หญิงสาวเดินหาตำหนักผดุงคุณธรรมมา 1 เค่อแล้ว แต่กลับไม่พบจึงได้หยุดถามบ่าวชายที่กำลังกวาดใบไม้อยู่
“ขอโทษ เอ้ย! ขออภัยเ้าค่ะตำหนักผดุงคุณธรรมไปทางไหนหรือเ้าคะ” ซูเชี่ยวถามออกไปเมื่อหมดความพยายามในการหา แต่ขณะที่เธอได้เห็นหน้าตาของบ่าวรับใช้ชายตรงหน้าเธอกับคุ้นหน้าเขาเป็อย่างมาก แต่นึกไม่ออกว่าเจอกันที่ไหน
“อะไรนางหนูอยู่ที่นี่มากี่ปีแล้ว ใยถึงไม่รู้” บ่าวรับใช้ชายตรงหน้ากล่าวออกมาอย่างรำคาญ เขาอายุราวๆประมาณ40 ปีและใช้นิ้วชี้ไปประตูทางฝั่งขวามือ
“เดินไปทางประตูนั้น แล้วเลี้ยวขวาอีกที” เขาพูดเสร็จและก้มหน้าลงกวาดใบไม้ต่อ อย่างไม่สนใจ
“เอ่อ ท่านหน้าตาคุ้นมาก ไม่ทราบท่านกับข้าเคยเจอกันหรือเปล่า”
ซูเชี่ยวถามออกไปอย่างสงสัย แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา กลับโดนกวาดเศษใบไม้ใส่นี่เป็การกระทำที่เธอรู้ได้ดีว่าคือการไล่เธอ ซูเชี่ยวจึงเดินออกมาตามทางที่บ่าวรับใช้เมื่อสักครู่บอก
หลังจากที่ซูเชี่ยวหญิงสาวตรงหน้าเดินออกไป บ่าวรับใช้ชายเงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อยไปที่แผ่นหลังที่กำลังเดินออกไป โดนที่ซูเชี่ยวเองก็ไม่ทันได้สังเกต
.
ณ ตำหนักผดุงคุณธรรม ซูเชี่ยวเดินมาหยุดที่ตรงหน้าตำหนักมองสำรวจไปทั่วบริเวณ เป็ตำหนักที่ดูหรูหราและสวยงาม บนประตูทางเข้าติดป้ายไว้ว่าตำหนักผดุงคุณธรรม ด้านหน้ามีรูปปั้นสิงโตที่มีปีก 2 ตัวอยู่ด้านหน้า 2ข้างบันไดทางเดินเข้าตำหนัก บริเวณข้างๆด้านหน้ามีต้นท้อขนาดใหญ่อายุราวๆ ร้อยปี 1 ต้น มีผลเต็มต้นไปหมด หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าและเปิดประตูเข้าไปข้างในบริเวณข้างในหรูหราไม่ต่างจากข้างนอก การตกแต่งเหมือนตำหนักในซีรี่ย์จีนที่เธอเคยเห็นในอินเทอร์เน็ต หญิงสาวค่อยเดินสำรวจเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งรอบๆ เพราะนี้นับเป็ของแปลกใหม่สำหรับเธอที่ไม่เคยเห็นของจริงในโลกปัจจุบันหากเธอเผลอทำมันตกแตกสักชิ้นไม่รู้ต้องทำงานกี่ปีถึงจะชดใช้หมดกันนะ แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังออกมาจากหน้าประตู
ซูเชี่ยวมองไปตามทิศทางเสียงที่เธอได้ยิน เห็นรองเ้าสำนักเฟยซิ่น ตามด้วยผู้ช่วยข้างกาย 2 คน และศิษย์ในสำนักอีก3คน เป็หญิง1 คน และชาย2 คน เดินตามหลังเข้ามา
“คารวะรองเ้าสำนัก” ฉันพูดออกไปเสียงเรียบและทำท่าคารวะ รองเ้าสำนักเฟยซิ่นเพียงยิ้มและพยักหน้า จากนั้นเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตำแหน่งหน้าห้อง โดยมีผู้ช่วย 2 คนยืนอยู่ที่ข้างๆ ตอนนี้ซูเชี่ยวยืนอยู่ตรงกลางห้องโถงด้านซ้าย และมีศิษย์ร่วมสำนัก 3คน ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอ
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง อาการป่วยหายหรือยัง” เฟยซิ่นกล่าวออกมาทันทีที่นั่งลง
“ขอบคุณรองเ้าสำนักที่เป็ห่วง ซูเชี่ยวหายเป็ปกติแล้วเ้าค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปเสียงเรียบด้วยความนอบน้อม
“หายแล้วก็ดี เอาล่ะที่ข้าเรียกเ้ามาวันนี้ เ้าคงจะรู้แล้วว่าเรียกมาด้วยเื่อะไร” เฟยซิ่นยังถามออกมาเสียงนุ่มอย่างผู้ใหญ่ที่ดูอบอุ่น โอนโยนและมีความยุติธรรม
“เ้าค่ะ” ซูเชี่ยวกล่าวออกไปเสียงเรียบ เธอรู้ว่าที่เรียกมาที่นี่วันนี้เพราะเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อ7 วันก่อนแน่นอน เพราะกว่าเธอจะฟื้นและหายจากอาการป่วยก็เลยมาเป็เวลา 7 วันแล้ว เฟยซิ่นพยักหน้าแล้วให้ผู้ช่วย1 คน หยิบหนังสือไม้ไผ่ที่คนที่นี่นิยมนำมาใช้เขียนเเทนกระดาษกลางออกและอ่านความผิดของเธอออกมา
“ซูเชี่ยว มีใจคิดร้ายวางแผนทำร้ายแม่นางฮุ่ยซิ่ว คุณหนูรองของสำนักพฤกษชาติทำให้ได้รับาเ็อย่างหนัก มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ 3 คน ที่เห็นว่าซูเชี่ยวได้ใช้น้ำมันราดบริเวณสะพานทางเดินก่อนที่แม่นางฮุ่ยซิวจะเกิดอุบัติเหตุลงโทษตามกฎสำนักโบย 20 ไม้และส่งกลับตระกูล” เสียงของผู้ช่วยเฟยซิ่นอ่านจบเสียงดังฟังชัดและปิดไว้เหมือนเดิม
“ทั้งหลักฐานและพยานครบ เ้ามีอะไรจะเแก้ตัวหรือไม่” ยังเป็เสียงของเฟยซิ่นที่ถามออกมาและมองมาทางซูเชี่ยว
ทางด้านซูเชี่ยวตอนนี้กำลังขบคิดว่าจะเอายังไงดี โบย20 ไม้ไม่มีปัญหา แต่การส่งกลับตระกูลคนในยุคนี้ให้ความสำคัญกับเื่หน้าตาเป็อย่างมาก ขืนส่งเธอกลับตระกูลมีหวังท่านพ่อของนางต้องโกรธนางมากๆ แถมโลกนี้ผู้หญิงที่ทำเื่ร้ายเเรงถึงขั้นทำร้ายสตรีด้วยกันถือว่ามีจิตใจอำมหิตไม่สามารถแต่งออกไปตระกูลไหนได้อีก แต่จะให้เธอทำอย่างไรก็เ้าของร่างเก่าในร่างนี้ทำไปแล้วด้วยนี่สิ ทั้งหลักฐานและพยานบุคคลขนาดนี้พอจะมีทางรอดให้นางไหมนะ
“ว่าอย่างไร” เสียงนุ่มถามเตือนอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไป
“เอ่ออ งั้นข้าขอถามพยานทั้ง3คนนี้ว่าพวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็ข้าที่ทำการลักลอบแอบเอาน้ำมันไปราดไว้ " ซูเชี่ยวที่ไม่รู้อะไรเช่นกัน เพราะไม่มีความทรงจำเก่าๆ ของร่างนี้เลย ได้ยินแค่คนอื่นต่างพูดถึงเหตุการณ์นี้ไปทั่วเช่นกัน
“ข้า 3 คน เห็นเ้าสวมชุดดำ ปิดหน้าปิดตาทำลับๆล่อๆ อยู่บริเวณตรงกลางสะพานเวลายามเหม่า และก็เป็เ้าอีกที่เดินชนแม่นางฮุ่ยซิ่วจนตกไปที่สระบัว” ชายคนหนึ่งในศิษย์ 3 คนที่มาและยืนตรงข้ามกับนางพูดขึ้น
“แล้วข้าจะทำแบบนั้นไปทำไมกัน” ซูเชี่ยวถามกลับด้วยท่าทีสงบนิ่ง และไม่แสดงอาการลนลานใดๆ ออกมา
“ใครๆ ก็รู้ว่าเ้าชอบท่านเ้าสำนัก” ศิษย์หญิงคนหนึ่งรีบแย้ง และแอบเหลือบมองหน้ารองเ้าสำนักเฟยซิ่น เมื่อเห็นว่าไม่มีท่าทางใดๆ จึงพูดต่อว่า
“เ้าพยายามกลั่นแกล้งและขัดขวางผู้หญิงทุกคนที่พยายามเข้าใกล้ท่านเ้าสำนักมาโดยตลอด ดังนั้นพอเ้ารู้ว่าแม่นางฮุ่ยซิ่วจะมาจึงขัดขวางไม่ให้นางได้เข้าใกล้ท่านเ้าสำหนัก อย่างไรล่ะ” ศิษย์คนเดิมกล่าวออกมาด้วยท่าทางเหนือกว่า เพราะเธอไม่ชอบหน้าซูเชี่ยวมานานแล้ว ทั้งที่ซูเชี่ยวมีพลังแค่ระดับต่ำเท่านั้นกลับเข้ามาเรียนที่นี่ได้ เเถมยังวางอำนาจใหญ่โตเพียงเพราะเป็ลูกสาวของท่านแม่ทัพ แล้วอย่างไรล่ะเธอก็แค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมากดหัวพวกเธอที่มีพลังแบบนี้ได้เพราะแค่เธอไม่ได้เป็ลูกของผู้มีอำนาจแค่นั้น
“ดังนั้นข้าขอถามพวกท่าน ถ้าหากข้าทำจริงๆ เหตุใดข้าจึงตกลงไปด้วย ทั้งที่ข้าวางแผนมาก่อนแล้วตามที่พวกท่านกล่าวอ้าง ถ้าหากคนๆ หนึ่งจะทำร้ายใครย่อมต้องศึกษาข้อมูลของคนๆ นั้นมาดี" ซูเชี่ยวกล่าวออกมาเสียงเรียบและมองไปที่พยาน 3 คน และกล่าวต่อว่า
“แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็ นั้นย่อมเป็ข้อมูลพื้นฐานที่ถ้าหากข้าวางแผนย่อมต้องรู้ แต่เป็ข้าเองที่ว่ายน้ำไม่เป็และน้ำบริเวณนั้นค่อนข้างที่จะลึก บวกกับที่ข้าเองไม่มีพลังใดๆ ที่จะช่วยตัวเองได้เลย แล้วหากข้าเผลอตกลงไปด้วยเล่า พวกท่านคิดว่าคนอย่างข้าที่พวกท่านกล่าวอ้างจะยังเลือกใช้แผนนี้อยู่อีกหรือ มีวิธีมากมายที่ข้าเลือกใช้ได้แล้วข้าจะเลือกวิธีที่อาจเสี่ยงให้ข้าาเ็ด้วยไปใย” หญิงสาวกล่าวออกมายืดยาว ด้วยเสียงเรียบและหนักแน่น ก็เธอไม่ได้ทำจริงๆหนิ เ้าของร่างเก่านู๊น~ที่เป็คนทำต่างหากเธอจะมารับผิดชอบเเทนทำไมล่ะ
“แล้วเื่ที่เ้าแอบไปวางน้ำมันล่ะ เ้าจะว่ายังไง” เสียงนี้เป็เสียงของรองเ้าสำนักเฟยซิ่นที่นั่งฟังมานานเเละเริ่มคิดตามที่ซูเชี่ยวพูด
“เรียนท่านรองเ้าสำนัก ข้าขอถามพยานทั้ง 3 ท่านว่า พวกท่านรู้ได้ยังไงว่าเป็ข้าที่แอบไปวางน้ำมัน ตามที่ท่านกล่าวหาพวกท่านเพียงเห็นคนสวมชุดดำ ปิดหน้าตา แถมเห็นเเค่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไร อีกทั้งยังเป็ยามเหม่าฟ้ายังไม่สว่างดีด้วยซ้ำ ท่านไม่เห็นหน้าตาชัดๆ ด้วยซ้ำแต่กลับกล่าวหาข้า” ซูเชี่ยวกล่าวออกมาอย่าง้าคำตอบ
“เ้า!!” ชาย 1 ใน3 ของศิษย์ที่มาเป็พยานสบถออกมาอย่างโมโห
“เอาล่ะๆ ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่ถึงอย่างไรเ้าก็มีส่วนผิดอยู่ดีที่ไม่ทันระวังเดินชนแม่นางฮุ่ยซิ่วจนตกน้ำ งั้นลงโทษโดยการโบย 15ไม้ ส่วนพวกเ้าก็เช่นกันโบยคนล่ะ10 ไม้ โทษฐานไม่คิดให้รอบคอบใส่ร้ายพูดอื่น” หลังจากเงียบไปสักพักเพื่อใช้ความคิดเฟยซิ่นกล่าวออกมาเสียงเรียบ
ซูเชี่ยวกำลังจะอ่าปากแย้งแต่หันไปเห็นผู้ช่วยข้างกายเฟยซิ่นส่ายหน้าเป็การห้าม
“ขอบคุณท่านรองเ้าสำนัก” ซูเชี่ยวจำใจได้แค่ต้องเก็บคำพูดเอาไว้
“ขอบคุณท่านรองเ้าสำนัก” เป็เสียงของศิษย์ที่มาเป็พยานกล่าวออกมาพร้อมกัน จากนั้นเฟยซิ่นและคนอื่นๆ ก็ทยอยออกไปจากห้อง ร่วมถึงหญิงสาวด้วยนางทำได้แค่คิดในใจ อะไรกันว่ะเนี่ยไม่ได้ทำผิด ทั้งที่มีคำแก้ตัวทุกอย่างก็ต้องถูกลงโทษด้วยเหรอเนี้ย แล้วฉันจะมีชีวิตรอดไปได้อีกเท่าไหร่กัน
——————————-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
แรกเริ่มนางเอกของเราก็เเสดงความฉลาดและเอาตัวรอดได้เลย น้องจะรอดแบบนี้ทุกครั้งไหมนะ ?
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ฝากทุกคนติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????