“ไม่นับว่าซื้อ” ในใจไป๋ซีอวิ๋นนั้น เพราะความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยและความอยุติธรรมที่ได้รับจากทั้งสองชาติทำให้เขาอดทนกับผู้อื่นน้อยเสมอ มีเพียงปฏิบัติต่อฉีเมี่ยวถึงผ่อนคลายได้อย่างสมบูรณ์เผยยิ้มตามใจอย่างแท้จริง
ยามนี้ฉีเมี่ยวไม่หวาดกลัวความ‘บิดเบี้ยว’ ของเขาถึงเพียงนั้นแล้วใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองวันนี้นางเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าบุรุษผู้นี้เป็คนให้ท้ายอย่างยิ่งอาจจะคลั่งอัตวิสัยเชิงบุรุษนิยมอยู่บ้าง แต่ห่วงใยนางยิ่งนัก
ฉีเมี่ยวยิ้มตอบรอยยิ้มดุจบุปผาบานสะพรั่ง “ข้ารู้ว่าท่านฉลาดมากในเมื่อท่านแน่ใจแล้ว ท่านตัดสินใจได้เลย”อย่างไรเสียคนมาแล้วนางก็เห็นอยู่ดี “เื่ด่วนในยามนี้ของท่านคือดูแลร่างกายให้ดี”
“วางใจเถอะ ข้าจะดีขึ้นเพื่อเ้า”
คำพูดเร่าร้อนเช่นนี้มาจากปากบุรุษที่เพิ่งรู้จักกันสองวันกว่า ที่จริงฉีเมี่ยวยังอึดอัดอยู่บ้าง
แต่นางััได้ถึงความจริงใจของเขา
ฉีเมี่ยวเห็นไป๋ซีอวิ๋นมีสีหน้าเหนื่อยล้าต้องเป็เพราะเมื่อครู่โมโหใช้แรงมากเกินไป จึงเกลี้ยกล่อมให้เขานอนก่อน
เมื่อเขาหลับไปแล้วก็ดึงปิ่นบนศีรษะแทงปลายนิ้วหยดเืสองสามหยดลงในกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กบนเตียงป๋าปู้เมื่อเืหยด กลิ่นหอมจางๆ แพร่กระจาย าแก็หายสนิทอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ฉีเมี่ยวขมวดคิ้ว
แปลกจริงาแบนเท้านางยังไม่หายดี แต่ผลการรักษาของเืยังคงอยู่
หวนนึกอย่างละเอียดวันนั้นนางแผลกระแทกศีรษะหายดี จากนั้นกรีดนิ้วและกรีดแขนตำแหน่งาแพวกนี้ล้วนหายสนิทได้อย่างรวดเร็ว
ฉีเมี่ยวกัดฟันแทงนิ้วอีกครั้งหยดเืลงในน้ำที่เหลืออีกครึ่งในถ้วยชา
แผลปลายนิ้วหายสนิทอีกครั้งน้ำใสผสมกับกลิ่นดอกไม้เย็นสดชื่น
จากนั้นนางค่อยจุ่มน้ำในถ้วยชามาทาแผลลวกบนหลังเท้า
ความรู้สึกเย็นสบายโอบล้อมสองเท้าที่ปวดแสบปวดร้อนทันทีความเ็ปบรรเทาลงจริงๆ!
ฉีเมี่ยวนิ่งอึ้งวางถ้วยชาลง
คิดอยู่ครู่หนึ่งหักใจใช้ปิ่นกรีดข้อมือและน่องเป็แผล เจ็บจนนางขมวดคิ้วแน่นแต่เห็นแผลบนข้อมือค่อยๆ หายสนิทตามเืไหลออกมา สุดท้ายเหลือเพียงคราบเืแต่รอยกรีดบนน่องยังคงอยู่!
นางทาคราบเืที่ยังไม่แห้งดีตรงข้อมือลงบนน่องแล้วแผลนั้นก็หายสนิทอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จุ่มผ้าเช็ดหน้าลงในน้ำเช็ดคราบเืออกไม่มีร่องรอยเหลืออยู่บนผิวขาวนวลแม้แต่น้อย!
คราวนี้ในที่สุดฉีเมี่ยวก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเืของนางมีผลในการรักษาแต่จำกัดอยู่ที่การเก็บเืจากส่วนศีรษะและสองมือสองแขน จนถึงยามนี้อย่างน้อยที่สุดเืบนเท้าและบนขาไม่มีผลกระทบเช่นนี้
นางอยากหาเวลาว่างทดลองเหลือเกินลองว่าเืส่วนใดของร่างกายมีผล ส่วนใดไม่มีผลในการรักษา
แต่ ‘การวิจัยทางวิทยาศาสตร์’ เช่นนี้ของนางเจ็บเกินไป!
อย่างไรเสียขอเพียงแน่ใจว่าเืบนมือช่วยร่างกายของไป๋ซีอวิ๋นได้ก็พอแล้ว
ฉีเมี่ยวไม่อยากสิ้นเปลืองเืแม้แต่หยดเดียวเทน้ำก้นถ้วยชาลงบนผ้าเช็ดหน้าเสียเลย จากนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้าเปียกเช็ดเท้าเบาๆอาจเป็เพราะเืถูกทำให้เจือจาง าแไม่ได้หายสนิทรวดเร็วเท่าสองแผลนั้นเมื่อครู่แต่ความรู้สึกเ็ปบรรเทาลงจริงๆ
นางเกิดไหวพริบขึ้นมาไม่เช็ดอีกต่อไป
เท้ายังไม่หายดีก็ไม่ต้องไปเรือนบนปรนนิบัติทั้งเช้าเย็นนางไม่อยากเห็นครอบครัววิปริตนั้นจริงๆ ยามนี้นางเป็เช่นนี้ก็เข้าครัวไม่ได้แล้วอย่างไรเสียต้องให้ไป๋ซีอวิ๋นใช้เื ผลจะดีกว่าเมื่อผสมกับน้ำดื่ม
ได้ค้นพบสิ่งใหม่ฉีเมี่ยวอารมณ์ดีอย่างยิ่ง เลิกนึกถึงความสกปรกของไป๋หย่งชุนชั่วคราว
ลุกขึ้นลงพื้นอย่างระมัดระวังวางผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเืนั้นในอ่างทองเหลืองบนชั้นวางอ่างล้างหน้าเนื้อไม้ซักให้สะอาดเพิ่งบิดน้ำหมาดๆ ก็ได้ยินสาวใช้ห้องด้านนอกรายงานเสียงเบา “เรียนซื่อจื่อฮูหยิน” ปิงเหลียนเข้าห้องมา เห็นฉีเมี่ยวลงพื้น ใหน้าถอดสีและลดเสียงพูดว่า “ฮูหยิน าแบนเท้าท่าน...”
“ชู่!” ฉีเมี่ยวทำสัญญาณมือเงียบเสียงนั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงโค้งริมหน้าต่าง พูดเสียงเบาเช่นเดียวกัน “อย่ารบกวนซื่อจื่อ เอาแต่นั่งเฉยๆ อยู่ตรงนั้นน่าเบื่อเคลื่อนไหวสักหน่อยดีกว่า เ้ายกน้ำอ่างนั้นออกไป ตักน้ำมาอีกอ่าง”
“เ้าค่ะ”ปิงเหลียนฉวยมือเทน้ำในอ่างใส่แปลงดอกไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าข้างหลังที่นั่งริมทางเดินนอกหน้าต่างตักน้ำกลับมาอีกครั้งแล้วพูดตอบเสียงเบา “เมื่อครู่บ่าวกลับมาจากเรือนจินเซียงโหวฮูหยินกับท่านโหวดูเหมือนจะทะเลาะกัน”
“โอ้?”
นิสัยของอานลู่โหวฮูหยินกับไป๋หย่งชุนไม่รู้ว่าอยู่ด้วยกันมาถึงครึ่งชีวิตตั้งครรภ์เลี้ยงดูลูกชายลูกสาวหลายคนนี้ได้อย่างไรเห็นได้ชัดว่าไป๋หย่งชุนผู้นั้นเป็จิ้งจอกมักมากหิวโซออกจากข้างกระโปรงสตรีก็เล่นไปเรื่อย ยามที่ไปคารวะก็ไม่เห็นมีอนุอื่นระหว่างพวกเขานั้นยังไม่แน่ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ที่สำคัญที่สุดคือสามีภรรยาที่วิปริตระดับแตกต่างกันคู่นี้แทบอยากให้ลูกชายของตนตาย
“วันหน้าจับตาดูความเคลื่อนไหวทางนั้นอย่างใกล้ชิดแต่ระวังอย่าถูกคนจับจุดอ่อน”
“บ่าวทราบแล้ว”
ขณะกำลังพูดข้างนอกก็ได้ยินเสียงหอบหายใจเล็กน้อยของปี้ย่วนรายงานเสียงเบา“ซื่อจื่อ ฮูหยิน”
“เข้ามาเถอะ”
ปี้ย่วนเข้าห้องมาปิงเหลียนก็ถอยไปด้านนอกอย่างรู้จักวางตัว
ปี้ย่วนพูดเสียงเบา“คุณชายลั่วบอกว่าคนที่ท่านซื่อจื่อ้าเ้าอารมณ์ยิ่งนัก เขาเสียแรงไปมากกว่าจะโน้มน้าวได้สองวันนี้คนผู้นั้นออกไปข้างนอก อีกไม่กี่วันจะให้เขามา”
ฉีเมี่ยวแปลกใจ“เ้าเคยเห็นหรือไม่ว่าเป็คนเช่นไร”
“ไม่เคยเ้าค่ะ แต่เห็นสีหน้าของคุณชายลั่วดูเหมือนรังเกียจคนผู้นี้ยิ่งนัก”
นี่ก็แปลกคนที่ไป๋ซีอวิ๋นให้ลั่วหย่งช่วยจัดหาเข้ามาอย่างน้อยที่สุดก็ควรเป็คนสนิทที่ไว้ใจได้ เขากลับทำหน้าบูดบึ้งหรือว่าคนผู้นี้มีอะไรพิเศษ
ฉีเมี่ยวนั่งเพียงชั่วครู่ก็รู้สึกเหนื่อยล้าในห้องนอนก็มีเตียงป๋าปู้ขนาดใหญ่เตียงเดียวเตียงหลัวฮั่นในห้องข้างนอกมีไว้ให้สาวใช้ในเวลากลางคืนคงไม่ดีที่นางจะไปแย่งเตียงกับสาวใช้จึงปีนขึ้นเตียงตั่งฝั่งข้างนอกนอนตะแคงงีบหลับข้างไป๋ซีอวิ๋นเสียเลย
ขณะที่เรือนชิ่นหยวนสงบสุขเรือนจินเซียงของอานลู่โหวฮูหยินเพิ่งผ่านาใหญ่ ไป๋หย่งชุนที่ถูกอานลู่โหวฮูหยินสาดชาเปื้อนเสื้อคลุมกำลังถลึงตาจ้องนาง“ยามนั้นเ้าอ่อนโยนถ่อมตนบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็เช่นนี้ ข้าอดทนกับเ้ามาหลายปีจนใกล้ถึงขีดสุดแล้ว!”
อานลู่โหวฮูหยินยิ้มเยาะ“ผู้ใดอดทนถึงขีดสุดกันแน่ ถ้าไม่ใช่เพื่อท่าน เพื่อพวกท่านทั้งจวนโหวข้าก็ไม่ทนั้แ่ยี่สิบปีก่อนแล้ว!”
ไป๋หย่งชุนหน้าซีดจากนั้นหน้าแดงก่ำทันที “เ้าก็ไม่ต้องยกเื่ในอดีตมาพูดพล่ามถ้าเ้าอยากทำลายจวนโหว งั้นก็ทำลายลูกชายเ้าด้วยเสียเลย มากที่สุดก็ตายตกไปตามกันทุกคนไม่ได้อะไรทั้งนั้น!”
“ท่าน!”
ยามนี้สาวใช้ถือผ้าเช็ดหน้ารองนิ้วมือเก็บกวาดเศษเครื่องลายครามบนพื้นอย่างระมัดระวังไป๋หย่งชุนฉวยมือคว้าตัวสาวใช้วัยสิบหกสิบเจ็ดปีที่หน้าตาพอใช้ได้ขึ้นมา
หญิงสาวแขนนุ่มนิ่มร่างกายบอบบาง ซ้ำยังเจือด้วยกลิ่นหอมแป้งชาดทำให้ไป๋หย่งชุนนึกถึงฉีเมี่ยวที่เพิ่งเห็นในเรือนชิ่นหยวนอย่างประหลาดท่อนล่างก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบอยู่บ้าง
เมื่อมองหน้าตาบูดบึ้งเ็าของภรรยาเอกเขาก็พอใจแล้วจริงๆ ด้วยรู้ว่าสาวใช้ผู้นี้เป็สาวใช้ใหญ่คนสนิทของจางซื่อไป๋หย่งชุนหอมแก้มนุ่มนิ่มของสาวใช้ มองจางซื่ออย่างยั่วยุ “ไปรับใช้ข้าพักผ่อน!”จากนั้นโอบคอสาวใช้นางนั้นราวกับลักพาตัวแล้วพาออกไป
อานลู่โหวฮูหยินโกรธจัดจนหน้าซีดเผือดคำรามขว้างกาน้ำชา เศษเครื่องลายครามกระจายไปทั่วพื้นอีกครั้งพวกสาวใช้แต่ละคนเงียบกริบ
ไป๋หย่งชุนดึงสาวใช้นางนั้นไปห้องปีกขับไล่คนนอกไปก็กดนางลงบนโต๊ะโดยตรง ระบายอารมณ์อย่างไร้ซึ่งความสงสารสิ่งที่แวบผ่านในหัวล้วนเป็ทุกรอยยิ้มทุกสีหน้าของฉีเมี่ยวหญิงงามนุ่มนวลเช่นนั้น แม้แต่ของเหลวก็ต้องหวาน กลิ่นหอมไปทั้งตัว
เพียงคิดก็ทำให้เขาคึกคักไม่มีที่สิ้นสุดแล้วรู้สึกว่าคนกักขฬะเช่นฉีหย่งผู้นั้นช่างน่าไว้วางใจ อีกทั้งภรรยาของเขาก็ช่างให้กำเนิดและเลี้ยงดูหญิงงามเช่นนี้ออกมา
เขาจัดการสาวใช้นางนั้นสองครั้งติดต่อกันถึงเลิกราหลังจากเสร็จกิจสาวใช้ทนเจ็บปรนนิบัติเขาจัดเสื้อผ้า ไป๋หย่งชุนถึงพูดโพล่งขึ้นมา “เ้าชื่อเฟิงเอ๋อร์?”
“เรียนท่านโหวบ่าวชื่อฉินเอ๋อร์” คนยังจำผิดแล้วยังทำเื่พวกนั้นอย่างสับสนมึนงงฉินเอ๋อร์ทั้งโกรธทั้งอาย
“อืม ฉินเอ๋อร์ ข้ารู้จักเ้า” ไป๋หย่งชุนพูด “เ้ารับใช้ข้าได้ดีมาก ั้แ่วันนี้ก็ไม่ต้องอยู่ทางฮูหยินแล้วตามข้าไปเรือนนอกเถอะ ในห้องหนังสือของข้าขาดคนยกน้ำชาพอดี”
ฉินเอ๋อร์ดีใจมาก“ขอบคุณท่านโหว”
ไป๋หย่งชุนหยิกแก้มนุ่มนิ่มราวกับเต้าหู้ของหญิงสาวอีกครั้งคราวนี้ถึงจากไปอย่างพอใจ
ฉินเอ๋อร์ไม่กล้าล่าช้ากลัวถูกอานลู่โหวฮูหยินจับไว้ รีบไปเรือนนอกโดยไม่ทันได้เก็บห่อผ้า
• ••
หลังจากไป๋ซีอวิ๋นตื่นมาก็ดื่มน้ำจากถ้วยชาที่ฉีเมี่ยวถือมาให้สองอึกติดต่อกันรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นไม่น้อย เสียงแหบแห้งก็สดใสขึ้น “ไม่รู้เหตุใด น้ำที่เ้าป้อนถึงได้หอมหวานไปหมด”
ในน้ำผสม‘เครื่องปรุง’แน่นอนว่าต้องหอมหวาน
ฉีเมี่ยวยิ้มพูด“ซื่อจื่อชอบก็ดี”
“ไหนเลยจะไม่ชอบ” ไป๋ซีอวิ๋นมองนาง แววตาลึกซึ้ง
คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาฉีเมี่ยวได้ยินแล้วหน้าแดง เพียงแต่เมื่อถูกเขาจ้องมองอย่าง ‘บิดเบี้ยว’ สันหลังก็ขนลุกขนชัน
ต้องปรับสภาพเขาให้กลับไปเป็คนในเร็ววัน! มิฉะนั้นไม่ได้เขินอายจนตาย นางก็ต้องใจนตาย
ท่านหมอหลี่ที่ลั่วหย่งหามาเป็หมอชั้นยอดวิชาแพทย์ดีเยี่ยม มีฝีมือในการฟื้นฟู นางสงสัยเกี่ยวกับวิธีการรักษาสมัยโบราณว่างพบหน้าก็จะขอคำแนะนำปัญหาบางอย่าง ไป๋ซีอวิ๋นเฝ้าดูอยู่ข้างๆในใจระวังการเกิดใหม่ที่ล้มล้างอดีตโดยสิ้นเชิงนี้มากขึ้นหลายส่วน
ฉีเมี่ยวนิสัยเปลี่ยนแปลงแม้แต่สิ่งที่เรียนรู้ก็แตกต่างจากชาติก่อนอย่างมาก คนยังเป็คนผู้นั้นกลับบอกไม่ถูกว่าที่ใดแตกต่าง มีความรู้ความเข้าใจนี้ไป๋ซีอวิ๋นจึงยิ่งละเอียดรอบคอบในการวางแผน
ชั่วพริบตาก็ถึงวันเยี่ยมบ้านฝ่ายหญิงเช้าตรู่กินอาหารเช้าเสร็จ ฉีเมี่ยวก็ ‘ฝืนใจ’ แต่งตัวเรียบร้อยลงจากเตียง
ที่จริงาแบนเท้าไม่เจ็บตั้งนานแล้วนางไม่ใช้เืกับตนเอง เพราะหวังให้อาการาเ็ไม่ต้องดีขึ้นเร็วเกินไปข้อแรกไม่อยากดึงดูดความสนใจ ข้อสองอยากหลบเลี่ยงญาติแสนประเสริฐฝูงนั้น
วันนี้ต้องเยี่ยมบ้านฝ่ายหญิงขาดไม่ได้ที่จะต้องเดิน นางย่อมให้ตนเองใช้ ‘ยา’ เพิ่มเล็กน้อย
มองไป๋ซีอวิ๋นที่หน้าซีดเผือดซูบผอมนั่งตัวตรงข้างเตียงให้สาวใช้ปรนนิบัติเปลี่ยนเสื้อผ้าฉีเมี่ยวขมวดคิ้วโน้มน้าว “ซื่อจื่อ ท่านร่างกายไม่สบายไม่ต้องเสี่ยงอันตรายดีกว่า เยี่ยมบ้านฝ่ายหญิงให้ข้าไปคนเดียวก็พอแล้วเหตุใดต้องลำบากท่านไปด้วยตนเอง”
ไป๋ซีอวิ๋นเลิกคิ้ว“เ้าไม่ให้ข้าไปกับเ้า ยังมีผู้ใดไปได้”