“ทำไมรึ?” ป้าซูฉีปรายตามอง ไปยังสาวน้อยที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ปะ..เปล่า...ข้าเพียงแต่...”
เหมือนว่าป้าซูฉีจะรู้ว่าฟางหนิงเอ๋อกำลังคิดอะไร จึงเริ่มอธิบายให้เธอฟัง
“เ้าคงสงสัยสินะว่า เป็ถึงคุณชาย เหตุใดบ้านช่องจึงเงียบเชียบเช่นนี้ คุณชายหวังลู่เอินน่ะ ท่านไม่ชอบความวุ่นวาย ก็เลยขอแยกจากบ้านใหญ่ของตระกูลหวัง ออกมาอยู่ที่บ้านเชิงเขาแห่งนี้” ป้าซูฉีพูดพลางก่อเตาไฟ สีหน้าจริงจังเมื่อนึกถึงเื่ราวที่เป็ต้องออกมาจากบ้านใหญ่
“แล้วบ้านหลังนี้มีแค่ป้ากับคุณชายรึ” ฟางหนิงเอ๋อ ถามด้วยความสงสัย
“ไม่หรอก มีผัวข้าอีกคน ชื่อ จางเจียอี เ้าเรียก ลุงจาง ก็ได้ เขาไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ออกไปหาสมุนไพรในป่าลึกครั้งหนึ่งก็สองสามวันถึงจะกลับ แล้ว...พ่อแม่เ้าอยู่ที่ไหนล่ะ”
“เอ่อ...ข้า..ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มานานแล้ว” ฟางหนิงเอ๋อตอบท่าทีอึกอัก ป้าซูฉีสังเกตเห็นเช่นนั้น จึงเปลี่ยนเื่คุย
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่า เ้าไปเจอเื่อะไรมาบ้าง แต่ถ้าเ้าอาศัยอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานตอบแทนบุญคุณคุณชาย”
“แล้วข้าต้องทำอะไรบ้าง”
“คุณชายจะตื่นแต่เช้ามืดมาอ่านตำรา และจะกินข้าวเช้าหลังจากที่อ่านตำราเสร็จ เพราะฉะนั้น ก่อนฟ้าสางอาหารเช้าต้องเรียบร้อยแล้ว กับข้าวสักสองสามอย่างก็พอ คุณชายเป็คนอยู่ง่ายกินง่าย”
“เมื่อสักครู่ ข้าได้ยินคุณชายพูดถึงโรงบำบัด”
“เ้าเห็นศาลาไม้ที่อยู่หน้าบ้านไม๊ ตรงนั้นคือโรงบำบัด ชาวบ้านที่เจ็บป่วยจะมาให้คุณชายเป็ผู้รักษา”
“คุณชายเป็หมอนี่เอง” ฟางหนิงเอ๋อพึมพำ
“คุณชายไม่ใช่หมอ และท่านก็ไม่ชอบให้ใครเรียกว่าหมอ คุณชายเป็เพียงผู้บรรเทาอาการเจ็บป่วย ด้วยวิธีการบำบัดจากสมุนไพรของท่านเท่านั้น เสร็จจากตรงนี้แล้ว เ้าตามข้าไปที่โรงบำบัด จะได้รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง”
ฟางหนิงเอ๋อช่วยป้าซูฉียกน้ำชาไปให้คุณชายที่ศาลาไม้ที่อยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งเป็ศาลาขนาดประมาณ 4 x 3 เมตร ยกพื้นสูงจากพื้นดินเล็กน้อย มีผู้สูงอายุคนหนึ่งนั่งตรงข้ามคุณชาย
ป้าซูฉีสะกิดสาวใช้คนใหม่ให้มานั่งลงข้าง ๆ ฟางหนิงเอ๋อ มองคุณชายที่สนทนากับชายสูงอายุ เสียงของคุณชายช่างนุ่มนวลสุภาพ ผมยาวดำขลับรวบมัดไว้เพียงส่วนปลาย ใบหน้าเรียบเฉย จมูกโด่งเป็สัน ขนตางอน ริมฝีปากบาง ผิวเรียบเนียนแทบไม่เห็นรูขุมขน แสงแดดที่ส่องมากระทบยิ่งทำให้งดงามราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก
“...หนิงเอ๋อ...ฟางหนิงเอ๋อ..”
เสียงเรียกของป้าซูฉี ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ความงามของคุณชาย
“คะป้า..”
“ไปช่วยข้าจัดยา ตามมา!!” ป้าซูฉีทำกระซิบแ่เบาปนความหงุดหงิดที่เห็นสาวใช้คนใหม่นั่งเหม่อลอย
ฟางหนิงเอ๋อตามป้าซูฉีเข้ามาที่ห้องห้องหนึ่ง ซึ่งติดกับห้องนอนของเธอ ห้องนี้ใช้เป็ที่เก็บสมุนไพรหลากชนิด เธอยืนตะลึงกับตู้ไม้ที่รายรอบตัว แบ่งเป็ลิ้นชักเล็ก ๆ สูงจนเกือบติดเพดาน
“นี่คือห้องยา หลังจากที่คุณชายสอบถามอาการของผู้ที่มาบำบัดแล้ว คุณชายจะเขียนใส่กระดาษว่า้าอะไรบ้าง เ้าก็ต้องมาจัดยาตามที่คุณชายสั่ง ชั่งน้ำหนัก ห่อใส่กระดาษให้เรียบร้อย แล้วเอาไปให้ผู้ที่มารักษา”
“พวกเขาต้องจ่ายค่ายาเท่าไรคะ” ฟางหนิงเอ๋อ สงสัย เพราะดูจากสภาพการแต่งกายของคนที่มา ก็ไม่ใช่คนร่ำรวยเลย
“แล้วแต่พวกเขาจะจ่าย บางคนก็ไม่ให้ คุณชายท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านทำเพื่อช่วยเหลือคนยากคนจน” ป้าซูฉีดวงตาเป็ประกาย ด้วยภูมิใจในคุณชายของตน
ฟางหนิงเอ๋อเดินไปหาชายชราที่นั่งตัวลีบอยู่ที่ศาลาโรงบำบัด
“ลุง นี่จ้ะ ยา” เธอยื่นห่อยาให้ชายชรา
“เอ่อ..ขอบใจนะ แต่ข้าไม่สตางค์เลย...” ชายชรามือสั่นรับห่อยา ไม่กล้าสบตาเธอ
“ไม่เป็ไรจ้ะ ลุงไม่ต้องจ่ายหรอก เอายาไปกินนะ จะได้หาย” ฟางหนิงเอ๋อส่งยิ้มหวาน
ชายชรานั่งคุกเข่ากับพื้น ก้มศีรษะแทบติดดิน กล่าวขอบคุณละล่ำละลักด้วยความซาบซึ้งใจ
“ขอบ..ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณ”
“โอ๊ะ..ไม่ ๆ อย่าทำเช่นนั้น ลุงไปขอบคุณคุณชายเถิด ข้าเป็เพียงผู้รับใช้คุณชายเท่านั้น” ฟางหนิงเอ๋อรีบพยุงชายชราให้ลุกขึ้น แล้วเดินไปส่งที่หน้าประตู