โหลวอี้หยางเห็นว่าเวลาใกล้ค่ำแล้วนางจึงเดินออกจากบ้านเล็กนั้นแล้วกลับไปยังร้านอาหารห้องนั้นคล้ายเป็บ่าวชายคนหนึ่ง เมื่อไปถึงก็เตรียมตัวกลับทันที
"พวกเ้าจำไว้ เื่ในวันนี้ไม่จำเป็ต้องเล่าให้ผู้ใดฟัง"
"เ้าค่ะ"
"ขอรับ"
โหลวอี้หยางเดินกลับลงมาจากชั้นสองของร้านขึ้นรถม้าของตนอย่างไม่มีท่าทีไม่ธรรมชาติแต่อย่างใดอีก
คล้ายว่าการติดตามนางจากคนของฉีหวังโม่จะไม่มีอีกแล้ว ยามนี้ใกล้ถึงวันครบกำหนด โหลวอี้หยางก็ไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนแปลงความคิดใดอีกเื่การหมั้นหมาย คนที่เริ่มมีท่าทีกลับกลายเป็ฉีหวังโม่ซะอย่างนั้น อย่างไรแผนการจะผูกสัมพันธ์กับสกุลโหลวต้องทำให้สำเร็จ แม้เขาจะยังไม่รู้สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงไปของนางก็ตาม
แรกๆก็ส่งคนไปติดตามโหลวอี้หยางว่าทำตัวแปลกไปเพราะเหตุใด เมื่อรู้ว่านางมักจะหายตัวไปจนบางครั้งผู้ติดตามเขายังหาตัวไม่พบยามออกจากจวน จนถึงวันนั้นเขาจึงติดตามตัวนางเองเกือบจะโดนนางหลอกเสียด้วยเพราะนางแต่งตัวเป็บ่าวชายแต่ยังไม่พ้นนางยังระแวดระวังตัวยัง แต่ครั้งนี้เขาไม่มีทางให้นางหลุดพ้นสายตาอีก สุดท้ายตามนางไปยังบ้านเล็กหลังหนึ่งคล้ายเป็บ้านที่รวมตัวของเด็กกำพร้าเสียอย่างนั้น เขางงงวยในคราแรกแต่ก็ยอมติดตามดูนางต่อไป
เหตุใดนางถึงกลายเป็หญิงสาวเช่นนี้ไปได้ มิตรภาพและความสัมพันธ์กับเด็กกำพร้าเ่าั้คล้ายว่าเป็เื่จริงไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ
เขาเริ่มกลับมามองดูนางเสียใหม่ด้วยสายตาสับสนปนสงสัยเสียแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ให้คนเฝ้าอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้านี้แทน คราใดนางมาที่นี่ก็ให้คนไปแจ้งต่อเขา เขาอยากมาดูเฝ้าดูการกระทำของนางด้วยตัวเองจนยามนี้เกือบจะครบกำหนดแล้ว
เขาควรจะจัดการเื่ของโหลวอี้หยางต่อไปหรือจะส่งต่อให้ผู้อื่นจัดการดี นางไม่ใช่หญิงที่จิตใจงดงามถึงเพียงนี้แต่เขากลับเห็นเพียงภายนอกที่นางแสดงต่อผู้คนจึงจะลงมือกับนางใช้นางเป็เครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์กับสกุลโหลวเท่านั้น
คนเ้าแผนการเช่นเขาก็มีวันที่สับสนได้เช่นกันหรอกหรือ
"คุณชายขอรับ คุณหนูโหลวอี้หยางออกจากบ้านหลังนั้นแล้วขอรับท่านจะตามไปหรือจะกลับจวนขอรับ"
"กลับจวน"
ขอรับ
"ต่อไปพาคนมาดูแลเด็กพวกนี้อย่างลับๆอย่าให้ใครมาก่อเื่ได้"
"ขอรับ"
ฉีหวังโม่เดินทางกลับจวนของตนเองไปด้วยจิตใจที่สับสนในสิ่งที่ตนพึ่งค้นพบจากตัวโหลวอี้หยาง นางไม่ใช่หญิงที่หลงใหลเขาอย่างหัวปักหัวปำจริงเสียแล้ว แต่ความจริงนางนั้นเป็เช่นนี้หรือ