บทที่ 65: กลิ่นสีกระดานวาด
ไออุ่นจากเนื้อตัวหนานุ่มใต้ผ้าห่มขนสัตว์เริ่มเจือจางลงทีละน้อยพร้อมกับเสียงพายุฝนภายนอกคอนโดมิเนียมหรูที่ค่อยๆ ซบเซาจนเหลือเพียงเสียงหยดน้ำค้างคาบนขอบหน้าต่างกระจกใส ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องสตูดิโอศิลปะที่กว้างขวางอีกครั้ง ผมลืมตาขึ้นมาในความสลัวรางของช่วงเวลาก่อนรุ่งสาง สัมผัสแรกที่รับรู้คืออ้อมแขนเรียวบางที่ยังคงเกี่ยวกระหวัดโอบกอดร่างของผมไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่พยายามไขว่คว้าหาท่อนไม้เกาะยึด ปาย—จิตรกรสาวเจ้าของเรือนร่างสะบึมเย้ายวนใจยังคงหลับสนิท ใบหน้าหวานละมุนของเธอยามไร้เครื่องสำอางดูซื่อบริสุทธิ์และเปราะบางเหลือเกิน คราบน้ำตาที่แห้งกรังเป็นปื้นจางๆ บนแก้มกลมมนของเธอยังคงหลงเหลือให้เห็นเด่นชัด สะท้อนถึงพายุอารมณ์ความรู้สึกผิดบาปทางศีลธรรมที่ถาโถมเข้าใส่เธอเมื่อคืนนี้อย่างบ้าคลั่ง
ผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เธอตื่นจากการหลับใหล ดึงผ้าห่มขนแกะหนานุ่มขึ้นมาคลุมปิดไหล่เปลือยเนียนละเอียดของเธอเพื่อป้องกันไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานเงียบเชียบ สายตาของผมกวาดมองไปรอบๆ สตูดิโอที่สว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนไปสู่เช้าวันใหม่ แสงรุ่งอรุณสีทองระยิบระยับเริ่มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ด้านทิศตะวันออก ลำแสงนุ่มนวลนั้นทาบทับลงบนเฟรมผ้าใบวาดรูปขนาดใหญ่และกระดานวาดสเก็ตช์ดินสอที่พวกเราใช้เป็นสนามรักเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
บนแผ่นกระดานวาดรูปสเก็ตช์และตามพื้นปูนเปลือยขัดมันรอบๆ ขาตั้งเฟรมไม้บีช บัดนี้คราบรัก คราบเหงื่อ และเศษสีน้ำมันที่เคยเปรอะเปื้อนกระจัดกระจายหลอมรวมกันเป็นหลักฐานแห่งตัณหา ได้รับการเช็ดล้างลบล้างจนสะอาดหมดจดแล้วด้วยฝีมือของผมในช่วงดึก ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะดึงพวกเราเข้าสู่ห้วงนิทรา ผมใช้เวลานานนับชั่วโมงในการบรรจงใช้ทิชชูเปียกและน้ำยาทำความสะอาดสีค่อยๆ เช็ดคราบเหนียวข้นคาวละมุนและน้ำมันสนสีส้มแดงออกจากเฟรมผ้าใบและผลงานของเธออย่างระมัดระวัง เพราะผมรู้ดีว่าหากปล่อยทิ้งไว้จนแห้งกรัง มันจะเป็นตราบาปที่เด่นชัดเกินไปยามที่โจ เพื่อนสนิทของผมผู้เป็นเจ้าของห้องตัวจริงกลับมาตรวจสอบผลงานของแฟนสาว
เช้าวันใหม่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ล้างเอาคราบสีน้ำมัน กลิ่นเหงื่อไคล และกลิ่นเสน่หาที่อบอวลตามเนื้อตัวออกจนหมดสิ้น บัดนี้ผมแต่งกายเรียบร้อยในชุดเชิ้ตลายทางสุภาพและกางเกงสแล็กสีเข้มพร้อมที่จะก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับโลกความจริงภายนอก ขณะที่ปายเพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอลุกขึ้นจากเตียงสนามด้วยท่าทางอ่อนแรงและงัวเงีย ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูหนานุ่มสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวสลวยที่แห้งหมาด ๆ ส่งกลิ่นหอมอ่อนของยาสระผมสมุนไพรโชยมาแตะจมูก ลบล้างกลิ่นอายดินระเบิดแห่งตัณหาเมื่อคืนจนสิ้นซาก
ผมยืนกอดอกมองร่างอวบอัดสะโพกผายในชุดคลุมนั้นด้วยแววตาพึงพอใจ ปายเดินเข้ามาหาผมช้าๆ สีหน้าของเธอยังคงแฝงไปด้วยความกังวลและร่องรอยของความกระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัด ผมยื่นมือออกไปประคองโอบกอดเธอจากด้านหลัง ดึงร่างนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านนั้นเข้ามาแนบชิดอกของผม ปายถอนหายใจยาวพลางเอนหลังซบศีรษะลงกับไหล่ของผมอย่างโหยหา
“ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่อลัน...” เสียงของเธอแหบแห้งบางเบา ราวกับยังเหนื่อยอ่อนจากบทเพลงรักดิบเถื่อนเมื่อคืน
“พี่ต้องรีบกลับไปจัดการงานน่ะครับคนดี... แต่อยากอยู่ดูแลปายให้เรียบร้อยก่อน” ผมกระซิบตอบที่ข้างใบหูของเธอพลางจูบซับขมับบางเบา
เธอนิ่งอึดใจหนึ่งก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับผม ดวงตาโตคู่สวยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันผสมปนเปกันระหว่างตัณหาความรักที่ล้ำเส้น ศีลธรรมที่ถูกทำลายลงไปแล้ว และความอิ่มเอิบอบอุ่นที่ผมมอบให้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่สามีหรือแฟนหนุ่มของเธออย่างโจไม่เคยหยิบยื่นให้เธอได้รับรู้เลยในช่วงปีหลังๆ มานี้
****************
ที่เคาน์เตอร์ไม้ในห้องนั่งเล่นข้างระเบียงกว้าง ลมพัดโชยกลิ่นไอชื้นของดินหลังฝนตกเข้ามาบางเบา ควันร้อนสีขาวโชยกรุ่นจากแก้วเซรามิกสองใบที่บรรจุชาคาโมมายล์ชงร้อนเข้มข้น รสชาติหวานปนขมจางๆ ของชาและกลิ่นสมุนไพรอบอุ่นช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเช้าวันใหม่ได้เป็นอย่างดี ปายใช้มือสองข้างโอบล้อมแก้วชาอุ่นระอุไว้ราวกับต้องการจะดูดซับความอบอุ่นนั้นผ่านฝ่ามือไปสู่หัวใจที่กำลังหนาวเหน็บและหวาดผวา
“ชาร้อนชื่นใจดีจังเลยค่ะ... นานแค่ไหนแล้วนะที่ปายไม่ได้นั่งกินอะไรแบบนี้ในตอนเช้ากับใครสักคน” ปายพึมพำ ดวงตาทอดมองออกไปภายนอกระเบียงกระจกที่ทิวทัศน์ของเมืองหลวงกำลังตื่นจากการหลับใหล “ปกติเวลาโจอยู่... เขาก็มัวแต่วุ่นวายกับเอกสารจัดงานนิทรรศการศิลปะ บ้างานหัวหมุนตั้งแต่ยังไม่ทันสว่าง หรือถ้าไม่บินไปต่างจังหวัด เขาก็จะนั่งจมอยู่หน้ากระดานวางแผนงาน ปล่อยให้ปายต้องตื่นมาคนเดียว ชงกาแฟกินคนเดียว และนั่งวาดรูปอยู่คนเดียวในห้องสตูฯ จนบางครั้งปายรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในห้องนี้มากกว่าเป็นผู้หญิงของเขา...”
น้ำเสียงของปายเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอิบยามที่ได้รับการเติมเต็มจากผมเมื่อคืน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความเหงาและเปล่าเปลี่ยวที่ถูกสะสมมาเนิ่นนานจนตกตะกอน ความโหยหาอ้อมกอดอุ่นๆ และสัมผัสรักจากชู้รักอย่างผมกลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตชีวาของเธอให้ฟื้นคืนมาจากการเป็นดอกไม้แห้งเหี่ยวคาแจกัน
ผมยิ้มบางเบา ขยับเก้าอี้ไม้เข้าไปใกล้ร่างอวบอัดของเธอ ยื่นมือหนาออกไปจับไหล่มนของเธอไว้ ลูบไล้บ่าลาดไหล่และเส้นผมยาวนุ่มสลวยของเธอเพื่อปลอบประโลม ลดจิตวิญญาณศีลธรรมอันขัดแย้งของจิตรกรสาวให้ยอมรับต่อชะตากรรมเสน่หารสบาปนี้โดยดุษฎี
“ปายไม่มีวันเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์สำหรับพี่หรอกครับ... ปายคือจิตรกรสาวที่สวยงามและวิเศษที่สุด ศิลปะของปายคู่ควรกับความรักและการเอาใจใส่อย่างลึกซึ้งที่สุดต่างหากล่ะ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลวงล่อให้ดวงจิตของเธอหลุดลอยจากขอบเขตแห่งจริยธรรม “ที่พี่ทำทั้งหมด... ก็เพราะพี่ทนเห็นปายต้องเหงาและโดดเดี่ยวแบบนั้นไม่ได้ โจเขาอาจจะรักงานของเขา แต่ปายก็ต้องได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเช่นกันใช่ไหมครับ?”
คำพูดหวานล้ำราวยาพิษเคลือบน้ำผึ้งของผมเจาะเข้าตรงกลางใจที่อ่อนแอของปาย ร่างอวบสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะยอมพิงกายเข้าหาฝ่ามือของผมที่ลูบหน้าขาอวบของเธอใต้เสื้อคลุมอาบน้ำ ความขัดแย้งในใจของเธอเรื่องการนอกใจเพื่อนสนิทของผมดูลดทอนระดับความรุนแรงลงไปทีละน้อยยามที่สัมผัสอุ่นๆ ของผมตอกย้ำให้รู้ว่าร่างกายของเธอยังต้องการและปฏิเสธเสน่หาชู้รักครั้งนี้ไม่ได้
“พี่อลันช่างแสนดีกับปายเหลือเกิน... ดีจนปายกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งถ้าไม่มีพี่คอยอยู่ตรงนี้ ปายจะทนมีชีวิตอยู่กับความเงียบเหงาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว...” เธอกระซิบ ดวงตาหวานเชื่อมปนเศร้าจ้องมองผมชวนให้หลงใหล
****************
เวลาของความอบอุ่นชั่วคราวสิ้นสุดลงเมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาแปดโมงเช้าเศษ ผมเดินมาหยุดอยู่ที่โถงประตูด้านหน้าของคอนโดหรู แสงไฟสลัวสีเหลืองนวลเหนือเพดานขว้างสะท้อนกับเงามืดจางๆ ตรงซอกประตู ปายเดินตามมาส่งผมช้าๆ ในมือของเธอถือสมุดภาพร่างสเก็ตช์ปกหนังสีน้ำตาลเข้มเล่มหนาที่เปรียบเสมือนไดอารี่ศิลปะส่วนตัวของเธอมาด้วย
เธอยื่นเลื่อนส่งมอบสมุดเล่มนั้นให้ผมด้วยสองมือที่สั่นน้อยๆ แววตาของเธอแสดงออกถึงความเว้าวอนระคนรู้กันอย่างน่ารักและลึกซึ้ง
“นี่ค่ะพี่อลัน... ปายตั้งใจให้พี่นะคะ” ปายกล่าวเสียงเบา
ผมรับสมุดปกหนังมาถือไว้พลางเปิดดูด้วยความฉงน หน้าแรกๆ เป็นภาพวาดทิวทัศน์และมุมต่างๆ ของเมือง แต่เมื่อเปิดมาถึงหน้าล่าสุด หัวใจของผมก็กระตุกวูบด้วยความสะใจ มันคือภาพร่างสเก็ตช์ด้วยดินสอชาร์โคลโทนเข้มเน้นน้ำหนักแสงเงาเด่นชัด ภาพท่อนบนเปลือยเปล่าของตัวผมเองที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาแดงกลางสตูดิโอ เส้นสายและรอยแรเงาสะท้อนถึงกล้ามเนื้อแผ่นอก แผงไหล่กว้าง และมัดกล้ามท้องที่จดบันทึกอารมณ์เสน่หาของค่ำคืนบาปไว้ได้อย่างละเอียดและเร่าร้อน ฝีมือวาดภาพระดับจิตรกรอาชีพของเธอสะท้อนมิติราคะออกมาได้อย่างงดงามน่าทึ่ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมต้องแสยะยิ้มกว้างกว่าเดิมคือช่องกระเป๋าเก็บกระดาษขนาดเล็กที่ติดอยู่ด้านในของหน้าปกสมุดสเก็ตช์เล่มนั้น มีแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยมสีส้มสดใสซ่อนอยู่ครึ่งหนึ่ง มันคือแผ่นคีย์การ์ดสำรองสำหรับบานประตูหลักของห้องพักสุดหรูและห้องสตูดิโอดนตรีศิลปะแห่งนี้!
ปายก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผม ร่างอวบอัดของเธอแนบชิดกับแผงอกของผมจนผมสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเธอ มือเรียวบางลูบหน้าอกเสื้อเชิ้ตของผมอย่างแผ่วเบา ใบหน้าหวานเงยขึ้นชิดใบหูของผมก่อนจะกระซิบคำพูดเบา ๆ ด้วยแววตาเว้าวอนระคนรู้กันว่า
“เวลากลางคืนที่โจต้องบินไปจัดนิทรรศการศิลปะที่เชียงใหม่หรือต่างจังหวัดยาวๆ... หรือคืนไหนที่เขาต้องค้างที่สตูดิโออัดเสียงไม่กลับห้อง... พี่อลันแวะมาหามาแอบแซ่บช่วยดูแลเครื่องควบคุมความชื้นและสีกระดานวาดให้ปายอีกนะคร้า... ปายไม่อยากเหงาอยู่คนเดียวอีกแล้ว...”
คำกระซิบแผ่วเบานั้นเปรียบเสมือนการเชื้อเชิญปีศาจราคะเข้าสู่รังรักอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาเว้าวอนและคำว่า ‘แอบแซ่บ’ ที่หลุดออกมาจากปากของจิตรกรสาวเรียบร้อยผู้มีแฟนแสนดี บ่งบอกว่าจิตสำนึกด้านศีลธรรมของเธอได้ผุพังพินาศลงหมดสิ้นแล้วต่อความต้องการอันลึกลับเร่าร้อนที่ผมคอยปรนเปรอให้
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับคนดี... พี่จะแวะมาช่วยดูแลเครื่องควบคุมความชื้นให้อย่างสม่ำเสมอแน่นอนครับ” ผมกระซิบตอบเสียงพร่า ยิ้มร้ายน้อมรับและเก็บสมุดภาพร่างสเก็ตช์พร้อมกับสอดแผ่นคีย์การ์ดสีส้มนั้นลงในกระเป๋ากางเกงสแล็กอย่างปลอดภัย
ผมก้มลงจูบซับหน้าผากและริมฝีปากอวบอิ่มชุ่มฉ่ำของเธอเป็นครั้งสุดท้าย รสชาติหอมหวานของชามะลิและเสน่หาที่ยังกรุ่นค้างอยู่บนเรียวปากของเธอยังคงยอดเยี่ยมเสมอ ก่อนที่ผมจะหันหลังก้าวขาเดินเปิดประตูออกจากคอนโดมิเนียมหรูหรานั้น ทิ้งเสียงฝีเท้าและควันหลงตราบาปไว้เบื้องหลังบานประตูปิดสนิท
****************
ผมก้าวขาเดินพ้นประตูลิฟต์ส่วนตัวของคอนโดหรูลงมาสู่โถงต้อนรับกว้างขวางชั้นล่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางปะทะใบหน้าชั่วครู่ ก่อนที่ผมจะเดินผ่านประตูกระจกบานหมุนขนาดใหญ่ก้าวเท้าออกสู่ภายนอกตึก แสงแดดยามเช้าสาดหน้าจ้าสว่างโร่จนต้องหยิบแว่นกันแดดสีเข้มขึ้นมาสวมใส่ ถนนสายใหญ่หน้าตึกสูงระฟ้าเต็มไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบไปทำงาน รถยนต์เบียดเสียดขวักไขว่ แต่ภายในใจของผมกลับเบิกบานและพึงพอใจอย่างที่สุดจนยากจะปิดบังรอยยิ้มร้ายที่มุมปาก
ผมล้วงมือขวาเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก ปลายนิ้วสัมผัสและคลึงลูบแผ่นการ์ดพลาสติกบางเบาที่เรียงรายซ้อนทับกันอยู่ในนั้น
หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ห้า...
คีย์การ์ดทั้งห้าใบที่เป็นตัวแทนของชัยชนะและตราบาปเสน่หาอันหวานล้ำลึกซึ้ง:
ใบแรก... แองจี้ แฟนสาวสุดเซ็กซี่ครูสอนโพลแดนซ์ของโทนี่
ใบที่สอง... มิลค์ พริตตี้สาวสุดสะบึมของนิก
ใบที่สาม... เกรซ แอร์โฮสเตสสาวสะพรั่งหรูหราของริว
ใบที่สี่... แอล ครูสอนเปียโนสาวเพรียวระหงของพีท
และใบสุดท้ายที่เพิ่งได้รับสดๆ ร้อนๆ ในเช้าวันนี้... ปาย จิตรกรสาวอวบอัดสะโพกดินระเบิดของโจ
หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความลำพองใจและสะใจเป็นล้นพ้น ชัยชนะราคะที่ลักลอบเคลมและครอบครองร่างกายจิตใจของแฟนเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันถึงห้าคน มันสร้างความรู้สึกเหนือกว่าอย่างประหลาด โทนี่, นิก, ริว, พีท, โจ เพื่อนร่วมก๊วนสนิทชิดเชื้อที่กอดคอดื่มเหล้าและไว้ใจผมที่สุด ทุกคนล้วนฝากฝังให้ผมช่วยดูแลแฟนสาวของพวกมันยามที่ไม่ว่างหรือต้องเดินทางไกล โดยหารู้ไม่ว่าเพื่อนแสนดีอย่างผมได้ทำหน้าที่ ‘ดูแลอย่างใกล้ชิดและลึกซึ้ง’ บนเตียง บนโซฟา บนโต๊ะทำงาน หรือแม้กระทั่งข้างเฟรมวาดรูปของพวกมันเองไปเรียบร้อยแล้ว
เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของผมดังคลอเคลียไปกับเสียงการจราจรบนถนนใหญ่ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหรือจริยธรรมศีลธรรมเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันสำหรับปีศาจราคะในคราบชู้บาปอย่างผม คีย์การ์ดทั้งห้าใบนี้ไม่ใช่แค่เศษพลาสติก แต่มันคือถ้วยรางวัลแห่งตัณหาและกุญแจไขเข้าสู่ขุมทรัพย์สวาทที่ไม่มีวันสิ้นสุด
แดดเช้าส่องแสงร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างของผมก้าวเดินสับเท้าไปตามถนนใหญ่ข้างตึกคอนโดสูงระฟ้าอย่างเย่อหยิ่งท้าทายจริยธรรม ความลำพองในอำนาจเพศและความต้องการแอบแซ่บชั่วนิรันดร์ยังคงพุ่งพล่านอยู่ในสายเลือด สายตาภายใต้แว่นกันแดดสีเข้มของผมสอดส่ายมองไปข้างหน้า ความบาปและความตื่นเต้นครั้งใหม่ในกลุ่มสหายสนิทกำลังรอคอยให้ผมไปพิชิตและสะสมคีย์การ์ดใบต่อไปอย่างไร้ขีดจำกัด!