หลังจากออกมาจากตลาดมืดแล้วเธอก็บอกสิ่งที่เธอคิดว่าพอจะทำได้ให้พี่ชายฟัง
“หาสมุนไพรขายก่อน หาทุนรอเปิดตลาดเสรีแล้วก็พอมีเงินทุนแล้ว ฉันว่าจะทำเสื้อบุนวมขายก่อนหน้าหนาวและทำอาหารขายเื่อาหารเนี่ยเอาไว้หลังสุดก่อนแก้ปัญหาเื่ปิดความลับยังไงให้ได้ก่อน ค่อยว่ากัน” หลิวอี้ตอบอย่างมั่นใจ
“เื่สมุนไพรพี่ไม่มีอะไรจะขัดแต่เสื้อบุนวมกับอาหารนี่ซิ ที่พี่ไม่ค่อยเห็นด้วย เราทำอาหารเป็เหรอ หื้ม!!”
“พูดไปพี่จะเชื่อเหรอเดี๋ยวพี่ลองดูแบบเสื้อที่ฉันออกแบบก่อน แล้วก็ลองกินอาหารที่ฉันทำก่อนพี่ค่อยบอกฉันแล้วกันว่ามันจะขายได้ไหม” หลิวอี้ยักคิ้วใส่พี่ชายทั้งสองคนมองหน้ากันหัวเราะ
ในซอยใกล้ๆ นั้นมีคนคนหนึ่งยืนนิ่งมองดูสองพี่น้องอยู่เงียบ ๆ ในมุมลับตา
“แล้วจะไปร้านหนังสือเลยไหม” ลี่ิถาม
“ค่อยมาครั้งหน้าละกัน ฉันใช้เวลานานในการเลือกวันนี้เราใช้เวลาอยู่ที่นี่มากแล้ว เป็วันหยุดพี่ครั้งหน้าก็ได้หรือไม่ฉันค่อยมากับเฟยหลงรอบหน้า ตอนนี้ขาฉันล้าไปหมดแล้วพี่พาฉันไปสหกรณ์ซื้อขนมให้หลิวหยางก่อนเถอะ เราก็กลับบ้านกัน”หลิวอี้แกล้งเดินขาอ่อนหยอกพี่ชายแล้วทั้งคู่ก็เดินหัวเราะพากันไปร้านค้าสวัสดิการ
ส่วนคนที่ยืนมองอยู่ตรงนั้นเขาก็ยืนดูจนคนทั้งคู่ลับสายตาไป พร้อมกับแปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้
พอกลับถึงบ้านหลิวอี้ก็รีบแอบเข้าห้องไปเธอไม่อยากเจอย่าตัวเองกับป้าสะใภ้รอง เหมือนไปดูสถานที่ทำมาหากินแล้วเธอก็มานั่งร่างแบบเสื้อบุนวมของเธอทันที รอเวลาแม่กับน้องสาวเธอกลับบ้าน
เสื้อบุนวมสมัยนี้การออกแบบมันก็ตามสมัยนั้นล่ะ สำหรับเธอมันเชย เธอจะออกแบบเป็เหมือนเสื้อโค้ตไม่รู้สมัยนี้มีซิปยาวไหมนะ ถ้าไม่มีก็ใช้กระดุมแทน ความคิดเธอแล่นยิ่งกว่าสายน้ำ
หลังจากคนในบ้านเลิกงานกินข้าวเสร็จแยกย้ายกันแล้วเธอก็เอาขนมไปให้น้องสาว “เ้าตัวกลม พี่ซื้อขนมมาฝาก”พอเข้าห้องมาหลิวอี้ก็เรียกน้อง
หลิวหยางวิ่งมาหาพี่สาวหลิวอี้ยื่นขนมสองอย่างให้ และลูกอมรสนมตรากระต่าย
“ลองกินดูซิ แค่เม็ดเดียวนะ”
เธอแกะถุงลูกอมแล้วป้อนน้องสาวไม่ใช่อะไรหรอก เธออยากลองกินดู ว่ารสชาติมันเป็ยังไงมันเป็ของฝากเธอไม่อยากแกะก่อน เลยตั้งใจรอน้อง
นี่มันลูกอมในตำนานเชียวนะนิยายกี่เื่ก็มีชื่อนี้ ฉันต้องกินดูซะหน่อยว่ารสชาติมันจะเป็ยังไง อื้มมมม!!ก็ลูกอมรสนมนี่ล่ะ ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงไปละกัน
“ได้หนังสือมากี่เล่มล่ะ ได้ครบที่้าไหม”พ่อเพิ่งอาบน้ำเสร็จเพิ่งเดินเข้าห้องมาก็เอ่ยปากถาม
“ไม่มีที่อยากได้เลยค่ะแต่สั่งร้านไว้แล้วถ้าเขาได้มาให้เก็บไว้ให้ด้วย” หลิวอี้ยิ้มบอกพ่อแล้วก็แอบถอนหายใจเบาๆ
หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจโกหกพ่อจริงๆนะ
ตอนแรกว่าจะเล่นกับเ้าตัวกลมซะหน่อย พอพ่อถามก็ละอายใจกลับห้องดีกว่าแล้วเธอก็ขอตัวกลับห้องให้พ่อแม่พักผ่อน
วันนี้หลิวอี้ตั้งใจไปทำงานมากเธอจะรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จแล้วจะไปสำรวจูเาหลังหมู่บ้านแอบน้อยใจโชคชะตานิดๆว่าทำไมไม่มีพรวิเศษหรืออะไรที่เคยอ่านมาให้บ้างเลยในตอนที่เกิดใหม่ เทวดาเ้าขาขอพื้นที่มิติ 1ที่ คร้าาา ที่มี หมู ไก่ แป้ง ผักเติมทันทีใช้ไม่อั้นได้ไหมม ฮือออ!!!!!
่บ่ายนี้งานเสร็จแล้วหลิวอี้ก็ลงมือทันที ขออนุญาตหัวหน้าหมู่บ้านกลับบ้านเพราะหน้าที่รับผิดชอบเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ลุงจูค่ะ ฉันทำงานเสร็จแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ไปเถอะ เข้าบ้านก็อย่าให้ย่าเธอเห็นแล้วกัน”จูต้าเหวิน หัวหน้าหมู่บ้านก็อนุญาตทันที เพราะโดยปกติแล้วถ้าทำงานเสร็จหลิวอี้สามารถกลับบ้านไปทบทวนตำราได้
จูต้าเหวินช่วยหางานนี้ให้เพราะเค้าสนิทกับพ่อของหลิวอี้เขารับรู้ปัญหาของเธอดีตำแหน่งนี้้าคนเขาเลยให้เธอทำเธอจะได้มีเวลาอ่านหนังสือและไม่ต้องอยู่บ้าน ทำงานบ้านเฉยๆเพื่อให้ย่าของเธอกดดันเื่แต่งงาน
ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านใครบ้างล่ะจะไม่อยากให้หมู่บ้านมีชื่อเสียง ถ้าเด็กในหมู่บ้านสอบเข้ามหาลัยได้หมู่บ้านสือซานก็จะมีชื่อเสียงดีขึ้น ใครๆ ก็อยากผูกมิตร เด็กๆหลายคนที่จะสอบเข้ามหาลัย ช่วยได้เค้าก็ช่วยถ้ามันไม่มากจนเกินไปหัวหน้าหมู่บ้านยิ้มอย่างมีความสุขหลังจากเดินออกมา
หลิวอี้ก็สะพายตะกร้าขึ้นไปบนูเาหลังหมู่บ้านทันทีในเวลานี้พื้นที่โดยรอบยังสมบูรณ์เป็อย่างมากทำให้เธอมีความหวังกับการหาเงินครั้งนี้เป็อย่างมากเพราะชาติที่แล้วเธอเกิดใหม่แล้วอยู่ที่นี่ไม่นานก็จากไปไม่ได้มีโอกาสที่จะได้สำรวจพื้นทีู่เานี้เลยเอาล่ะ โอกาสมาถึงแล้ว
ูเานี้อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านไกลจากบ้านเธอพอประมาณ มีพื้นที่กว้างขวาง มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านตรงไหล่เขาก่อนจะถึงูเา มีป่าไผ่ และมีต้นเกาลัดป่าหลายต้นเหมือนเป็สวนเล็กๆและมีทุ่งนาอยู่ไม่มาก ขณะที่เธอเดินผ่าน ก็มองทุ่งนาข้าวสาลี ที่เพิ่งหว่านไปแล้วด้วยความเพลิดเพลินระหว่างนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน
หลิวอี้ มองไปทางเสียงที่เธอได้ยินบริเวณนั้น มีคนทำงานในนาข้าวสาลี อยู่กลุ่มหนึ่งประมาณ 5-6 คน แล้วทันใดนั้น ตาเธอก็เบิกกว้างอย่างกับไข่ห่าน นั้น!!! เจียงชิงหยวนะโคุยกับใครสักคนอยู่เวลาทำงานแบบนี้ ถ้าเจียวชิงหยวนอยู่เซียงจื่อหานก็ต้องอยู่ด้วยแน่ ๆ
เธอกวาดตามองอย่างรวดเร็วแล้วก็ได้สบตากับสายตาคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลสายตาเ็าคู่นั้น ใบหน้าเฉยชาคิ้วที่เข้มได้รูปนั้นเป็เค้า เซียวจื่อหานหลิวอี้จะหัวเราะก็ไม่ได้ก็ร้องไห้ก็ไม่ออก เธอทำอะไรไม่ถูกยืนแข็งค้างอยู่นาน
เซียวจื่อหานยังคงหล่อเหลา เ็าเช่นเดิม เธอคิดถึงและกลัวในเวลาเดียวกัน หลังจากได้สติหลิวอี้ก็หันหลังใส่เกียร์หมา วิ่งไปทางขึ้นเขาทันที
“เฮ้!!! จื่อหาน เมื่อกี้ใครน่ะ”ชิงหยวนเอ่ยถามขึ้นทันที ด้วยความไม่แน่ใจ“นั้นไม่ใช่ผู้ช่วยนักบัญชีคนนั้นหรอกหรอ เธอวิ่งหนีอะไรน่ะ”ชิงหยวนเกาศีรษะทำหน้างงงวย
เซียวจื่อหานที่ยังคงยืนมองร่างบางที่วิ่งหนีขึ้นเขาไปจนลับตา ตอบอย่างไม่แยแสว่า “ไม่รู้ซิไม่รู้ว่าใคร ฉันไม่ได้ใส่ใจ หมาวิ่งไล่มั้ง” ขณะที่ตอบดวงตาก็เข้มขึ้นแล้วก็กลับไปทำงานต่อ
ชิงหยวนงงหนักกว่าเก่า หมั่นโถวเหรอ? ไม่เห็นจะมีหมาสักตัว อะไรของเขา
เมื่อคิดว่าวิ่งจนลับตาแล้วหลิวอี้ก็หยุดพักหายใจ เธอวิ่งจนหอบ
“แย่แล้ว เขาจะสงสัยฉันไหมนะ ฉันวิ่งทำไมเนี่ย”เธอตัดพ้อกับตัวเอง คราวหน้าต้องดูดี ๆแล้ว ไม่เจอหน้ากันดีที่สุด
หลิวอี้ก็ไม่รู้ว่าจริงๆว่าเธอรักเซียวจื่อหานไหม แต่สิ่งที่เธอรู้ได้จากกระทำตอนอยู่ด้วยกันและหลังจากเลิกรากันไป มันคือความรู้สึกผิด มันคือความละอายใจเธอสำนึกผิดต่อเขาถึงเขาจะไม่เคยบอกรักเธอแต่มันก็มีความผูกพันที่เหมือนด้ายบาง ๆที่มองไม่เห็นผูกเธอกับเขาอยู่
และสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้กระทั่งตอนเลิกกันแล้วไม่ว่าจะอยู่ในที่สว่างหรือมุมมืด เขาไม่เคยทิ้งเธอ เขายืนอยู่ข้างๆ เงียบๆมาโดยตลอด
หลิวอี้ไม่เคยโดดเดี่ยวเลยสักครั้งเมื่อมองย้อนกลับไปเซียวจื่อหาน ขอโทษนะ ชีวิตนี้ฉันจะไม่ถ่วงรั้งนายอีกแล้ว ฉันจะหนีไปไกลๆให้นายมีความสุข
หลิวอี้ขจัดความรู้สึกฟุ้งซ่านออกไปและเดินขึ้นเขาสำรวจพื้นที่ ูเาแห่งนี้คือขุมทรัพย์ดีๆ นี่เอง สมุนไพรแก้ไข้ห้ามเืทั่วไป ก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปราย ถึงจะมีไม่มากก็เถอะแต่ชาวบ้านที่นี่ก็พอจะรู้จักสมุนไพรพวกนี้ เก็บเอาไปใช้เวลาเจ็บป่วย
เธอจะไม่เก็บสมุนไพรเหล่านี้เพราะชาวบ้านจะได้มีไว้ใช้เวลาเจ็บป่วยเล็กน้อย ต้องเข้าใจด้วยว่าสมัยนี้การไปหาหมอเป็เื่ที่ยากสำหรับชาวบ้าน ทั้งระยะทางและค่าใช้จ่ายเธอไม่อยากเห็นแก่ตัวจนเกินไป แล้วเบียดเบียนการรักษาของชาวบ้านเธอเลือกที่จะเก็บสมุนไพรที่หายากจะดีกว่าเพราะเธอไม่มีเวลาขนาดนั้นแล้วราคาก็น่าจะดีกว่าด้วย ว่าแล้วเธอก็เดินขึ้นเขาต่อไป
หลิวอี้นั่งพักบนโขดหินหลังจากที่เดินมาจนถึงกลางเขา เธอเจอ ผู่กงอิง [1] หวงฉี [2] ปั้นเซี่ย [3] โกฐสอ[4] เกิดอยู่เป็จำนวนมาก ตอนนี้ตะกร้าบนหลังเธอมีสมุนไพรอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว
ดีนะที่ฉันยังจำวิธีการแปรรูปสมุนไพรได้อยู่ ฉันนี่ยังคงเก่งเหมือนเดิมเลย
หลิวอี้นั่งขำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีแต่ขอแบบไปเจอโสมคนโดยบังเอิญอะไรแบบเนี่ยได้ไหม ขอเห็ดหลินจือก็ได้หลิวอี้ะโเบาๆ คนเดียวเหมือนคนเสียสติ
จู่ ๆ ก็เกิดเสียงตรงพุ่มไม้หลิวอี้ใหน้าเสีย แย่แล้ว คนหรือสัตว์ เมื่อกี้เขาได้ยินฉันะโไหมนะน่าอายจังจากนั้นจึงะโถาม “ใครน่ะ ออกมาน่ะ ไม่ออกมาฉันปาก้อนหินใส่จริงๆ นะ”
นอกจากเสียงกุกกักแล้วก็ไม่มีเสียงตอบใดๆ หลิวอี้จึงค่อยๆเดินไปตรงพุ่มไม้ในมือถือหินเตรียมพร้อมตลอดเวลา
เฮ้!!! เ้ากระต่ายนี่ ใหมดเลยกระต่ายน้อยที่ติดบ่วง ไม่สนใจหลิวอี้แม้แต่น้อย พยายามดิ้นรนให้หลุดจากบ่วงอันนี้
เชอะ ฉันไม่สนใจแกล่ะ
หลิวอี้กลับมาที่โขดหินและคิดว่าถ้าเธอล่าสัตว์ไปขายตลาดมืดน่าจะทำได้เพราะจากยุคจากมาเธอมีฝีมือด้านการยิงธนูอยู่แต่ธนูก็ไม่มีนี่ซิ แล้วเธอก็ทำกับดักสัตว์ไม่เป็ด้วย
ถ้าล่าได้แล้วหรือเก็บไว้กินเนื้อบำรุงที่บ้านก็ได้ก็ต้องเข้ากองกลางอยู่ดีสุดท้ายพวกเธอก็แทบไม่ได้กินเนื้อที่ได้มา เฮ้อ!!!!!เหนื่อยจัง คิดถึงย่าสุดที่รักแล้ว เหนื๊อย เหนื่อย…….
หลังจากหายเหนื่อยแล้วหลิวอี้ก็เดินขึ้นเขาต่อไปเพื่อหาสมุนไพรต่อ วันนี้เธอเก็บสมุนไพรได้เต็มตะกร้าแล้วเก็บเห็ดกับผักป่าจำนวนหนึ่งเพื่อวางทับสมุนไพรของเธอไว้ กันคนอื่นเห็น
เธอไม่คิดจะบอกหรือสอนใครเกี่ยวกับสมุนไพรคนเรามีความเห็นแก่ตัวกันอยู่แล้ว หลิวอี้ก็เช่นกันแหล่งหาเงินเดียวที่จะใช้พลิกชีวิตเธอเช่นนี้ เธอต้องบอกใครด้วยเล่าหลิวอี้เดินลงเข้ากลับบ้านอย่างสบายใจ
ขากลับลงมาก็ใกล้จะเย็นแล้วชาวบ้านคงเลิกทำงานกลับบ้านกันแล้ว โดยปกติกว่าหลิวอี้จะเข้าบ้านก็เป็่เวลาเย็นเพราะเธอมีเงินเดือนให้ที่บ้านและมีแต้มการทำงานให้ เธอเลยขอแม่เฒ่าเกา ไม่กินข้าวเย็นร่วมกับบ้านใหญ่พ่อเธอก็เห็นด้วยเพื่อลดปัญหาการไม่เห็นตัวก็ไม่มีการเอ่ยพ่อใช้การเป็กรรมการหมู่บ้านอย่างคุ้มค่ามักใช้เหตุผลเื่งานมาอ้างกับแม่เฒ่าเกา
ข้าวเย็นนั้นเหรอ นอกจากโจ๊กหมั่นโถวฝืดคอ ผักดอง และผัดผัก 1 อย่างวนซ้ำกันไปทุกวันอยู่แล้ว กินพร้อมกันหรือกินทีหลัง มันก็ค่าเท่าเดิม
[1] ขับพิษ ขับร้อน ลดบวมสลายก้อน
[2] บำรุงปราณ บำรุงปอด ขับพิษ ขับปัสสาวะ
[3] ลดการไหลย้อนของชี่ ระงับอาเจียน สลายก้อนบวม
[4] ลดบวม ขับความชื้น ขับหนอง