เฟยิหลัน และ เพื่อนๆนั่งรถมาลงที่ภัตตาคาร อาหารหรูใจกลางเมือง
ซึ่งเป็แหล่งของผู้รากมากดี บรรยากาศภายในร้านตกแต่งไปด้วย
ข้าวของโบราณ ของหายาก และของใช้ในราชวงศ์ต่างๆมากมาย
รวมทั้งของนำเข้าจากต่างประเทศก็มีอย่างหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็ภาพวาด แจกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
พวกเธอสั่งอาหารสำหรับมื่อเย็น
เพื่อรอเวลา สำหรับ ดิสโก้เธคหรูในเมืองถึงเวลา เปิด
ระหว่างรับประทานอาหาร
ก็พูดคุย กันอย่างสนุกสนาน
และต่างเล่าเื่ราวปัจจุบันของเเต่ละคน
ว่าทำอะไรบ้าง กำลังจะทำอะไรบ้าง เพื่อบอกเล่าให้เพื่อนได้รับรู้
ถึงชีวิตความเป็อยู่ของเพื่อนแต่ละคน
ระหว่างนั้น หยินหลี่ ก็เหลือบไปเห็น ผู้หญิงสองคน
ที่มายืนรอรถรับจ้างอยู่ ที่หน้าร้านขายเสื้อผ้าฝั่งตรงข้ามภัตตาคาร
พวกนางถือของพะรุงพะรัง ก่อนจะนำสิ่งของขึ้นรถ แล้วก็จากไป
หยินหลี่ เห็นดังนั้นจึงรีบ สะกิดบอก เฟยิทันที
หยินหลี่ : อาเฟย เธอเห็นหล่อนสองคน นั้นไหม
นี้ละ อาจารย์ไป๋เซียน กับแม่ของหล่อน ละ อาจารย์ไป๋
เฟยิ : หล่อนคือใคร หรอ
หยินหลี่ : ก็คนรักเก่าของสามีเธอไงละ ! เธอไม่รู้หรอกหรือ !
"ก่อนที่เขาจะเเต่งกับเธอ เขามีคนรักอยู่แล้วนิ "
สิ้นเสียงของหยินหลี่ ( เฟยิที่นั่งมองรถขับออกไปจนสุดทาง
ใบหน้าของผู้หญิง คนนั้น ช่างน่ารัก น่าทะนุถนอม แต่งตัว เรียบๆ มองดูแล้วสบายตา
ไม่น่าละ อี้อวนถึงกลับบ้านดึกทุกวัน
ที่แท้ คนที่เขา รักปักใจนั้น คงเป็ผู้หญิงเช่นนี้ สินะ )
เฟยิคิดในใจ ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนต่อ
เฟยิ : ฉันก็พอรู้อยู่แล้ว ว่าเขามีคนในใจ
ฉันไม่ได้ถือสาอะไรหรอก อดีต ก็คืออดีต
อีกอย่าง ฉันก็เป็คนมาทีหลังนิ
อีกทั้ง เขา.......
เฟยิ ยื่นหน้าไปใกล้ หยินหลี่ ก่อนจะกระซิบเบาๆ
เฟยิ: "ฉันก็รู้ตัวดี เขา ไม่ได้มีใจให้ฉันเลย มิหนำซ้ำยังเกลียดฉันอีก "
หยินหลี่ : โอ้ มาย กูดเนท!! ได้อย่างไรกัน ก็แต่งกันแล้วนี้???
อย่างน้อยก็ควรรู้สึกดี ให้เกียรติเธอบ้างสิ
เฟยิ : ฉันชินแล้วละ ั้แ่แต่งเข้าไป ฉันก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว
โชคดี ที่คุณพ่อคุณแม่ ดีกับฉันมาก ไม่เช่นนั้น ฉันคงอกแตกตายแล้วละ
หยินหลี่ : งืออ …… อาเฟย …… ไม่เป็ไรนะ เธอยังมีพวกเรา
เอ้า…… ชนแก้วกันหน่อย
เพื่อนต่างก็ชนแก้วไวน์กัน เพื่อปลอบโยน เฟยิ
พร้อมพูดปลอบใจ เธออย่างจริงใจ
>||[ เฟยิในส่วนลึกภายในใจของเธอหวังเพียงน้องสาวทั้ง 3
สามารถออกเรือนได้อย่างราบรื่น
และแต่งกับตระกูลที่ดี เมื่อถึงเวลานั้น
เธอตั้งใจจะไปทำงาน ที่ฝรั่งเศส เพราะเธอชอบที่นั้นมาก
ตอนที่เธอเรียนอยู่อังกฤษ และได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ฝรั่งเศส
ทำให้เธอนั้นหลงรักฝรั่งเศสเข้าเต็มๆ
และอยากไปทำงานที่นั้นสักครั้ง ]||<
ขณะที่ เฟยินั่งเหม่ออ คิดเื่ราวต่างๆอยู่นั้น
หยินหลี่ : เฟยิ!! ฉันละสงสารเธอจริงๆ
มีทั้งความรู้ และความสวยอีกทั้งยังเก่ง ขนาดนี้ ยังจะแพ้
ให้อาจารย์บ้านบ้าน อย่างนั้นได้อย่างไร
ไหน ไหน เธอก็ทำใจได้ละ ฉันจะเล่าอะไรให้ฟังอีกเื่
ได้ข่าวว่า สามีเธอ ยังเคยใช้หนี้ แทนหล่อนด้วยนะ และยัง ให้เงินหล่อนใช้ อีกนะเธอ
ตอนนี้เห็นว่า หล่อนไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน แล้วด้วยซ้ำ
เพราะรายนั้นจ่ายเงินเดือนให้เอง
เห็นบอกว่าป่วย! ป่วยอะไรก็ไม่รู้ ยังมีแรงมาเดิน ซื้อของอยู่อีก
ฉันละเชื่อ หล่อนเลย
เฟยิเมื่อได้ยินเื่นี้ เธอก็ถึงกับกลืนอาหารไม่ลง
ถึงแม้จะพยายามทำใจกว้างแค่ไหน
ก็ไม่สามารถ ยอมรับได้ว่า สามีตนเองนั้นเลี้ยงดูหญิงอื่นได้
ทำให้ตอนนี้ ไฟความโกรธเริ่มปะทุออกมาจากใจหญิงสาวเรื่อยๆ
เธอยกแก้วไวน์ ดื่มแล้ว ดื่มอีก
เพื่อนๆ แต่ละคนก็พยายามบอก เธอให้ดื่มช้าๆ ก่อนที่จะเมา ไปเต้นในดิสโก้เธคไม่ได้
เมื่อพวกเธอรับประทานอาหารกันเสร็จ ก็ไปยังดิสโก้เธคหรูหราแห่งหนึ่ง
ภายในนี้ เต็มไปด้วยแสงไฟหลากสี
ดนตรี ที่บรรเลง เป็จังหวะปลุกเร้า ให้บรรดา ขาเต้น ทั้งหลาย ออกมาโชว์
ลวดลาย กันอย่างคับคั่ง
ไม่เว้นแม้แต่ เฟยิและเพื่อนๆ
เสียงเพลงที่ บรรเลงอย่างสนุกสนาน
เธอและเพื่อนต่างเต้นกันอย่างเมามัน
เธอปลดปล่อยความทุกข์ ใจ เหงาใจ ไปกับเสียงเพลง
และแสงสีทำให้เธอลืม ความเศร้าที่อยู่ภายในใจได้
เธอเต้นไปตามธรรมชาติของเธอ
จน ไปชนเข้ากับ ชายหนุ่มร่างใหญ่ คนหนึ่ง
เขาสูงจนหญิงสาว ต้องเงย หน้ามองก่อนจะกล่าว
ขอโทษเขา อย่างจริงใจ
เฟยิ : ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ
ชายหนุ่ม : ไม่เป็ไรครับ
เมื่อพูดจบหญิงสาวก็เดิน จากไปทันที
เพราะเธอรู้สึกว่า จะมึนเต็มทีแล้ว จึงไปนั่งพักสักหน่อย
เนื่องจากเธอเริ่มจะพยุงร่างให้เดินตรงๆ ไม่ได้เสียแล้ว
หญิงสาวนั่งลงที่โซฟาหรู ก่อนจะใช้ มือสองข้างประกบกันไปที่ไหล่ขวา
ก่อนจะเอาใบหน้าแนบลงไป และพิงไปข้างโซฟา ก้าวสู่ห้วงนิทรา ทันที
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องหญิงสาว ไม่วางตา
ชายหนุ่มอมยิ้ม ก่อนจะถามลูกน้อง
ฉีกวนเหริน : ซิงมู่ นายไปสืบให้ ฉันที ผู้หญิงคนเมื่อครู่
เป็ลูกสาวตระกูลไหน
ซิงมู่ : ไม่ต้องสืบ หรอกขอรับ นายท่าน
หล่อนคือ คุณนายเฟยิหลัน จากตระกลูิ ลูกสาวคนโตของผู้ว่าการิ
อย่างไรละ และยังเป็ภรรยาของ คุณชายเล็กอีอวนโจว
เ้าของเหมืองทอง ด้วยขอรับ
ฉีกวนเหริน : งั้นหรือ ?
ซิงมู่ : เธอเรียนจบจากอังกฤษด้วยนะขอรับ
เคยทำงานอยู่ที่ ที่ว่าการ แต่ลาออกมาแต่งงานหน่ะ ขอรับ
เสียดาย ความรู้ นะขอรับ ได้ยินว่า เก่งถึงขั้น ชิงทุนเรียนฟรี ของรัฐ ได้เลยขอรับ
ฉีกวนเหริน : อืม……
ฉีกวนเหริน ชายหนุ่มรูปหล่อ เ้าของห้างสรรพสินค้า
และ โรงทอผ้าเหริน ที่เมืองอินหยวน
เขาร่ำรวยจากการทำธุรกิจ ด้วยตนเอง
เริ่มต้นจากศูนย์ จนสามารถกลายเป็เศรษฐีได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
จนทำให้เขามีอิทธิพลในการค้าขายเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเป็อย่างมาก
เขากำลัง ขยายมายังในเมือง และกำลังเป็ที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย