โอวอิ่งกับหลิงหานมองตากัน ไม่ได้เดินออกไปทั้งคู่
ผู้ช่วยของโอวอิ่งมีไหวพริบดีมาก ลุกเดินออกไปดูผ่านไปประมาณสองนาทีก็กลับมาพูดเสียงเบาๆ กับโอวอิ่ง “อีซวี่มาแล้ว โดนฟูจิอิด่าจนเละเลย”
จากนั้นสบตาหลิงหานแวบหนึ่งก่อนพูดต่อ “อีซวี่มาสายขนาดนั้น ฟูจิอิต้องโกรธอยู่แล้วที่สำคัญคือพวกคุณคนหนึ่งไม่สาย คนหนึ่งสายอย่างมีเหตุผลเทียบกันแล้วอีซวี่เป็คนทัศนคติไม่ดี ไม่รักษาสัญญา พวกคุณรู้ไหม เมื่อครู่ฟูจิอิด่าจนหน้าแดงไปหมดเลย!”
เธอเลียนแบบท่าทางฟูจิอิชี้นิ้วเรียกหลิงหานเสียงดัง ‘นายไม่รักษาสัญญา!’ จากนั้นก็กุมท้องตัวเองหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง
“โอวเหยียน!” โอวอิ่งตำหนิ
ผู้ช่วยเก็บสีหน้าท่าทางทันที แต่ยังแลบลิ้นอย่างน่ารักออกมา
ใน่เวลานั้นอารมณ์ความรู้สึกของหลิงหานค่อนข้างที่จะอ่อนไหว หลังจากที่เขากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งแน่นอนว่าอยากคิดบัญชีแค้นกับคู่ชู้รักนั่นแต่ไม่เคยคิดจะใช้กลอุบายร้ายๆ ความคิดที่เขาเข้าร่วมถ่ายทำ MV นั้นง่ายมากๆ คือยืม MV ของอีซวี่เพื่อให้เขาเป็ที่นิยมขึ้นมา นี่เป็สิ่งที่อีซวี่ติดค้างเขาไว้ที่เขาช่วยโอวอิ่งก็มาจากความคิดอื่น ไม่คิดว่าจู่ๆ จะเป็หลุมลับดักอีซวี่ความรู้สึกที่ทำให้ศัตรูพ่ายแพ้อย่างไม่ตั้งใจเช่นนี้...รู้สึกดีสุดๆ
“ฟูจิอิกล้าด่าเขาหรือ” โอวอิ่งถามอย่างแปลกใจ “MV นี้บริษัทตั้งใจสร้างให้อีซวี่นี่”
ผู้ช่วยยักไหล่ “ฟูจิอิเป็คนญี่ปุ่น เขาไม่จมอยู่ในจีนหรอก จะกลัว GMG ไปทำไมล่ะ เขาอยู่ญี่ปุ่นก็เป็แบบนั้น ไม่สนใจใคร นับประสาอะไรกับอีซวี่ตรงหน้าฟูจิอิล่ะฟูจิอิกล้าด่ากระทั่งดาราดังฮอลลีวูด ยังจะกลัวผิดใจกับเขาอีกหรือ”
หลิงหานมองผู้ช่วยอย่างประหลาด คนคนนี้ตัดผมสั้นมากๆ เหมือนผู้ช่วยที่เป็เด็กผู้ชาย วาจาท่าทางกล้าหาญไม่ว่าอะไรก็กล้าพูด
โอวอิ่งจิ้มหัวเธอ “อย่าพูดส่งเดชสิ!”
เธอปฏิบัติต่อผู้ช่วยด้วยท่าทีสนิทสนม ไม่เหมือนท่าทีที่ควรมีต่อผู้ช่วยเลย
ผู้ช่วยตัวน้อยนั้นแลบลิ้น หัวเราะฮิๆ ไม่พูดอะไรอีก
หลิงหานกวาดสายตามองใบหน้าของทั้งคู่ ดูจากแก้ม ตา และรูปร่างริมฝีปากใบหน้าของทั้งสองคนคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วน แต่โอวอิ่งรูปร่างเซ็กซี่ ผมยาวราวกับแพรไหม ใบหน้างดงามมีกลิ่นอายของผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม แต่ผู้ช่วยตัวน้อยนั้นตัดผมสั้นๆเหมือนนักเรียนชายสวมเสื้อคลุมเบสบอลธรรมดาๆ บนสันจมูกมีแว่นตาขนาดใหญ่กรอบสีดำสวมไว้ ทั้งหมดดูราวกับว่าเป็ทอมคนหนึ่งแน่ๆกริยาท่างทางของทั้งสองคนนั้นดูแตกต่างกันมาก ทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตใบหน้าของทั้งคู่ที่คล้ายคลึงกันมากๆั้แ่แรก
โอวอิ่งราวกับสังเกตเห็นสายตาของหลิงหาน “เธอเป็น้องสาวฉันน่ะค่ะ โอวเหยียน”
มิน่าล่ะ
หลิงหานเข้าใจขึ้นมาทันที
“โอวอิ่งมาสายเพราะต้องแต่งหน้าแต่งตัวนายเองก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวด้วยหรือไง นายเป็ผู้หญิงหรือไง”
น้ำเสียงที่สูงขึ้นของฟูจิอิพลันลอดเข้ามาจากภายนอก คนในห้องเสื้อผ้าได้ยินกันอย่างชัดเจนดูท่าฟูจิอิน่าจะหงุดหงิดเอามากๆ
โอวเหยียนถามหลิงหาน “คุณว่าพวกเราต้องออกไปไหม”
แม้เธอจะถาม แต่ร่างกายของเธอไม่ขยับเลยสักนิด ดูท่าว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่ออีซวี่
หลิงหานพูดเรียบๆ “ผมกำลังเลือกชุดอยู่นะ”
โอวอิ่งหลุดเสียงหัวเราะ “คุณพูดถูกค่ะ ฉันก็ไม่อยากออกไปให้โดนดุ”
ทั้งสองคนจึงอยู่แต่ในห้องเสื้อผ้าแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินอะไรไม่นานประตูห้องเสื้อผ้าก็ถูกคนผลักเปิดออกอย่างแรง ชายหนุ่มที่โมโหฟึดฟัดก้าวยาวๆเข้ามา ผมเขาย้อมสีน้ำตาลทองสไตล์เกาหลีที่่นี้ค่อนข้างเป็ที่นิยมขับผิวขาวของเขาให้เด่นขึ้น คิ้วบนหน้าผ่านการแต่งเติมเรียบร้อย ไม่ทำให้คนมองว่าดูคล้ายกับหญิงสาวแต่ยังสะอาดเป็ระเบียบ กระทั่งบนร่างเขาก็สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อผ้ามีความประณีตมากยิ่งแสดงถึงความหมายของความสะอาดบริสุทธิ์
อีซวี่
หลิงหานสงบอารมณ์ที่ท่วมท้นขึ้นมาเป็ระลอก
อีซวี่เดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเพราะความโกรธ เหมือนหยกขาววางไว้กลางกลีบท้อสีชมพูชมพูระเรื่อ ทำให้ใครก็ตามที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงแน่ชัดพอได้พบเห็นล้วนใจเต้นระรัว รูปร่างหน้าตาของเขาสู้ไป๋จื่อเช่อไม่ได้เลยแต่ไป๋จื่อเช่อไม่มีความก้าวร้าวในรูปลักษณ์และนิสัยนี่อาจเป็สาเหตุที่จูเป่ยเสียนคิดถึงเขาอยู่เสมอหรือ
อีซวี่ตะลึงเล็กน้อยเมื่อเข้ามาในห้องเสื้อผ้าแล้วเห็นว่ามีคนอยู่ “พวกคุณก็อยู่หรือ”
หลิงหานจ้องเขาตาไม่กะพริบ จ้องหน้าเขาเอาเป็เอาตายราวกับ้าแผดเผาใบหน้าของเขาให้เป็รู
เหมือนเขาย้อนกลับไปในห้องทำงานของจูเป่ยเสียนเมื่อหนึ่งปีก่อนคนคนนี้พูดต่อหน้าเขา...
‘ผมกับจูเป่ยเสียนไม่เคยเลิกกัน หลังจากที่ผมไปต่างประเทศเขาก็ยังมีความ้าตามธรรมชาติ ถึงได้หาใครสักคน...ผู้ชายก็แบบนี้...’
‘ความสัมพันธ์ของพี่กับเขา มันก็ทั่วๆ ไป...พี่คงเข้าใจแหละ...’
ในตอนนั้นศักดิ์ศรีเขาถูกเหยียบย่ำอย่างที่สุด!
ความโกรธแค้นสุมในอก หลิงหานเหม่อลอย เห็นตัวเองพุ่งเข้าไปซัดใบหน้านั้นอย่างแรงต่อยจนปากแตกเืกำเดาไหล แต่ชั่วพริบตาเขาก็ได้สติกลับคืนมา
ลอบกำหมัดขึ้น
ถ้าบอกว่าความรู้สึกต่อจูเป่ยเสียนคือทั้งรักทั้งชัง ความรู้สึกต่อคนๆ นี้ก็มีเพียงแต่ความเกลียดชังเท่านั้น
ก่อนหน้าที่ยังไม่เจอกับอีซวี่ หลิงหานรู้สึกว่าสภาพจิตใจตัวเขาเองนับได้ว่าสงบโดยเฉพาะหลังจากได้เจอจูเป่ยเสียนก็พบว่าตัวเขาเองสงบเยือกเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อคิดว่าตัวเองรักษาท่าทีไว้ได้ดี แต่หลังจากได้เจอคนคนนี้เขาไม่มีทางรักษาความใจเย็นไว้ได้เลย
ทำไมสองคนนี้ถึงใช้ชีวิตไปได้ด้วยดี หลังจากพวกเขาทำเื่ที่เกินเหตุไปแล้ว ทำไมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายเป็ใคร” เสียงไม่เกรงใจทำให้หลิงหานได้สติกลับคืนมา
ภาพในหัวซับซ้อนพัวพัน แต่ความจริงผ่านไปเพียงชั่วพริบตาหลิงหานจ้องอีซวี่ตาไม่กะพริบ สายตานั้นดูจดจ้องมากเกินไป รังเกียจมากเกินไปทำให้อีซวี่รู้สึกว่าต้องเตรียมป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณขึ้นมา
หลิงหานลอบคลายหมัด ค่อยๆ ตอบ “ผมชื่อหลิงหานครับ”
“อ๋อ นายก็คือหลิงหานคนนั้น...” ทันใดนั้นอีซวี่จิ้มหน้าผากเหมือนนึกได้ “ใช่แล้ว นายมาสายหรือเปล่า”
หลิงหานส่ายหน้าช้าๆ
อีซวี่ย้ายสายตาไปที่โอวอิ่ง “เธอล่ะ”
โอวอิ่งยิ้มแฝงความเสแสร้ง “ฉันก็มาสายค่ะ โดนด่าเละ โชคดีที่หลิงหานช่วยไว้คุณฟูจิอิถึงได้ไม่โกรธขนาดนั้น”
อีซวี่ได้ยินแล้วพูดอย่างหงุดหงิด “ก็สายกันหมดทำไมฟูจิอิกัดผมไม่ปล่อยล่ะ”
โอวอิ่งกลอกตาใส่เขา “ขอร้องละ ฉันเป็ผู้หญิงนะคะฉันไม่สบาย เห็นใจกันหน่อยไม่ได้หรือคะ”
“เธอไม่สบายได้บังเอิญจังนะ” อีซวี่พูดเหน็บแนม
โอวอิ่งเกี่ยวเส้นผม ยิ้มน่ารัก
หลิงหานยืนเป็อากาศข้างทั้งสองคนั้แ่ต้นจนจบเขาใช้เวลาหนึ่งนาทีในการสงบอารมณ์ลง ไม่ว่าในใจเขาจะมีคลื่นที่โหมซัดสาดบ้าคลั่งอย่างไรภายนอกกลับเงียบสงบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเขาไม่ใช่ไป๋จื่อเช่อคนเดิมตั้งนานแล้ว ไป๋จื่อเช่อคนเดิมไม่เคยทนกับความคับข้องใจคงจะะเิอารมณ์ ณ จุดๆ นั้น แต่แล้วบทสรุปสุดท้ายเป็อย่างไรล่ะ
ทนความโกรธไม่ไหว ผลสุดท้ายคือเกิดเื่วุ่นวายจนตัวเขาเองชื่อเสียงป่นปี้ย่อยยับแล้วยังตายอย่างน่าสงสัย เขาจะไม่ทำผิดพลาดเช่นเดิมอีกเด็ดขาด
อีซวี่ไม่สนใจเขาอีกแล้ว สำหรับเขาแล้วหลิงหานเป็เพียงกุ้งฝอยตัวเล็กๆไม่มีตัวตนไม่มีฐานะ ไม่มีแรงยับยั้งอะไรได้เลย ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในสายตา
หัวหน้าสไตล์ลิสต์เข้ามาในตอนนี้เอง เดินมาตรงหน้าอีซวี่ แล้วพูดว่า “ขอโทษด้วยอารมณ์ของอาจารย์ก็เป็แบบนั้น หวังว่าคุณอีซวี่จะไม่ถือสา”
ในเมื่อคนของทีมงานฟูจิอิมาขอโทษแล้ว สุดท้ายอีซวี่ก็หาข้ออ้างเจอ ยิ้มน้อยๆอย่างเกรงใจ “เป็ความผิดของผมเองจะโทษคุณฟูจิอิได้อย่างไรกัน”
“ตอนนี้คนมาครบแล้ว พวกเราเลือกเสื้อผ้ากันก่อนเถอะ”
พูดถึงงาน ทุกคนก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ฟูจิอิโมโหมากพอแล้วหากระหว่างทำงานเกิดผิดพลาด ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะซวยขนาดไหน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302