หลังจากที่คำประกาศของหลานของบอกเล่าผู้สมัครทุกคนทำให้ผู้ที่พึ่งสู้เสร็จนั้นใเป็อย่างเป็มาก เพราะพึ่งสู้เสร็จยังไม่ทันได้พักฝืนคืนพลังและอาการาเ็เลยแท้ๆ กลับกลายเป็ว่าต้องมาสู้อีกแล้วเหรอ
“ เดี๋ยวก่อนซิ ! ผู้าุโหลานชิงเพราะอะไรทำไมไม่ให้พวกเรานั้นพากันพักฝืนพลังและรักษาอาการาเ็ก่อนหน้านี้ล่ะ พวกเราพึ่งสู้เสร็จให้เริ่มกระประลองครั้งที่ 2 เลยนี้มันจะทำให้พวกเราใช้พลังไม่ได้เต็มที่ และทันทีนี้ท่านจะให้พวกเราสู้กันเลยเหรอ ”
ชายคนหนึ่งได้กล่าวออกมาะโถาม เพราะเขานั้นก็เป็หนึ่งในผู้ทดสอบในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกับคนอื่น ทว่าเมื่อได้เจอคำถามของชายคนนี้หลานชิงกับมีสีหน้าเฉยชาราวกับว่านางไม่ได้ให้ความสนใจเื่นี้มากนัก และเริ่มเปิดปากพูดตอบกลับไป
“เ้าถามว่าเพราะอะไรนะเหรอ เหตุผลง่ายมาก เพราะนิกายของพวกเรานั้นไม่ได้้าคนอ่อนแอ จำเอาไว้พวกเรา้าเหล่าอัจฉริยะที่มีความสามารถ หากพวกเ้าไม่แสดงศักยภาพตามที่พวกเราคาดหวังเอาไว้ได้ก็อย่าหวังจะได้เข้านิกายเลย“
ทั่วบริเวณแห่งนี้เหล่าผู้คนกับได้ยินเสียงของหญิงสาวชัดเจน มันคือเหตุผลที่เรียบง่ายยิ่งนักการที่จะหายอดอัจฉริยะเข้ามาภายในนิกายได้ แล้วไม่อาจที่จะทำตามคาดหวังได้ พวกมันจะมีสิทธิ์อะไรที่จะเข้าร่วมนิกายกันเล่า มันทำให้ผู้คนนั้นนั้นไม่กล้าตอบกลับและไม่กล้าจะเอ่ยเถียงอะไร ทางหลานชิงนั้นได้มองทุกคนที่อยู่ในการทดสอบด้วยสายตาที่น่ากลัวจับจ้องมาเบื้องล่าง ผู้คนต่างพากันเกรงกลัวกันถ้วนหน้าการที่ได้เผชิญสานตาอันน่าดุดัน
“ จำเอาไว้บนโลกนี้นั้นปลาใหญ่กินปลาเล็ก ซึ่งกดที่แสนเรียบง่ายโลกนี้นั้นความแข็งแกร่งคือทุกอย่างจำเอาไว้ ผู้อ่อนแอก็ไม่ต่างจากสวะให้รอผู้แข็งแกร่งมาย้ำยี เพราะงั้นพวกเราต้องจริงจังตลอดเวลากับการที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นจำเอาไว้ด้วย ”
จากคำประกาศกร้าวได้ออกมามันทำให้คนที่อยู่ที่นี้ก็ไม่อาจจะกล่าวตอบกลับได้อีก เพราะทั้งหมดที่หลานชิงเอ่ยขึ้นมามันเป็ความจริงของกฏโลกใบนี้ที่ผู้แข็งแกร่งนั้น จะกลืนกินผู้ที่อ่อนแอกว่าตนเสมอ
“ ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะว่ากฏการแข่งที่ 2 ขอเปลี่ยนไปเป็ให้พวกเ้าทุกคนที่อยู่ที่นี้นั้นต้องสู้กันจนกว่าจะเหลือ ทั้งหมด 100 คนพอดีเข้าใจไหม ” หลานชิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สิ้นสุดคำกล่าวนั้นทำให้ผู้คนตื่นจากภวังค์ผู้ที่จะมาสมัครเข้านิกายนั้นต่างใไปตามกัน แต่ทางหลงหยุนก็ไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าเขานั้นเชื่อว่าต้องสามารถจัดการคนที่อยู่ที่นี้ได้หมดแน่นอน
ผู้ที่พึ่งสู้เสร็จนั้นก็ยังไม่ได้พักหายใจ จู่ๆก็ต้องออกไปสู้ตามคำสั่งอีกแล้ว มันถึงกับทำให้พวกมันมิอาจจะขัดคำสั่งและต้องตามน้ำไปเท่านั้น ในตอนนี้ทางด้านของหลงกัง หลงหนานและ หลงชุนที่พวกมันทั้ง 3 ตอนนี้าเ็อย่างหนักกับต้องออกมาเผชิญต่อสู้อีกแล้ว สีหน้าของพวกมันต่างพากันแทบไม่อยากทำอะไรแล้ว ทันใดนั้นหลังจากคำประกาศสู้ได้ออกมาแล้วทำให้ผู้คนนั้น ถึงจะาเ็อย่างไร ถ้ารู้แบบนี้พวกเขาจะไม่ขอมาเข้าร่วมนิกายแน่นอน
พยายามจะลุกขึ้นมาเพื่อสู้หวังคิดจะต่อสู้ต่อ หลงหยุนนั้นเขาก็ได้เดินไปด้านหน้าที่มีผู้คน ส่วนฟานหลิน ฟานหลิงทั้ง 2 คนนั้นก็ได้อยู่ใกล้กันไว้
แต่ฝั่งของหลินโม่นั้นแทบไม่มีใครคิดจะเข้าไปสู้ด้วยเลยสักนิด ต่อให้พวกมันคิดจะสู้ด้วยสิ่งที่จะได้รับผลกลับมาก็คือความพ่ายแพ้และอดสูมาที่ตน ผู้คนต่างคิดในทางเดียวกันพวกมันได้กระโจนไปล้อมรอบหลงหยุนเอาไว้ เขาได้โดนล้อมอยู่ทั้งหมด 10 กว่าคนตอนนี้เอง
“ พวกเราขอโทษนะ แต่ขอกำจัดเ้าแหละนะ”
ผู้คนเหล่านี้ได้รุมล้อมคนที่เป็คนที่แข็งแกร่งก่อน การที่พวกเขาต่างคิดดีแล้วในการที่จะต้องเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งจำเป็แต่ต้องร่วมมือกันเท่านั้น เลยคิดตัดสินใจร่วมกันจะจัดการหลงหยุนก่อนนั้นเอง
เหล่าคนพวกนี้ต่างเริ่มเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงราวกับพวกมันเคยทำเื่เช่นนี้มาด้วยกันมาหลายรอบ และเตรียมจู่โจมไปที่ชายตรงหน้านี้ด้วยกระบวนต่างๆที่พวกมันฝึกฝนมาทั้งชีวิตจนถึง่เวลานี้ โจมตีเป็รอบทิศทางเพื่อไร้ซึ่งทางหนีประดุจราวกับว่าใน่นี้พวกมันคือแมวที่รายล้อม ส่วนหลงหยุนเป็เพียงแค่หนูตัวเล็กๆให้คอยโดนขย้ำ
“ ในเมื่อพวกเ้าเล่นแบบนี้งั้นข้าขอไม่เกรงใจ เอานี่ไปกินซะเถอะกรงเล็บัปฐี “
เมื่อหลงหยุนเขานั้นได้เห็นว่าเขานั้นได้โดนโจมตีมาหลายทิศทาง ทำให้เขาได้ทำการตัดสินใจในการโจมตีด้วยท่ากรงเล็บัปฐีสะท้อนกลับอีกฝ่าย กรงเล็บได้ตะปบบนพื้นดินมันก่อให้เกิดคลื่นกระแทกเข้าอย่างกระทันหัน ส่งพลังไปรัศมีบริเวณแห่งนี้ผู้คนที่ต่างเข้ามารุมล้อมกับได้โดนคลื่นพลังนี้กระแทกเข้าไปกับร่างกาย จนกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง
“ แข็งแกร่งอะไร แบบนี้เนี้ย ”
ผู้คนที่เห็นการโจมตีนี้นั้นมีสีหน้าตาค้างด้วยความตะลึงงันเพียงการจู่โจมคราเดียวกับทำให้เหล่าลูกศิษย์ที่รุมโจมตีต่างพากันแตกพ่ายกระเจิงกันหมด พวกมันคิดว่าต่อให้เก่งแค่ไหนหากโดนรุมล้อมหลายทิศทางจากคนหลายคนไม่ว่าอย่างไรต้องมีสิทธิ์ที่ชนะบ้าง น่าเสียดายที่พวกมันนั่นต่างคิดตื้นเขินเกินไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้านี้มันต่างจากสิ่งที่พวกมันคิดอย่างชัดเจน ไม่เพียงมิอาจจะทำให้คู่ต่อสู้ไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
กลับกลายเป็ว่าพวกมันที่เป็ฝ่ายเข้าจู่โจมกับโดนสวนกลับมาเพียงการเคลื่อนไหวเดียว จนทำให้พวกมันเป็ฝ่ายได้รับความปราชัยแทน
ด้านของฟานหลิงเองก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกันตอนนี้ นางได้โดนรุมล้อมเช่นเดียวกันทั้งหมด 10 คน คล้ายกับสิ่งที่ชายหนุ่มได้เผชิญหน้ามาไม่นาน
“ ขอโทษนะคุณหนูใหญ่ แต่ข้าต้องขอจัดการท่านก่อนแหละ”
ชายในกลุ่มนั้นได้กล่าวออกมา กระนั้นก็ตามฟานหลิงก็ยังไม่เปลี่ยนสีหน้าจากเดิมเลย ไม่หวาดเกรงกลัวต่อให้มามากกว่านี้นางก็จะขอสู้และจัดการให้ไม่ให้เหลือใครแม้แต่คนเดียวที่มาขัดขวางนาง สำหรับนางการที่ได้เข้านิกายเป็สิ่งที่นาง้าในเวลานี้ หากมีผู้ใดคิดจะขัดขวางนางจะเป็ผู้จัดการให้หมด
“ทุกคนเริ่มโจมตีได้เลย”
ทันใดนั้นชายคนนั้นได้ทำการสั่งทุกคนที่อยู่ที่นี้เข้าโจมตีใส่ฟานหลิงในทันที
“ เอานี้ไปซะ วิชาคลื่นดาบตัดอากาศ “
หญิงสาวคนหนึ่งก็ปลดปล่อยวิชาดาบของนางจู่โจมไปที่ฟานหลิงรวมทั้งคนที่เหลือก็ต่างปล่อยวิชาของตัวเองเหมือนกัน อย่างคมมีดตัดอากาศ หมัดพสุธาที่เป็วิชาระดับต่ำแทบทั้งหมด แถมยังมีวิชาย่างก้าววายุเข้าเล่นงานด้วยความรวดเร็ว เข้าใส่ฟานหลิงอย่างเกรี้ยวกราดอย่างฉับพลัน
“ พวกเ้าโจมตีมาแค่นี้คิดจริงๆเหรอว่าจะทำอะไร ข้าได้น่ะ “
ฟานหลิงในมือได้ปรากฏกายชักออกมาจากที่เอวอันผอมเพรียวบางของหญิงสาว ชี้ไปที่การโจมตีพวกนี้พร้อมกับตั้งท่ากระบวนท่าวิชาของตนเพื่อใช้งานเข้าสวนกลับ
“ วิชาห่าฝน 4 ฤดู ดาบที่ 1 ฤดูฝนโปรยปราย “
คลื่นลมเฉือนระลอกนี้ถูกปล่อยออกมานั้นได้ทำการโจมตีไปรอบๆ ในทันทีราวพายุฝนคลั่งได้ปรากฏเข้าโจมตีทุกคนที่เข้ามาภายในอาณาเขตรัศมีการโจมตี แล้วเมื่อทุกคนที่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีเจอกับคลื่มลมที่เกิดขึ้นเข้ามามันถึงกับทำให้พวกเขากระเด็นไปกระจัดกระจายกันไปพร้อมกับาแจาดการโจมตีครั้งนี้ และแล้วยังไม่หมดแค่นี้เท่านั้นเพราะว่าฟานหลิงนั้นได้ตั้งท่าเตรียมกระบวนท่าต่อไป
“ วิชาห่าฝน 4 ฤดู ดาบที่ 2 เพลงดาบฤดูหนาว ”
ยังไม่ไดทันให้ตั้งตัวการจู่โจมระลอกต่อไปของฟานหลิวก็โผล่มาอย่างรวดเร็ว คลื่นความหนาวก็ได้ทำการถูกปล่อยออกมาจากดาบใบดาบของหญิงสาว ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี้ต่างพากันรู้สึกหนาวสั่นไปจนถึงกระดูก
“ นี้มันอะไรกัน ! ”
ชายคนที่ได้สั่งโจมตีนั้นตอนนี้เขารู้แล้วว่าถ้าโดนการโจมตีนี้เข้าไปมีหวังเขาได้ตายลงไปแน่ แต่ว่าไม่ทันการที่เขาจะหนี คลื่นความหนาวนี้ได้ซัดมาทางเขาอย่างฉับพลัน จนเป็ผลทำให้เขานั้นเ็ปทรมานเป็อย่างมาก เพราะว่าเขารู้สึกโดนฟันไปแล้ว แถมได้โดนไอความหนาวที่ปลดปล่อยมากัดกินร่างกายเข้าไปอีก ทำให้รู้สึกว่าความหนาวนั่นกัดกินร่างกายไปทำให้ตัวของเขารู้สึกเ็ปทรมานเป็อย่างมาก การโจมตีนี้นั้นทำให้ทุกคนที่โจมตีร่วมกับเขานั้นถึงกลับไปนอนอยู่บนพื้นกันหมด
แต่เขารู้ดีว่าหากเขาถ้าไม่โดนออมมือเอาไว้จากฟานหลิง ตัวเองนั้นคงตายไปนานแล้วล่ะในตอนนั้น เหล่าผู้าุโทั้ง 3 คนที่มองการต่อสู้มาตลอดอยู่้าหลังจากเห็นหลงหยุนกับฟานหลิง ต่างพากันแสดงความสามารถของตนให้เป็ที่รู้จักก็รู้สึกพอใจ
“ โห่เ้าเด็ก 2 คนนั้นถือว่าไม่เลวเลยนะเนี้ย พวกเ้าคิดอย่างนั้นไหมเหล่าผู้าุโทั้ง 2 ท่าน ” ผู้าุโที่เป็ชายชรามองดูเอ่ยขึ้นมาแก่สหายของเขา
“ ข้าก็คิดว่าไม่เลวเลยทีเดียว 2 คนนี้ต่อสู้แทบไม่ได้เองจริงเท่าไหร่ ” ชายอีกคนตอบกลับไปด้วยสีหน้ายินดียิ่งนัก
ตัดมาทางผู้หญิงผู้หนึ่งก็คือหลินซีนั้นเอง ตอนนี้นางได้จ้องมองการต่อสู้ของหลงหยุนที่แสดงออกมาตะกี้นี้มันทำให้นางรู้สึกสนใจชายผู้นี้เป็อย่างมากเพราะไม่ใช้เพราะอัจฉริยะ แต่มันกับเป็วิชาของเขาที่ใช้ออกมาให้นางได้เห็นนั้นเอง
“ วิชาของเ้าเด็กนั้นมันอะไร ทำไม ข้าเห็นมันแล้วอยากได้ ไม่ใช้แค่นั้นวิชานี้ยังไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้เต็มที่แน่นอน วิชาระดับสูงก็ไม่น่าใช้ แต่ข้าััได้จากสายเืัอัคคีของข้าว่าวิชานี้เป็วิชาที่จะต้องเหมาะกับข้าเป็แน่ เห็นทีหลังจากนี้ต้องเข้าไปคุยกับเ้าหนุ่มนั่นสักหน่อย ”
หลานชิงที่กำลังดูสนามประลองได้หันไปเห็นไปเจอเพื่อนนางที่จ้องมองไป ที่หลงหยุน มันทำให้นางสงสัยยิ่งนักว่าชหลินซีทำไมเอาแต่จดจ่อมองดูหลงหยุนกันแน่ กระนั้นนางจ้องมองมาั้แ่เมื่อ กี้แล้วมันทำให้นางสนใจยิ่งนัก
“ แปลกจังหลิงซีปกติไม่เคยสนใจอะไรทำไมต้องจ้องมองไปที่หลงหยุนล่ะ มีอะไรให้น่าสนใจงั้นเหรอเนี้ย แต่ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควรแล้ว เหลืออีกผู้คนประมาณ 120 คน อีกไม่นานนั้น ก็รู้ผลแล้วว่าใครเหลือเป็ผู้รอดในศึกครั้งนี้และผ่านเข้ารอบถัดไป แต่เหมือนว่าหลินโม่ไม่มีใครคิดที่อยากไปสู้ด้วยเลยนะเนี้ย ”
หลานชิงบัดนี้ได้มองไปที่ชายผู้หนึ่ง ซึ่งแน่นอนมันไม่ใช่ใครที่ไหน คือผู้มีฐานการบ่มเพาะมากที่สุดอย่างตัวหลินโม่มันก็ไม่แปลกอันใด เป็ถึงระดับก่อเกิด ระดับ 2 ในขณะผู้อื่นยังอยู่ระดับพื้นฐาน ระดับก่อเกิดมุมมองของทุกคนมีพลังมากกว่าระดับพื้นฐานไม่รู้กี่เท่า เลยไม่มีใครนั้นกล้าอยากยุ่งด้วย
หลานชิงหลังจากได้เห็นหลินโม่นั้นยืนหลับตาอยู่อย่างนิ่งสงบก็ได้สังเกตบางอย่างได้ขึ้นมา เพราะว่าหลินโม่นั้นได้ลืมตาขึ้นมาแล้วในตอนนี้ มันได้ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายและเอ่ยขึ้น
“ ยังไม่จบอีกหรืองั้นข้าเดี๋ยวจัดการเองก็แล้วกัน หลินโม่คนนี้จะแสดงฝีมือให้ดูจัดการให้เหลือ 100 คนในพริบตาเดียว “
การที่เขารอมาตั้งนานปรากฏว่าการะประลองครั้งนี้กับยังไม่จบสักที มันเลยต้องทำให้เขาตัดสินใจในการที่จะจบการประลองครั้งนี้ด้วยตนให้ไวที่สุด เพราะแม้แต่เขาก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยที่จะรอ หลินโม่เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไม่รอช้า ใช้พลังของตนได้กระโจนไปตรงกลางสนามรบทันที ตู้ม ! ทำให้เกิดแรงที่หลินโม่ะโลงมาจนกลายเป็รูภายสนามในที่สุด
ชั่วพริบตาที่หลินโม่ปรากฏตัวขึ้นมาผู้คนที่ต่างรุมล้อม หรือกำลังตั้งเป้าหมายจะเอาชนะศัตรูต่างพากันเลิกสู้ต่างพากันรีบหันมาสนใจกับหลินโม่แทน
ทว่าพวกเขายังไม่ได้กล่าวอะไร หลินโม่กับได้ทำการเคลื่อนไหวเข้าโจมตีด้วยความเร็วที่พวกเขานั้นไม่แม้แต่จะมองตามทันด้วยซ้ำไป ร่างของชายหนุ่มกับได้ทำการต่อยไปที่ผู้เข้าร่วมทีละคน ภายในเวลา 10 ลมหายใจ ทำให้คนทั้ง หมด 19 คนนอนสลบหมดสภาพไปชั่วพริบตาเดียว และหันหน้ามามองด้วยความเย้ยหยัน
“ หือกระจอกกันจริงๆ แป๋บเดียว ก็ จัดการไปแล้ว 19 คน ”
ทางผู้เข้าแข่งขันคนอื่นนั้นหลังจากได้เห็นจัดการผู้เข้าร่วมไปแล้วทีเดียวถึง 19 คนด้วยกัน มันทำให้พวกเขาตอนนี้เลิกสู้กันและก็หันมาสนใจกับความปลอดภัยของตนเอง นับั้แ่การแสดงพลังของหลินโม่มันก่อให้เกิดความตึงเครียดจนถึงที่สุด
“ นี้นะเหรอพลังของระดับก่อเกิดนะแข็งแกร่งมาก พวกเราเกรงว่ามิอาจเป็คู่มือได้แม้แต่น้อย ” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความใ
ทุกคนนั้นหลังจากได้เห็นหลินโม่ลงมือทำให้ทุกคนที่อยู่ในสถานที่ต่างหมดกำลังใจกันแล้ว ในการต่อสู้ครั้งนี้หากแม้ว่าต่อให้ตนจะสู้อย่างไรสุดท้ายได้รับความพ่ายแพ้อยู่ดี
“ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ! โดนจัดการไปแล้ว 19 คน ก็หมายความว่าเหลือ 101 คน ถ้าโดนจัดการอีกคนเดียวก็คือ ผ่านเลยนะซิ ”
เสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้นมาเรียกคนที่เหลือให้ตื่นขึ้นมาจากห้วงภวังค์ที่ลุ่มลึกไกลออกไป ผู้คนพลันตื่นขึ้นจากอาการแตกตื่นและเคร่งเครียดของตนกันหมด และรีบตั้งสติให้ไว
“ ก็ใช่น่ะสิ ต้องให้ข้าลงมือด้วยตัวเอง ”
หลินโม่กล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีทำให้ทุกคนที่เห็นอาการแบบนั้นต่างหวาดกลัวไปตามๆกัน
“ ต่อไปจัดการใครดีคนสุดท้าย ”
หลินโม่ได้มองไปรอบเพื่อหาคนจะโดนเขาจัดการเป็คนสุดท้าย สายตาที่มองโลกทัศน์สายตาไปหยุดอยู่ที่ร่างของหญิงสาว ก่อนจะยิ้มกล่าวขึ้นมาทางของหญิงสาว
“ เอาเ้าดีไหมนะ ฟานหลิง “
คำประกาศถึงกับทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี้ต่างพากันเหลือเกิดความอลหม่านขึ้นมาทันที หลินโม่มันตั้งใจคิดจะจัดการฟานหลิงนั้นเอง ฟานหลิงได้จ้องไปที่หลินโม่ ด้วยสีหน้าแววตาหน้ากลัวดวงเนตรเบิกขึ้นราวกับโกรธอะไรบางอย่างหลินโม่นั้นหลังจากได้เห็น สายตาที่จ้องมองมาก็ยิ้มแย้มกลับไปราวกับว่าเขาไม่ได้โกรธเคืองแก่หญิงสาวแม้แต่น้อย
“ข้าล้อเล่นหรอก ฟานหลิงถึงอย่างไรเ้าก็เป็คู่หมั้นของข้า ข้าไม่ไปทำเื่ให้เ้ารู้สึกโกรธเคืองหรอก ”
คำพูดกระจายของหลินโม่ทำให้ผู้คนต่างได้ยินกับสิ่งที่พวกคนได้ฟัง มันทำให้แววตาแวดงสีหน้าตระหนกใเป็อย่างมาก หลินโม่บอกฟานหลิงเป็คู่หมั้นคนนี้มันข่าวใหญ่มาก ผู้คนต่างรู้สึกโชคดีบางคนที่ไม่ได้ไปหาเื่ฟานหลิง ถ้าไม่งั้นพวกเขาอาจโดนหมายหัวจัดการ
หลินโม่ใช้สายตามองไปรอบโลกทัศน์เปิดกว้าง หลงกังที่ตอนนี้นั้นแทบจะสู้ไม่ไหวแล้วหวาดกลัวเป็อย่างมากว่าจนจะเป็ผู้ถูกเลือก ทว่าหลินโม่กับไม่สนใจหลงกังอยู่แล้ว บัดนี้เขาได้มองไปอีกทิศทางหนึ่งที่มีชายผู้หนึ่ง
“ เอาเป็เ้าแล้วกันหลงหยุน ”
“ ข้าเหรอ ”
เสียงประโยคสุดท้ายที่หลินโม่ได้เลือกคนที่จะโดนคนคัดออก มันบังเกิดความชุลมุนขึ้นมาจนพวกเขาแทบจะหายใจหอบ ไม่เคยนึกเลยว่าหลินโม่้าท้าทายชายหนุ่มที่มีพลังระดับ 9 พื้นฐานและแถมยังเป็คนที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ด้วยมีพลังระดับนี้ั้แ่อายุยังน้อยไม่ต้องพูดอนาคตคงมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ น่าเศร้าต้องมาโดนคุมกำเนิดจากฝีมือหลินโม่ซะได้
แต่มีจำพวกอย่างหลงกัง หลงชุน หลงหนานนั้นทั้ง 3 พวกเขาได้รู้สึกซสะใจยิ่งนักที่จะได้เห็นหลงหยุนโดนหลินโม่จัดการ ในขณะที่ที่ผู้คนกำลังครุ่นคิดว่าหลงหยุนต้องโดนจัดการ ทว่าหลงหยุนนั้นกับไม่เกรงกลัวเลยยังดูขึมขังตลอด แหงนหน้ากระโจนไปทิศทางหลินโม่ทันทีด้วยท่าทางน่าเกรงขาม ทางหลินโม่ที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มกล่าวขึ้นมาทันที
“ โทษทีนะ เพราะว่าเ้านั้นมันเป็อัจฉริยะซะนี่ ข้าเลย้าจัดการเ้าทิ้งซะ จะได้ไม่มีอัจฉริยะมากจนเกินไปให้ข้าเข้าไปก็พอแล้ว ” หลินโม่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ภายในกับแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์
“ เ้าทำได้ก็ลองดูแล้วกัน” หลงหยุนท้าทายออกไป ในเมื่อคู่ต่อสู้กล้าท้าเขา เขาจะขอท้าทายกลับไปบ้าง
ทุกคนที่นี้นั้นได้จับตาการต่อสู้นี้ถึงแม้รู้อยู่แล้วว่าหลินโม่ต้องชนะแน่นอน ในความคิดของทุกๆคน
“ ไม่นึกเลยปีนี้ต้องเสียลูกศิษย์ดีๆไป 1 คน” ผู้าุโทั้ง 3 คนนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าโศก
“ เ้านี้ปากเก่งได้ข้าจะจัดตามคำขอเลย ” หลินโม่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ