เสียงะโดังโหวกเหวก นำหน้าเสียงของฝีเท้าที่กำลังวิ่งตามมาล้วนแต่ผิดวิสัยของแม่นมมู่ยิ่งนัก ทำเอาหยวนจื่อหลินนิ่วหน้า
“แม่นม เกิดอันใดขึ้นกันเ้าคะเหตุใดจึงทำหน้าตาตื่นตระหนกเช่นนั้นเล่า” แม้ว่าน้ำเสียงของนางมิได้ตำหนิ แต่หากอีกฝ่ายได้ยินก็ย่อมตระหนักได้
แม่นมมู่ได้ยินที่คุณหนูเล็กเอ่ยเช่นนั้นก็เก็บสีหน้าและท่าทางของตนเองและสงบอีกครั้ง เมื่อนางสงบลงแล้ว จึงเลือกที่่จะเอ่ยเื่ราวสำคัญออกมาเื่ข่าวลือด้านนอกคุณหนูใหญ่หยวนจื่อฮวา สตรีงามแห่งหยางโจวตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์ก็แล้วไปเถิดมิใช่ว่ายังไม่แต่งงานหรอกหรือ?
แล้วนี่กระไรผ่านมาเกือบ 8 เดือนแล้วยังไร้วี่แววบุตรเขยตระกูลหยวน มิใช่ว่านางจะกลายเป็สตรีม่ายแม่ลูกเช่นนั้นหรือ?
ข่าวลือเหล่านี้ถูกแพร่ไปทั่วหยางโจว และบัดนี้ได้มาถึงจวนตระกูลหยวนแล้วอีกไม่กี่เค่อนายท่านหยวนย่อมเรียกทุกคนไปสืบสวน
ไม่กี่ชั่วยามต่อมา กฎของจวนหยวนก็ถูกนำมาใช้บ่าวผู้นั้นโดนซื้อตัวโดยผู้ใดบางคน ที่สงสัยว่าเหตุใดตระกูลหยวนจึงปิดจวนเงียบมาหลายเดือนเช่นนี้ทั้งคุณหนูทั้งสามมิได้ออกมาเที่ยวเล่นอีกเลย
พลันกระจ่างแจ้งเมื่อเห็นว่าสามารถเล่นงานตระกูลหยวนได้จึงแพร่ข่าวออกมา ส่วนบ่าวผู้นั้นโดนลงโทษโดยการโบยถึง300 ไม้
แน่แท้แล้วว่ามีความผิดและไม่ได้รับการให้อภัยจากผู้เป็ใหญ่ของจวนบ่าวรับใช้คนอื่นเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็นึกโล่งใจที่ตนเองไม่ละโมบเห็นแก่เงินเพียงไม่กี่ตำลึง
ในจวนตระกูลหยวนล้วนมีอาหารสามมื้อมีช่างมาตัดเสื้อผ้าให้ทุกๆ หกเดือน แถมเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 1 ตำลึงเงินเชียวหนา
เหตุการณ์จบลงเช่นนี้คุณหนูรองและคุณหนูเล็กจึงประคองคุณหนูใหญ่กลับเรือนช้าๆ ภายใต้สายตาในเงามืดสายหนึ่งที่คอยจับตาดูคนในตระกูลหยวน
“พี่ใหญ่ หวาดกลัวหรือไม่เ้าคะ?” จื่อหลิงเอ่ยถามพี่พี่สาวของตนเองออกมาอย่างเป็กังวลสตรีตั้งครรภ์ไม่ใช่ว่าเจอเื่โหดร้ายเช่นนี้จะจิตใจหวาดหวั่นหรอกหรือ
“ทุกข์ใจหรือไม่?” กระทั่งจื่อหลินเองก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาจิตใจสตรีตั้งครรภ์ย่อมอ่อนไหวง่ายหากเผลอคิดไปว่าต้นเหตุที่ทำให้บ่าวเหล่านี้ต้องเจ็บตัวเป้นเพราะนางและบุตรในครรภ์
ได้ทราบถึงความห่วงใยของน้องสาวทั้งสองแล้วจื่อฮวาจึงผ่อนคลายลง ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาทั้งสองคนต้องนึกแปลกใจ
“หืม เหตุใดพี่ต้องทุกข์ใจเล่าก็ไม่เห็นจะมีอันใดเสียหน่อย เพียงแค่บ่าวรับใช้ที่ไม่มีความภักดีไม่ว่าท่านพ่อจะขายออกไปหรือทุบตีจนตาย
ก็ล้วนเป็ไปตามกฎทั้งสิ้น” เอ่ยจบก็หันไปสบตากับน้องสาวทั้งสอง
ก่นอที่นางจะเอ่ยอันใดออกมาอีกกลับหยุดเพียงเท่านั้น
“เพียงแต่…อ๊าาาา!”จื่อฮวาส่งเสียงครางออกมา
สตรีทั้งสองตื่นตระหนกไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น
“พี่ใหญ่เ็ปที่ใดเ้าคะ”
“แย่แล้ว! มีน้ำไหลออกมาจากร่างกายพี่ใหญ่"เป็จื่อหลินที่สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นและเอ่ยออกมา
แม่นมมู่รับรู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์ณ์เช่นนี้คืออันใด
“คุณหนูใหญ่ใกล้จะคลอดแล้วเ้าค่ะอี๋หง อี๋เหอ ไปตามท่านหมอตำแยมาบัดเดี๋ยวนี้ ส่วนเ้าไปรายงานนายท่านหยวน ไป!”
ตอนนี้คนภายในจวนต่างตื่นตระหนกและมีสีหน้าซีดเซียวกันไปตามๆ กัน ด้วยคุณหนูใหญ่ใกล้คลอดเสียงกรีดร้องหันโหยหวนลอยตามสายลมหนาวออกมาเป็ระยะๆ
จากตะวันเหนือหัวจนตอนนี้จันทรากำลังจะขึ้นตรงเหนือหัวอีกรอบด้วยเพราะคนด้านในไม่สามารถคลอดออกมาได้เสียที
“เ้าเด็กบ้านั้นเหตุใดยังมิยอมออกมาจากครรภ์ของบุตรสาวข้า
เสียที หากเขาออกมาข้าจะสั่งสอนให้หลาบจำ”นายท่านหยวนที่ทำได้เพียงสวดมนต์ภาวนาต่อ์ มิให้บุตรสาวของเขาเป็อันใดไปจากการเบ่งคลอดเ้าเด็กหน้าตายนั้น
‘อย่าให้นางเป็ดั่งเช่นมารดาเถิด!’
กระทั่งข้ารับใช้ที่มารวมตัวกันด้านหน้าเรือนเองก็อดที่จะเป็ห่วงคุณหนูของตนมิได้ต่างเฝ้ารอเสียงร้องของคุณหนูคนใหม่อย่างใจจดใจจ่อ
กลิ่นกำยานภายในห้องคลอดยามนี้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง
แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้คนด้านในรู้สึกดีขึ้นมาได้
"เ้าเด็กบ้านี่…อึก…หากเ้ายังมิออกมาเสียโดยดี…มารดาจะจับเ้าโยนเข้ากองหิมะ…อึก! คอยดูเถิด…อ๊าา!!!"
"อือๆ พี่หญิงอดทนไว้นะเ้าคะหากเ้าหลานตัวน้อยรังแกท่าน
ข้าจะ…ข้าไม่พาเขาเที่ยวเล่นเป็แน่" คุณหนูรองจื่อหลิง ที่เข้ามาช่วยดูแล
ผู้เป็พี่ใหญ่ในห้องคลอดลั่นวาจาออกไป ท่ามกลางใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
จนคุณหนูเล็กจื่อหลินเอง ที่ตอนนี้กลายมาเป็ผู้ช่วยหมอหญิง
ทำคลอดให้กับผู้เป็พี่สาวถึงกับสายหัวให้พี่หญิงทั้งสอง
อันใดกัน ที่หลานยังมิทันจะออกมาก็รังแกเสียแล้วยังไม่รวมตาแก่หน้าเรือนนั้นอีก อันใดคือบุตรสาวข้า อันใดคือเ้าเด็กบ้านั้นหลานพวกท่านทั้งนั้น!
"เสี่ยวจูเอ๋ยเ้ารีบออกมาเถิด ก่อนที่มารดาและคนอื่นๆ จะจับเ้าโยนทิ้งเสียก่อน หึหึ"
สิ้นคำหวานของท่านน้าเล็กบุตรผู้ดื้อด้านก็พร้อมทะยานตัวออกมาจากครรภ์ของมารดาทันที
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด”