บทที่ 36 กล่าวหา (รีไรต์)
เฉียวเทียนเอินคล้ายหน้ามืดไปชั่วขณะ “...”
เขามองลู่เย่ด้วยความไม่เข้าใจ “ถ้านายคิดว่าตัวเองสุขุมเยือกเย็น และรอบคอบละก็ บนโลกนี้คงไม่มีคนแบบนั้นอีกแล้ว”
ลู่เย่ยิ้มกว้าง “เอาละ ไม่เล่นกับนายแล้ว ฉันไปก่อนนะ”
หลังจากบอกลาลู่เย่แล้ว เฉียวเทียนเอินก็ขึ้นไปชั้นบนเพื่อหาเสิ่นชิง
เมื่อเขามาถึงหน้าลิฟต์ชั้นสอง ก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังมาแต่ไกล
“หยุดเธอไว้! อย่าให้เธอไป! เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือเธอแน่ ๆ!”
“ใช่ ๆ! นอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครอีก”
“เป็นคนจนถึงขนาดหน้ามืดตามัว แม้แต่ที่แบบนี้ก็ยังกล้า!”
โถงชั้นสองเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พนักงานต้อนรับและแขกของโรงแรมต่างล้อมเสิ่นชิงไว้ ไม่ยอมให้เธอไปไหน
เสิ่นชิงสะพายกระเป่า ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาฉายแววคล้ายพายุที่กำลังก่อตัว
เมื่อครู่ เธอเพิ่งจะลงมาถึงข้างล่าง ก็มีกลุ่มพนักงานต้อนรับวิ่งกรูกันเข้ามาขวางเธอไว้ พวกเขาต้องการค้นกระเป๋าของเธอโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
แน่นอนว่าเสิ่นชิงไม่ยินยอม ในกระเป๋าของเธอมีของสำคัญมากมาย เช่น พินัยกรรม บัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานที่เฉียวเฟิงและภรรยาแอบสลับลูก รวมถึงของสำคัญอื่น ๆ เธอจะปล่อยให้คนพวกนี้ค้นกระเป๋าได้อย่างไร
ที่นี่เป็นถิ่นของเฉียวอวี้เหอ ใครจะรู้ว่าถ้าหากค้นไปค้นมา ของในกระเป๋าอาจจะหายไปก็ได้
“พวกคุณกำลังทำอะไรกัน! ทำไมถึงทำกับแขกแบบนี้!” เสียงเฉียวเทียนเอินดังขึ้น เขาตวาดกลุ่มพนักงานเหล่านั้นให้ถอยห่าง ก่อนจะเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พนักงานหลายคน เมื่อเห็นเฉียวเทียนเอินต่างชะงักไปเล็กน้อย คุณชายใหญ่ของเฉียวกรุ๊ปมาที่นี่ได้อย่างไร?
พนักงานหญิงคนหนึ่งชี้ไปที่เสิ่นชิงพร้อมกล่าวว่า “คุณชายเฉียว เรื่องมันเป็นแบบนี้ ผู้หญิงคนนี้ขโมยสร้อยเพชรของแขกห้อง 801 ไปค่ะ เธอซ่อนมันไว้ในกระเป๋า แถมยังไม่ยอมให้พวกเราค้นด้วย”
เสิ่นชิงนวดขมับเบา ๆ ใบหน้าฉายแววเหนื่อยล้า ปัญหาหนึ่งยังไม่ทันคลี่คลาย ปัญหาใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอีก เรื่องราวที่เธอเผชิญในค่ำคืนนี้ เพียงพอที่จะนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์หลายตอนได้เลย
และเป็นละครน้ำเน่าสุด ๆ เสียด้วย
เสิ่นชิงมองพนักงานหญิงตรงหน้าอย่างเย็นชา “พวกเธอเป็นตำรวจเหรอ? มีสิทธิ์อะไรมาค้นกระเป๋าของฉัน?”
พนักงานคนนั้นพูดอย่างไม่เกรงกลัว “ต้องเป็นเธอแน่ ๆ ที่ขโมยไป หลังจากแขกห้อง 801 เจอหน้าเธอ สร้อยเพชรที่คอก็หายไป นอกจากเธอที่ขโมยไปแล้ว จะเป็นใครได้อีก”
พนักงานอีกคนพูดเสริม “หึ อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้ ตอนที่เธอออกจากตระกูลเฉียว เธอยังแอบเอาเครื่องประดับของตระกูลเฉียวไปด้วยตั้งเยอะ โชคดีที่ประธานของพวกเราใจดี ไม่เอาเรื่องเธอ คราวนี้เธอยังกล้ามาขโมยของแขกอีก น่าไม่อายจริง ๆ”
พอพูดจบ แขกที่ยืนดูอยู่ต่างก็มองเสิ่นชิงด้วยสายตาเหยียดหยาม
เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำขลับดูเย็นชา “ตอนที่ฉันออกจากบ้านตระกูลเฉียว ฉันไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปแม้แต่แดงเดียว”
น่าขันจริง ๆ ตอนที่เธอออกจากตระกูลเฉียว เธอไม่ได้เอากระเป๋าไปด้วยซ้ำ แถมยังมีคนมองอยู่ตั้งเยอะ
เรื่องแบบนี้ยังกล้าใส่ร้ายเธออีก?
พนักงานคนนั้นมองเสิ่นชิงด้วยหางตา “ฉันได้ยินประธานพูดเองกับหู เธอยังจะแก้ตัวอะไรอีก”
เสิ่นชิงเบือนหน้าหนีอย่างเบื่อหน่าย เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ ทำให้ความโกรธในใจของเธอบรรลุถึงขีดสุด
แต่พนักงานบริการจะกล้าล่วงเกินลูกค้าแบบนี้ได้อย่างไร เสิ่นชิงคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นแผนการของเฉียวอวี้เหออีกครั้ง จึงตัดสินใจรอดูสถานการณ์
ในโรงแรมนานาชาติหางโจว มีนักแคสเกมชื่อดังหลายคนที่ได้รับเชิญจากทางโรงแรมให้มาถ่ายทำวิดีโอ
หลังจากที่พวกเขาได้ยินเสียงทะเลาะวิวาท พวกเขาก็มาที่ชั้นสองเพื่อดู และพบว่าคนที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยของคือเสิ่นชิง ซึ่งโด่งดังในอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้
เหล่าสตรีมเมอร์ไม่ยอมพลาดโอกาสในการสร้างประเด็นร้อนแรง พวกเขาต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่องกล้องไปที่เสิ่นชิง และเริ่มไลฟ์ทันที
ตอนนี้เสิ่นชิงเป็นเหมือนแหล่งขุมทรัพย์ของการสร้างคอนเทนต์ ตราบใดที่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเธอ ก็จะได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์
ไม่ใช่แค่สตรีมเมอร์ชื่อดังเท่านั้นที่เริ่มไลฟ์ แม้แต่คนธรรมดาก็เปิดแอปพลิเคชั่นไลฟ์บนโทรศัพท์ บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้เช่นกัน
ในชั่วพริบตา ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขโมยของเสิ่นชิงก็ผุดขึ้นมาบนโลกออนไลน์ราวกับดอกเห็ดหลังฝนตก
#เน็ตไอดอลเสิ่นชิงถูกสงสัยว่าขโมยของ จวินจวินรายงานสดให้คุณ!#
#หลักฐานมัดตัว! สาวไฮโซกำมะลอเสิ่นชิง แอบขโมยเครื่องเพชรจำนวนมากตอนออกจากตระกูลเฉียว!#
#ช็อก! เสิ่นชิงถูกจับได้ว่าขโมยของ คุณหนูตัวปลอมตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องขโมย!#
เพื่อเรียกความสนใจ พวกเขาต่างตั้งชื่อเรื่องให้ดูเกินจริง
เนื่องจากเสิ่นชิงไม่ได้ไลฟ์มานานแล้ว หลายคนเห็นข้อมูลเกี่ยวกับเสิ่นชิงก็รีบเข้ามาในห้องไลฟ์ทันที
ช่องแชต : อะไรนะ เสิ่นชิงขโมยของ? เป็นไปไม่ได้หรอก
ช่องแชต : เอ่อ ถ้าโดนตั้งข้อหาขโมยของจริง เสิ่นชิงก็หมดสิทธิ์สอบราชการเลยสิ
ช่องแชต : ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเสิ่นชิงจะขโมยของ ต้องเป็นการใส่ร้ายแน่ ๆ รอดูต่อไป
ช่องแชต : ฉันก็คิดแบบนั้น ฉันเชื่อมั่นในตัวเสิ่นชิง
ช่องแชต : ลุ้นจนตัวโก่งดูสิ ทำไมไม่เช็กกล้องวงจรปิดล่ะ โรงแรมห้าดาวแบบนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดได้ยังไง?
ดูท่าทางไลฟ์วันนี้มีคนดูเยอะแฮะ เหล่าสตรีมเมอร์เห็นดังนั้นก็เริ่มโหมโรงปลุกกระแสให้ตัวเองบ้าง บางคนถึงขั้นเรียกร้องให้ตรวจกระเป๋าของเสิ่นชิง
พอเห็นเหล่าสตรีมเมอร์โผล่มา เสิ่นชิงก็รู้ทันทีว่าพวกเขาต้องเป็นคนที่เฉียวอวี้เหอจัดหามาแน่ ๆ
ดูท่าทีคราวนี้เฉียวอวี้เหอคงหวังจะยืมปากชาวบ้านเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอ
แขกที่มามุงดูเหตุการณ์เริ่มซุบซิบนินทาเสิ่นชิง
“อ้อ ที่แท้ก็เป็นคุณหนูตัวปลอมนี่เอง”
“โอ้โห ยึดครองทุกอย่างแล้วยังไม่พอ ตอนออกไปยังขโมยเครื่องประดับไปอีก เป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินจริง ๆ…”
“ใช่ ๆ หน้าตาก็สะสวย ไม่คิดว่านิสัยจะแย่ขนาดนี้”
“ถ้าอย่างนั้น เรื่องครั้งนี้ก็น่าจะเป็นฝีมือของเธอน่ะสิ เพราะเธอมีประวัติมาก่อนนี่!”
เสียงเยาะเย้ยและกล่าวหาเสิ่นชิงดังราวกับคลื่นลูกใหญ่
“พอได้แล้ว! พวกคุณพูดอะไรกัน? ตอนเสิ่นชิงออกจากตระกูลเฉียว เธอไม่ได้เอากระเป๋าไปด้วยซ้ำ ถูกบอดี้การ์ดลากขึ้นรถไปแบบนั้น จะขโมยเครื่องประดับไปได้ยังไง?”
เฉียวเทียนเอินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเบียดเข้าไปในฝูงชน ดึงเสิ่นชิงไปไว้ข้างหลัง แล้วมองไปที่พนักงานบริการของโรงแรม “ฉันมีกล้องหน้ารถเป็นหลักฐาน ถ้าพวกเธอบอกว่าเสิ่นชิงขโมยของ พวกเธอมีหลักฐานไหม?”
“หลักฐานอยู่ในกระเป๋าของเธอไง!” พนักงานคนหนึ่งชี้ไปที่กระเป๋าของเสิ่นชิง “เธอกล้าเปิดให้ดูไหมล่ะ?”
เสิ่นชิงหรี่ตาลง พนักงานบริการทั่วไปไม่กล้าล่วงเกินลูกค้าแบบนี้ แน่นอนว่าต้องมั่นใจมาก ถึงได้กล้าพูดออกมาแบบนั้น
เสิ่นชิงยกกระเป๋าขึ้น เป็นไปได้มากว่าเธอจะถูกใส่ร้าย
ตอนที่ออกจากห้อง เธอรีบร้อนจนไม่ได้ตรวจสอบกระเป๋าให้แน่ชัด
ดังนั้น กระเป่าใบนี้จะต้องมีปัญหาแน่ ๆ สร้อยเพชรเส้นนั้นน่าจะอยู่ในกระเป๋าของเธอ
สตรีมเมอร์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเสิ่นชิงฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ได้สนใจ คว้ากระเป๋าไป จากนั้นก็เทของข้างในออกมาต่อหน้าทุกคน
“โครม...”
สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาคือบัตรประชาชน เอกสารพินัยกรรม และถุงที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา
จากนั้นสตรีมเมอร์คนนั้นก็สะบัดกระเป๋าอย่างแรง
เพล้ง!
สร้อยเพชรสีไพลินเส้นหนึ่งร่วงลงบนพื้น พร้อมเสียงดังชัดเจน