หลังจากที่อยู่พูดคุยที่ว่านฮวาราวๆสองชั่วยามท่านเทพก็เดินรับลมอยู่แถวๆนั้นก่อนที่จะกลับฉางเก๋อ กว่าจะกลับมาถึงก็เป็เวลาเย็นเสียแล้ว
วันนี้ไม่ทำอาหารสักวันเพื่อให้สามีได้พักผ่อนเสียหน่อยก็แล้วกัน แล้ววันนี้ก็เดินไปเดินมาอยู่ตลอดพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาเตรียมสำรับก็ได้
ไม่ได้กินอะไรเลยแบบนี้น่าสงสารออก
ท่านเทพคิดว่า่เวลาเย็นแบบนี้ไป๋เฮ่อคงจะยังไม่กลับมาที่พรรคเขาไม่รู้ว่าที่ผ่านมาไป๋เฮ่อกลับดึกแบบนี้เป็ประจำหรือเปล่าแต่เท่าที่สังเกตดูหากไม่ตะวันตกดินไปจนถึงดึกไป๋เฮ่อก็จะไม่กลับถึงเรือน ดังนั้นวันนี้ไป๋ซูเจี้ยนจะทำตัวสงบเสงี่ยมโดยการอยู่ในเรือนจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าเพื่อให้สามีอารมณ์ดี
แล้วหลังจากนี้เขาก็จะทำให้สามีอารมณ์เสียโดยการตื่นมาเตรียมสำรับยามเช้าและยามดึกให้สามีเหมือนเช่นเคย
ถึงแม้ว่าการทำให้ไป๋เฮ่ออารมณ์เสียจะไม่ใช่สิ่งที่ดีแต่บางครั้งท่านเทพก็รู้สึกสนุกที่ได้เห็นคนที่ทำหน้านิ่งเ็าอยู่ตลอดอย่างราชครูไป๋ผู้นั้นเปลี่ยนสีหน้าได้ยิ่งเขาแสดงอารมณ์ท่านเทพยิ่งรู้สึกว่าเขาก็ยังคงเป็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น
แต่ทว่ากลับผิดคาด ท่านเทพคิดว่าไป๋เฮ่อจะยังไม่กลับมาเสียอีกแต่เมื่อเดินมาถึงเรือนกลับพบว่าราชครูกำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ระเบียงเรือนของตัวเองนี่กลับเรือนเร็วเป็ด้วยรึ?
ร่างสูงเห็นภรรยากำลังเดินกลับมาที่เรือนก็เพียงแค่ยกชาขึ้นจิบ วันนี้เขาเสร็จงานที่สำนักการศึกษาเร็วจะรั้งอยู่ต่อนานๆก็เสียเวลา เขาจึงกลับมาที่พรรค ก่อนจะไปที่เรือนของประมุขเพื่อค้นหาวิธีแก้คำสาปต่อเขาก็็็้มานั่งดื่มชาเพื่อทำสมาธิให้ว่าง่นี้ร่างกายเริ่มไม่ดีแล้วหลังจากนี้เขาจะกลับเรือนเร็วเพื่อพักผ่อนแล้วขังตัวเองเอาไว้ในเรือนของประมุขจนกว่าจะเช้าแล้วออกไปทำงานนอกจากจะเพิ่มเวลาให้เขาได้ค้นหาวิธีแก้คำสาปเพิ่มขึ้นแล้วยังหลีกเลี่ยงการพบเจอกับไป๋ซูเจี้ยนได้มากขึ้นด้วย
ดูๆแล้วร่างกายก็ไม่ได้ผิดปกติอันใดมิใช่หรอกรึ
ร่างสูงลอบสังเกตภรรยา ท่าทางการเดินก็ยังปกติสีหน้าก็ไม่ได้ซีดเหมือนคนไม่สบาย ฝีเท้าก็ยังมั่นคงเช่นนั้นเขาไปที่ว่านฮวาทำไมกัน
แค่ถามออกมามันจะทำให้เ้าสำลักน้ำชาตายหรืออย่างไร
ท่านเทพคิดอยู่เพียงในใจเมื่อเห็นสายตาของสามีแค่เอ่ยถามว่าเขาไปที่ไหนมาแค่นั้นก็ได้แล้วมิใช่รึมันก็แค่เป็เื่ปกติของคนที่เคยเจอหน้ากันแล้ววันนี้ไม่ได้เจอจะนับว่าเป็การใส่ใจอะไรกัน
ยิ่งไป๋เฮ่อไม่ถามแล้วนิ่งเงียบอยู่แบบนี้ยิ่งเป็การทำให้ไป๋ซูเจี้ยนไปอยู่ในความคิดของตัวเองมากขึ้นไม่รู้หรอกรึ
หรือแบบนี้อาจจะดีก็ได้?
ท่านเทพไม่ได้เอ่ยทักทายอะไรสามี วันนี้กลับเรือนเร็วคงจะมีเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นกระมังพรุ่งนี้จะได้มีแรงรับมือสำรับยามเช้าของไป๋ซูเจี้ยนต่อวันนี้ก็ฟื้นแรงเอาไว้ให้เยอะๆก็แล้วกัน
“เ้าไปที่ไหนมา” คนที่กำลังจะเดินเข้าไปในเรือนหยุดชะงักอะไรกัน รู้ตัวไวเสียจริง
เพราะยิ่งไม่ถามยิ่งทำให้คิดยิ่งคิดก็เท่ากับทำให้ไป๋ซูเจี้ยนไปมีพื้นที่ในความคิดของตัวเองจึงได้เอ่ยปากถามเพื่อเป็การตัดปัญหาอย่างนั้นรึ
บางครั้งการกระทำของไป๋เฮ่อก็ทำให้ท่านเทพเดาทางไม่ออกจริงๆว่ากำลังคิดอะไรอยู่
อันที่จริงอย่าว่าแต่ไป๋เฮ่อเลย ไป๋ซูเจี้ยนเองก็เช่นเดียวกันก่อนหน้านี้ยังคิดว่าทำไมไป๋เฮ่อไม่ถามเขาออกมาให้รู้แล้วรู้รอดว่าเขาไปที่ไหน แต่พอถามออกมาก็รู้สึกเสียดายที่อีกฝ่ายรู้ตัวเร็วไม่ปล่อยให้เขาไปมีพื้นที่ในความคิดนานนัก แม้แต่ตัวเองก็เดาทางไม่ออกจริงๆว่ากำลัง้าอะไร
นับว่าสมแล้วที่พวกเขาทั้งคู่เป็สามีภรรยากันความคิดสับสนวุ่นวายกันทั้งคู่
“ไปว่านฮวา”
“ไปทำไม”
“ปวดเอว” ท่านเทพอ้างขึ้นมามั่วๆเพราะไม่อยากให้สามีรู้ว่าเขาเอายาของไป๋เฮ่อไปให้อสรพิษเหมาฉาวิเคราะห์เมื่อได้ยินว่าท่านเทพปวดเอวไป๋เฮ่อก็ไม่นึกแปลกใจเท่าไหร่นักถึงอย่างไรก็เป็คนแก่อายุเกินหนึ่งร้อยห้าสิบไปแล้ว จะมีอาการปวดเอวบ้างก็ไม่แปลก
แต่ถึงอย่างไรก็เป็ผู้ที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงคนหนึ่ง อาการปวดเอวนั่นทำให้ถึงกับต้องไปหาท่านหมอเทพจะเป็แค่อาการปวดเอวธรรมดาได้รึ
“ร้ายแรงหรือเปล่า”
“เปล่า แค่โรคของคนแก่” วันนี้ถามเยอะผิดปกติจริงเป็ห่วงรึ
เมื่อได้รับคำตอบแล้วว่าไป๋ซูเจี้ยนไปที่ไหนราชครูก็เลิกสนใจ ท่านเทพมองสามีอยู่อีกสักพักก่อนจะเดินกลับเข้าเรือนเมื่อเดินไปที่เตียงก็ล้มตัวลงนอนเพราะวันนี้เอาแต่เดินไปเดินมาชักจะเหนื่อยขึ้นมาจริงๆ
“กลับมาแล้วหรือขอรับ” คนสนิทที่คอยรับใช้ไป๋ซูเจี้ยนนำน้ำอุ่นมาให้แช่เท้าเพื่อคลายเมื่อยท่านเทพจึงพยุงตัวเองลุกจากเตียง วันนี้ได้ออกไปเดินเล่นนานๆก็ดีเหมือนกันแต่พอดีเดินไกลไปเสียหน่อยก็ชักจะปวดเมื่อย
“ข้าไม่อยู่เป็อย่างไรบ้าง”
“สาวใช้รายงานว่าราชครูยอมทานสำรับยามเช้าของวันนี้แล้วก่อนออกไปทำงานก็ถามถึงท่านด้วยขอรับ” ไป๋ซูเจี้ยนได้ยินดังนั้นก็คล้ายจะพอใจขึ้นมาวันนี้เด็กคนนั้นก็ยอมเอ่ยถามถึงเขา ก็นับว่าความสัมพันธ์คืบหน้าไปได้ด้วยดีแล้ว
“ก็นับว่าคุ้มที่ข้าออกไปข้างนอก”
“กำลังมีความสุขหรือขอรับ” คนสนิทย่อตัวลงนวดเท้าให้ท่านเทพเพื่อคลายเมื่อย ไม่อยู่เสียทั้งวันไม่รู้ว่าไปเดินเล่นจนถึงที่ไหนบ้าง
“ที่ผ่านมาการพูดคุยกันนับว่าเป็เื่ยากมากแต่วันนี้เขายังอุตส่าห์ถามถึงข้า เอ่ยถามว่าข้าไปที่ไหนมา ไม่น่าดีใจตรงไหนรึ?”หลังจากที่เงียบใส่กันมานานกว่าหนึ่งเดือนในที่สุดวันนี้ก็ได้พูดคุยกัน นับว่าเป็สัญญาณที่ดีที่จะเข้าหาสามีต่อไปไม่ใช่หรอกรึ
“รู้สึกว่าวันนี้ที่ราชครูกลับเรือนเร็วเป็เพราะมาคอยท่านว่าจะกลับมาเมื่อไหร่แล้วยังให้สาวใช้จัดโต๊ะดื่มน้ำชาที่หน้าเรือนด้วยขอรับ” ที่แท้เด็กคนนี้ก็ยังเป็ห่วงเป็ใยคนอื่นไม่ได้เ็าตลอดเสียทีเดียว
อันที่จริงไป๋เฮ่ออาจจะไม่ได้เป็คนที่เ็าแบบนี้อยู่แล้วหากเขาไม่ได้มีคำสาปที่กำลังสร้างความเ็ปนั้นอยู่ในตัวเด็กคนนั้นก็แค่ปฏิบัติตัวแบบนั้นเพราะเขาไม่เหมือนคนอื่นที่จะทำตัวปกติได้
ได้เห็นเขาแสดงด้านอื่นให้เห็น ท่านเทพก็รู้สึกมีความสุขเสียจริงๆ
แต่เชื่อเถอะว่าวันพรุ่งนี้สามีของเขาก็จะกลับมาทำตัวเ็าไม่สนใจผู้อื่นเหมือนเช่นเดิมเฮ้อ
“ข้าได้ยินว่าท่านปวดเอวหรือขอรับ?” คนสนิทเอ่ยถาม ถึงจะเป็ท่านเทพที่มีวรยุทธ์แข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่ใช่ว่าจะปวดเอวไม่เป็เสียหน่อยแล้วตอนนี้ก็เป็คนแก่เสียแล้วด้วย
“นิดหน่อย ไหนๆเ้าก็ถามขึ้นมาแล้ว ให้เ้านวดเอวให้เสียหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
“ทราบแล้วขอรับ” ไป๋ซูเจี้ยนนอนคว่ำตัวอยู่บนเตียงให้คนสนิทช่วยนวดเอวให้ ถึงอายุกับร่างกายจะสวนทางกันแต่เวลาที่มีคนนวดตัวให้มันก็รู้สึกสบายมากอยู่ดี
วันนี้ไป๋ซูเจี้ยนอารมณ์ดีพร้อมทั้งวางแผนเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะให้สามีได้พักผ่อนโดยการไม่ทำสำรับยามเย็นให้เมื่อนวดเอวจนหายเมื่อยเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปอาบน้ำชำระร่างกายพอยื่นหน้าออกมามองที่ระเบียงเรือนข้างๆก็พบว่าไป๋เฮ่อนั้นไม่อยู่แล้ว คงจะออกไปที่ไหนสักที่กระมังแล้วเขาก็คงไม่คิดจะบอกไป๋ซูเจี้ยนด้วยว่าตัวเองจะไปที่ไหน
จากเวลาที่เหลืออยู่ของวันท่านเทพก็เดาได้ไม่ยากว่าสามีของเขาจะไปที่ไหน ถึงอย่างไรก็เป็ราชครูของฝ่าาย่อมที่จะไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ไป๋เฮ่อคงจะอยู่ที่เรือนของประมุขเพื่อค้นหาวิธีทำลายคำสาปท่านเทพจะให้เวลาสามีได้อยู่กับตัวเอง พรุ่งนี้จะได้กลับมาเผชิญสำรับที่เขาทำต่อ
จากวันนั้นที่พวกเขาได้คุยกันบ้างเล็กน้อย ในที่สุดก็มาถึงวันจัดธรรมเนียมล่าสัตว์ของวังหลวงแล้วไป๋ซูเจี้ยนสั่งหน่วยลับของรองประมุขสองหน่วยให้ไปคุ้มกันเซียวหนิงเฉิงที่จะร่วมขบวนไปด้วยในครั้งนี้ส่วนไป๋เฮ่อนั้นเดินมาส่งฝ่าาและขบวนล่าสัตว์อยู่ที่ประตูวังหลวง
“ราชครูจะไม่ไปกับเราจริงๆรึ?” ฝ่าาทรงตรัสถามที่วังหลวงจะมีอะไรเกิดขึ้นได้กัน ห่วงแบบนี้เสียทุกปีแล้วปีไหนจะได้ออกไปล่าสัตว์ร่วมกับพระองค์เล่า
“ขอให้ฝ่าาทรงระวังพระวรกายให้มากอย่าได้ออกห่างจากหัวหน้าองครักษ์กับแม่ทัพทั้งสองอย่างเด็ดขาดอย่าได้ทรงทำอะไรผลีผลาม สังเกตสถานการณ์รอบตัวให้ดีกระหม่อมจะรอคอยพระองค์กลับมาที่วังหลวงอย่างปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ” ไม่ว่าฝ่าาจะพูดอย่างไรราชครูก็ไม่คิดที่จะออกป่าล่าสัตว์ร่วมกับฝ่าาอย่างเด็ดขาดใครจะชื่นชอบธรรมเนียมนี้ก็ชื่นชอบไปเสียเถอะ
“ปีนี้ท่านปู่เทพก็ไม่ได้มาร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์ด้วยขบวนล่าสัตว์ช่างเงียบเหงาเสียจริง” นอกจากราชครูจะไม่ไปแล้วท่านปู่เทพที่มักจะมาร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์เพื่อเป็ขวัญกำลังใจให้กับนักล่าก็ยังไม่มาอีกปีนี้ช่างเงียบเหงายิ่งนัก
“คนที่อยากจะให้มาด้วยกลับไม่มาแต่คนที่ไม่อยากจะให้มากลับมาเสียนี่” ฝ่าาทอดพระเนตรไปยังฮูหยินหลิวที่กำลังส่งยิ้มประหนึ่งจะบอกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ผิดที่ผิดทางเสียหน่อยไม่ใช่แค่ฝ่าา ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้คนที่กำลังท้องติดตามขบวนล่าสัตว์ไปด้วยกันทั้งนั้น
แต่คนที่ได้อันดับหนึ่งในธรรมเนียมล่าสัตว์ทุกปีก็คือฮูหยินหลิวเมื่อเป็เช่นนั้นใครจะห้ามเขาได้เล่า
“กระหม่อมจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมพ่ะย่ะค่ะ”
“นิสัยแบบนี้ของเ้าแก้อย่างไรก็แก้ไม่หาย แม่ทัพหลิวเป็ห่วงแย่แล้วมิเห็นหรอกรึ”
“เพราะแบบนั้นกระหม่อมถึงจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยมไม่ทำให้ใครต้องเป็ห่วงพ่ะย่ะค่ะ” ฝ่าาถอนหายใจในเมื่อรั้นจะไปให้ได้ใครจะไปห้ามได้กัน
ขบวนล่าสัตว์ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากวังหลวง เพราะไม่ได้จัดธรรมเนียมล่าสัตว์มาสองปีแล้วทุกคนจึงหมายมั่นปั้นมือที่จะล่าได้เหยื่อดีๆเมื่อส่งขบวนล่าสัตว์เรียบร้อยแล้วราชครูก็เดินกลับไปที่สำนักการศึกษาเพื่อจัดการงานของวันนี้เขาต้องรับผิดชอบรับเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวังหลวงรวมถึงเื่ที่ค่ายองครักษ์ด้วยดังนั้นวันนี้จึงเป็วันที่ยุ่งมากทีเดียว
หากไม่มีไป๋เฮ่ออยู่ใครจะจัดการเื่พวกนี้ได้กัน
ทั้งๆที่วันนี้เป็วันจัดงานธรรมเนียมล่าสัตว์ที่ไม่ได้จัดมาสองปี แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามราชครูก็ได้รับรายงานที่ชวนใจากหน่วยลับ
มีมือสังหารแฝงตัวเข้ามาในการล่าสัตว์ครั้งนี้ ฝ่าาทรงปลอดภัยดีแต่ท่านเทพได้รับาเ็ที่สำคัญฮูหยินหลิวยังได้รับาเ็สาหัสจนเกือบที่จะเสียลูกในท้องไป....
“พวกเ้ากลับไปที่ฉางเก๋อเดี๋ยวนี้!” ราชครูสั่งหน่วยลับให้กลับไปที่ฉางเก๋อในทันทีไป๋ซูเจี้ยนจะต้องได้รับข่าวนี้แล้วอย่างแน่นอน ใครๆก็รู้ว่าฮูหยินหลิวนั้นเป็ที่รักของท่านเทพทั้งสองของเผิงหลายเมื่อเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นไป๋ซูเจี้ยนจะต้องไม่อยู่เฉยเป็แน่
“พวกมันกล้าดีอย่างไร....” ที่เรือนของท่านเทพบรรยากาศอันน่าสะพรึงกำลังหลั่งไหลออกมาจากตัวของไป๋ซูเจี้ยน ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยไออำมหิตจนไม่ว่าใครก็ไม่อาจเข้าใกล้ได้
มือสังหารอย่างนั้นรึ พวกมันเป็ใคร กล้าดีอย่างไรทำร้ายศิษย์ของเขากล้าทำร้ายศิษย์หลานของเขา!
“ท่านเทพ โปรดใจเย็นก่อนขอรับ” คนสนิทรีบเข้าไปเกลี่ยกล่อมให้นายของตนระงับโทสะที่รุนแรงลงเพราะท่านเทพนั้นมีพลังที่มากกว่าคนทั่วไป หากยังปล่อยไออำมหิตออกมาแบบนี้เรื่อยๆสาวใช้ที่อยู่รอบตัวจะต้องพลันล้มฟุบหมดสติไปอย่างแน่นอน
“สืบรู้มาหรือยังว่าพวกมันเป็ใคร”
“ขอรับ ท่านเทพสืบรู้มาว่าผู้ที่อยู่เื้ัการลอบสังหารครั้งนี้คือลูกสาวของผู้นำตระกูลหวงขอรับ”หวงเหมยกุ้ยอย่างนั้นรึ
“เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าดีอย่างไรทำร้ายศิษย์ของข้า!” เป็แค่เด็กน้อยที่ยังไม่ปีกกล้าขาแข็ง กล้าดีอย่างไรอาจหาญมาทำร้ายประมุขของเผิงหลายและฮูหยินของฉางหวั่นแบบนี้!
“ท่านเทพ ระงับโทสะก่อนเถอะขอรับ หากท่านยังโกรธอยู่แบบนี้จะยิ่งไปกันใหญ่นะขอรับ”ในตอนนี้มีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแล้ว หากไป๋ซูเจี้ยนยังระงับโทสะไม่ได้แบบนี้อาจจะเป็เื่ใหญ่มากขึ้นก็ได้
ท่านเทพสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยอมระงับโทสะของตัวเองตามที่คนสนิทร้องขอเขานั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะยกชาขึ้นดื่มเพื่อให้สมาธิสงบ พยายามใจเย็นแล้วฟังเื่ที่หน่วยลับรายงานแค่เห็นจากสภาพของหน่วยลับที่าเ็กลับมาก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงจะใช้จำนวนคนที่มากกว่าเข้าช่วยมิเช่นนั้นเซียวหนิงเฉิงจะพลาดท่าได้อย่างไร
ก่อนหน้าที่หน่วยลับจะกลับมา เยว่เฟยหลิงนำสารลับจากเซียวหนิงเฉิงมามอบให้กับไป๋ซูเจี้ยนแต่ตอนนั้นเขายังไม่ได้ถามว่าทำไมถึงมีสารลับจากเซียวหนิงเฉิงมาในเวลานี้เพราะประมุขน้อยนั้นรีบร้อนมากจึงทำเพียงแค่อ่านสารที่เขียนมาเกี่ยวกับแผนที่เซียวหนิงเฉิงได้วางเอาไว้เพื่อที่จะกำจัดตระกูลหวงแล้วบอกให้เขาเตรียมพร้อมกลับไปที่เผิงหลายเพื่อรับมือกับการโจมตีของตระกูลหวงที่จะเกิดขึ้นบอกว่าตระกูลหวงจะเริ่มลงมือในหนึ่งถึงสองวันนี้ไป๋ซูเจี้ยนคิดว่าคงจะเกิดสถานการณ์บางอย่างที่เข้าแผนของศิษย์เขาแต่เมื่อได้ยินถึงเื่ที่เกิดขึ้นแบบนี้เขาก็ไม่รู้เลยว่ามันเข้าแผนอย่างไร
“หลิวเยว่เทียนาเ็ไม่พอหลิวชิงฟงยังลงจากตำแหน่งในตอนนั้นอีก เื่กลายเป็เช่นนี้ได้อย่างไร” โชคยังดีที่เด็กน้อยในครรภ์ยังปลอดภัย หากเด็กคนนั้นเป็อะไรขึ้นมาตระกูลหวงอย่าได้หวังที่จะได้ตายอย่างสงบเลย
“ฝ่าามีรับสั่งให้ผู้าุโหลิวและฮูหยินลี้ภัยไปยังแคว้นจ้าวอีกไม่นานก็จะออกเดินทางแล้วขอรับ” แล้วยังต้องจากบ้านจากเมืองลี้ภัยไปอยู่ยังแดนไกลอีกวันนี้ควรจะเป็วันที่ทุกคนได้ล่าสัตว์ท่องเที่ยวในป่าอย่างสนุกสนานมิใช่หรอกรึ ไยถึงเกิดเื่เช่นนี้ได้ไยต้องเกิดเื่เช่นนี้ด้วย
“เราไปที่ป้าเตากันดีหรือไม่ขอรับ” หน่วยลับรายงานว่าขบวนล่าสัตว์ทั้งหมดกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วท่านเทพเซียวหนิงเฉิงก็น่าจะกลับมาแล้วเช่นกันหากไปเยี่ยมเยือนก็จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เื่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับหนิงเฉิงหากเขากลับมาถึงแล้วก็ให้เขาพักผ่อนเถอะ ข้าไม่อยากจะไปรบกวนความคิดของเด็กคนนั้น”ที่ไป๋ซูเจี้ยนทำได้ตอนนี้คือต้องใจเย็นลงก่อน หน้าที่รับผิดชอบกำจัดตระกูลหวงเป็ของเซียวหนิงเฉิงไป๋ซูเจี้ยนเข้าไปยุ่งวุ่นวายมากไม่ได้ถึงตอนนี้จะหงุดหงิดอย่างไรก็ไม่อาจจะลงมือเอาคืนแทนเด็กคนนั้นได้
เขาเชื่อว่าศิษย์ของเขาจะต้องเอาคืนอย่างสาสมแน่นอน
กว่าไป๋เฮ่อจะกลับมาที่ฉางเก๋อได้ก็ตกดึก เรือนที่อยู่ข้างๆมืดสนิทราวกับไม่มีใครอยู่ราชครูชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าควรจะไปดูสักหน่อยดีหรือไม่หน่วยลับมารายงานแล้วว่าไป๋ซูเจี้ยนเพียงแค่มีอารมณ์โกรธแต่ก็สงบลงแล้วเพียงแต่ไม่อยากพบใครในตอนนี้ แม้จะรู้สึกเป็ห่วงอยู่บ้างแต่หากอีกฝ่ายอยากที่จะอยู่คนเดียวไป๋เฮ่อก็จะให้เวลาไป๋ซูเจี้ยนได้ใช้ความคิดเงียบๆเพียงลำพัง
หากไม่คิดมากจนเป็อะไรไปก็คงดี
ราชครูเดินเข้ามาในเรือน วันนี้เขาจะค้างอยู่ที่นี่เผื่อว่าหากไป๋ซูเจี้ยนเกิดอารมณ์ร้อนขึ้นมากลางดึกจะได้หยุดเอาไว้ทันเขามองไปยังสารลับที่ประมุขเยว่นำมามอบให้ก่อนหน้านี้
เนื้อความในสารคือภายในสองสามวันนี้ให้ไป๋เฮ่อวางกำลังขององครักษ์และฉางเก๋อไว้รอบวังหลวงอย่างลับๆเพราะท่านเทพเซียวหนิงเฉิงคาดการณ์เอาไว้ว่าอีกไม่กี่วันหรืออาจจะเป็วันพรุ่งนี้ที่ตระกูลหวงจะลงมือก่อฏและส่งกองทัพมายึดวังหลวงเื่ของตระกูลหวงนั้นราชครูเองก็รู้มาสักพักแล้วยามที่เซียวเฟิงเหยียนลำบากนายเหนือก็มักจะเอาเื่นี้มาปรึกษาเขาเสมอดังนั้นเขาจึงรู้เื่ที่เกิดขึ้นภายในป้าเตาอยู่พอสมควร เมื่อได้รับสารลับมาแล้วราชครูก็จัดวางกำลังขององครักษ์และฉางเก๋อเอาไว้รอบวังหลวงรวมถึงจัดเตรียมกองทัพหลวงให้พร้อมเพื่อเตรียมเคลื่อนไหวทุกสถานการณ์โดยไม่ให้ผิดสังเกตทำให้วันนี้เขากลับมาถึงเรือนช้ากว่าทุกวันอันที่จริงต้องบอกว่าก็กลับมาในเวลาปกติเหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้จะถูกกว่า
การจัดเตรียมกำลังเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็เพียงแค่รอคำสั่งให้เคลื่อนไหวกำลังพลเท่านั้น
ยามที่ได้อ่านแผนการที่ท่านเทพเซียวหนิงเฉิงได้วางเอาไว้นั้น ราชครูก็รู้ว่าท่านเทพนั้นวางแผนกำจัดตระกูลหวงมานานมากทีเดียวนอกจากนั้นยังอ่านสถานการณ์ได้เฉียบขาดมากแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่ตระกูลหวงจะหนีรอดไปได้ ความสามารถนี้ในฐานะราชครูของฝ่าาไป๋เฮ่อยังห่างชั้นมากนัก
ราชครูมองไปยังเรือนที่มืดสนิทจากััที่รู้สึกได้ไป๋ซูเจี้ยนก็อยู่ภายในเรือนนั้นแต่อารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ไม่แม้แต่จะออกไปวาดรูปเล่นเหมือนอย่างที่เคยทำเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ขุ่นมัวมากทีเดียว
ระหว่างที่กำลังมองอยู่นั้นไป๋เฮ่อก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาเล็กน้อยยกมือขึ้นกุมหน้าอกก่อนจะรีบพาตัวเองกลับเข้าไปในเรือน คว้ากล่องยาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาหยิบยาลูกกลอนออกมาสองเม็ดก่อนที่จะกลืนลงไปนั่งลงเดินลมปราณของตัวเองเพื่อสะกดความเ็ปที่กำลังเผชิญอยู่
แม้จะกินเข้าไปสองเม็ดแล้ว ก็ยังเ็ปอยู่อย่างนั้นรึ
ไป๋เฮ่อสำลักเืออกมากองใหญ่หลังจากที่พยายามเดินลมปราณอยู่นานร่างสูงทรุดตัวอยู่กับพื้นด้วยความทรมาน ลมหายใจสะดุดห้วงด้วยความเ็ปหน่วยลับรีบเคลื่อนไหวมาอยู่ข้างกายผู้เป็นายในทันที
“หยิบยาให้ข้าที” ราชครูเอ่ยบอกเมื่อถูกประคองตัวลุกขึ้นนั่งในตอนนี้สองเม็ดไม่เพียงพอแล้วคงจะต้องกินเข้าไปอีกเม็ดเพื่อให้ความเ็ปนี้ทุเลาลง
“แต่ว่า....” หากกินเข้าไปอีกยานี้จะยิ่งส่งผลเสียให้ร่างกายในภายหลังฝ่าาเคยบอกเอาไว้ว่ายานี้ไม่ควรกินเกินสองเม็ดในหนึ่งวันอย่างเด็ดขาดจึงได้สั่งหน่วยลับให้ช่วยดูแลไป๋เฮ่อตลอดหากวันไหนที่อาการเ็ปนั้นกำเริบหนักจนต้องกินยาเกินสองเม็ดจะต้องรีบรายงานฝ่าาในทันที
“เอามาเถอะ” ไป๋เฮ่อรู้ว่าการกินยานี้เข้าไปเกินสองเม็ดต่อวันนั้นจะทำให้ร่างกายของเขายิ่งแย่ลงไปอีกในอนาคตแต่ในตอนนี้เขาไม่กินไม่ได้ มิเช่นนั้นความเ็ปนี้จะไม่บรรเทา
หลังจากที่ชั่งใจอยู่สักพักหน่วยลับก็ตัดสินใจยื่นยาให้กับประมุขของตนเมื่อกินเข้าไปแล้วไป๋เฮ่อก็สำลักออกมาเป็เืเพราะฤทธิ์ของยาที่รุนแรงเกินไป แต่แม้จะสำลักออกมาเป็เืแบบนั้นทว่าความเ็ปจากคำสาปกลับลดลงมาก
“ไป๋เฮ่อ!” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนไป๋ซูเจี้ยนยืนอยู่ที่ประตูห้องนอนและมองมาที่เขาด้วยความใ ในขณะที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาไป๋เฮ่อก็ตวาดลั่น
“ออกไป!!”
“แต่ว่า!”
“ข้าบอกให้ออกไป!” มือหนายกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อไอออกมาเป็เือีกครั้งไป๋ซูเจี้ยนทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาแต่ถูกหน่วยลับขวางเอาไว้
“ท่านเทพ ให้ประมุขได้อยู่ตามลำพังสักครู่เถอะขอรับ”
“แต่...!” อาการแบบนี้ควรจะปล่อยให้อยู่ตามลำพังอย่างนั้นรึ!
“ประมุข้าเวลาในการฟื้นร่างกายของตัวเอง โปรดออกไปก่อนเถอะขอรับ”ท่านเทพชั่งใจอยู่เล็กน้อย เขามองไปยังไป๋เฮ่อที่ถูกหน่วยลับประคองเอาไว้สภาพร่างกายแบบนั้น หรือว่าจะกินยานั่นเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้แล้วอย่างนั้นรึ
“ท่านเทพ”คนสนิทรีบเข้าไปดึงตัวนายของตนออกมาแล้วพาออกมาจากเรือน ก่อนหน้านี้ท่านเทพยังนอนใช้สมาธิอยู่ดีๆจู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วตรงดิ่งมาที่เรือนของราชครูอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ว่าทำไมท่านเทพก็เดินเข้ามาถึงห้องนอนของราชครูแล้ว
ไป๋ซูเจี้ยนมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ระหว่างที่กำลังนอนใช้ความคิดทำสมาธิอยู่นั้นเขาก็ได้กลิ่นคาวเืที่รุนแรงมากจึงได้วิ่งออกมาจากเรือนตามกลิ่นเืนั้นไปจนได้มาเห็นสภาพของไป๋เฮ่อ
ฝ่าาเคยบอกกับเขาว่ายาที่ไป๋เฮ่อกินอยู่นั้นมีฤทธิ์ที่รุนแรงมากหากกินเกินสองเม็ดต่อวันมันจะส่งต่อร่างกายอย่างฉับพลันจะทำให้ภายในได้รับาเ็จากสภาพของเขาแล้วยังกล่องยาที่เปิดค้างเอาไว้มันทำให้ไป๋ซูเจี้ยนคิดเป็อย่างอื่นไม่ได้จริงๆ
ไป๋เฮ่อกินยาเม็ดที่สามเข้าไปแล้ว แล้วมันกำลังทำให้ร่างกายของเขาาเ็หนักหรือว่าความเ็ปจากคำสาปไม่สามารถหยุดยั้งได้ด้วยฤทธิ์ของยาสองเม็ดแล้วอย่างนั้นรึ
ไป๋ซูเจี้ยนประมาทเกินไปก่อนที่จะแต่งงานเขาคิดว่าร่างกายของไป๋เฮ่อยังสามารถทนต่อไปได้อีกสักสองหรือสามเดือนแต่มันกลับย่ำแย่ลงทั้งๆที่เพิ่งจะผ่านไปเดี๋ยวเดียวเท่านั้นหรือเพราะไป๋เฮ่อฝืนตัวเองมากเกินไปร่างกายจึงได้แย่ลงกว่าที่ไป๋ซูเจี้ยนคิดเอาไว้อย่างนั้นรึ
อีกไม่นานศิษย์ของเขาก็จะเปิดฉากกำจัดตระกูลหวงให้สิ้น ถึงแม้เื่กำจัดตระกูลหวงจะสำคัญแต่จะดีแน่หรือที่จะอยู่ห่างจากไป๋เฮ่อในตอนนี้สภาพที่กระอักเืออกมาแบบนั้นทำให้ไป๋ซูเจี้ยนใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
“อาการแย่ลงแล้วอย่างนั้นรึ” ที่ตำหนักัฟู่หลิงรั่วยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วด้วยความเครียด ราชครูกินยาเม็ดที่สามเข้าไปนั่นหมายถึงคำสาปของไป๋เฮ่อมาถึงจุดที่รุนแรงที่สุดแล้วเดิมทียาสองเม็ดก็สร้างภาระให้ร่างกายอย่างหนักแต่ยิ่งกินยาเม็ดที่สามเข้าไปจะยิ่งทำให้ร่างกายรับภาระหนักขึ้นไปอีกพวกเขาคาดการณ์กันว่ากว่าที่ราชครูจะได้ใช้ยาเม็ดที่สามก็อีกสองหรือสามเดือนต่อจากนี้แต่นี้เพิ่งจะผ่านไปเดือนเดียวเองมิใช่หรอกรึพวกเขาคาดการณ์อาการของราชครูผิดไปได้อย่างไร
“อาการตอนนี้เป็อย่างไร”
“เส้นเืได้รับความเสียหาย กระอักเืออกมาสองครั้ง ความเ็ปจากคำสาปคงที่แล้วแต่ทว่าร่างกายย่ำแย่มากพ่ะย่ะค่ะ” หน่วยลับรายงานเื่ที่เกิดขึ้นยาเม็ดที่สามนั้นทันทีที่กินเข้าไปก็ทำให้ร่างกายาเ็ในทันที เมื่อเทียบกับความเ็ปจากคำสาปแล้วราชครูเลือกที่จะเ็ปทางร่างกายมากกว่า หากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้เขาอาจจะต้องตายก่อนที่จะแก้คำสาปได้ก็เป็ได้
“เรียกตัวแม่ทัพหลวงมาพบเราเดี๋ยวนี้เราจะให้เขาทำหน้าที่บัญชาทัพหลวงแทนราชครู เยว่เฟยหลิงส่งสารไปถึงราชครูด้วยว่าสองสามวันนี้ให้เขาอยู่ที่พรรคห้ามออกไปไหน”องค์จักรพรรดิหันไปบอกมือสังหารคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลเยว่เฟยหลิงพยักหน้าแล้วรับสารที่ลงตราประทับของจักรพรรดิมาเพื่อจะนำไปมอบให้กับราชครูองค์จักรพรรดิถอนหายใจ
เกิดเื่ขึ้นพร้อมกันแบบนี้ ใครสมควรสู้ก็ต้องสู้ใครสมควรพักก็ต้องพักจบเื่คราวนี้เมื่อไหร่ฝ่าาจะไล่ประมุขทุกคนไปพักผ่อนกันให้หมดเสีย