลมปราณ] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“เนื่องจากผู้เล่นมาร์โก้ไม่มีเกจ ‘พลังลมปราณ’ ทางระบบฯ จึงสร้างเกจพลังลมปราณขึ้นมาใหม่ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับฉายา [ผู้บุกเบิกเส้นทางสายลมปราณ] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมาร์โก้ได้รับ.....”
……
……
“ประกาศจากทางระบบฯเนื่องจากมีผู้เล่นได้บรรลุเงื่อนไขของ [เส้นทางสายลมปราณ] แล้ว ดังนั้นทางระบบฯ จึงได้ทำการสร้างเกจพลังพิเศษ ‘พลังปราณ’ ให้แก่ผู้เล่นทุกท่าน และผู้เล่นสามารถรับภารกิจอาชีพและภารกิจอื่น ๆ ของสายลมปราณได้ที่อาคารบริการของระบบฯ รวมไปถึงตำราทักษะสายลมปราณก็จะบรรจุลงร้านค้าของระบบด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ทางระบบจะทำการเพิ่มสัตว์อสูรสายลมปราณเข้าไปยังแผนที่ฯผู้เล่นกรุณาศึกษารายละเอียดของสายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังพิเศษ ‘สายลมปราณ’ ได้ที่หน้าเว็บไซต์ค่ะ”
“คิดไว้อยู่แล้วเชียว...ว่าพวกเอ็งต้องมาไม้นี้”มาร์โก้บ่นพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเรียกดูทักษะใหม่ที่ตนได้รับ...
จะไม่ให้มาร์โก้หงุดหงิดได้อย่างไร เพราะมันพยายามดิ้นรนแทบตายกว่าจะสามารถเปิดเกจพลังงานพิเศษสายปราณขึ้นมาได้ แต่หลังจากที่มันปลดล็อกเงื่อนไขที่ว่าแล้วระบบฯ กลับสร้างเกจพลังพิเศษสายปราณให้แก่ผู้เล่นทุกคน โดยที่พวกมันเ่าั้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความเ็ปสุดแสนเหมือนกับตัวเองแม้แต่น้อย...
แต่สิ่งที่มาร์โก้ไม่รู้ก็คือ...
ตัวมาร์โก้เองซึ่งเป็ผู้บุกเบิกสายพลังใหม่ได้เป็คนแรกของโลก ย่อมได้รับผลตอบแทนอันคุ้มค่าที่จะทำให้ตัวมันก้าวไปเป็1 ในผู้เล่นระดับท็อปในอนาคต ด้วยฉายาที่มีเพียง 1 เดียวในโลก [ผู้บุกเบิกเส้นทางสายลมปราณ]
ทักษะ:[โคจรลมปราณ][ขั้นต้น 1/100]
ลมปราณล้วนแฝงอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์แต่ใช่ว่าทุกเผ่าพันธุ์จะสามารถใช้พลังลมปราณได้อย่างใจนึก
- สามารถโคจรลมปราณ เพื่อฟื้นฟูลมปราณ 50หน่วย/ 1 รอบ
- สามารถโคจรลมปราณ เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต 100 หน่วย/ 1 รอบ
- สามารถโคจรลมปราณ เพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้า และบรรเทาความหิวโหย
- เพิ่มค่าพลังชีวิตสูงสุด 10 เปอร์เซ็นต์
- เพิ่มค่าพลังปราณสูงสุด 10 เปอร์เซ็นต์
- เพิ่มพลังโจมตี 1 เปอร์เซ็นต์/รอบ
“แค่เนี๊ยะ?!!” ชายหนุ่มอุทานออกมาด้วยความสับสนให้แก่ทักษะเพียงหนึ่งเดียวที่ตัวมันได้รับก่อนจะกล่าวอย่างปลงตกว่า “สมกับเป็สายปราณจริง ๆ สมถะ เรียบง่าย ประหยัด...ไม่เว้นแม้แต่คำบรรยายรายละเอียดของทักษะ”
“ไหนๆ ขอดูฉายาหน่อยเถอะ...” มาร์โก้เปิดดูรายละเอียดของฉายาที่ตนได้รับมา
ฉายา: [ผู้บุกเบิกเส้นทางสายลมปราณ]
“พลังลมปราณ” คือ พลังภายในหาใช่พลังภายนอกแม้จะอยู่ในสภาวการณ์อันเลวร้าย ผู้ฝึกปราณก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้อย่างดีเยี่ยม
ผู้ฝึกพลังลมปราณ จะต้องเป็ผู้มีความอดทนและตั้งใจฝึกฝนการใช้งานทักษะอยู่เสมอ
ผู้ฝึกพลังลมปราณ จะเป็ผู้มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายเมื่อใดก็ตามที่ผู้ฝึกฝนฯ เชี่ยวชาญพลังแห่งปราณจนอยู่ในขั้นสูงสุดแล้วคนผู้นั้นจะเป็ผู้แข็งแกร่งไร้ผู้ต่อกร...
- เพิ่มค่าพลังชีวิตสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
- เพิ่มค่าพลังปราณสูงสุด 20 เปอร์เซ็นต์
- ได้รับทักษะ [ผนึกปราณ]
“โห...ตั้ง 20 เปอร์เซ็นต์ อุตส่าห์พยายามอย่างยากลำบาก กลับให้รางวัลมา...แค่เนี๊ยะ!!” มาร์โก้ยังบ่นไม่เลิก หลังจากได้เห็นความสามารถของฉายาที่ตัวเองได้รับ ก่อนจะเรียกดูทักษะ[ผนึกปราณ] ต่อในทันที
ทักษะ:[ผนึกปราณ][ขั้นต้น 1/100]
- ผนึกพลังลมปราณในการโจมตี(ทักษะเรียกใช้) เพิ่มพลังโจมตี 1.5 เท่า เป็เวลา 3 นาที ใช้พลังปราณ 100 หน่วย
-ผนึกพลังลมปราณลงในการป้องกัน (ทักษะเรียกใช้) เพิ่มพลังป้องกัน 1.5เท่า เป็เวลา 3 นาที ใช้พลังปราณ 100 หน่วย
“เรียบง่ายไปมั้ยวะ?”มาร์โก้กล่าวด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่จะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง “หืม...?”
เมื่อชายหนุ่มลองอ่านรายละเอียดของทักษะฯอย่างถี่ถ้วนดูอีกครั้ง มันถึงกับต้องเบิกตาโพลงและหัวเราะออกมาอย่างสบอารมณ์ “อุว่ะ!!ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“จริงๆ ด้วยเว้ยเฮ้ย...มันไม่มีคูลดาวน์” มาร์โก้อุทานขึ้นมาด้วยความดีใจ
“ไหนๆ ขอลองทดสอบดูหน่อยสิวะ...”
“[ผนึกปราณ]” มาร์โก้ลองผนึกปราณฯ ลงไปยังหมัดของตนอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้หมัดที่ผนึกปราณแล้ว ทุบไปยังผนังด้านข้างของโลงไป 1 ที...
โครม!!
ผนังโลงที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าชายหนุ่มจะโจมตีกี่ครั้งก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแต่ทว่าในเวลานี้ ตัวมันเพียงผนึกปราณจำนวน 100 หน่วยลงไปในหมัดเปล่า ๆ กลับทำให้ผนังอันแข็งแกร่งของโลงฯเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่อย่างง่ายดาย
“ที่แท้...เป็เพราะเงื่อนไขฯนี่เอง...” มาร์โก้พึมพำกับตัวเองอย่างเข้าใจ
“ดีล่ะไหน ๆ ข้าก็เป็ผู้บุกเบิกสายนี้แล้ว ข้าจะต้องเป็ผู้เล่นที่อยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางสายนี้ให้ได้และข้าจะต้องเป็ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนี้ให้ได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” มาร์โก้กล่าวกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นก่อนจะก้าวออกจากสุสานแห่งนี้อย่างผู้ชนะ
หลังจากเหตุการณ์ในวันนี้มาร์โก้จึงตัดสินใจวางมือในกิจการงานของตนทั้งหมดในโลกจริง และส่งต่อให้แก่บุคคลที่ไว้ใจได้ดูแลเพื่อทุ่มเทกับการเล่นเกมนี้อย่างเต็มตัว จนทำให้ชายหนุ่มสามารถติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของผู้เล่นที่แข็งแกร่งและทรงอิทธิพลที่สุดของโลกใบนี้...ในเวลาต่อมา
และผลจากการตัดสินใจมาร์โก้ในครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็ผู้เล่นที่สามารถสร้างรายได้จากการเล่นเกมได้เป็อันดับต้น ๆของโลก อีกทั้งมันยังทำให้ชีวิตของชายหนุ่มผู้นี้...ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล
หลังจากกลับไปยังกิลด์ฯมาร์โก้จึงเรียกประชุมบรรดาผู้เล่นระดับท๊อปของกิลด์ฯเพื่อสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ก่อนที่ประชุมจะมีมติให้เลื่อนแผนการ“าชิงเมือง” ออกไปก่อนอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้บรรดาเหล่าสมาชิกฯ ผู้สนใจสายพลังปราณได้รับภารกิจฯ และฝึกฝนใช้งานทักษะต่าง ๆ ของสายปราณจนเกิดความชำนาญในเวลาอันสั้น...เนื่องจากมาร์โก้เห็นว่าผู้เล่นสายปราณจะเป็ตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้พวกตนยึดเมืองได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
............