เสี่ยวหลินสบถในใจ รู้สึกปวดแขนจนน้ำตาปริ่ม นางเงยหน้ามองใบหน้าั์ขมูขีอย่างมีน้ำโห เด็กน้อยโกรธจนใบหน้ายับยู่ยี่ไปหมด นางเหนียงเห็นเด็กน้อยมองกลับอย่างไม่กลัวเกรงก็รู้สึกโมโหมากขึ้นกว่าเดิม
"เ้าเป็ลูกหลานหมู่บ้านเซินหลินล่ะสิ เหอะ! ทำไม จะเดินมาสอดส่องดูหรืออย่างไรว่าพวกข้าตากปลาแบบไหนถึงได้ขายดีกว่าหมู่บ้านของเ้า ห้ะ!" เหนียงซินตะคอกใส่เด็กน้อยเสียงดัง จนคนอื่นๆ เริ่มหันมามอง
เสี่ยวหลินเชิดหน้าขึ้นมองอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงแม้แรงบีบที่แขนน้อยๆ จะทำให้นางเจ็บจนน้ำตาซึมก็ตาม ปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมาแม้เพียงครึ่งคำ
"มองอย่างนี้อยากถูกตบรึ!"
"ยายเหนียง! นั่นน้องสาวข้าเอง!" หลิงไห่สับขาวิ่งอย่างรวดเร็วจนขาแทบขวิดล้มหัวคะมำ เขารีบเข้ามาแกะมือหญิงวัยกลางคนออกแล้วดึงเด็กน้อยมาหลบที่ด้านหลัง
"น้องรึ! เ้าคิดว่าข้าตาบอดหูหนวกหรืออย่างไร บ้านเ้าไม่มีบุตรสาว แล้วดูสภาพเ้ากับนังเด็กนี่ ราวกับบุตรผู้ดีกับขอทาน!" เหนียงซินใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากเด็กชายจนหัวโยก แต่เขาก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำกับนาง กลับยืนนิ่งให้สตรีผู้นี้กระทำ
เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็โกรธมาก หมาในปากพร้อมจะทำงานเต็มที่แล้ว แต่ก่อนที่นางจะพูดอะไรออกไปก็มีร่างผอมของบุรุษผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบ
"ป้าเหนียง มีอะไรกันหรือ" ชายหนุ่มยืนหอบเหนื่อย เขาหันมองบุตรชายอย่างเป็ห่วงก่อนจะพบใบหน้าขาวๆ ที่ยื่นออกมาจากด้านหลังของบุตรชาย เขาขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเหนียงซินเมื่อนางส่งเสียงแว้ดๆ ออกมา
"ดูบุตรชายขี้โกหกของเ้าสิ หนอย! กล้าปดข้าว่านังเด็กนี่เป็น้องสาวของมัน ดูสภาพตัวเองเสียบ้างนะ" นางเหนียงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ทั้งๆ ที่เด็กน้อยคนหนึ่งแค่หลงทางมาเท่านั้น ไม่รู้นางไปกินรังแตนที่ไหนมา
"ข้าขออภัยท่านจริงๆ เดี๋ยวข้าจะอบรมเขาเอง ส่วนเด็กน้อยคนนี้เป็บุตรของสหายข้าเองขอรับ เสี่ยวไห่เรียกนางว่าน้องสาว"
"เหอะ ข้าจะเห็นแก่ที่เ้ามาทำงานให้ข้าก็แล้วกัน" ร่างอวบอ้วนสะบัดหน้าเดินตึงตังออกไปจนผืนทรายแทบยุบ
หากไม่ติดว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็แรงงานหลักให้ครอบครัวของนางล่ะก็ นางจะตบสั่งสอนเด็กพวกนี้เหมือนที่นางทำกับลูกเมียน้อยพวกนั้นเสียเลย เหอะ!
ชายหนุ่มมองตามร่างอวบอ้วนที่เดินออกไปไกลแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันกลับมามองบุตรชายที่รีบสำรวจร่างกายเด็กน้อยตัวขาวอวบอย่างห่วงใย เขาจับแขนน้อยๆ ขึ้นมาดูก็พบรอยแดงช้ำรอยใหญ่ เพราะเสี่ยวหลินตัวขาวมากจึงเห็นรอยช้ำได้ชัดเจน
"ทำไมเ้าถึงเดินมาไกลถึงที่นี่ เจ็บหรือไม่" หลิงไห่เอ่ยถามเด็กน้อย เขาลูบรอยช้ำนั้นเบาๆ
"อื้อ" เสี่ยวหลินกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ นางเงยหน้ามองหลิงไห่สลับกับชายหนุ่มตัวสูงด้านข้าง ใบหน้าของพวกเขาเหมือนกันราวกับถอดแบบออกมา
"จริงสิ นี่บิดาของข้า หลิงเหิง ท่านพ่อนี่น้องสาวเสี่ยวหลินที่ข้าเล่าให้ฟังขอรับ" หลิงไห่หันไปเอ่ยแนะนำเด็กน้อยให้บิดารู้จัก
"เสี่ยวหลินหรือ เด็กน้อยเ้าไม่ควรเดินมาไกลถึงเพียงนี้" หลิงเหิงมองเด็กน้อยที่ยืนน้ำตาปริ่ม แต่กัดปากไม่ยอมร้องไห้ออกมาอย่างทึ่งๆ
ส่วนใหญ่เด็กที่ถูกเหนียงซินตะคอกใส่มักจะร้องไห้จ้าตื่นกลัวจนถึงขั้นเก็บไปฝันร้าย หนึ่งในนั้นก็คือหลิงไห่ แต่เพราะถูกเหนียงซินดุด่าประจำทุกวันนี้เขาเลยไม่ร้องไห้แล้ว
"เสี่ยวหลินเดินเล่นเพลินไปหน่อยเ้าค่ะ" นางสูดน้ำมูกเสียงดังก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตา
"เอาล่ะ รีบกลับเถิดบิดามารดาของเ้าคงเป็ห่วงแล้ว เดี๋ยวลุงเดินไปส่ง" เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินตามสองพ่อลูกต้อยๆ
ด้านบ้านถังก็กำลังวิ่งวุ่นตามหาบุตรสาวตัวน้อยตามกลุ่มโขดหินใหญ่ๆ เพราะคิดว่านางน่าจะมาซุกตัวหาหอยหรือเก็บสาหร่ายแถวนี้ แต่ก็หาไม่เจอ
"ท่านพี่" ฮุ่ยหนิงใจหายวูบ นางเอ่ยเรียกสามีเสียงสั่น
"เ้ารออยู่ที่นี่กับท่านแม่ เดี๋ยวพี่จะไปหาลูก" เทียนหรงจับมือภรรยา เขาหันไปมองแม่ยายที่นั่งหน้าซีดอยู่ในกระท่อมน้อยกับพ่อตา
"เสี่ยวหลิน!" เทียนเฉินเป็คนแรกที่เห็นหลานสาวตัวน้อย เขารีบวิ่งไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมากอดแน่นแล้วหอมแก้มกลมไม่หยุด
"เ้าหายไปไหนมา รู้หรือไม่ว่าทุกคนเป็ห่วง"
"เสี่ยวหลินขอโทษเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินน้ำตาไหล นางกอดซุกที่ไหล่ของเด็กหนุ่ม ร้องไห้ฮือๆ อย่างน่าสงสาร
"เสี่ยวหลิน" สองสามีภรรยารีบเข้าไปรุมล้อมรอบตัวของเด็กน้อย
"ไปที่ไหนมาลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามเสียงสั่น ก่อนจะรับเอาเ้าเด็กอ้วนที่อ้าแขนกว้างรอให้อุ้ม
"เสี่ยวหลินขอโทษเ้าค่ะ" เด็กน้อยซุกซบอยู่ที่ไหล่มารดา รู้สึกเสียใจที่ทำให้ทุกคนเป็ห่วง
เทียนหรงเดินมาลูบหัวบุตรสาว เขาก้มสำรวจเนื้อตัวของนางก่อนจะพบรอยจ้ำช้ำที่แขนซ้าย เขาขมวดคิ้วแน่นรีบดึงแขนเสื้อกับขากางเกงของนางขึ้นดู
"ลูกไปโดนอะไรมา ทำไมมีรอยช้ำที่แขนเช่นนี้ นี่มันรอยมือใช่หรือไม่" เทียนหรงเอ่ยถามเสียงเครียด ฮุ่ยหนิงกับเทียนเฉินเองก็รีบดูเช่นกัน ตามมาด้วยฮุ่ยสงที่พยุงภรรยาตามมา
"นางเดินไปถึงเขตชายหาดของหมู่บ้านข้าขอรับโชคร้ายที่ไปเจอภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านเข้า" หลิงเหิงเอ่ยขึ้นมาทำให้กลุ่มคนบ้านถังกับบ้านฮุ่ยหันไปมอง ชายหนุ่มโค้งตัวให้ผู้าุโก่อนจะพูดต่อ
"นางเหนียงเป็คนโมโหร้ายขอรับ ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ข้ากับบุตรชายได้ยินเสียงนางตะคอกดังลั่นจึงรีบวิ่งมาดู"
"เหนียงซินหรือ" จางรั่วเอ่ยถามขึ้นมา ยิ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าพยักหน้ารับนางก็หันไปมองสามีตาขวาง
"อะไรเล่า เกี่ยวอะไรกับข้า" ฮุ่ยสงกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นสายตาลุกไปไฟของภรรยา
"เหอะ!"
"เสี่ยวหลินบอกแม่สิว่าเกิดอะไรขึ้น" ฮุ่ยหนิงลูบหัวทุยเบาๆ เด็กน้อยสูดน้ำมูกเสียงดังก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา
"ลูกเดินเล่นเพลินไปหน่อยเ้าค่ะ พอเงยหน้าขึ้นมาก็ไปอยู่หน้าแผงตากปลาแล้ว พอกำลังจะเดินกลับท่านยายผู้นั้นก็เดินมาตะคอกเสี่ยวหลินแล้วก็บีบแขนจนเจ็บไปหมดเลย" เสี่ยวหลินเอ่ยเสียงอ่อย
"โถ่ลูก" ฮุ่ยหนิงมองแก้มป่องๆ ที่เปรอะเปื้อนน้ำตาอย่างสงสารจับใจ
เทียนหรงผ่อนลมหายใจอย่างกรุ่นโกรธเพราะเขาคงไม่มีอำนาจอะไรจะไปเอาเื่ยายแก่ผู้นั้น อีกอย่างบุตรสาวของเขาก็เป็คนเดินหลงเข้าไป รอยช้ำเพียงเท่านี้คงไม่สามารถไปเอาความอะไรกับนางได้ เขาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหันไปเอ่ยถามชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่
"ท่านคือบิดาของเสี่ยวไห่หรือขอรับ"
"ขอรับ ข้าชื่อหลิงเหิงเป็บิดาของเสี่ยวไห่ ข้าขอขอบคุณพวกท่านด้วยที่ให้เขาจับปลากลับบ้าน" ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มจริงใจ
"ไม่เป็ไรหรอกขอรับ ว่าแต่ถ้าท่านอยู่แผงตากปลาแล้วทำไมไม่แบ่งปลาที่จับได้ไปกินบ้างเล่า"
"ข้าไม่มีเรือเป็ของตัวเองหรอกขอรับ ข้าเพียงรับจ้างชำแหละปลาและตากให้นางเหนียงเท่านั้น ส่วนพวกสัตว์น้ำแถวชายหาดก็ไม่สามารถจับได้ เพราะนางถือว่าสิ่งของหรือสัตว์ทั้งหมดที่อยู่บริเวณชายหาดของหมู่บ้าน คือของครอบครัวนางทั้งหมด"
"นิสัยแย่ั้แ่เด็กยันแก่" จางรั่วพูดขี้นมาอย่างมีน้ำโหจนคนอื่นๆ หันกลับไปมองอย่างไม่เข้าใจ
"เอ่อ อย่างนั้นเ้าก็มาจับปลาทางนี้ไปกินได้นะ หมู่บ้านเรามีคนออกเรือไม่มากนัก อีกทั้งถ้าได้ปลาจากในทะเลแล้วก็ไม่ค่อยมาเดินเก็บตามชายหาดหรอก" ฮุ่ยสงกระแอมก่อนจะพูดขึ้นมา เขาเหลือบมองภารยาที่ยืนหน้าดำหน้าแดง
"ขอบพระคุณท่านลุงมากขอรับ" หลิงเหิงโค้งตัวให้ก่อนจะหันมองบุตรชายที่ยืนจับจ้องเด็กน้อยตัวขาวไม่หยุด
"จริงสิขอรับ ตอนนี้เสี่ยวหลินกำลัง้าแรงงานนี่ขอรับ เราจ้างพี่ชายเหิงดีหรือไม่" เทียนเฉินพูดออกมาพร้อมกับยิ้มแฉ่ง
"ถ้ามีแรงงานเพิ่มพี่สะใภ้ก็อยู่กับเสี่ยวหลินที่บ้าน นางจะได้ไม่เดินหลงไปฝั่งนั้นอีกอย่างไรล่ะขอรับ"
"อืม ไม่ค่อยเห็นเ้าพูดอะไรที่มีสาระเลยนะ" เทียนหรงเอ่ยเย้าน้องชายจนเด็กหนุ่มทำหน้ายู่
หลิงเหิงหันไปส่งสายตาถามบุตรชาย นางเหนียงนอกจากจะนิสัยแย่แล้วยังชอบเอาเปรียบคนอื่น พวกเขาสองพ่อลูกทำงานั้แ่กลางดึกจรดเย็นแต่กลับได้ค่าแรงเพียงแค่สิบอีแปะ บางวันที่บุตรชายไม่ได้มาช่วยงานเขาก็จะถูกลดค่าจ้างไปอีกสามอีแปะ
หลิงไห่พยักหน้าให้บิดา เขาเชื่อว่าคนบ้านถังจะไม่เอาเปรียบพวกเขาแน่นอน ด้วยความมีน้ำใจต่อคนแปลกหน้าของคนบ้านนี้แล้ว ดีไม่ดีพวกเขายังจะแบ่งปลาตากแห้งให้กลับไปกินเสียด้วยซ้ำ
แต่ที่จะยากหน่อยก็คือการเดินไปบอกนางเหนียง พวกเขาอาจจะได้รับความลำบากทางการใช้ชีวิตในหมู่บ้านนั้นเพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการที่ไม่มีเงินซื้อข้าวกินล่ะนะ
"ขอรับ ข้าจะมาทำงานที่นี่ แต่คงต้องไปพูดคุยกับทางนั้นเสียก่อน" หลิงเหิงแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา ซึ่งคนบ้านถังเองก็เข้าใจเป็อย่างดี โดยเฉพาะจางรั่วกับฮุ่ยสงที่รู้ดีทีเดียว
"วันไหนที่พร้อมท่านก็ค่อยมาก็ได้ขอรับ จะพาเสี่ยวไห่กับเสี่ยวหานมาก็ได้ ข้าจะให้ค่าจ้างคนละสิบอีแปะ ส่วนท่านข้าให้ยี่สิบอีแปะ"
สองพ่อลูกได้ยินก็แทบตาถลน ทำงานวันเดียวพวกเขาได้เงินถึงสี่สิบอีแปะ แทบจะมากกว่าเงินที่ได้จากนางเหนียงทั้งสัปดาห์เสียอีก
"ข..ขอรับ ขอบคุณท่านจริงๆ"
"ข้าก็ขอบคุณท่านกับเสี่ยวไห่เช่นกันที่ช่วยบุตรสาวของข้า" เทียนหรงส่งยิ้มขอบคุณกลับไปให้สองพ่อลูก
สองพ่อลูกจากไปแล้วพร้อมด้วยตะกร้าใส่หอยแมลงภู่ต้ม ตอนแรกสองพ่อลูกทำท่าอึกอักก่อนจะยอมเอ่ยออกมาว่า พอกินไปแล้วเ้าขนๆ สีดำมันบาดคอ พอคนบ้านถังได้ยินอย่างนั้นก็หันมองหน้ากัน ฮุ่ยหนิงจึงเอ่ยบอกวิธีการกินที่ถูกต้อง สองพ่อลูกบ้านหลิงจึงหน้าเจื่อนก่อนจะหัวเราะออกมา
เสี่ยวหลินเองก็ยิ้มแหยๆ เป็นางเองที่ลืมบอกพวกเขา ไม่รู้ว่าตอนที่จับกุ้งไปพวกเขากินอย่างไร เด็กน้อยทำหน้าบู้บี้จนฮุ่ยหนิงนึกว่านางยังหวาดกลัวอยู่เลยพาไปนั่งพักที่กระท่อม
"ไหนให้แม่ดูที่แขนเ้าอีกครั้ง" ฮุ่ยหนิงวางบุตรสาวลงบนผ้าปูที่นอน นางเลิกแขนเสื้อของบุตรสาวขึ้นก่อนจะนิ่งไปเมื่อเห็นรอยนิ้วมีสีเข้ม
"เจ็บหรือไม่ลูก" นางลูบหัวทุยเบาๆ เสี่ยวหลินส่ายหัวจนผมทรงซาลาเปาสั่นดุ๊กดิ๊ก นางทิ้งตัวลงนอนตักมารดาอย่างออดอ้อน
"คราวหลังอย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียวอีกเข้าใจหรือไม่ ลูกยังเด็กนัก ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ถ้าเกิดถูกจับตัวไปจะทำอย่างไร" นิ้วเรียวจิ้มลงบนจมูกเล็กๆ แล้วเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว
"ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินซุกใบหน้ากลมๆ เข้ากับหน้าท้องของมารดา
"ท่านแม่เ้าคะ" ครู่หนึ่งเสี่ยวหลินก็พลิกตัวกลับมานอนมองมารดาตาแป๋ว ฮุ่ยหนิงเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
"ร้านค้าในเมืองราคาแพงหรือไม่เ้าคะ"
"ราคาแพงมากเลยล่ะ เพราะเมืองเจียงหนานเป็เมืองท่าด้วย แต่ที่ดินรอบนอกฝั่งทิศใต้ราคาไม่แพงเท่าไหร่หรอกลูก อาจจะแพงกว่าที่ดินในหมู่บ้านเราอยู่สักหน่อย"
"ฝั่งทิศใต้ หมายถึงฝั่งที่ที่เราเดินเข้าเมืองหรือเปล่าเ้าคะ" นางจำได้ว่ามีแผงขายของ ทั้งผัก ปลา หรือของป่าที่ชาวบ้านไปวางขายอยู่ประปราย
"ใช่จ้ะ เพราะมันไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนในเมืองเท่าไหร่ มันเลยราคาถูกมาก ส่วนใหญ่พวกเขาจะซื้อที่ดินทางฝั่งท่าเรือมากกว่า" มือเรียวลูบหัวบุตรสาว นางมองแก้มกลมๆ ที่ขยับตามปากน้อยอย่างมันเขี้ยว
"ลูกถามทำไมหรือ"
"เสี่ยวหลินอยากเปิดร้านขายอาหารแห้งเ้าค่ะ แล้วก็เปิดร้านขายอาหารด้วย เสี่ยวหลินอยากทำต้มยำทะเลหม้อไฟ"
"ต้มยำทะเลหม้อไฟหรือ" ฮุ่ยหนิงได้ฟังก็คิดตาม นางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อคิดว่าบุตรสาวจะเอาน้ำทะเลไปต้มให้ลูกค้ากิน
"คิกคิก ทำไมท่านแม่ทำหน้าอย่างนั้นล่ะเ้าคะ" เสี่ยวหลินปิดปากหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้ายับยู่ยี่ของมารดา
"ต้มยำทะเลคืออะไรหรือลูก"
"ต้มยำทะเลคือน้ำแกงที่ใส่เนื้อสัตว์ในทะเลลงไปเ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะใส่หมึก กุ้ง หอยลงไป หรือถ้าใครอยากกินเนื้อปลาเสี่ยวหลินก็จะทำต้มยำปลาเ้าค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นเสี่ยวหลินต้องมีพริกเผ็ดเยอะๆ ก่อนเ้าค่ะ"
"อืม พริกที่บ้านเรามีเพียงแค่สองต้นเท่านั้น ไม่รู้ว่าผ่านหน้าหนาวไปแล้วมันจะยังอยู่หรือไม่ แล้วลูกจะขายอย่างเดียวหรือ"
"เสี่ยวหลินจะขายหมึกย่าง กุ้งย่าง ปลาย่างแล้วก็หอยต้มกินกับน้ำจิ้มเผ็ดเ้าค่ะ เสี่ยงหลินจะขายทุกอย่างที่คิดออกเลยเ้าค่ะ"
"เ้าเด็กโลภมาก" ฮุ่ยหนิงมันเขี้ยวบุตรสาวจึงก้มลงงับพุงกลมๆ ของเด็กน้อยจนนางหัวเราะเสียงดัง พลางดีดดิ้นหนีจากมารดา
เสียงหัวเราะอย่างสดใสของเด็กน้อยทำให้คนที่ทำงานอยู่ด้านนอกพอจะคลายกังวลลงได้บ้าง ที่อย่างน้อยๆ เ้าตัวเล็กก็ไม่ได้ฝังใจกลัวกับเหตุการณ์ที่พบเจอ
หยอกล้อกันจนเหนื่อยหอบเสี่ยวหลินก็จับจูงมารดาเดินไปยังชายทะเลอีกด้าน นางอยากทำต้มยำน้ำข้นแต่นมวัวน่าราคาไม่เบา ดังนั้นนางเลยจะใช้กะทิแทน ในหนังหลายๆ เื่มักจะมีต้นมะพร้าวอยู่ใกล้ทะเล นางจึงขอให้มารดาพาเดินหา
"ลูกมองหาต้นอะไรอยู่หรือ"
"ต้นมะพร้าวเ้าค่ะ มันแตกต่างจากต้นไม้ทั่วไป มีลูกสีเขียวหรือน้ำตาลลูกโตๆ เ้าค่ะ"
ฮุ่ยหนิงได้ฟังก็คิดตาม นางเองก็ไม่ค่อยได้มาเดินที่ชายทะเลเท่าไหร่นัก จะเคยมาก็ตอนยังเป็เด็ก ออกมาเก็บปลากับมารดากลับไปกินที่บ้าน
"ที่ต้นสูงๆ ไม่มีกิ่งหรือไม่"
"ใช่เ้าค่ะ! ท่านแม่เคยเห็นหรือเ้าคะ" เสี่ยวหลินเขย่ามือมารดาอย่างตื่นเต้น ถึงตอนนี้จะยังไม่เจอต้นมะกรูดแต่ก็พอจะทำกินแก้ขัดไปก่อนได้ คราวหน้าตอนที่ท่านอาไปจับปลามาตากแห้งนางจะร้องตามไปด้วย
"อยู่ด้านนู้นน่ะลูก เดี๋ยวแม่พาไปดูนะ" ฮุ่ยหนิงชี้ไปด้านหน้า นางก้มลงอุ้มบุตรสาวมาเข้าเอว เพราะต้องเดินไกลพอสมควร
เดินจนเอวแทบหักฮุ่ยหนิงก็พาบุตรสาวมาถึงสวนมะพร้าว (เพราะมีแต่ต้นมะพร้าวราวกับมีคนมาปลูกเอาไว้) ลูกหมูตัวกลมถูกวางลงบนพื้น ดวงตาของนางมองดูต้นมะพร้าวราวกับได้เห็นทอง โดยไม่ได้หันมองดูมารดาที่กำลังนวดเอวอยู่
"ท่านแม่! นี่มันขุมทรัพย์เ้าค่ะ!"
"ขุมทรัพย์อะไรกันลูก หือ" นางมองบุตรสาวที่ะโดึ๋งๆ ไม่หยุด
"เ้าผลนี่ทำน้ำมันได้ด้วยนะเ้าคะท่านแม่ แล้วก็เอาไปทำอาหารกับขนมได้หลายอย่างเลยเ้าค่ะ" ร่างกลมวิ่งตุ้บตั้บไปอุ้มเอาลูกมะพร้าวแก่มาหนึ่งลูก
"อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราเก็บกลับไปทำอาหารดูดีหรือไม่ เ้าต้มยำที่ลูกพูดถึงอย่างไร" ฮุ่ยหนิงเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้บุตรสาว เพราะนางชอบทำอาหารมาก
"ดีเ้าค่ะ!"
########################################