EP.1
บทที่ 1
ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ทรงภูมิฐานเดินเข้าไปยังห้องนอนในตึกปีกขวา อันเป็ที่พำนักของทารกน้อยแรกเกิดทายาทหนึ่งเดียวที่ทางสำนักรอคอยมาเป็เวลานานนับสิบปี
ั้แ่หลิ่งหยางหลงสำเร็จวิชาทั้งหลายกระทั่งได้รับสืบทอดปราณแห่งดาบหมื่นพิษเข้าสู่ร่างกายด้วยวัยเพียงยี่สิบปีก็ได้มีพิธีแต่งฮูหยินเข้าสู่สำนัก เหล่าสตรีที่ถูกเลือกมานั้นล้วนต้องมีร่างกายแข็งแรง เพราะหากเริ่มมีครรภ์เมื่อใดขั้นตอนที่จะต้องเจอภายหน้ายิ่งหนักหนาจนอาจพร่าผลาญถึงชีวิตกันได้
ดั่งเช่นฮูหยินสามนางก่อนหน้า ที่ล้วนแล้วแต่ฝืนทนต่อสารพัดพิษไม่ไหวจนต้องละสังขารไปพร้อมกับเด็กน้อยในครรภ์ จนมาถึงฮูหยินลำดับสี่ ที่ทนบากบั่นกระทั่งคลอดทารกน้อยออกมาได้แต่สุดท้ายนางก็ยังไม่อาจรอดชีวิต ดวงตาเรียวเฉียงฉายประกายเย็นเยียบไม่ต่างจากคนไร้ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ มองไปทางร่างน้อยเขียวคล้ำมิต่างจากซากศพ แต่เมื่อดูให้ดีแล้วทรวงอกกับกระเพื่อมขึ้นลงอันแสดงถึงการมีพลังชีวิตไหลเวียนอยู่ด้านใน
หลิ่งหยางหลงเอื้อมมือหยาบกร้านจากการกรำฝึกกระบี่ จับใบหน้าเล็กจ้อยที่ยังคงหลับพริ้มเสียงหายใจแ่เบาดังออกมาเป็ระยะ จับหันซ้ายขวาก่อนดวงตาเล็กๆเรียวยาวไม่ต่างจากตนจะลืมขึ้นจ้องตอบหลิ่งหยางหลงราวกับรู้ความ ไม่มีคำร้องสักแอะ จนเขาอดแปลกใจไม่ได้
หินซึ่งก่อนหน้านี้ทุกคนต่างเรียกขานว่านายน้อยมองบุรุษเบื้องหน้า วัยน่าจะล่วงเลยเข้าสู่สี่สิบเห็นจะได้ดวงตาไร้แววไม่ต่างกันมองหลิ่งหยางหลงอย่างครุ่นคิด ตอนนี้หลังจากได้ทดสอบบางอย่างทำให้ตนรู้ว่าลิ้นน้อยๆที่ยังไม่ผ่านการฝึกบังคับ ออกเสียงได้เพียงอ้อแอ้ๆเท่านั้น ทั้งร่างกายเล็กจ้อยนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงซ้ำร้ายยังเ็ปราวกับถูกเข็มลิ่มน้อยแทงไปทั่วร่าง กระทั่งชายแก่คนหนึ่งนำบางอย่างให้ตนจิบอาการถึงได้ทุเลาลง
ใจใคร่รู้นักว่าที่นี่คือที่ใด ผู้คนแต่งกายประหลาด อากาศยังหนาวเย็น ภาษาวาจาหรือก็ฟังไม่ออกซักคำจนปานนี้แล้วก็ยังจับต้นชนปลายไม่ออกว่าเกิดเื่ใดขึ้น ทั้งเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญนี้คือสิ่งใดกัน ที่แน่ๆเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมาทารกน้อยร่างนี้คงพึ่งถูกดึงออกจากท้องมารดา และในเมื่อตนได้มาอาศัยอยู่ในร่างนี้ นั่นแปลว่าทารกน้อยผู้เป็เ้าของร่างคงตายไปเสียั้แ่ยังไม่ทันออกจากท้องแล้วเป็แน่!
แล้วเื่วิปริตผิดอาเพศเช่นนี้ไยถึงมาเกิดขึ้นกับตน หรือ์้าช่วยให้ตนพ้นจากการถูกปะากระนั้นหรือ ช่วยทำไม?ข้าใคร่จะตายๆไปเสียให้สิ้น ไยต้องมาช่วยกันด้วย?
ดวงตาทดท้อของทารกน้อยหลับพริ้ม ดวงใจบีบแน่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เก่าก่อน ความโศกาอาดูรต่อชะตาที่ต้องประสบเริ่มกลั่นออกมาเป็น้ำใสๆแต่ถูกบังคับไม่ให้ไหลออกมา
หลิ่งหยางหลิงมองสิ่งที่เด็กน้อยแสดงออกมาแล้วให้ขมวดคิ้วหมุน ไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทำไมทารกน้อยถึงทำราวกับโศกเศร้าขนาดนี้ ทั้งดวงตาลุ่มลึกที่จ้องตอบ ราวกับบุรุษวัยไล่เลี่ยสบประสานหยั่งเชิงซึ่งกันและกันอย่างนั้น
บุรุษวัยชราผมหงอกขาว มีหนวดสีเดียวกันขึ้นเหนือริมฝีปากหรอมแหร่ม แต่งกายทรงภูมิด้วยสีเทาอ่อนค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังท่านเ้าสำนัก
“จู่กงเห็นนายน้อยแล้วคิดเห็นว่าอย่างไร”หลิ่งหยางหลิงยังคงมองเด็กน้อยบนที่นอน ก่อนเอ่ยเสียงแ่เบาแต่หนักแน่น ทั้งไร้เยื้อใยต่อผู้ได้ชื่อว่าทายาทของคนอย่างสิ้นเชิง บอกกับผู้เฒ่าเฉินซ่านกั๋ว
“ทำตามวิถีปฏิบัติที่สืบต่อกันมา”
“แต่ดูร่างกายนายน้อยแล้ว?จู่กงแน่ใจหรือ ข้าน้อยคิดเห็นว่าควรเลี้ยงดูนายน้อยให้แข็งแรงมากกว่านี่สักหน่อย”ผู้เฒ่าซ่านกั๋วเอ่ยขัด หลิ่งหยางหลิงสะบัดมือไขว้หลังหันมาทางชายชรา
“ข้ายังผ่านจุดนี้มาได้ หากสิ้นวาสนาก็สุดแล้วแต่ฟ้าดิน”เอ่ยเพียงเท่านี้ร่างสูงโปร่งผิวไม่ถือว่าขาวก็เดินออกไปจากห้อง
และไม่คิดว่านี่จะเป็ครั้งแรกและครั้งเดียว กว่าจะได้พบหน้าผู้ได้ชื่อว่าเป็บิดาอีกเวลาก็ผันผ่านมานับสิบปี ผู้เฒ่าแซ่เฉินมองตามหลังเ้าสำนัก เมื่อได้ตัดสินแล้วบ่าวเช่นตนจะทัดทานอย่างไรได้
“หลิ่งหานหลิง ทิวเขาอันหนาวเหน็บ?”มือยกขึ้นลูบเคราแพะของตน ก่อนปากเรียวบางจะเม้มแน่นเมื่อคิดถึงสิ่งที่ทารกน้อยด้านล่างต้องพบเจอในภายภาคหน้า“หวังว่านายน้อยจะมีชีวิตรอดจนถึงฝั่ง ข้าต้องทำตามหน้าที่ท่านอย่าได้ถือโทษกันเลยนะ”เอ่ยจบก็เดินออกจากห้องไป
หลิ่งหานหลิง?หมายถึงอะไร ร่างที่นอนหลับตาเมื่อทุกสิ่งรอบกายกลับมาเงียบลงอีกครั้ง ดวงตาแดงเรื่อจึงลืมขึ้น ค่อยๆยกมือผอมแห้งสองขางของตนขึ้นดู แบพลิกไปมา มองแล้วร่างกายนี้น่าจะตายก่อนคลอดหลายวันแล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีมือที่ผอมแห้ง ผิวกายที่เขียวคล้ำเช่นนี้ได้อย่างไร
ร่างเล็กแม้ยังไรเรี่ยวแรงแต่ก็พยายามเลิกผ้าห่มออก ก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่งมองสำรวจไปทุกที่ ลักษณะห้องและเครื่องเรือนล้วนเป็ลักษณะของพวกแจ็กชาวแผ่นดินใหญ่ ทั้งเสื้อผ้าที่ตนใส่ลวดลายอักขระที่ติดบนผนัง ไหนจะภาษาวาจาจากที่ไม่คอยแน่ใจเท่าไหร่ มาบัดนี้ทุกสิ่งได้รับการยืนยันสิ้นแล้ว
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องสะดุ้งวาบเมื่อมีสตรีนางหนึ่งเปิดประตูเข้ามา ก่อนนางจะชะงักค้างด้วยความใเมื่อเห็นทารกน้อยบนเตียงนอนลุกขึ้นนั่ง ดวงตาแดงก่ำจ้องมาที่นางอย่างเย็นเยียบ บวกกับผิวกายเขียวคล้ำด้วยแล้วราวกับศพทารกน้อยไม่ผิดเพี้ยน
“กรี๊ด!” เพล้ง!กรีดลั่นพร้อมกับปล่อยโถน้ำจนตกเกลื่อนพื้น แล้ววิ่งออกไปทันทีสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนภายในไม่น้อย
ดวงตาแดงก่ำมองตามหลังแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ ด้วยรู้ว่ารูปตนหรือก็ไม่ต่างจากลูกกรอก ผู้ใดเผลอมาพบทารกเกิดยังไม่เต็มวันลุกขึ้นนั่งก็คงอดใหวาดกลัวไม่ได้ เมื่อมองสำรวจจนได้ข้อสรุปแล้วว่าิญญาตนคงมาสิงสู่อยู่ในร่างนี้ ในดินแดนที่ชาวอยุธยาเอ่ยขานกันว่าชาวแผ่นดินใหญ่จึงได้แอนกายลงนอนดั่งเดิม เพียงอึดใจก็มีเสียงเซ็งแซของสตรีหลายนางเดินเข้ามาด้านใน
“ไหนที่เ้าว่านายน้อยลุกขึ้นนั่ง”เสียงบ่าวรับใช้ที่พอมีอายุแล้วเอ่ยถามเสียงขึ้นจมูก
“แต่...บ่าวผิดไปแล้วโปรดอภัยด้วย”สองตากลอกกลิ้งด้วยความหวาดกลัว มองไปทางทารกที่กำลังนอนอยู่ เมื่อไม่เป็อย่างที่เห็นก่อนหน้า บ่าวรับใช้ที่อายุน้อยกว่าก็เอ่ยปากคอสั่นระริก ก้มคำนับด้วยแกรงจะได้รับโทษ
“เหลวไหลนัก ที่หลังอย่าให้เกิดเื่แบบนี้อีก”
“บ่าวเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
เอ่ยตักเตือนก่อนร่างอวบในชุดหัวหน้ารับใช้เรือนหนิงอวี่แห่งนี้จะเดินกลับไปจัดเตรียมบ่าวไพร่ต่อ ดวงตาสั่นระริกของบ่าวรับใช้ผู้มีหน้าที่ดูแลรับใช้นายน้อยหานหลิง มองทารกที่ยังหลับพริ้มอยู่อย่างเดิมก็ถอนหายใจโล่งอก แม้ใจจะหวาดหวั่น แต่เมื่อใช้เวลาไตร่ตรองดูแล้วทารกพึ่งเกิดได้ไม่ทันข้ามวันหรือจะสามารถลุกขึ้นมานั่งทั้งยังสบตากับนางโดยไม่ร้องไห้เลยดูอย่างไรก็เป็ไปไม่ได้
ใช่นางจะต้องตาฝาดไปแน่!
ปลอบใจตนเองก่อนลงมือเก็บกวาดสิ่งที่ทำหกเลอะเกลื่อนพื้น เสร็จแล้วจึงได้เดินกลับไปนำโถใส่น้ำอันใหม่เข้ามาไว้ในห้องของนายน้อยอีกครั้ง
***************************
ปล.หากสำนวนผิดเพี้ยนยังไงก็ทักกันได้นะคะ ยังไม่ค่อยเข้าใจคำเรียกจีนๆมากเท่าไหร่ค่ะ