ต้องรอด..ในป่าสไลม์

    บทที่5 No pain no gain

       'เหลือเวลา 19 ชั่วโมง'
       'น่าโมโหนัก' นึกว่ากำลังเล่น3คนแม่ลูกกันอยู่สินะ ไม่ดูสถานการณ์ตอนนี้เลย อยู่ในสถานที่แบบไหน ความเป็นความตายใกล้ตัวขนาดนี้
       ตอนนี้พวกเราวกกลับมาถึง 3 แยกเดิมที่เคยผ่าน และเข้าสู่เส้นทางใหม่ที่ยังไม่เคยผ่าน
       "นั่นมัน สไลม์สีแดง เตรียมพร้อมกันนะ มีทั้งหมด 4 ตัว เดี๋ยวจะล่อมาทีละตัว ลุมโจมตีตัวที่ใกล้สุดก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่โจมตีไปนะ" ผมพูดเตือนสติกลุ่มคนที่อยู่ในโลกแห่งความฝันข้างหลัง ตอนนี้ค่าพลังชีวิตผมค่อนข้างสูงพอที่จะแทงค์ได้สบายๆสำหรับสไลม์ในจำนวนที่ไม่เกิน 10 ตัวแล้ว
       "พร้อมค่ะ" ฝ้ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเริงร่า (ทำไมผมถึงไม่ชอบน้ำเสียงแบบนี้นะ)
       สไลม์สีแดงจะโจมตีด้วยเวทลูกบอลไฟ ส่วนสีเขียวจะใช้เวทสายฟ้าพวกเราไล่เก็บสไลม์4สี (แดง,เหลือง,ฟ้า,เขียว) ไปได้หลายตัว จน base level ของผมขึ้นเป็นระดับ 9 แล้ว แต่แต้ม exp ที่ต้องใช้เพื่อขึ้นไปขั้น 10 ต้องใช้จำนวนมากทีเดียว คงต้องกำจัดสไลม์4สีเป็นร้อยตัวถึงจะได้แน่ อะไรที่ยากมักมีรางวัลดีดีรออยู่เสมอ ผมเดาว่าที่ขั้น10 เราคงจะเปลี่ยนอาชีพได้
       ตอนนี้ฝ้ายทำตัวสนิทสนมกับหมูกรอบมากอย่างผิดปกติ แทบจะตัวติดกันก็ว่าได้ ผิดกับรุ้งที่ตีตัวออกห่าง ไม่สิ..รุ้งตีตัวออกห่างจากเจ้าเด็กมารยาสาไถนั่นต่างหาก รุ้งมีนิสัยไม่รักเด็กมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอก คุณหนูลูกโทนที่ได้รับความเอาใจใส่จากครอบครัว เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางจักรวาล
       'ป่าว ผมไม่ได้เกลียดรุ้ง' แต่มันคือการวิเคราะห์จากประสบการณ์ที่เติบโตมาด้วยกันอย่างไม่มีอคติ รุ้งมักทำตัวอ่อนแอเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ถ้าอยู่คนเดียวจะสามารถจัดการทุกอย่างเองได้หมด จะเรียกว่ามารยาเล่มเกวียนนึงของหญิงสาวก็ว่าได้ มันคงเป็นเสน่ห์อย่างนึงที่ดึงดูดใจพวกชอบทำตัวเป็นฮีโร่อย่างโจก็ว่าได้
       แต่ตอนนี้อาการไม่รักเด็กอย่างออกนอกหน้าของรุ้งดูจะหนักขึ้นอยากชัดเจน แทบจะไม่มองหน้าเจ้าเด็กสไลม์นั่นเลยก็ว่าได้ แต่ก็พูดยากเนอะ สถานที่แบบนี้สถานการณ์แบบนี้ใครจะยังทำตัวปกติอยู่ได้ ขนาดผมที่สุขุมลุ่มลึกอยู่เสมอ ยังรู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลาได้เลย
       ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ ก็มีเสียงของฝ้ายแว่วผ่านมา "นั่นมันตัวอะไร สีเงินๆ ใช่ที่ฉันคิดไหม"
       ผมเหลือบตาไปมองตาม มันแวววาวงดงามจริง ๆ มันมีตาและมีปากด้วย 'เมทัลสไลม์ในตำนานสินะ' เจ้าสไลม์ตัวนี้ชอบไปโผล่ในเกม คุณสมบัติหลักที่ทำให้ทุกคนตาโตเมื่อเห็นมันเหมือนเห็นกล่องสมบัติขนาดใหญ่ก็คือ 'มันให้ค่าประสบการณ์สูงมาก' ถ้ากำจัดตัวนี้ได้ โอกาสเปลี่ยนอาชีพคงใกล้แค่เอื้อมแล้วสิ
       "มันเป็นมอนสเตอร์ใหม่และดูระดับสูงกว่าตัวที่เราเคยสู้มา อย่าเพิ่งเสี่ยงเลยดีกว่าไหม เราน่าจะเก็บพวกสไลม์4สีจนเปลี่ยนอาชีพแล้วค่อยไปยุ่งกับมันน่าจะปลอดภัยกว่านะ" เสียงเจ้าหมูกรอบที่แว่วมาเบาๆ แต่กลับเหมือนเสียงผู้ทรงภูมิอวดรู้มาตะโกนก้องอยู่ข้างหูผม
       ผมรู้สึกว่าวันนี้มันพูดมากกว่าปกติจนน่ารำคาญ โดยเฉพาะน้ำเสียงแบบนั้นของมันซึ่งทำให้ผมนึกถึงวันแรกที่เจอมัน ผมในฐานะหัวหน้าห้องต้องพาเด็กใหม่อย่างมันเดินแนะนำโรงเรียน และต้องให้ยืมสมุดจดวิชาที่มันไม่ได้เรียน "ข้อนี้เหมือนจะผิดนะ" คำพูดสั้น ๆ เรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความมั่นใจของมันเหมือนเสียงที่ประกาศสงครามกับผมยังดังก้องในหูผมจนถึงตอนนี้
       เหมือนอารมณ์จากความแค้นเก่าในตัวมันมารวมกับความแค้นใหม่จากเรื่องฝ้ายทำให้เกิดเสียง 'ผึง' ดังขึ้นในหัวผม นั่นคือเสียงเส้นสติที่ขาดไปแล้ว
       "No pain no gain" ผมยกคำพูดฝรั่งเพื่อดึงดูดความสนใจทุกคนและทำให้ดูดีมีสไตล์
       "ทุกคนเตรียมพร้อม เราจะไปปราบเมทัลสไลม์กัน" ผมพูดขึ้นอย่างห้าวหาญ และเดินตรงไปยังเป้าหมาย โล่มังกรยกขึ้นมาพร้อมตั้งรับทุกสถานการณ์ ดาบพร้อมจู่โจม
       "โอเค" เสียงตอบรับจากฝ้ายดังแว่วมาทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น การตอบสนองที่ว่องไวมันเป็นการบอกทางอ้อมถึงความใส่ใจที่เธอยังคงมีต่อผม
       สิ้นเสียงของเธอเพียงเสี้ยววินาที ผมรู้สึกเหมือนมีลมเบา ๆ พัดผ่านที่แขนซ้ายด้านที่ถือโล่ มีเสียงดับ 'ตุ๊บ' เหมือนของหล่นบนพื้นหญ้า ผมเหลือบมองดู 'นั่นมันแขนใคร มีโล่เหมือนโล่ของผมอยู่ในกำมือ'
       "กรี๊ด" เสียงกรีดร้องแบบนี้ของรุ้งดังแว่วมาเหมือนเกิดแดจาวู มันคุ้นหูจนเกินไป
       และอีกเพียงเสี้ยววินาทีที่สิ้นเสียง เกิดสายลมเย็นเบา ๆ พัดผ่านมาอีกครั้ง ภาพจากสายตาผมหมุน 360 องศาเลยทีเดียว
       'ไม่จริงนะ' ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายและที่คอก็แปล๊บขึ้นมา เจ็บมาก เจ็บที่สุดในชีวิต...

       แต่... ที่เจ็บกว่านั้นคือ ภาพที่ปรากฎแวบหนึ่งในสายตาผม 'ฝ้ายกอดหมูกรอบตัวติดกันเหมือนตังเมและกรีดร้องสุดเสียง' ผมพยายามตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงเช่นกัน "นังร่าน ออกห่างมาจากไอ้อ้วนนั่นเดี๋ยวนี้นะ" แต่..ก็ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากปากผมได้เลย