"เดี๋ยวค่ะพี่ ไหนๆก็พึ่งพิงกันแล้ว พี่ช่วยหยิบโน๊ตบุ๊คของกิ่งที่อยู่ในรถ
ลงมาเสียบไฟชาร์ทแบตให้กิ่งหน่อยนะค่ะ
กิ่งรู้สึกเมื่อยขาจังเลย ขอบคุณนะค่ะ"
"ได้จ๊ะกิ่ง"
เราขอบคุณพระเจ้าแป๊บเดียว
พระองค์ท่านตอบแทนความดีของเรา ให้กับเรา
ด้วยการให้ความสุขกับเรา แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวนาที
เราหันไปมองน้องกิ่งที่พูดกับเราในขณะที่เธอปลดการ
ไขว่ห้างของขาตัวเองที่ ยกขึ้นมานั่งในท่าปรกติ
มันเพียงพอที่จะมองเห็นเรียวขาเธอที่ทะลุไปถึงแก้มก้น
แม้จะไม่ถึงกับเห็นน้องหมวยเล็กเธอ แต่ก็ทำใจเราให้วาบหวิวเหลือเกิน
มันสั่นอยู่ลึกๆอย่างมีความสุข
ลูกขอขอบคุณพระเจ้าอีกครั้งที่เมตาลูก โอ้....มายก๊อด
เราเดินห้องนั้นด้วยใจที่มีความทรงจำในภาพน้องกิ่ง
มุ่งไปทำตามที่เธอขอ เหมือนผีดิบที่ถูกสั่งให้ทำงาน
ไม่มีภาระอื่นสำคัญกว่าการมุ่งไปเอาโน๊ตบุ๊คของน้องกิ่งมาชาร์ทแบต
เดินผ่านห้องรับแขกเห็นน้องหยกด้วยหางตา
แต่เรากลับไม่มีกริยาโต้ตอบใดๆ เดินออกประตูหน้าบ้านไปยังรถน้องกิ่ง
ด้วนใจที่บันทึกภาพความงามของเธอ
ในที่สุดเราก็ทำหน้าที่ที่น้องกิ่งสั่งมาครบถ้วนบริบูรณ์ด้วยการเอา
โน๊ตบุ๊คเธอไปชาร์จแบตที่ปลั๊กมุมห้องรับแขก
พร้อมกับเดินเข้าห้องครัวหาน้ำหาของขบเคี้ยวกินอย่างสบายใจ
ด้วยการลำดับ เหตุการณ์ในวันนี้จนเพลินไปครู่นึง
ก็เห็นน้องกิ่งเดินลงมาจากบันได
"โอ้โห.....พี่กิ่งใส่ชุดนักศึกษาสวยเหมือนนางฟ้าเลย"
"น้องหยกเว่อไปรึป่าวค่ะ พี่ต้องรีบไปแล้วเดี๋ยวไม่ทันเรียน
ต้องไปแวะหาอะไรทานด้วย ไปนะจ๊ะ เดี๋ยวเย็นๆพี่จะกลับ
คงประมาณหกโมง บวกลบนิดหน่อยจ๊ะ"
"เดี๋ยวค่ะๆพี่กิ่ง เย็นนี้ต้องกลับมาทานข้าวบ้านนะค่ะ
ไม่ต้องทานมาจากข้างนอกนะค่ะ อากับหยกจะเลี้ยงฉลองรับพี่ค่ะ"
"ไม่ดีกว่าจ๊ะหยก พี่เกรงใจ ให้พี่มาอาศัยอยู่พี่ก็เกรงใจแย่แล้วนะจ๊ะ"
"เดี๋ยวค่ะๆ ไม่ได้นะค่ะ เอาไว้เกรงใจวันอื่น โบราณเค้าถือ
ขนของเข้าอยู่บ้านใหม่วันแรกต้องทำตัวเองให้มีความสุข
ถึงจะเป็นฤกษ์งามยามดีของเรานะค่ะ
จะทำให้เราอยู่เย็นเป็นสุขตลอดเวลาที่เราได้พักอาศัยนะค่ะ
คุ้มภยันอันตรายทั้งปวงได้นะค่ะ ขืนอยู่บ้านใหม่วันแรกแห้งแล้งไม่สดใส
มันก็จะแห้งแล้งตลอดไปนะค่ะ ก้าวแรกสำคัญที่สุดค่ะพี่กิ่ง"
"จริงเหรอจ๊ะน้องหยก ถ้างั้นพี่ไม่เกรงใจละนะ
พี่จะกลับมาทานข้าวที่น้องหยกกับอาเป็นเจ้าภาพจ๊ะ
ขอบใจนะจ๊ะที่เตือนพี่
แล้วพี่จะซื้อพวงมาลัยและผลไม้มาถวายศาลพระภูมิเจ้า
ที่ที่มุมบ้านด้วย เรื่องบุญคุณต้องทดแทนวันหน้าค่อยว่ากันนะจ๊ะ
ยังไงต้องเชื่อโบราณหน่อยดีกว่า ถูกไม่เป็นไร
ถ้าผิดแล้วแย่แน่ๆเลย แต่ตอนนี้พี่ต้องไปแล้วคุยต่อไม่ได้แล้วจ๊ะ
ไปนะจ๊ะสายแล้วจ๊ะ ไปนะค่ะพี่"
"จ้า......แล้วกลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันนะจ๊ะ"
น้องกิ่งถูกน้องหยกคุยทักทายซ๊ะหลายคำ
รีบร้อนเดินจ้ำอ้าวกลัวสายไปเรียนไม่ทัน
สตาร์ทรถออกไปด้วยอาการเร่งรีบ
ส่วนเราสองอาหลานเดินตามไปดูเธอที่หน้าบ้านโดยไม่ต้องนัดหมาย
เห็นเธอเปิดระตูรั้วใหญ่ขับรถออกไปแล้วลงมาปิดประตู
"พี่กิ่งเค้ารอบคอบนะอา ปิดประตูรั้วให้เราด้วย
เย็นนี้ต้องสั่งอาหารร้านปากซอยมาเลี้ยงเธอนะค่ะอา.....นั่นแน่
อาไม่ฟังหยกเลย เดี๋ยวเย็นพี่เค้าก็กลับแล้วค่ะ เข้าบ้านค่ะอา
บ้านเราเลยเงียบไปเลย ไปกันหมด"
น้องหยกพูดจี้ถูกใจดำเรา
หัวใจเราตามขึ้นรถน้องกิ่งไปมหาลัยด้วยจริงๆ
เธอเดินจูงมือเราเข้าบ้าน พอปิดประตูเสร็จไม่รู้เป็นอะไร
เราดึงตัวน้องหยกมากอดแล้วหอมเธอเป็นการใหญ่
ทำให้ใจรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
"อา......เกิดพิศวาสอะไรหยกขึ้นมาอีกแล้วค่ะ หยกขนลุกทั้งตัวแล้วนะค่ะ"
น้องหยกเป็นงง ที่อยู่ดีๆเราก็อยากกอดรัดเธอขึ้นมา
แต่เพราะความเป็นเด็กฉลาดเจ้าความคิดของเธอ
ทำให้เธอเห็นคำตอบอย่างรวดเร็ว
เธอปล่อยให้เรากอดจูบตามใจปรารถนา
แต่ในขณะที่เรากอดรัดน้องหยก เรากับคิดถึงแต่น้องกิ่งอยู่ในใจ
สิ่งที่อัดอั้นในการร่วมกิจกรรมกับน้องกิ่งในวันนี้
ถูกระบายลงบนเรือนร่างน้องหยก
เราเอามือลูบไล้ต้นขาอ่อนน้องหยกด้วย
คิดถึงน้องกิ่งตอนปลดตัวเองจากท่านั่ง ไขว่ห้าง
เราลูบขาอ่อนเธอแบบช้าๆเรื่อยๆจนมาถึงขอบกางเกงชั้นใน
ที่สัมผัสได้ว่าเป็น ผ้าลูกไม้ มือเราเลื่อนไปสู่แก้มก้นน้องหยก
สัมผัสความนุ่มนวลของแก้มก้นเธอจนเห็นเป็น
ภาพเส้นรอยต่อต้นขากับแก้มก้น
พร้อมๆกับค่อยๆดันตัวเธอไปหาโซฟาตัวยาวทีละนิด
ปากก็ระดมจูบติ่งหูไล่เรื่อยมาจนถึงซอกคอ
มาจบที่เม้าทูเม้าแรกลิ้นกันพัลวัล
ถึงตอนนี้น้องหยกไม่เพียงขนแขนแสตนอัพ
ตัวอ่อนหน้าเธอเริ่มออกเป็นสีชมพู
กล้ามเนื้อเริ่มขยับขยายผายออกเพื่อมารับหยาดน้ำทิพย์ที่พรมใส่
"อาขา.....หยกเริ่มมีอารมณ์แล้วนะค่ะ"
เราเริ่มปลดกระดุมเสื้อน้องหยกออกที่ละเม็ด
พร้อมกับดันเธอเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณให้เธอลงนอนที่โซฟาตัวยาว
ก่อนจะนอนถึงพื้นโซฟา
เราก็ได้ปลดกระดุมเสื้อเธอแล้วปล่อยให้ไหลลงไปสู่พื้นห้อง
เธอเหลือเพียงกางเกงในสีดำผ้าบางๆมีขอบชาเป็นลายลูกไม้อยู่ตัวเดียว
เพราะไม่ได้ใส่บรา
เราเลื่อนศีรษะมาที่บัวคู่งามที่ตอนนี้ส่วนปลายชี้ตั้งประดับด้วยสีชมพู
เม็ดที่ยังไม่โตเต็มที่ แต่ช่างเร้าใจในความขาวละเอียดของเนินนั้น
น้องหยกเริ่มเกิดอาการเนื้อกระตุกเต้นเป็นครั้งคราว
ในตอนที่เราเม้มปากคลึง ยอดบัว
เธอเริ่มใช้มือปลดกางเกงขาสั้นตัวโปรดที่เราใส่อยู่บ้านประจำออก
พร้อมกับดึงชั้นในให้หลุดร่วงล่นไปตาม
แล้วเอามือมาคลึงเคล้นมักกรน้อยที่แข็งตัวเต็มที่อย่างมีความสุข
"อาขา.....สุขมากเลยค่ะ....หยกรักอาจังเลยค่ะ....โอยยย"
มาถึงตรงนี้เราจึงต้องเปลี่ยนอิริยาบถ
พลิกตัวเองจากศีรษะไปหาส่วนขาเธอ
เพื่อให้เธอได้แลบเลียน้ำหวานที่อยู่หัวมังกร
เราเองก็ได้ดอมดมเกสรกุหลาบของเธอ
ด้วยการเอามือค่อยไปลดชั้นในตัวจิ๋วให้เลื่อนออก
พร้อมลูบไล้เนินเนื้อส่วนล่างบริเวณแก้มก้น
พอเราใช้นิ้วมือด้านลำนิ้วลากผ่านร่องก้นจนผ่านถูกรูทวารหนัก
อย่างแผ่วเบา เธอขมิบแก้มก้นเข้าหากัน พาให้ดงดองไม้เธอยกสูง
ดันชนปากและลิ้นที่เรานวดอยู่
"อูยยย.....อาขา หยกชักทนไม่ไหวแล้วค่ะ เสียวเหลือเกินค่ะอา"
น้ำรักของน้องหยกไหลออกจากดงกุหลาบเป็นระยะๆ
ปานว่าถูกพายุฝนกระหน่ำ เธอครางเป็นภาษาบ้างไม่เป็นภาษาบ้าง
แต่เรากับรู้จักภาษานั้นได้ดังเกิดอัจรรย์
เราเองก็เสียวซ่านจวนเจียนจะระเบิด
ยิ่งในมโนภาพนึกไปเห็นน้องกิ่งที่เปิดหวอปล่อย หมวยเล็ก
ออกมาดูโลก ที่กำลังเคลื่อนไหวโยกย้ายซ้ายบ้างขวาบ้าง
มังกรน้อยเราก็สำลักน้ำออกมาเป็นลิ่มๆ
ความเสียวเคลื่อนจากโคนสู่หัวมังกรจนเรารู้สึกได้ช้าๆ
ที่เวลาน้ำรักนั้นเคลื่อนตัวอยู่ที่เส้นเลือดใหญ่ของมังกรน้อย
ซึ่งเป็นคุณสมบัติวิเศษของวิชาประจำตระกูล
ที่เรานำมาใช้กับน้องหยกเป็น ครั้งแรก
ด้วยจุดประสงค์ในการขยายเวลาร่วมรักให้ยาวนาน
คล้ายกับฟองอากาศหลายฟองที่อยู่ในสายวัดระดับน้ำ
ทุกหนึ่งฟองอากาศที่เคลื่อนตัวจากโคนสู่ปลายหัวมังกร
จะทำให้เกิดความเสียวซ่านในเส้นทางที่ฟองอากาศนั้น
วิ่งผ่านไม่ต่างกับตอน พ่นพิษรักเมื่อความใคร่สำเร็จ
แต่รสจะนุ่มเหมือนดื่มวิสกี้นอกชั้นดี
ว่าโดยสรุปคือวิธีใช่กระสุนรักให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ยังผลให้เราทนความเสียวซ่านที่น้องหยกเร่งกระทำกับมังกรน้อย
ก่อนที่ตัวเองจะหมดฤทธิ์หมดเดชเสียก่อน
"อาขา.....หยกทนไม่ไหวแล้วค่ะ พอนะค่ะ
ใจจะขาดแล้วค่ะอา......หยกยอมแพ้แล้วค่ะอา....ยอมจริงๆค่ะ......"
พอเราได้ยินดังนั้นจึงหยุดการกระทำกับคงดอกไม้ของน้องหยก
เพราะเรารู้ว่าถ้าเกินกว่านั้นมันจะเป็นเรื่องทรมาน
ดังที่น้องมายเคยคุยให้เราฟังและขอร้องเรามาแล้ว
เราหันศีรษะกลับขึ้นไปหาน้องหยก
เห็นอาการสะอึกของเธอยังค้างอยู่จนหน้าอกระเพื่อมขึ้นๆลงๆ
เธอรวบคอเราลงไปกอดใบหน้าซบชนกัน
ทั้งที่ลมหายใจเธอยังกระเพื่อมอยู่หอบอยู่
พอชั่วครู่เธอหายเหนื่อยเธอก็กล่าวขอบคุณเรา
"หยกขอบคุณอามากๆนะค่ะที่ให้ความสุขหยกครั้งนี้
ถึงแม้อาจะได้แรงบันดาลใจจากพี่กิ่ง หยกก็ทำใจได้ค่ะ ขอบคุณนะค่ะ"
"อาก็ขอบใจหยกนะ ที่หยกไม่รังเกียจแรงบันดาลใจของอา
และยังช่วยอาปลดเปลื้องความเก็บกดนั้น อาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า