ตูมมมมมมม!
เสียงะเิดังกึกก้องกัมปนาทราวกับดวงดาวแตกดับ เมื่อประตูมิติที่ถูกคมง้าวมารฉีกกระชากเปิดออกกลางท้องฟ้าสีแดงฉาน ร่างสองร่างร่วงหล่นลงมาจากรอยแยกนั้นราวกับอุกกาบาตที่ไร้การควบคุม แรงเสียดสีกับบรรยากาศที่หนาแน่นผิดปกติของมิตินี้ทำให้เกิดเปลวไฟสีดำลุกท่วมร่างของพวกเขา ก่อนจะกระแทกลงสู่พื้นเบื้องล่างอย่างรุนแรง
โครม! ซูมมม!
ไม่ใช่พื้นดินปกติที่พวกเขากระแทกใส่ แต่มันคือ "ทะเลสาบโลหิต" กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วสารทิศ ของเหลวสีแดงข้นเหนียวสาดกระเซ็นขึ้นสูงเสียดฟ้า ราวกับเืของพระเ้าที่หลั่งรินย้อมปฐี
"อัศวเทพ สุริยัน" ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากของเหลวหนืดนั้น ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อย เสื้อคลุมสีขาวที่เคยสง่างามบัดนี้ย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ที่มุมปากมีเืสีทองไหลซึมออกมา และที่น่าใที่สุดคือ บนไหล่ซ้ายของเขามี "รอยประทับฝ่ามือแสงสีทอง" จางๆ ที่ยังคงส่งเสียง ฉ่า... ฉ่า... เหมือนเนื้อย่าง มันคือกฎแห่งแสงสว่างที่กัดกร่อนิัและิญญาอย่างต่อเนื่อง
นี่คือ "ของฝาก" จาก มหาราชันย์เทพ (หนึ่งพันมหายุค) ที่เกือบจะบดขยี้เขาเป็ผุยผงในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนหนีออกมาได้
"บัดซบ..." สุริยันสบถเสียงต่ำ ดวงตาจักรวาลหรี่ลงด้วยความเ็ประคนเคียดแค้น "พลังแห่งแสงสว่างของพวกเทพ์... กัดกร่อนได้น่ารำคาญจริงๆ มันพยายามจะทำลายรากฐานการบำเพ็ญเพียรของข้าตลอดเวลา หากข้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ร่างกายคงแตกสลายไปแล้ว"
ข้างๆ กันนั้น "หลง ชิงเทียน" ในร่างัขนาดเล็ก ผุดขึ้นมาจากทะเลเืด้วยท่าทางตื่นตระหนกสุดขีด เขาสำลักเืสีแดงที่เหม็นคาวเข้าไปเต็มปอด
"แค่กๆ! นายท่าน! ที่นี่มันที่ไหนกันขอรับ? แรงโน้มถ่วงที่นี่มันบ้าคลั่งยิ่งกว่าหุบเหวดาราตกเสียอีก! แถมกลิ่นอายในอากาศ... มันชั่วร้ายและบ้าคลั่งยิ่งกว่านรกขุมไหนๆ ที่ข้าเคยรู้จัก!"
สุริยันกัดฟันข่มความเ็ป โคจรลมปราณปิดผนึกปากแผลที่ไหล่ แล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่เริ่มจะชินชากับความโหดร้าย
สภาพแวดล้อมของที่นี่ราวกับฝันร้ายของผู้ฝึกตนสายธรรมะ ท้องฟ้าเป็สีแดงสดราวกับเืหมู ไม่มีดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ มีเพียง "ดวงตามาร" ขนาดมหึมานับพันดวงที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า จ้องมองลงมายังผืนดินด้วยสายตาอาฆาต ฝนที่ตกลงมาไม่ใช่สายน้ำ แต่เป็ "ฝนกรดโลหิต" ที่กัดกร่อนิัจนเกิดควันสีขาวลอยฟุ้ง
ูเาที่เห็นไกลๆ สร้างจากโครงกระดูกขนาดั์ของสัตว์อสูรา ต้นไม้ทุกต้นมีใบเป็ใบมีดโลหะและรากที่ดิ้นรนเหมือนหนอนชอนไช พื้นดินสั่นะเืเป็จังหวะเหมือนชีพจรของสิ่งมีชีวิต
"ยินดีต้อนรับสู่ 'แดนชำระบาปอสุรา'" สุริยันตอบเสียงเรียบ แต่แววตาฉายแววพึงพอใจลึกๆ "มิติลับที่ซ่อนอยู่ในซอกหลืบที่มืดมิดที่สุดของเขตแดนา... สถานที่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีศีลธรรม ไม่มีเมตตาธรรม มีแต่การ 'ฆ่า' เพื่อความอยู่รอด"
"และที่สำคัญ..." สุริยันยก "ง้าวมารอสูรกลืนนภา" ในมือขวาขึ้น
ตัวง้าวสีดำสนิทกำลังสั่นระริก! ลวดลายัเก้าเศียรบนด้ามง้าวเปล่งแสงสีม่วงวาบๆ ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นแรง มันไม่ได้สั่นเพราะกลัว แต่มันสั่นเพราะ "ความหิว"!
"เ้าทมิฬ... มันชอบที่นี่" สุริยันแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ "กลิ่นคาวเืที่เข้มข้นขนาดนี้ คืออาหารชั้นเลิศที่จะช่วยฟื้นฟูพลังของมัน... และรักษาอาการาเ็ของข้า"
ทันใดนั้น!
กร๊าซซซซซซ! กี๊ซซซซซ!
เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องมาจากป่ากระดูกรอบทิศทาง เงาร่างสีแดงคล้ำนับร้อยพุ่งทะยานออกมาจากความมืดและหมอกโลหิต ล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง
พวกมันคือ "อสุราเดนตาย" สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยว มีิัสีแดงคล้ำที่เต็มไปด้วยตุ่มหนอง มีเขาโง้งยาวงอกออกจากหัว และมีสี่แขนที่ถืออาวุธทำจากกระดูกสัตว์ ร่างกายของพวกมันแผ่กลิ่นอายระดับ "เขตแดนาาเซียน" (สามล้านปี) ไปจนถึง "เขตแดนจักรพรรดิเซียน" (ห้าล้านปี)
แม้ระดับพลังจะดูต่ำต้อยเมื่อเทียบกับสุริยัน (แปดมหายุค) และหลง ชิงเทียน (หนึ่งมหายุค) แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ "จำนวน" และ "แววตา"
แววตาของพวกมันไร้ซึ่งสติปัญญา มีแต่ความกระหายเืที่บ้าคลั่ง! พวกมันไม่กลัวตาย ไม่มีความเ็ป เหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกสร้างมาเพื่อฉีกทึ้งเนื้อสดๆ เท่านั้น
"อาหาร... เนื้อสด... กลิ่นเืหอมหวาน..." อสุราตนหนึ่งที่ตัวใหญ่กว่าเพื่อนคำราม น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยลงมาจากปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยว
"ชิงเทียน" สุริยันเรียกโดยไม่หันไปมอง
"ขะ... ขอรับนายท่าน!" หลง ชิงเทียนตอบเสียงสั่น เตรียมตั้งท่าสู้
"ข้าาเ็จากพลังเทพ์ ต้องใช้เวลาเดินลมปราณขับพิษแสงสว่าง..." สุริยันปักง้าวมารลงบนพื้นดินริมทะเลเื ตึง! แรงกระแทกทำให้พื้นดินแตกร้าว "พวกมันมีประมาณห้าร้อยตัว... ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือซาก"
"ห้าร้อยตัว!?" หลง ชิงเทียนตาโตจนแทบถลน "นายท่าน! ข้าเพิ่งเลื่อนระดับมา พลังยังไม่เสถียร แถมที่นี่ยังมีกฎแรงโน้มถ่วงประหลาด..."
"ถ้าเ้าทำไม่ได้ ก็จงกลายเป็อาหารพวกมันซะ" สุริยันพูดจบก็นั่งขัดสมาธิลงทันที หลับตาเข้าสู่ภวังค์ ไม่สนใจศัตรูที่กำลังพุ่งเข้ามาแม้แต่น้อย ราวกับเขาเชื่อมั่น... หรือไม่ก็ไม่แคร์ว่าัของเขาจะรอดหรือไม่
"บ้าที่สุด! เอาวะ เป็ไงเป็กัน! ข้าคือราชันย์ัสายฟ้า! จะมาตายเพราะไอ้พวกผีดิบพวกนี้ไม่ได้!"
หลง ชิงเทียนไม่มีทางเลือก เขาคำรามลั่น ะเิพลังระดับ "จิติญญา์ะ" (หนึ่งมหายุค) ออกมา
"อาณาเขตสายฟ้าัคลั่ง!"
เปรี้ยงงงงง!
สายฟ้าสีครามแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง เผาไหม้อสุราแถวหน้าสุดจนกลายเป็ตอตะโกทันทีนับสิบตัว! กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่ว
แต่พวกอสุราที่เหลือกลับไม่ถอยหนี! กลิ่นเืและเนื้อไหม้ของพวกพ้องยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของพวกมัน พวกมันกระโจนข้ามศพเพื่อน พุ่งเข้าใส่หลง ชิงเทียนราวกับฝูงมดแตกรังรุมกินช้าง
"ตายซะไอ้พวกสวะ!"
หลง ชิงเทียนกางกรงเล็บ ฟาดฟัน ฉีกกระชากร่างอสุราอย่างบ้าคลั่ง เืสาดกระจายย้อมร่างัของเขาจนกลายเป็สีแดงฉาน
แต่ทว่า... ความวิปริตของแดนอสุราก็เริ่มแสดงฤทธิ์
ในมิตินี้ "กฎแห่งการฟื้นฟู" ของเผ่าพันธุ์อสุรานั้นผิดปกติ! อสุราที่ถูกตัดแขน แขนใหม่กลับงอกออกมาในพริบตา! อสุราที่ถูกตัดหัว หากไม่ทำลายแก่นิญญาสีดำที่กลางหน้าอก ร่างกายมันจะะเิตัวเองเพื่อสร้างความเสียหาย!
ตูม! ตูม! ตูม!
แรงะเิจากการพลีชีพของอสุราเริ่มสร้างาแให้หลง ชิงเทียน เกล็ดัที่แข็งแกร่งเริ่มหลุดร่อน เืัไหลออกมา
"นายท่าน! พวกมันฆ่าไม่ตาย! มันงอกใหม่ได้! แถมแรงข้ากำลังจะหมด!" หลง ชิงเทียนะโขอความช่วยเหลือด้วยความสิ้นหวัง
สุริยันยังคงหลับตา แต่ริมฝีปากขยับเบาๆ ส่งกระแสจิตที่เย็นเยียบเข้าไปในหัวัหนุ่ม
"เ้าโง่... สังเกตดูที่พื้นสิ"
หลง ชิงเทียนชะงัก เหลือบมองที่พื้นท่ามกลางการต่อสู้ เขาเห็นว่าเืที่ไหลนองจากศพอสุรา ไม่ได้ซึมลงดิน แต่มัน "ไหลย้อน" กลับไปหาอสุราที่ยังมีชีวิตอยู่ ราวกับแม่เหล็กดูดผงเหล็ก!
"ที่นี่คือแดนอสุรา... เืคือพลังงาน เืคือชีวิต" เสียงสุริยันดังก้อง "ตราบใดที่ยังมีเืไหลเวียนในอากาศ พวกมันก็เป็ะ... วิธีฆ่าพวกมันมีแค่อย่างเดียว คือเ้าต้อง '่ชิง' เืนั้นมาเป็ของเ้า"
"่ชิง? ข้าเป็ัสายฟ้า ไม่ใช่ัปีศาจนะ!"
"ในา พลังงานทุกรูปแบบคือทรัพยากร! ทิ้งศักดิ์ศรีจอมปลอมนั่นไปซะ ใช้ 'เกล็ดั' ของเ้าดูดซับเืพวกมัน! กินพวกมัน ก่อนที่พวกมันจะกินเ้า!"
หลง ชิงเทียนกัดฟันกรอด ความเ็ปจากการถูกรุมทึ้งทำให้สติของเขาเริ่มขาดผึง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเข้าครอบงำ
"ก็ได้! ถ้าอยากกินข้านัก ข้าจะกินพวกแกให้หมด!!"
"เคล็ดลับัโลหิต - ประยุกต์ : กลืนกิน!"
หลง ชิงเทียนเปิดรูขุมขนตามเกล็ดัทุกชิ้น เมื่อกรงเล็บของเขาแทงทะลุอกอสุรา แทนที่จะปล่อยให้เืไหลทิ้ง เขาโคจรพลังย้อนกลับ ดูดเืเ่าั้เข้ามาในร่าง!
ซูมมม!
ความรู้สึกร้อนรุ่มและป่าเถื่อนแล่นพล่านในเส้นชีพจร! พลังดิบเถื่อนของอสุราไหลเข้ามาเติมเต็มความเหนื่อยล้า และกระตุ้นความบ้าคลั่งให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
"อ้ากกกก! ร้อน! แต่มัน... รู้สึกดีชะมัด!" ดวงตาของหลง ชิงเทียนเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็สีแดงก่ำ เขาเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น เกล็ดสีฟ้าเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ
จากัผู้สูงส่ง บัดนี้กลายเป็ "ัอสุรา" ที่ไล่ล่าฆ่าฟันและดูดเืศัตรูอย่างตะกละตะกลาม!
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม...
ซากศพอสุราห้าร้อยตัวกองพะเนินเป็ูเาเลากา แต่ร่างของพวกมันแห้งเหือดราวกับมัมมี่ เพราะเืทุกหยดถูกหลง ชิงเทียนดูดกลืนไปจนหมดสิ้น
หลง ชิงเทียนยืนหอบหายใจอยู่บนยอดกองซากศพ ร่างกายของเขาแผ่รังสีอำมหิต ตบะของเขาขยับจากหนึ่งมหายุคต้นๆ ขึ้นมาเป็ หนึ่งจุดห้ามหายุค อย่างรวดเร็ว!
"ทำได้ดี..."
สุริยันลืมตาขึ้น ลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยฝ่ามือแสงบนไหล่จางลงไปมากแล้ว ผิวพรรณของเขากลับมาเปล่งปลั่งดุจหยก แต่แฝงด้วยกลิ่นอายอันตรายที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม เขาเดินฝ่าดงซากศพมายืนข้างๆ ง้าวมาร มือขวาคว้าหมับเข้าที่ด้ามง้าว
วิ้ง!
ง้าวมารอสูรดูดซับ "เจตจำนงแห่งการฆ่า" ที่ลอยอบอวลในสนามรบเข้าไปจนหมดสิ้น ตัวง้าวส่องแสงสีม่วงเข้มขึ้น ผนึกชั้นที่สองเริ่มสั่นคลอน
"แต่นี่ยังเป็แค่ออเดิร์ฟ" สุริยันมองไปที่เส้นขอบฟ้าที่มืดมิด หมอกสีเืหนาทึบกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา "ของจริงกำลังมา"
ตึง! ตึง! ตึง!
แผ่นดินไหวะเืเป็จังหวะหนักหน่วง เหมือนเสียงฝีเท้าของั์สามตน
ปรากฏร่างเงาขนาดมหึมาสามร่างเดินแหวกหมอกโลหิตออกมา
พวกมันคือ "ขุนพลอสุราเกราะเหล็ก"!
ความสูงกว่าห้าสิบเมตร สวมชุดเกราะหนาหนักที่สร้างจากกระดูกัดำ ถือขวานั์ที่อาบไปด้วยพิษสีเขียวมรกต ดวงตาสีเหลืองอำพันฉายแววฉลาดและเหี้ยมโหดยิ่งกว่าพวกเดนตายเมื่อครู่
ระดับพลังของพวกมันคือ... "เทพ์ชั้นสูง" (หนึ่งร้อยมหายุค / หนึ่งหมื่นล้านปี)!
ทั้งสามตัว! รวมพลังกันเท่ากับสามร้อยมหายุค!
"ผู้บุกรุก... กลิ่นอายั... และกลิ่นอาย... าา?" ขุนพลอสุราตัวกลางพูดภาษาโบราณ เสียงของมันเหมือนหินบดกัน "ใครอนุญาตให้พวกเ้าล่าในเขตของข้า?"
หลง ชิงเทียนที่เพิ่งจะดีใจกับพลังใหม่ หน้าถอดสีทันที ขาเริ่มสั่นพั่บๆ "เทพ์ชั้นสูงสามตัว! นายท่าน... นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ! พลังข้าแค่หนึ่งจุดห้ามหายุค สู้ไม่ไหวหรอกขอรับ!"
"หนี?" สุริยันยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาชักง้าวมารขึ้นพาดบ่าอย่างสบายอารมณ์
"ข้ากำลังรอ 'หินลับมีด' ชั้นดีอยู่พอดี... เืของระดับหนึ่งร้อยมหายุค น่าจะเพียงพอให้ข้าปลดผนึกง้าวชั้นที่สองได้อย่างสมบูรณ์"
"ชิงเทียน เ้าถอยไปคุมเชิง... สามตัวนี้ ข้าจะจัดการเอง!"
"ตะ... แต่ท่านเพิ่งจะหายเจ็บ!"
"เพราะเพิ่งหายเจ็บเนี่ยแหละ..." สุริยันั์ตาลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้ "ร่างกายข้ากำลังกระหายเืมารมาเติมเต็มส่วนที่สึกหรอ!"
"เข้ามาพร้อมกันเลยไอ้พวกสวะ! วันนี้ข้าจะสอนให้รู้ว่า ทำไมแดนอสุราถึงต้องก้มหัวให้ข้าในอดีต!"
"ตายซะ เ้ามนุษย์จองหอง!" ขุนพลอสุราทั้งสามตนคำรามพร้อมกัน ขวานั์สามเล่มฟาดฟันลงมาพร้อมกัน ทิศทางปิดตายทุกมุมหนี พลังทำลายล้างระดับหนึ่งร้อยมหายุค ผสานกับ "กฎแห่งแรงโน้มถ่วงโลหิต" ของแดนอสุรา ทำให้พื้นที่ตรงกลางบิดเบี้ยวจนเกิดรอยแยกมิติสีดำ
สุริยันยืนอยู่ตรงกลางพายุขวาน ร่างกายของเขาดูเล็กจ้อยเหมือนมดปลวก แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรงดั่งขุนเขาพระสุเมรุ
"เคล็ดวิชาง้าวมารอสูร กระบวนท่าที่หนึ่ง : ปัดป้องจักรวาล"
สุริยันไม่ได้ฟันสวน แต่เขาหมุนควงง้าวรอบตัวด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็ "โดมพลังงานสีม่วงดำ"
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก ขวานั์ทั้งสามเล่มถูกดีดกระเด็นกลับไป! แรงสะท้อนทำให้ข้อมือของขุนพลอสุราทั้งสามชาหนึบ ขวานเกือบหลุดมือ
"เป็ไปไม่ได้! มันมีพลังแค่แปดมหายุค ทำไมถึงรับแรงปะทะจากพวกเราสามร้อยมหายุค (รวมกัน) ได้!?" ขุนพลตัวซ้ายร้องลั่นด้วยความใ
"เพราะอาวุธนั่น..." ขุนพลตัวกลางจ้องมองง้าวมารด้วยความหวาดระแวง "ง้าวนั่น... มันกำลัง 'กิน' แรงกระแทกของพวกเรา! มันดูดซับแรงจลน์!"
ถูกต้อง! สุริยันแสยะยิ้ม รอยยิ้มของเขาดูชั่วร้ายยิ่งกว่าอสุรา
"ฉลาดนี่... ขอบใจสำหรับพลังงาน..." สุริยันกล่าวเสียงเย็น
เขาเปลี่ยนท่าจับง้าว เลื่อนมือขวาไปที่ปลายด้าม มือซ้ายประคองที่กึ่งกลาง ง้างง้าวไปด้านหลังจนสุดแขน เส้นกล้ามเนื้อบนแขนปูดโปน พลังงานที่ดูดซับมาเมื่อครู่รวมกับพลังตบะของเขา ถูกอัดแน่นไปที่ปลายง้าว
"ทีนี้... เอาคืนไป!"
"เคล็ดวิชาง้าวมารอสูร กระบวนท่าที่สอง : แทงทะลุโลกันตร์"
สุริยันแทงง้าวออกไปข้างหน้า เป้าหมายคืออกของขุนพลอสุราตัวกลาง
ซูม!
ลำแสงสีม่วงขนาดเท่าเข็ม พุ่งออกจากปลายง้าวด้วยความเร็วเหนือแสง! มันคือการปลดปล่อยพลังงานทั้งหมดในจุดเดียว!
ขุนพลอสุราตัวกลางยกขวานขึ้นกันตามสัญชาตญาณ
เปรี้ยง!
ลำแสงสีม่วงเจาะทะลุขวานั์ระดับเทพ์จนเป็รูพรุน! และยังพุ่งต่อไปเจาะทะลุเกราะกระดูกหนาเตอะ และทะลุหัวใจของมัน!
"อึก!..." ขุนพลอสุราชะงัก รูโหว่ที่หน้าอกของมันมีไฟสีม่วงลุกไหม้ และไฟนั้นกำลัง "ลาม" ไปตามเส้นเื เผาผลาญแก่นชีวิตของมันให้เหือดแห้ง
"พี่ใหญ่!" ขุนพลอีกสองตัวตื่นตระหนก "ฆ่ามัน! ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!"
พวกมันทิ้งขวาน แล้วใช้สี่แขนระดมต่อยหมัดอสุราที่รวดเร็วนับพันหมัดใส่สุริยัน หมัดแต่ละหมัดหนักหน่วงพอที่จะถล่มูเา
สุริยันดึงง้าวกลับ หมุนตัวหลบหลีกท่ามกลางพายุหมัด "ย่างก้าวไร้เงา" ของเขาทำงานผสานกับ "เนตรราชันย์" ที่มองเห็นวิถีการโจมตีล่วงหน้า เขาเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับใบไม้กลางพายุ
วูบ! วูบ! ผัวะ!
สุริยันหลบหมัดซ้าย สวนด้วยด้ามง้าวกระแทกคางหมัดขวา แล้วใช้ใบง้าวฟันเฉือนข้อเท้าของศัตรู
"ช้า... ช้าเกินไป พวกเ้ามันก็แค่ก้อนเนื้อที่มีพละกำลัง แต่ไร้ซึ่งศิลปะ!"
สุริยันะโถีบหน้าอกขุนพลตัวซ้าย แล้วใช้แรงส่งพุ่งตัวไปลอยอยู่เหนือหัวขุนพลตัวขวาที่กำลังเสียหลัก
"จงเป็เครื่องสังเวยซะ!"
สุริยันปักง้าวลงกลางกระหม่อมของขุนพลตัวขวา!
ฉึก!
ใบง้าวคมกริบจมลึกลงไปในกะโหลกแข็งๆ จนมิดด้าม
"จงกลืนกิน!"
วิ้งงงงง!
ง้าวมารอสูรส่งเสียงร้องด้วยความปิติยินดี เืและพลังตบะหนึ่งร้อยมหายุคอันมหาศาลของขุนพลอสุรา ถูกสูบฉีดผ่านด้ามง้าวเข้าสู่ร่างของสุริยันโดยตรง!
"อ๊ากกกกกก!" ขุนพลตัวขวาร้องโหยหวน ร่างกายของมันบิดเบี้ยวและแห้งเหี่ยวลงในเวลาไม่กี่ลมหายใจ จนสุดท้ายกลายเป็เพียงโครงกระดูกแห้งๆ ที่ร่วงกองกับพื้น
[พลังตบะเพิ่มขึ้น!]
จากแปดมหายุค... พุ่งทะลุเก้า... สิบ... สิบเอ็ด...
และหยุดลงที่ สิบสองมหายุค (หนึ่งพันสองร้อยล้านปี)!
และที่สำคัญกว่านั้น...
แครก... เพล้ง!
เสียงโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นภายในตัวง้าวมาร ขาดสะบั้นลงอีกหนึ่งเส้น!
[ปลดผนึกง้าวมาร : ชั้นที่สองสำเร็จ!]
[ความสามารถที่ปลดล็อค : อาณาเขตอสูรกลืนกิน]
กลิ่นอายของสุริยันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! จากเดิมที่เป็เพียงมนุษย์ผู้แข็งแกร่ง บัดนี้รอบตัวเขามี "หมอกสีดำ" แผ่ออกมา หมอกนี้มีความสามารถในการ "กัดกร่อน" พลังปราณของศัตรูที่อยู่ในรัศมีหนึ่งลี้!
ขุนพลอสุราที่เหลืออีกสองตัว (ตัวหนึ่งาเ็สาหัสที่อก อีกตัวยังสภาพดีแต่ขวัญเสีย) ััได้ถึงความตายที่แท้จริง
"ปีศาจ... เ้านี่มันคือาาปีศาจกลับชาติมาเกิด!" ขุนพลตัวที่าเ็พยายามจะหนี
"สายไปแล้ว"
สุริยันสะบัดง้าว ไล่คราบเืออก ดวงตาของเขากลายเป็สีม่วงเข้มทั้งดวง
"ในอาณาเขตของข้า... ไม่มีคำว่าทางออก"
สุริยันยื่นมือซ้ายออกไป
"อาณาเขตอสูรกลืนกิน : โซ่ตรวนโลหิต!"
หมอกสีดำรอบตัวเขาก่อตัวเป็โซ่นับร้อยเส้น พุ่งเข้าพันธนาการแขนขาของขุนพลอสุราทั้งสองตัว ตรึงพวกมันไว้กลางอากาศ! โซ่เหล่านี้ดูดพลังของพวกมันอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกมันอ่อนแรงลงจนขยับไม่ได้
"ปล่อยข้า! ปล่อย!" พวกมันดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้น โซ่ยิ่งรัดแน่น
สุริยันเดินเข้าไปหาพวกมันช้าๆ ลากง้าวไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟ หยุดอยู่ตรงหน้าขุนพลตัวกลางที่หายใจรวยริน
"ข้ามีคำถาม..." สุริยันเอ่ยเสียงเย็น "ใครเป็ผู้ปกครองแดนอสุราในตอนนี้? และ... ทางไป 'บ่อโลหิตา' อยู่ที่ไหน?"
ขุนพลอสุราตัวสั่นเทา "ข้า... ข้าไม่บอก! ท่านจอมาา 'อสุราทมิฬ' จะต้องฉีกร่างเ้าเป็ชิ้นๆ! ท่านกำลังบำเพ็ญเพียรในบ่อโลหิตเพื่อก้าวสู่ระดับ 'ราชันย์เทพ์' (ห้าร้อยมหายุค) เ้าไม่มีวันชนะท่านได้!"
"อสุราทมิฬ?" สุริยันเลิกคิ้ว "ไม่คุ้นชื่อ... คงเป็เด็กใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาครองอำนาจตอนข้าไม่อยู่สินะ... ห้าร้อยมหายุครึ? น่าสนใจ"
"ดี... งั้นข้าจะไปถามมันด้วยตัวเอง ขอบใจสำหรับข้อมูล"
ฉัวะ!
สุริยันตวัดง้าวตัดคอขุนพลทั้งสองตัวพร้อมกัน! หัวั์กระเด็นหลุดจากบ่า เืพุ่งกระฉูดเป็น้ำพุ
สุริยันยกง้าวขึ้นดูดซับเืและพลังตบะที่เหลือทั้งหมดอีกครั้ง
ตบะของเขาขยับขึ้นไปหยุดที่ สิบห้ามหายุค (หนึ่งพันห้าร้อยล้านปี)!
ร่างกายของเขากลับมาสมบูรณ์เต็มร้อย าแหายสนิท รอยฝ่ามือเทพ์หายไปจนหมดสิ้น ผิวพรรณเปล่งประกายออร่าแห่งราชันย์
หลง ชิงเทียนเดินตัวสั่นเข้ามาหา เขามองเ้านายของตนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... จากความเคารพ กลายเป็ความเทิดทูนบูชาดุจพระเ้า
"นายท่าน... ท่าน... ท่านจัดการเทพ์ชั้นสูงสามตัว ในเวลาไม่ถึงก้านธูป... ท่านคือปีศาจของจริง"
สุริยันหันมามอง ยิ้มมุมปาก "ในโลกที่โหดร้าย มีเพียงปีศาจเท่านั้นที่จะกำราบปีศาจได้... เตรียมตัวให้พร้อม ชิงเทียน"
เขาชี้ปลายง้าวไปทางทิศเหนือ ที่ซึ่งมีูเาโครงกระดูกสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ และมีแสงสีแดงเืเข้มข้นพวยพุ่งออกมาเสียดฟ้า
"เราจะไปถล่มรังของ 'อสุราทมิฬ' กัน... ข้า้า 'บ่อโลหิตา' เพื่อชุบตัว... และข้า้ากองทัพ"
"กองทัพ?"
"ใช่... หากข้าล้มาาของพวกมันได้... อสุรานับล้านตัวในดินแดนนี้ จะกลายเป็ทาสของข้า" สุริยันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ
"และเมื่อนั้น... ตระกูลเทพ์จะได้ลิ้มรสความเ็ปจากการถูก 'ปีศาจ' บุกรุกบ้าง!"
(จบตอนที่ 11)