บทที่12
เมืองอวี้หยาง
เมืองอวี้หยางเป็หนึ่งในเมืองใหญ่ของเขตเมฆาคลั่ง
ภายในเมืองมีตระกูลผู้ฝึกตนและมีผู้ฝึกตนรวบตัวอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นในเมืองแห่งนี้ จึงมีหอการค้าของผู้ฝึกตนอยู่ด้วย
หอการค้าแห่งนี้เป็หอการค้าเงามายาเป็หอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้
และมันยังเป็สถานที่ที่ผู้ฝึกตนเดินเข้าออกมาที่สุดภายในเมือง
ในวันนี้มีบุรุษผู้นึงเดินเข้ามาภายในหอการค้าแห่งนี้อีกฝ่ายแต่งตัวดูดีคล้ายคุณชายตระกูลใหญ่แต่ว่าบุรุษผู้นี้ในอ้อมแขนกับกอดถุงผ้าถุงนึงเอาไว้แน่นพร้อมกับดวงตาที่กวาดไปมองบริเวณรอบๆอย่างเลิกลั่กตลอดเวลา
ผู้คนที่มองอยู่ไกลๆก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มผู้นี้ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
เขากลายเป็เป้าสายตาทันทีที่เดินเข้ามาเป็เพราะว่าบุรุษหนุ่มที่เหมือนกับคุณชายตระกูลใหญ่ผู้นี้เป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีปราณิญญา
สำหรับหอการค้าที่เป็สถานที่ของผู้ฝึกตนมนุษย์ธรรมดาคนนึงเดินเข้ามานั้นถือว่าแปลกประหลาดมาก
สายตาของผู้ฝึกตนมากมายภายในหอการค้าหันมามองเป็สายตาเดียว
คนที่เดินทางเข้ามาแน่นอนว่าย่อมเป็หยุนโม่ที่กำลังนำเอาหินิญญามาขายกับหอการค้าแห่งนี้
หยุนโม่ที่กำลังทำท่าทางหวาดระแวงยิ่งทำให้ผู้ฝึกตนภายในหอการค้าแห่งนี้มองเขาด้วยแววตารังเกียจมากกว่าเดิม
ทันทีที่เข้ามาในหอการค้าหยุนโม่ที่แสร้งแสดงท่าทางหวาดระแวง แต่เขาก็ใช้โอกาสนี้ในการกวาดมองไปรอบๆด้วยเพื่อมองดูผู้ฝึกตนภายในนี้
หอการค้าเงามายาสมกับเป็หอการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอวี้หยาง
เพราะว่าในตอนนี้เพียงแค่โถงชั้นแรก เพียงแค่ลูกค้าที่เป็ผู้ฝึกตนที่มาซื้อของก็มีเกือบร้อยชีวิตแล้ว
หยุนโม่เดินไปจนถึงด้านหน้าของพนักงานดูแลผู้หนึ่งของหอการค้าเงามายา
อีกฝ่ายเป็ชายวัยกลางคนผู้นึงทันทีที่เห็นมนุษย์ธรรมดาเดินเข้ามาหาตน
ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานมานานชายวัยกลางคนผู้นี้ย่อมไม่ดูถูกมนุษย์ที่เข้ามาในหอการค้า เหมือนกับผู้ฝึกตนคนอื่นๆที่กำลังหยุนโม่
“ไม่ทราบว่าลูกค้าท่านนี้้ามาซื้อหรือ้าขาย”ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
หยุนโม่ที่ยังคงมองไปทางซ้ายและขวาเมื่อมองดูจนแน่ใจแล้วก็ยื่นห่อผ้าในอ้อมแขนออกไปให้ชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนเห็นมนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าส่งห่อผ้าที่อีกฝ่ายอ้อมกอดเอาไว้อย่างแ่ามาให้ก็ยื่นมือไปรับ
ชายวัยกลางคนผู้นี้เหมือนมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยในขณะที่กำลังจะเปิดห่อผ้าก็แงมออกเพียงเล็กน้อยไม่เห็นลูกค้าคนอื่นเห็น
ทันทีที่ชายวัยกลางคนมองเห็นของให้ห่อผ้าก็ยิ้มออกมา
แต่ชายวัยกลางคนยังคงแสดงใบหน้าสงบนิ่งทำให้ทุกคนดูไม่ออกเลยว่าของในห่อมันคืออันใด
“้าขายหมดเลยงั้นหรือ?”ชายวัยกลางคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มถาม
หยุนโม่พยักหน้าตอบกลับก่อนที่มือของหยุนโม่จะยื่นแผ่นกระดาษออกมายื่นให้กับชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยื่นมือไปรับกระดาษ
ดวงตาของชายวัยกลางคนกวาดมองแผ่นกระดาษ
“แร่เหล็กอัคคีระดับหนึ่งเหล็กิญญาระดับหนึ่ง ผงปะทุ…แล้วก็…เตาหลอม” ชายวัยกลางคนพึมพำรายชื่อของวัตถุในแผ่นกระดาษ
หยุนโม่พยักหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ
ชายวัยกลางคนมองเห็นท่าทางของมนุษย์ที่อยู่ด้านหน้าด้วยประสบการณ์ของเขาก็พอจะมองออกมา
อาจจะมีผู้ฝึกตนสักคนให้คนหนุ่มมนุษย์ที่อยู่ด้านหน้านำเอาหินิญญาพวกนี้มาขายแล้วก็ซื้อพวกวัตถุดิบพวกนี้ไปด้วย
ชายวัยกลางคนยิ้มแล้วก็หันหลังกลับมาไปเพื่อเตรียมของ
หยุนโม่เองก็ยังคงยืนอยู่ในจุดเดิมโดยที่เขายังคงกวาดมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง
แน่นอนว่าทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะเป็คนของหอการค้าเงามายา หรือว่าผู้ฝึกตนที่เป็ลูกค้าพวกเขาไม่มีผู้ใดมองออกเลยว่า ท่าทางของหยุนโม่ในตอนนี้เพียงแค่เป็การแสดงเท่านั้น
หยุนโม่ไม่อยากเป็จุดเด่นในตอนนี้เขาเลยแสดงท่าทางเช่นนี้ออก
เพราะว่าในโลกใบนี้มนุษย์ปกติเวลาอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ผู้ฝึกตนพวกเขาเองก็แสดงท่าทางเช่นนี้ทั้งนั้น
ในการมาที่หอการค้าในครั้งนี้หยุนโม่มีเป้าหมายอยู่สองอย่าง
หนึ่งคือการขายหินิญญาสองคือการซื้อวัตถุดิบิญญาที่้า
หยุนโม่้าสร้างอาวุธที่ทรงพลังเพราะแบบนั้นในตอนนี้เขา้าวัตถุดิบในการสร้างอาวุธ
โดยที่วัตถุดิบพวกนี้ก็เป็โนวาที่ระบุมาให้ในการสร้างอาวุธ
หยุนโม่เองก็มีหน้าที่เพียงแค่ซื้อเท่านั้น
ผ่านไปไม่น้อยเหมือนว่าของพวกนั้นจะเป็ของทั่วไปที่หาได้ไม่ยากแต่ก็อาจเป็เพราะหอการค้าเงามายามีการจัดการการซื้อขายที่เป็ระเบียบเลยทำให้การซื้อขายสำเร็จไปได้อย่างรวดเร็ว
“นี่คือของที่เ้าสั่งซื้อ”
“แล้วก็นี่เงินที่เหลือจากการซื้อสิ่งของพวกนี้จำนวนเงินเหลือทั้งหมดหนึ่งร้อยเหรียญทอง” ชายวัยกลางคนยื่นถุงเงินมาให้พร้อมกับถุงสัมภาระขนาดใหญ่อีกหนึ่งถุง
หยุนโม่รีบรับของพวกนั้นมาจากนั้นก็โอบกอดมันเอาไว้ราวกับเป็สมบัติล้ำค่า
เมื่อได้ของแล้วก็ไม่รีรอพังออกหัวขอบคุณชายวัยกลางคนด้านหน้าจากนั้นก็รีบร้อนวิ่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
โดยที่มีสายตาของผู้ฝึกตนมากมายจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่รีบวิ่งออกไปอย่างร้อนรน
ทันทีที่หยุนโม่วิ่งออกไปแล้วชายวัยกลางคนที่เป็คนเป็คนต้อนรับหยุนโม่ก็ยงยิ้มขึ้นมา
ออกมาจากหอเงาการค้ามายาแล้วหยุนโม่ยังคงใช้รถม้าคันเดิมในการเดินทางออกจากเมืองอวี้หยาง
ในขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนหนึ่งมือก็ล้วงหยิบเหรียญทองภายในถุงเงินออกมาแล้วก็มองดู
ด้วยความรู้และความเข้าใจที่โนวาที่เป็ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะอธิบายให้ฟังมันทำให้หยุนโม่ พอเข้าใจเกี่ยวกับเื่ของหน่วยเงินภายในโลกใบนี้อยู่
สำหรับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปเหรียญทองที่อยู่ในมือของหยุนโม่ตอนนี้ถือว่าเป็ค่าเงินที่สูงสุดแล้ว
เพราะว่าสำหรับมนุษย์ธรรมดาทั่วไปค่าเงินส่วนใหญ่จะถูกแบ่งแยกออกเป็สามระดับเหรียญทองแดงเหรียญเงินแล้วก็เหรียญทอง
แต่ว่าสำหรับผู้ฝึกตนเหรียญทองที่อยู่ในของหยุนโม่มันถือว่าเป็ค่าเงินที่ต่ำสุดแล้ว
เพราะว่าผู้ฝึกตนสิ่งที่พวกเขานั้นใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันมันกลับไม่ใช่เหรียญทองพวกนี้แต่ว่าเป็หินิญญาต่างหาก
มันคือหน่วยงานที่ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ใช้กันใช่แล้วหินสายแร่ิญญา ที่เขาพบเจอมีหินิญญามากมาย
มันเองก็เหมือนกับเค้าพบเจอเหมืองหินิญญาหรือว่าเหมืองเงินทองสำหรับผู้ฝึกตน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้จึงเหมือนกับหยุนโม่มีทรัพย์สินก้อนใหญ่อยู่ภายในมือ
การที่ผู้ฝึกตนนิยมใช้พวกเหรียญเงินเหรียญทองพวกนี้เป็ค่าเงินหลักสำหรับพวกเขาก็เพราะว่าเงินทองพวกนี้ไม่ได้มีประโยชน์สำหรับพวกผู้ฝึกตน
ผู้ฝึกตนพวกนั้นมีหรือจะเห็นพวกเหรียญเงินเหรียญทองพวกนี้อยู่ในสายตาสิ่งที่มีค่าสำหรับพวกเขาจริงๆก็คือพวกสมบัติวิเศษ แล้วก็พวกแร่ิญญาที่หายาก
เพราะแบบนั้นค่าเงินหลักของผู้ฝึกตนจึงเป็หินิญญาที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ฝึกตนนั่นแหละ
รถม้าเคลื่อนที่ออกมาจากนอกเมืองได้สักพัก
ในขณะที่ด้านหลังของรถม้าเงาร่างของเมืองอวี้หยางก็ค่อยๆเลือนหาย
หยุนโม่ที่คอยบังคับควบคุมรถม้าแล้วก็เล่นกับเหรียญทองภายในมือไปด้วยอยู่ๆก็ดึงสายรถมาบังคับให้รถม้านั้นหยุดลง
รถม้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหยุดชะงัก
หยุนโม่มองตรงไปด้านหน้าบริเวณด้านหน้าของรถม้ามีคนสองผู้กำลังขวางทางอยู่
คนสองคนกำลังขวางทางอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ทั้งสองคนเป็บุรุษหนุ่มแต่งกายชุดผ้าธรรมดาทั่วไปแต่ว่ารอบกายให้บรรยากาศที่แปลกประหลาดแตกต่างจากมนุษย์
เห็นได้ชัดว่าเ้าพวกนี้เป็ผู้ฝึกตนเพียงแต่ว่าใบหน้าของหยุนโม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง