ตอนที่ 3
ดวงตาอาบเื
หลังจากสมศักดิ์สับไพ่เสร็จก็วางลงบนโต๊ะเขามองราวินทร์อย่างสงสัย เพราะเขาแทบไม่ััไพ่พวกนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เขาก็ไม่กล้าถามอะไรมากมาย เพราะ้าให้ราวินทร์ทำนายดวงให้
ราวินทร์ : พร้อมแล้วเลือกไพ่ออกมา 3 ใบ เรียงจากซ้ายไปขวา
หลังจากสมศักดิ์เลือกไพ่และวางตามตำแหน่งเสร็จเขาก็เริ่มเปิดไพ่ดู
7 โพธิ์ดำ :-
เขามองไปที่ไพ่ใบนั้น แล้วจู่ๆเขาก็เห็นภาพในอดีตต่างๆ นานาของสมศักดิ์ลอยขึ้นมา่เวลาในอดีตและสิ่งที่เขาเคยทำ เขารู้สึกปวดตาขวามากจนต้องยกมือขึ้นมาปิดไว้ถึงจะเจ็บแต่เขาก็พยายามบอกคำทำนายออกไป
ราวินทร์ : อดีตของคุณนั้นมีแต่ความยากลำบาก ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ ไม่มีบ้านหรือที่อยู่เป็หลักแหล่งงานที่ทำบังคับให้ไม่ได้อยู่เป็ที่เป็ทาง จนทำให้ต้องหย่ากับภรรยาลูกสาวก็ออกจากบ้านไปั้แ่อายุยังน้อยตอนนี้เป็ตายร้ายดีอย่างไรก็คงจะไม่รู้สินะครับ
สมศักดิ์ใกับคำทำนายนั้นมากเพราะมันแม่นเหมือนตาเห็น เขาเป็เช่นนั้นจริงๆแต่เขาก็พยายามเก็บอาการไม่ได้แสดงออกมาได้แต่ตอบกลับไปแค่คำว่า “ครับ”ก่อนที่ราวินทร์จะเปิดไพ่ใบที่ 2 ก็เป็เช่นเคย หลังจากเปิดไพ่ก็จะเห็นภาพต่างๆ โผล่ขึ้นมาและจะรู้สึกปวดตาขวาอย่างมาก ราวินทร์อดทนและอ่านคำทำนายต่อไป
10 ข้าวหลามตัด :-
ราวินทร์ :ตอนนี้ก็ยังคงทำงานเหมือนเดิม ต้องเดินทางไกลบ่อยๆแต่คุณได้เป็หัวหน้าและมีฐานะที่มั่นคงกว่าเดิมมากอืม...อยากจะสร้างบริษัทเองงั้นสินะ
สมศักดิ์ใและเก็บอาการไว้ไม่อยู่เพราะที่เขามาดูดวงวันนี้เพราะเขาอยากรู้จริงๆ ว่าเขาจะสามารถเปิดบริษัทก่อสร้างด้วยตัวเองสำเร็จหรือไม่
สมศักดิ์ : ใช่ครับผมอยากเปิดบริษัทเอง จะสำเร็จหรือเปล่าครับ
ราวินทร์เปิดไพ่ใบสุดท้ายที่บ่งบอกถึงอนาคตแต่สิ่งที่เห็นนั้น มันสั้นมาก เพราะสมศักดิ์ให้เวลาแค่ 7 วัน เขาถึงเห็นอนาคตเพียงแค่ 7 วันหลังจากนี้เท่านั้น
K ดอกจิก : -
ราวินทร์ :ผมไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะสำเร็จหรือเปล่า เพราะสิ่งที่คุณจ่ายมันแค่ 7 วัน ผมเห็นอนาคต 7 วันเท่านั้นซึ่งมันก็บ่งบอกแค่ว่าคุณยังเป็คนที่ต้องทำงานหนักอยู่แต่คุณจะได้พบกับคนที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ แต่หลังจากนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะช่วยหรือไม่
สมศักดิ์ : งั้นผมขอจ่ายเพิ่มเป็อีก 1 เดือนได้ไหมครับ ผมอยากรู้มากกว่านั้น
ราวินทร์ :เกรงว่าการทำนายคราวนี้คงต้องจบแล้ว ผมไม่สามารถทำนายให้คุณได้อีก อย่างที่ผมบอกคุณมีโอกาสจ่ายแค่ครั้งเดียว
สมศักดิ์จำใจต้องกลับเพราะราวินทร์ไม่ทำนายอะไรให้เขาแล้ว พอสมศักดิ์กลับไปราวินทร์ก็เดินไปดูที่กระดาษ พอหยิบมันขึ้นมา มันก็ไหม้และกลายเป็ผงเขาคิดว่าหากเป็เช่นนี้ เขาคงไม่มีทางจำได้แน่ๆว่าได้เก็บอายุขัยของคนไปแล้วกี่วันกี่เดือนกี่ปี เขาจึงเริ่มจด ชื่อนามสกุลของคนที่มาใช้บริการและจำนวนวันที่เขาได้รับจากคนเ่าั้
หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในห้องมืดที่ใช้ทำนายนั้นไพ่ถูกเก็บเข้าสำรับไว้อย่างดีราวินทร์หยิบมันใส่กล่องและนำไปเก็บไว้ในตู้เช่นเดิมเขาเอามือจับที่ตาขวาเพราะมันยังรู้สึกเจ็บอยู่พอลองมองกระจกก็เห็นว่าตาแดงก่ำจนน่ากลัว เขารีบหลับตาลงเพื่อพัก ซึ่งมันก็ช่วยลดความเ็ปลงได้ไม่น้อย
ผ่านไปอีกไม่กี่วันเมฆาก็พาคนมาอีก ชื่อสมใจ เป็สาววัยอายุ 35 ปี สิ่งที่เธอ้ารู้คือเื่สามีเธอสงสัยว่าสามีมีความสัมพันธ์กับหญิงคนอื่น และเธออยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครราวินทร์ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิม แต่คราวนี้เขาคล่องขึ้นเขาพาเธอไปที่ห้องและบอกเงื่อนไข
ราวินทร์ : คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียวการทำนายจะมองเห็นแค่จำนวนวันที่คุณจ่าย คิดให้ดีก่อนจะทำสัญญา
สมใจ : ฉันจะจ่าย 3 ปี ช่วยบอกทีว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครแล้วเขาจะเลือกอยู่กับใครระหว่างฉันกับหล่อน
ราวินทร์ : ได้ครับเขียนความ้าลงในกระดาษที่ผมให้กดนิ้วลงที่แป้นหมึกและประทับรอยนิ้วมือลงบนกระดาษอาจจะเจ็บนิดหน่อยแต่มันเป็ขั้นตอนที่จะทำให้เห็นความจริง
ราวินทร์มองเห็นทั้งอดีตปัจจุบัน และอนาคต ผู้หญิงคนนี้ทั้งชีวิตที่ใช้มา ไม่มีเื่อื่นเลยนอกจากผู้ชายก่อนหน้าสามีคนนี้เธอก็มีสามีมาแล้ว 2 คน และก็เลิกกัน ด้วยนิสัยจู้จี้เ้าระเบียบและเอาแต่ใจ ทำให้ใครๆก็พากันหนีเธอไป ราวินทร์มองไปถึงอนาคตใน 3 ปีข้างหน้าเขาเริ่มปวดตามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เห็นคือการทะเลาะวิวาท การถูกตบตีสมใจตามราวีสามีของเธอกับเมียใหม่ไม่เลิกราและสิ่งที่เห็นมากกว่านั้นคือหลังจากนี้อีก 2 ปีสมใจจะถูกสามีเธอฆ่า สภาพที่เห็นน่าอนาถและเวทนาเธอถูกตีที่หัวจนสลบจากนั้นก็ถูกสับเป็ชิ้นๆ และนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นภาพที่เห็นนั้นมันทำให้เขานึกถึงตอนที่ภรรยาเขาโดนฆ่าตายเขาไม่กล้าจะบอกกับสมใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กฎนั้นคือ ต้องทำนายให้เสร็จสิ้นเขาจึงต้องบอกให้สมใจฟัง
ราวินทร์ :ผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวของคุณเอง และคุณกับเขาจะไม่มีทางรักกันต่อได้อีกเขาเลือกที่จะไปกับคนใหม่และคุณจะถูกเขาฆ่าตายในอีก 2 ปี
สมใจ : อะไรนะ! มันแรงไปมั๊ยฉันไม่เชื่อหรอก อย่าพูดพล่อยๆ สิ
สมใจลุกขึ้นด้วยท่าทีโมโหและรีบเดินออกไปขึ้นรถกลับทันทีเธอคิดว่าราวินทร์คงจะพูดเพื่อให้เธอทำบางอย่าง เช่นการสะเดาะเคราะห์หรือทำพิธีบางอย่าง เพื่อเรียกเงินจากเธออีก เธอจึงไม่สนใจ แต่เธอก็กังวลอยู่มากเพราะที่เขาทำนายมาในอดีตมันถูกทั้งหมด หลังจากสมใจเดินออกไปราวินทร์จึงเดินมาดูที่สัญญา มันไหม้และสลายไปเหมือนครั้งที่แล้วและสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือ มีเืไหลออกจากตาขวามันช่างเ็ปและทรมานเสียเหลือเกิน “เป็ที่จำนวนเดือนที่ดูที่สินะ”เขารู้ทันทีว่ายิ่งดูไกลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เ็ปดวงตามากขึ้นเท่านั้น แล้วเขาก็ได้ยินเสียงคนโวยวายอยู่หน้าบ้านเขาจึงเดินไปดูโดยเอาผ้าขนหนูปิดตาขวาไว้ สมใจนอนสิ้นใจตายอยู่ที่หน้าบ้านราวินทร์ใทำอะไรไม่ถูก เพราะมีคนเห็นว่าสมใจเดินออกจากบ้านที่เขาอยู่ “นั่นไงเธอออกจากบ้านคนนี้มาแหละ และก็ล้มลงทันทีเลย” ด้วยความใเขาจึงวิ่งเข้าไปในบ้านเขาเดินวนไปมาอยู่พักใหญ่ก่อนจะหยิบกล่องสำรับไพ่ใส่กระเป๋าและรีบหนีออกจากที่นั่นไป
ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและนำร่างสมใจไปชันสูตรก็พบว่าเธอเสียชีวิตเพราะหัวใจวายแน่นอนว่าสามีเธอไม่ติดใจเอาความอะไร ตำรวจจึงปิดคดีและไม่ได้สืบสวนอะไรต่อจากนั้นแต่ถึงกระนั้น ราวินทร์ก็ได้หนีออกจากบ้านหลังนั้นไปแล้ว เขาไปนั่งอยู่ใต้สะพานทั้งที่เป็กายหยาบ แต่กลับมีความรู้สึกครบทุกอย่าง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย และหนาวเขากอดกระเป๋าแน่นและไม่รู้จะไปไหน ทำไมต้องหนีเขาก็ไม่เข้าใจอาจเป็เพราะเขาเคยฆ่าคนมาก่อน และสิ่งที่ต้องชดใช้มันมากมายมหาศาลยิ่งนักจึงกลัวหากต้องชดใช้กรรมอีก เขานึกถึงอดีต นึกถึงภรรยา นึกถึงตอนที่ตัวเองฆ่าผู้ชายคนนั้นและลูกเมียของเขาเขาจึงร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดและกลัวในขณะนั้นเองเด็กน้อยคนหนึ่งเดินถือร่มผ่านมา จึงเข้ามาทักเขา
เด็ก : ไม่ต้องกลัวนะคะ แค่ฟ้าร้องเอง
ราวินทร์ :(มองเด็กคนนั้นด้วยตาที่แดงก่ำ) ฉันไม่ได้กลัวฟ้าร้อง
เด็กน้อยคนนั้นยื่นขนมให้ 1 ชิ้นและวางร่มไว้ให้ “มีนาให้นะคะกลับถึงบ้านแล้วอาบน้ำด้วยนะ คุณแม่บอกตากฝนแล้วไม่อาบน้ำจะไม่สบาย”เธอยิ้มให้ราวินทร์และวิ่งตากฝนกลับบ้านไป
เขามองขนมกับร่มที่มีนาวางไว้ให้แล้วก็หัวเราะ “กินไปก็ไม่อิ่ม กางไปก็ไม่หายหนาวหรอกมันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันหรอกนะ เด็กน้อย” แต่ถึงกระนั้นเขาก็ถือขนมและร่มไปด้วย เขาเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมายเขาวนไปวนมาแถวนั้นอยู่ 3 วันเขานั่งที่ป้ายรถเมล์โดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แล้วเมฆาก็เดินเข้ามาทัก
เมฆา : มาทำอะไรตรงนี้งั้นเหรอ
ราวินทร์ : (เงยหน้าขึ้นมอง)ทำไมผู้หญิงคนนั้นตายล่ะ เธอต้องถูกสามีฆ่านิ
เมฆา : อายุขัยของเธอมีเหลือแค่ 2 ปีครับ เธอจะถูกสามีฆ่าในอนาคตก็จริงแต่เธอไม่รอดถึงตอนนั้น
ราวินทร์ : อย่างนี้นิเองแบบนี้แปลว่าฉันได้แค่ 2 ปีกว่าๆเท่านั้นเองสิ
เมฆา : ใช่แล้วเพราะนายเห็นอนาคตของเธอแค่ 2 ปี ดังนั้นอายุขัยที่นายเก็บได้ก็แค่ 2 ปีกว่าๆเท่านั้นแหละ
ราวินทร์ :แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าฉันเก็บไปเท่าไหร่แล้ว อย่าบอกนะว่าต้องจดเอง
เมฆา : ไม่ดูในกล่องไพ่ให้ดีเหรอในนั้นจะมีไพ่โจ๊กเกอร์อยู่ ด้านหลังไพ่จะบอกจำนวนปีและวันที่นายสะสมมาได้แต่ถ้าอยากจดไว้ก็ไม่ห้ามนะ ไม่ผิดข้อตกลง
ราวินทร์ :ทำไมฉันถึงเจ็บตามากขนาดนี้ล่ะ ก่อนหน้านี้แค่เจ็บ ครั้งนี้มีเืออกเลย
เมฆา :ความสามารถของตาที่นายได้รับคือการมองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเปิดไพ่มันก็เหมือนมองทะลุกระจกเข้าไปนั่นแหละนายจะถูกเศษกระจกที่แตกจากการทะลุผ่านเข้าไปบาด ยิ่งมองไปไกลเท่าไหร่ความเ็ปก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้น ดังนั้นต้องประมาณตัวเองด้วยว่าแค่ไหนถึงจะพอดี
หลังจากนั้นเมฆาก็พาราวินทร์ไปที่บ้านหลังเก่าคนแถวนั้นต่างพากันมองราวินทร์ด้วยสายตาหวาดกลัว “เขากลับมาแล้วเขาทำอะไรผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ เลย ฉันเห็นพอเธอเดินออกมาก็ล้มลงตายเลย”“ไม่ใช่หรอกมั้งตำรวจบอกว่าเธอหัวใจวาย” “เข้าไปทำอะไรกันแน่นะทำไมออกมาถึงตาย”ราวินทร์ได้ยินคำนินทาทุกคำที่คนแถวนั้นพูดถึงเื่เขาเขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว
ราวินทร์ :ฉันคงทำงานที่นี่ต่อไม่ได้แล้วแหละ คงต้องโดนพวกนี้จับจ้องหน้าดู
เมฆา : ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าเป็ปีศาจต้องสนใจคำนินทาด้วยเหรอ แต่ฉันก็ไม่คิดจะให้นายอยู่ที่นี่แล้วแหละอย่างที่นายว่า คงต้องโดนจับจ้องน่าดู ฉันจะพานายไปที่อื่น
เมฆาพาราวินทร์มาที่ห้องมืดนั้นและเอาผ้าที่คลุมกระจกบานใหญ่ในห้องออก
ราวินทร์ : จะทำอะไร?
เมฆา : ก็จะพานายไปที่อื่นไง(มองราวินทร์ที่ทำหน้าสงสัย) นายคงไม่คิดว่าฉันจะพานายนั่งรถไฟไปจากที่นี่หรอกนะ
แล้วเมฆาก็เดินทะลุกระจกเข้าไปราวินทร์แปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เดินตามเข้าไปพอผ่านกระจกไปก็พบว่าตัวเองอยู่ที่คฤหาสน์ของจอมปีศาจคชาในห้องนั้นมีกระจกอยู่มากมายหลายบาน
เมฆา : นายอยากไปที่ไหนล่ะบ้านเกิดที่สุพรรณบุรีไหมล่ะ
ราวินทร์ : กรุงเทพแล้วกัน
เมฆา :ที่นั่นวุ่นวายและง่ายต่อการโดนจับมากเลยนะ มือใหม่อย่างนายอยู่ที่นั่นไม่ไหวหรอก
ราวินทร์ :ฉันคิดว่าที่นั่นน่าจะหาอายุขัยได้เป็กอบเป็กำมากกว่า เพราะมีคนอยู่มากมาย(หันไปมองหน้าเมฆา) มีอะไรที่นายอยากจะบอกหรือแนะนำฉันอีกไหม
เมฆาคิดอยู่ครู่หนึ่งเพราะราวินทร์พูดด้วยสีหน้าที่จริงจังมาก “ถ้าถึงเวลาแล้วฉันจะบอกนายอีกทีแล้วกัน”แล้วเมฆาก็พาราวินทร์เดินผ่านกระจกอีกอันหนึ่งเพื่อไปที่กรุงเทพ ทั้ง 2 คนไปโผล่ที่บ้านอีกหลังตกแต่งดูทันสมัยขึ้นกว่าหลังเก่า แต่ที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนก็คือ ห้องสีดำมืดสนิทมีแค่ไฟที่ส่องลงมาที่โต๊ะทำนายนั่นเท่านั้น กับไพ่สำรับนี้เท่านั้น