ไฮด์ที่นึกขึ้นได้จึงวิ่งกลับไปหาลุงจันทร์ที่บ้านแต่ก็ไม่พบก่อนจะวิ่งไปทั่วหมู่บ้านเพื่อตามหาลุงจันทร์ แต่ก็ไม่เจอลุงจันทร์เลยแม้แต่เงาถามใครก็บอกว่าแกมาแจ้งข่าวแล้วก็ออกไปบ้านหลังอื่นต่อ แล้วไฮด์ก็นึกขึ้นได้ว่าลุงจันทร์อาจจะไปดูเอลด้าโกอยู่ก็ได้ไฮด์ได้วิ่งไปยังท้ายหมู่บ้านเอลด้าโกอยู่ แล้วปรากฏลุงจันทร์มาอยู่ที่นี้จริง ๆ
“ลุงจันทร์ครับ” ไฮด์เรียกลุงจันทร์ ด้วยเสียงที่หอบเหนื่อยจากการวิ่ง
“มีอะไรไหม” ลุงจันทร์ถาม
“ลุงจันทร์ขอยืมถาดที่ติดต่อกับคนอื่นที่อยู่ไกล ๆได้หน่อยครับ” ไฮด์พูดพลางหายใจเข้าลึกๆ
“อ่อ หมายถึง เอสเปโร่ เด ปาสต้า ใช่ไหมมันอยู่ที่บ้านลุงนะ” ลุงจันทร์ตอบ
“จะเอาติดต่อหาใครอีก” ลุงจันทร์ถามขึ้น
“พวกผู้ใหญ่บ้านที่ไปสำรวจที่ป่าไงครับลุง”ไฮด์ตอบแล้วลุงจันทร์ก็ฉุดคิดขึ้นได้ ทั้งสองคนจึงรีบกลับไปบ้านลุงจันทร์เพื่อติดต่อหาพวกผู้ใหญ่บ้านทันทีแต่ไม่ว่าเรียกผู้ใหญ่บ้านเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย
“งั้นเดี่ยวผมไปตามเองก็ได้ครับลุง” ไฮด์เสนอตัว
“ไม่ มันอันตรายเกินไปเราคงต้องรอหน่วยปกป้องจากเมืองหลวงที่กำลังเดินทางมาดีกว่า” ลุงจันทร์แย้งขึ้น
“ไม่ครับ ผมว่ายิ่งช้า ยิ่งอันตรายแล้วตอนนี้ก็ยังสว่างอยู่ผมจะรีบไปรีบกลับ” ไฮด์ตอบ
“งั้นลุงก็จะไปด้วย” ลุงจันทร์พูดขึ้น
“ไม่ดีกว่าครับ ลุงอายุเยอะแล้วเคลื่อนไหวลำบากลุงอยู่ที่นี้คอยดูคนในหมู่บ้านไว้ดีกว่านะครับ” ไฮด์พูด
“งั้นก็เอาพวกอาสาสมัครไปเป็เพื่อนด้วยไม่งั้นก็ไม่ตอบไป” ลุงจันทร์พูดแกมบังคับไปในตัว
“ได้ครับแต่ว่าลุงจันทร์ผมขอพาเอลด้าโกไปด้วยได้ไหมครับ” ไฮด์พูดขึ้นมาบ้าง ทำให้ลุงจันทร์หยุดคิดไปแวบนึงก่อนจะยอมตอบตกลงให้ไฮด์เอาเอลด้าโกไปได้ พร้อมกับลุงจันทร์ได้ขอช่วยอาสาสมัครอีกคนให้ไปเป็เพื่อนไฮด์ด้วย
“ที่จริงลุงก็อยากให้มีอาสาสมัครไปด้วยเยอะกว่านี้แต่เพราะสถาการณ์แบบนี้ จึงจำเป็ที่ต้องเสริมการป้องกันของหมู่บ้านก่อน” ลุงจันทร์แต่ได้พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจที่ตัวเองสามารถทำประโยชน์ได้แค่นี้
“ที่ลุงจันทร์ช่วยก็เยอะแล้วครับแล้วผมจะรีบกลับมานะครับ” ไฮด์พูดขึ้น
“ฝากดูแลเด็กนี่ด้วยนะเอลด้าโกแล้วทองก็กลับมาปลอดภัยนะ” ลุงจันทร์พูดจบ ทั้งสามชีวิตจึงรีบพุ่งทะยานออกจากหมู่บ้านตรงไปยังป่าทันที
ณป่าที่ตั้งไกลออกไปจากหมู่บ้านทุ่ง ต้นไม้ที่ขึ้นหนาทึบทำให้บรรยากาศภายในป่ามีอากาศที่ร้อนชื้นอีกทั้งแมลงและสัตว์ในป่าแห่งนี้ต่างส่งเสียงร้องไม่มีหยุดหย่อนแต่ท่ามกลางเสียงที่ร้องนั้นเอง ก็มีเสียงพูดคุยกันของมนุษย์ดังแทรกขึ้นมา
“เอาละนั่งพักกันตรงนี้ก่อน เดี่ยวค่อยเดินไปต่อ”ผู้ใหญ่บ้านหันมาสั่งเหล่าลูกน้องของตนที่ตอนนี้ทั้งตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“เราจะไปกันถึงไหนครับผู้ใหญ่” ทหารเวทย์มนตร์นายหนึ่งถามขึ้น
“ผมว่าจะสำรวจไปเรื่อย ๆแล้วเดินทางกลับใน่เย็น ๆ” ผู้ใหญ่บ้านหันไปตอบ ก่อนที่ตัวเองจะทิ้งตัวลงนั่งพิงข้างต้นไม้ต้นหนึ่ง
“ผู้ใหญ่คิดว่าอะไรทำให้กอร์สมาปรากฏตัวที่นี้ครับ”ทหารอีกนายถามขึ้นมา
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผู้ใหญ่บ้านตอบพลางส่ายหัวก่อนที่จะนั่งไปได้อีกซักพัก แล้วจึงเดินทางสำรวจต่อ
ภายในหมู่บ้านทุ่งในตอนนี้มีการผลัดกันเฝ้ายามอย่างเข้มงวดโดยมีอาสาสมัครหมู่บ้านที่สามารถใช้เวทย์มนตร์ต่อสู้ได้มาช่วยเหล่าทหารเวทย์มนตร์ยืนเฝ้ายามตรงจุดต่าง ๆ ของหมู่บ้าน โดยผู้หญิง คนแก่ และเด็กส่วนใหญ่นั้นถูกสั่งให้อยู่แต่ภายในบ้าน ไม่ให้ออกมานอกบ้านถ้าไม่จำเป็แต่ก็มีบางคนที่ได้รับหน้าที่ต่าง ๆ อย่างบางคนใช้เวทย์มนตร์ต่อสู้ได้ก็จะได้รับหน้าที่เดินตรวจตราหมู่บ้านบางคนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้เหล่าทหารเวทย์มนตร์และอาสาสมัครที่ประจำอยู่ตามจุดต่าง ๆแต่ถึงกระนั้นเมื่อทุกคนเสร็จหน้าที่แล้วก็ต้องกลับเข้าไปอยู่ภายในบ้านทันที
“ไฮด์ เป็ยังไงบ้าง” ลุงจันทร์ถามโดยใช้ เอสเปโร่ เด ปาสต้า หรือถาดสีเงินในการติดต่อกับไฮด์ที่ตอนนี้เ้าตัวกำลังตรงไปทางป่าอยู่
‘ยังไม่ถึงป่าเลยครับลุงจันทร์’ ไฮด์ใช้การตอบผ่านทางจิตใจ
‘แล้วทางลุงที่หมู่บ้านตอนนี้เป็ยังไงบ้างครับ’ไฮด์ถามบ้าง
“ตอนนี้ที่หมู่บ้านก็มีการยกระดับการป้องกันให้เข้มงวดขึ้นคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้ว” ลุงจันทร์ตอบ
“ทองก็ดูแลตัวเองด้วย ตอนนี้ป่ามันอันตรายแล้วก็ใกล้ค่ำแล้วด้วย” ลุงจันทร์หันไปพูดกับทองบ้าง
“เข้าใจแล้วลุง” ทองตอบ
ในป่าตอนนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อย ๆแสงในป่าเริ่มหมดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปเสียงของสัตว์ในป่าตอนนี้ยิ่งดังกว่าตอนกลางวันอีก ทำให้เหล่าชายสามคนที่กำลังจะกลับหมู่บ้านต้องคอยพะว้าพะวงรอบทิศกลัวว่าจะมีสัตว์ในป่าบุกมาจู่โจมพวกเขา
“ผู้ใหญ่บ้านเหลืออีกไกลไหมครับ” ทหารเวทย์มนตร์ที่เดินทางมาด้วยกันเอ่ยถามขึ้นในขณะที่อีกมือก็ถือคบเพลิงเพื่อส่องแสงสว่างนำทางในป่าที่มืดทึบไปด้วย
“คงอีกซักพักนั้นแหละ ก็เราเดินสำรวจมาตั้งไกล”ผู้ใหญ่บ้านตอบพลางเดินนำทางไปด้วยโดยเดินตามรอยกิ่งไม้ที่ตัวเองได้หักเอาไว้เพื่อให้เป็เครื่องนำทางออกนอกป่า
“แกร๊ก” เสียงของบางอย่างที่เหยียบเอากิ่งไม้และใบไม้ดังขึ้นทำให้ทั้งสามคนหันไปดูแต่ก็มีแต่ความเงียบสงัดที่รอพวกเขาอยู่
“พวกเราต้องคอยเป็ระวังให้กันแล้ว” ผู้ใหญ่หันมาสั่งเหล่าลูกน้องของตนก่อนที่ตนจะเดินนำหน้าและระวังภัยด้านหน้าให้ ส่วนลูกน้องสองคนก็คอยระวังซ้าย ขวาและข้างหลังให้
“แกร๊ก ๆ ๆ” เสียงเหยียบใบไม้และกิ่งไม้เริ่มถี่ขึ้นแสดงให้เห็นว่าบางอย่างรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้กลุ่มผู้ใหญ่บ้านก็รู้ถึงการถูกลอบสะกดรอยตามก่อนที่บางอย่างนั้นจะพุ่งออกจากพุ่มไม้ใส่ทหารเวทย์มนตร์ที่อยู่ด้านซ้ายมือของผู้ใหญ่บ้านไป
“กอร์ส” ทหารอีกนายร้องขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีกอร์สอีกตัวพุ่งมาจากด้านหลังทำให้ตัวเองโดนตะปบไป
“พื้นที่เพลิง” สิ้นเสียงผู้ใหญ่บ้านก็เกิดไฟลุกไหม้รอบตัวผู้ใหญ่บ้าน เผาโดนกอร์สตัวหนึ่งที่ตอนนี้กำลังกันแทะกินทหารนายหนึ่งอยู่แต่ทหารอีกคนก็รอดกลับออกมาได้ ซึ่งโชคยังดีที่ไม่ได้มีาแอะไรเลย เพราะเกราะเวทย์มนตร์ช่วยให้กรงเล็บตอนที่กอร์สตะปบไว้นั้นไม่สามารถแทงเข้ามาได้
“ลูกไฟเวทย์” เมื่อตั้งตัวได้ทหารนายนี้จึงได้ร่ายเวทย์มนตร์ก่อให้เกิดลูกไฟพุ่งตรงไปยังกอร์สที่เล่นงานตน แต่กอร์สตัวนั้นกลับะโหลบลูกไฟได้ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหมายจะปลิดชีวิตเหยื่อของมัน
“ะเิเพลิงโลกันตร์” ผู้ใหญ่บ้านร่ายคาถา ทันใดนั้นพื้นก็รอบ ๆ ตัวก็เกิดะเิไฟไหม้ขึ้น ทำให้โดนตัวของกอร์สที่พุ่งเข้ามาก่อนที่มันจะลงไปดิ้นทุรนทุรายแล้วตายลงไปพร้อมกอร์สอีกตัวที่โดนคาถาพื้นที่เพลิงในทีแรก
“รีบออกจากป่านี้กันเถอะ” ผู้ใหญ่บ้านสั่ง
“ก็นึกว่าใครที่มาเล่นงานสัตว์เลี้ยงของฉันที่แท้ก็เป็ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านทุ่ง กับนายทหารเวทย์มนตร์คนหนึ่งนี่เอง”เสียงปริศนาดังขึ้นทำให้ป่าที่มีสัตว์ส่งเสียงร้องกลับเงียบสงัดไปในทันที ซึ่งเสียงพูดนั้นเองทำให้ผู้ใหญ่บ้านและทหารนายนั้นหันไปดูที่ต้นทางของเสียงแต่ปรากฏเป็ผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งแต่ด้วยเงามืดของต้นไม้ที่ขึ้นหนาทำให้มองใบหน้าของผู้ชายคนนั้นไม่ชัด
“แกเป็ใคร” ทหารเวทย์มนตร์ะโถาม
“แกไม่ต้องรู้หรอก” ชายปริศนาคนนั้นตอบ
“ลูกไฟเวทย์” สิ้นเสียง ลูกไฟเวทย์มนตร์ของผู้ใหญ่บ้านก็พุ่งตรงไปยังชายคนนั้นในทันทีแต่กลับถูกปัดป้องไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่ะโมาขวางทางลูกไฟเวทย์ไว้
“แกทำได้ยังไง” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถาม พร้อมหน้าที่ซีดเผือกทหารเวทย์มนตร์ตอนนี้ก็สั่นเทาไปด้วยความกลัว
“อย่างพวกแกไม่มีวันทำแบบนี้ได้หรอก” สิ้นเสียง ดวงจันทร์ฉายแสงเล็ดรอดกิ่งไม้มาทำให้เห็นฝูงกอร์สเป็สิบๆ ตัวที่กำลังค่อย ๆ ล้อมรอบกลุ่มผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ ก่อนทั้งหมดจะพุ่งเข้าโจมตีผู้ใหญ่บ้านและทหารเวทย์มนตร์และในชั่วขณะที่แขนขากำลังถูกฉีกออกร่างนั้นเองผู้ใหญ่บ้านได้ร่ายเวทย์มนตร์บทหนึ่งขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของพวกกอร์สทำให้ชายปริศนาไม่ทันสังเกตไม่นานหลังจากนั้นฝูงกอร์สก็จัดการฉีกแขน ขา และอวัยวะภายในออกมากินจนหมดเหลือไว้แต่เศษของกระดูกและกองเืขนาดใหญ่ที่เลอะเต็มบริเวณนี้
“อะ เกือบลืมไป” ชายปริศนาคนนั้นพูดขึ้นก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ษแล้วหยิบลูกแก้วโปร่งใสลูกหนึ่งออกมา
“ดึงิญญา” พูดจบก็ิญญาของผู้ใหญ่บ้านและนายทหารเวทย์มนตร์คนนั้นก็ถูกดูดเข้าไปอยู่ในลูกแก้วใบนั้นก่อนที่ชายคนนั้นจะหายตัวไปพร้อมกับฝูงกอร์ส